คำว่า ‘โชคดี’ ใครก็ชอบ แต่ถ้ามันมากเกินไปมันก็กลายเป็เื่น่ากลัวได้เช่นกัน
เตชินท์เริ่มรู้สึกหวั่นใจแปลก ๆ แม้เขาจะเคยโชคดีมากกว่านี้เป็หลายเท่ามาก่อน แต่การได้ิญญาอสูรหลายดวงในวันเดียวแทบไม่เคยเกิดขึ้นกับเขา มันเริ่มให้เขากังวลแล้วว่าจะเกิดเื่ร้ายกับเขาหลังจากนี้หรือเปล่า
หากจะบอกว่ามันเป็ผลบุญมาจากการทำดีสละซากด้วงั์เขาดาบให้กับเบิร์ดกับดาม็องจำนวนมาก ด้วยกรรมดีที่ทำไว้เช่นนั้น วันนี้เขาจึงได้รับิญญาอสูรสองดวงเป็การตอบแทนเช่นนั้นหรือ
การได้ิญญาอสูรไม่ว่าใครก็ย่อมดีใจ แต่เตชินท์ก็ไม่ได้รู้สึกยินดีกับมันสักเท่าไร เนื่องจากเขาได้หอกมาเพิ่มอีกอันแล้ว แม้มันจะเพิ่มระดับขึ้นมาก็จริง ประเด็นมันอยู่ที่คนที่ได้กลับเป็คนที่ไม่ถนัดการใช้หอกนี่สิ เขาจึงพูดได้ไม่เต็มปากว่าเขาโชคดีจริง ๆ แต่อย่างน้อย ๆ เขาก็นำไปขายทำเงินได้
เตชินท์คิดว่าหอกระดับวิวัฒนาการน่าจะขายได้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านเหรียญ ซึ่งเงินมากขนาดนั้นจะทำให้เขาอยู่อย่างไม่ต้องกังวลเื่เงินไปอีกหลายเดือนเลย เพียงแต่จะหาคนซื้อได้หรือไม่อีกเื่หนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เขาจำเป็ต้องแกล้งทำตัวปกติแม้ในใจจะกำลังมีงานเลี้ยงพลุไฟเล่นอยู่ก็ตาม เพราะเขาไม่้าให้ใครรู้ทั้งนั้นว่าเขาได้ิญญาอสูรหนอนบุ้งเขาแหลมระดับวิวัฒนาการมา เขาจึงไม่ได้เรียกมันออกมาเพราะตอนนี้รอบตัวเขายังมีเบิร์ดและดาม็องอยู่
“นายยังเก็บแต้มสามัญไม่เต็มใช่ไหม? นายเคยไปล่าหนูขนแดงแล้วหรือยัง หรือไม่ก็ลิงสองหางก็ได้ เดี๋ยวฉันพาไป” ดาม็องรีบรัวออกมา เขายังคงเชื่อว่าหน้าใหม่อย่างเตชินท์ยังเก็บแต้มสามัญไม่เต็ม เขาจึงพยายามนึกว่าแถวนี้มีสัตว์อสูรระดับสามัญแถวไหนอีกบ้าง เพราะเขา้าให้เตชินท์ไปล่าสัตว์อสูรระดับสามัญเยอะ ๆ เขาจะได้พลอยได้รับสัตว์อสูรส่วนเกินที่เตชินท์ล่าไปด้วย
“แต้มสามัญฉันเต็มแล้ว” เตชินท์ไม่คิดจะปิดบัง เพราะเขาไม่อยากให้ดาม็องมาคอยตามเพื่อหวังได้สัตว์อสูรที่เขาล่าแล้วไม่เอา
“บ้าน่า นายเพิ่งเข้ามาในมิติมาตุภูมิเองนะ อย่ามาหลอกกันเลย” ดาม็องทำใจเชื่อเตชินท์ไม่ได้
เขาเองเข้ามาในมิติมาตุภูมิหลายปีแล้ว แต่เขาก็ยังมีแต้มพัฒนาระดับสามัญยังไม่เต็มเลย แต่เตชินท์ที่เขาเพิ่งเจอและคิดว่าเพิ่งเข้ามาอยู่ในมิติมาตุภูมิได้ไม่ถึงสัปดาห์ด้วยซ้ำก็ไม่ควรจะมีแต้มมากกว่าเขาสิ
จริงอยู่ที่เตชินท์ในสายตาดาม็องถือเป็คนที่ต่อสู้เก่งคนหนึ่ง เขาสามารถไล่ฆ่าด้วงั์เขาดาบได้ราวกับใช้นิ้วบี้มัน แต่ถ้าไม่ได้รับคำแนะนำจากเบิร์ดในการฆ่าด้วงั์เขาดาบ ดูแล้วคงยากที่เตชินท์จะฆ่าด้วงั์เขาดาบด้วยซ้ำ แต่มาวันนี้เตชินท์กลับบอกว่าเขามีแต้มพัฒนาระดับสามัญครบหนึ่งร้อยแต้มแล้ว ใครบ้างจะเชื่อลง
เตชินท์ไม่สนใจที่จะอธิบายให้ดาม็องฟังอะไรทั้งนั้น เขาไม่้าพูดถึงหมู่บ้านขวานเหล็กและเ้าจ่าฝูงก็อบลินที่เป็ทหารรับใช้ของเขาผู้อยู่เบื้องความสำเร็จในการเพิ่มแต้มพัฒนาระดับสามัญได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ เพราะถ้าหากเขาไม่มีมัน ่เริ่มต้นเขาก็คงประสบปัญหาในการล่าสัตว์อสูรเหมือนกัน
ดาม็องคอตก เขารู้สึกสิ้นหวังอย่างที่สุด ตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่บ่นพึมพำกับเบิร์ดว่า “จบแล้วพวกเรา สงสัยเย็นนี้พวกเราคงต้องไปเข้าร่วมทีมเสี่ยงตายล่าสัตว์อสูรระดับขีดจำกัดกับบอสซานเชสเสียแล้วสิ เบิร์ด”
เบิร์ดเองก็อยากปลอบใจเพื่อนและบอกว่าพวกเราก็ล่าสัตว์อสูรระดับสามัญกันเองเหมือนแต่ก่อนก็ได้นี่ แต่เขาก็ยอมรับว่าถ้าไปร่วมทีมล่าสัตว์อสูรกับบอสซานเชสอย่างที่ดาม็องพูดมันดีกว่าหากทำสำเร็จ
แต่ใครจะรู้ว่าคำบ่นอย่างหมดอาลัยตายอยากของดาม็องหนนี้จะเป็ผล มันทำให้เตชินท์แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้ ก็ยังหูผึ่งจนเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา
เขาหันหลังกลับและตรงดิ่งเข้ามาถามว่าดาม็องเพื่อยืนยันว่าเขาได้ยินไม่ผิดว่า “นายพูดว่าอะไรนะเมื่อตะกี้?”
แต่ดาม็องกลับคิดว่าเตชินท์แค่แกล้งทำเป็เข้ามาตอกย้ำความน่าอดสูของเขาเท่านั้น เขาจึงพูดเสียงดังแหกปากจนดังลั่นว่า “พวกฉันต้องไปเข้าร่วมทีมเสี่ยงตายล่าสัตว์อสูรระดับขีดจำกัดกับบอสซานเชส ได้ยินแล้วยัง!”
เตชินท์เขย่าหูเพราะเสียงดาม็องที่ตะคอกใส่หูของเขาดังมาก แต่เขาก็ไม่โกรธเลยสักนิดเพราะคำว่าสัตว์อสูรระดับขีดจำกัด
เตชินท์ถามต่ออย่างสนใจว่า “นี่เขาจะแบ่งเนื้อสัตว์อสูรระดับขีดจำกัดให้เลยเหรอ?”
“ฝันไปเถอะ เขาแค่จะให้พวกเราไปเป็ตัวล่อและบังคับทุกคนห้ามแย่งเขาโจมตีครั้งสุดท้ายเด็ดขาด” ดาม็องเบ้ปากแล้วบ่นต่อว่า “แล้วถ้าใครบังเอิญพลาดขึ้นมาแม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม ก็รับรองได้เลยว่าจะอยู่อย่างไม่เป็สุขทั้งโลกนี้และโลกหน้า”
แม้จะฟังดูโอเว่อร์แต่เตชินท์ก็เชื่อว่าคนอย่างซานเชสคงทำตามที่ดาม็องกล่าวได้แน่ ๆ แต่ใช่ว่าเขาจะสน เขาทำเป็แกล้งถามต่อว่า “แล้วแบบนั้นพวกนายไปกันทำไมล่ะ? ในเมื่อไม่ได้เนื้อของสัตว์อสูรที่ไปล่าเป็รางวัลตอบแทน”
“ถ้าสำเร็จ บอสซานเชสจะละเว้นค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้หนึ่งวันไงล่ะ” ดาม็องยิ้มอย่างขมขื่น
เตชินท์พยักหน้าอย่างเข้าใจ แม้ผลตอบแทนจะดูไร้สาระ แต่สำหรับคนที่ไม่ต่างกับพวกหาเช้ากินค่ำอย่างเบิร์ดกับดาม็อง นับว่าเป็รางวัลที่มีค่า
อย่างไรก็ตามทั้งหมดเป็เพียงคำถามเกริ่นนำเพื่อให้ดาม็องเชื่อว่าเขาไม่ได้มีเจตนาแฝงอะไรนอกจากถามไปเรื่อยเท่านั้น ทั้งหมดเพื่อนำไปสู่คำถามต่อไปที่ว่า “แล้วต้องไปล่าตัวอะไรงั้นเหรอ? อยู่ที่ไหน? นายพอจะรู้อะไรบ้างไหม?”
แต่เตชินท์ก็ต้องผิดหวังเมื่อเห็นดาม็องส่ายหน้าและกล่าวว่า “ฉันจะไปรู้เื่ความลับระดับนั้นได้ยังไง? ถ้านายอยากรู้นายก็ไปเข้าร่วมทีมล่าสัตว์อสูรของบอสซานเชสเอาเองสิ”
“แล้วพวกเขาจะไปกันกี่โมง?” เตชินท์ทำเป็ถามตามน้ำ
เมื่อไม่ได้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับสัตว์อสูรระดับขีดจำกัดที่ซานเชสจะไปล่า อย่างน้อยให้รู้เวลาที่พวกเขาจะไปก็ยังดี
“่เย็น ประมาณสี่ ห้าโมงเย็นละมั้ง” ดาม็องตอบแบบไม่ใส่ใจ เตชินท์จะไปด้วยหรือไม่ก็ได้ส่งผลต่อผลตอบแทนของงานอยู่ดี เพราะเขาเชื่อว่า แม้เตชินท์จะเก่งกว่าและมีแต้มพัฒนาระดับสามัญเต็มอย่างที่กล่าวอ้างจริง ก็ไม่ได้ช่วยให้โอกาสสำเร็จในการไปล่าสัตว์อสูรระดับขีดจำกัดเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
แต่ไม่ใช่กับเบิร์ด เขาหรี่ตามองเตชินท์ราวกับเขามองความคิดของเตชินท์ได้ทะลุปรุโปร่ง
เขาเปิดปากพูดเป็ครั้งแรกนับั้แ่พูดคุยประเด็นร่วมทีมล่าสัตว์อสูรระดับขีดจำกัด โดยถามเตชินท์ว่า “คุณจะไปเข้าร่วมด้วยเหรอครับ?”
“ไม่” สีหน้าเตชินท์นิ่งสนิท เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้นหรือกังวลแต่อย่างใด เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า “แค่อยากรู้ว่าจะไปกันตอนไหนเท่านั้น เพราะตอนนั้นคงไม่เหลือคนล่าสัตว์อสูรอยู่ แบบนั้นฉันจะได้เจอสัตว์อสูรระดับวิวัฒนาการง่ายขึ้นไงล่ะ”
“ก็จริง” เบิร์ดเห็นด้วยกับสิ่งที่เตชินท์คิด เขาคิดว่าเตชินท์พูดความจริง และขอให้เตชินท์พูดจริง เพราะเขากำลังกังวลว่าเตชินท์จะนึกบ้าหวังจะไปขโมยการโจมตีครั้งสุดท้ายใส่สัตว์อสูรระดับขีดจำกัด เพราะเขาคิดว่าเตชินท์ยังไม่รู้ฤทธิ์ของบอสซานเชส เขาจึงอาจกล้าคิดขโมยการโจมตีครั้งสุดท้ายแล้วหวังจะไปขอโทษตอนหลัง ซึ่งนั้นจะเป็อะไรที่โง่มาก เพราะเคยมีคนทำมาแล้ว และเขาคนนั้นไม่กล้ากลับเข้ามาในมิติมาตุภูมิอีกเลย
อย่างไรก็ตาม เตชินท์กำลังคิดอย่างที่เบิร์ดกังวลจริง ๆ เขา้าจะไปเสี่ยงขโมยการโจมตีครั้งสุดท้ายใส่สัตว์อสูรระดับขีดจำกัดจริง ๆ เขาไม่ได้สนใจเนื้อของมัน แม้จะอยากได้ก็ตาม แต่เขาคิดว่าโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อย เพราะต่อให้เขารู้ตำแหน่งที่อยู่ของอสูรระดับขีดจำกัด ลำพังเขาคนเดียวยังไม่มีปัญญาจะไปล่าด้วยตัวเอง จึงตัดเื่ได้เนื้อมากินเพื่อเพิ่มแต้มพัฒนาขั้นขีดจำกัดไปได้เลย ดังนั้นเขาจึงอยากลองเสี่ยงเพื่อจะได้ิญญาอสูรระดับขีดจำกัดมาแทน
กิ๊ง!
วัตถุลอยหมุนควงอยู่กลางอากาศไปหาดาม็องก่อนที่เขาจะรับได้อย่างแม่นยำ
ดาม็องแบมือเพื่อดูสิ่งที่เขารับมา เขารู้จักว่ามันเป็เหรียญ เพียงแต่เขาไม่เคยเห็นเหรียญที่มีสีเขียวราวกับมรกตเช่นนี้มาก่อน มันยิ่งแปลกประหลาดมากขึ้นไปอีกเมื่อมองรายละเอียดของเหรียญ
ด้านหนึ่งมีตัวเลข ‘10’ ตัวใหญ่ ส่วนอีกด้านมีรูปตัวอักษรอะไรบางอย่างที่เขาอ่านไม่ออก นั่นทำให้ดาม็องเดาไปว่ามันอาจเป็เหรียญยุคเก่าที่อดีตเคยแบ่งเขตที่อยู่อาศัยออกเป็หลายประเทศ และนี่คือเหรียญที่มาจากประเทศใดประเทศหนึ่งในอดีต
เขามองมันสลับกับเตชินท์อย่างสับสน เขาไม่รู้ว่าเตชินท์ดีดเหรียญประหลาดนี้มาให้กับเขาทำไม
“ฉันให้” เตชินท์กล่าวออกไปสั้น ๆ โดยไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม
“แล้วมันคืออะไร? ฉันจะเอาไปทำอะไรได้?” ดาม็องพลิกเหรียญสีเขียวไปมา แม้จะยินดีที่ได้รับของมา แต่ถ้าไม่รู้ประโยชน์ของมัน เขาก็ไม่รู้จะเอามาทำไม
เตชินท์ไม่แปลกใจนักที่อีกฝ่ายไม่รู้จักเงินนัต เพราะใน่ยี่สิบก่อนที่เขาจะจุติ บางคนใช้ชีวิตอยู่ในมิติมาตุภูมิโดยไม่รู้ว่ามีเงินนัตอยู่เป็สิบปีเลยก็มี เพราะกว่าเงินนัตจะแพร่หลายก็ราวห้าหกปีให้หลังนับจากนี้
“มันคือเงินนัต สกุลเงินของที่นี่” หนนี้เบิร์ดเป็คนตอบ เขาหรี่ตามองเตชินท์อย่างสงสัย แต่ดาม็องก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี เขาไม่รู้ว่ามันเอาไปใช้ทำอะไรได้ แล้วมันมีค่าอย่างไร
“ใช่แล้ว ฉันได้มาจากบอสซานเชสของนาย และมันน่าจะมีค่าอย่างน้อย ๆ ก็หนึ่งหมื่นเหรียญโดยประมาณ” เตชินท์ทำตัวปกติ เขาไม่สนใจกับท่าทีที่กำลังตกตะลึงและไม่เชื่อหูของดาม็อง แต่ใจเขากำลังเพ่งเล็งไปที่เบิร์ด เขากำลังงุนงงว่าทำไมเบิร์ดถึงรู้จักเงินนัตด้วย
กดใจหรือคอมเมนต์เป็กำลังใจกันด้วยนะครับ