เข็มไมล์ดิจิทัลบนหน้าปัดรถสปอร์ตสีดำสนิทกะพริบตัวเลข 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังไต่ระดับขึ้นไปอย่างบ้าคลั่ง ทิวทัศน์สองข้างทางที่เป็ป่าทึบถูกเหวี่ยงให้กลายเป็เส้นสีดำพร่ามัว โค้งหักศอกที่เบื้องหน้าคือหุบเหวลึกกำลังพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขาราวกับมัจจุราชที่อ้าแขนรับ
“ภาคิน! ระบบเบรกถูกตัดวงจรหมดเลย!” ลลิละโแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่ม สองมือของเธอพยายามหักพวงมาลัยแต่มันแข็งทื่อราวกับถูกล็อกด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า
ชายหนุ่มที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่บนเบาะข้างคนขับกัดฟันกรอด เืสีเข้มยังคงไหลซึมจากาแถูกยิงที่สีข้าง แต่สัญชาตญาณเอาตัวรอดของนักล่าทำให้เขาไม่ยอมจำนนต่อความตาย ภาคินล้วงปืนพกกล็อก 19 ออกมาจากเอว เล็งปากกระบอกปืนไปที่แผงคอนโซลกลางรถที่มีสัญลักษณ์รูปหัวกะโหลกสีแดงกะพริบเยาะเย้ยอยู่
ปัง! ปัง! ปัง!
ะุสามนัดเจาะทะลุหน้าจอระบบััจนแตกกระจายเป็เศษกระจกและประกายไฟ ลลิลสะดุ้งสุดตัว ทว่าความเร็วของรถไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติถูกฝังลึกอยู่ในกล่อง ECU ของตัวรถ ไม่ใช่แค่หน้าจอแสดงผล
“มันไม่ได้ผล! ระบบควบคุมหลักอยู่ใต้พวงมาลัย!” ลลิละโ เธอตัดสินใจปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเอง ทิ้งตัวลงไปมุดอยู่ใต้แผงคอนโซลฝั่งคนขับโดยไม่สนใจความเร็วที่พุ่งทะยานทะลุ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สองมือของเธอล้วงเข้าไปในซากสายไฟที่พันกันยุ่งเหยิง
“ลลิล! คุณทำบ้าอะไร กลับขึ้นมานั่งเดี๋ยวนี้ หน้าผาอยู่ห่างไปแค่สามร้อยเมตร!” ภาคินตวาด เสียงของเขาแหบพร่าด้วยความเ็ปและหวาดหวั่น เขายื่นมือขวาที่เปื้อนเืมาคว้าพวงมาลัยไว้ พยายามออกแรงฝืนระบบล็อกด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี
“ฉันต้องหาซ็อกเก็ตตัวจ่ายไฟหลัก... ถ้าตัดไฟเข้า ECU ได้ เบรกกลไกจะทำงาน!” ลลิลไม่ยอมแพ้ ปลายนิ้วของเธอคลำสะเปะสะปะไปตามมัดสายไฟ ความมืดและความสั่นะเืทำให้ทุกอย่างยากลำบาก เล็บของเธอฉีกขาดจากการพยายามงัดแงะคลิปพลาสติกแข็ง
สองร้อยเมตร... แสงไฟหน้ารถสาดกระทบป้ายเตือนทางโค้งหักศอกและแนวกั้นถนนที่ดูเปราะบางราวกับไม้จิ้มฟันเมื่อเทียบกับความเร็วของรถ
“ลลิล! ทิ้งมันซะ!” ภาคินะโ เขารู้ดีว่าไม่ทันแล้ว ชายหนุ่มละมือจากพวงมาลัย เอี้ยวตัวไปคว้าร่างของหญิงสาวที่มุดอยู่ใต้คอนโซลให้ดึงกลับขึ้นมา รวบตัวเธอเข้ามากอดแนบอกแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เอาแผ่นหลังของเขาบังกระจกหน้ารถไว้เพื่อเป็เกราะกำบังให้เธอ
ในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ลลิลกระชากมัดสายไฟเส้นหนาสีแดงและเหลืองหลุดติดมือมาทั้งยวง!
ประกายไฟแลบแปลบปลาบ ระบบไฟฟ้าทั้งคันดับวูบ พวงมาลัยที่เคยล็อกตายคลายตัวออกอย่างกะทันหัน ภาคินใช้สัญชาตญาณที่เหลืออยู่ตบเกียร์ลงและกระชากเบรกมืออย่างรุนแรง
เอี๊ยดดดดด!
เสียงยางบดเบียดกับพื้นถนนราดยางดังกึกก้องจนแสบแก้วหู รถสปอร์ตเสียการทรงตัว หมุนคว้างเป็วงกลมท่ามกลางความมืด แรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้ร่างของทั้งสองกระแทกไปมาภายในห้องโดยสาร ก่อนที่ด้านข้างของตัวรถจะพุ่งเข้าฟาดกับต้นไม้ใหญ่ริมหน้าผาอย่างจัง!
โครม!
กระจกทุกบานแตกกระจาย ถุงลมนิรภัยะเิออกกะแทกใบหน้า โลกทั้งใบของลลิลหมุนเคว้งและดับวูบไปชั่วขณะ
เสียงฝนเม็ดใหญ่ที่เริ่มตกลงมากระทบหลังคารถที่บุบสลาย และกลิ่นไหม้ของเครื่องยนต์ ปลุกสติของลลิลให้ฟื้นคืนมา หญิงสาวครางอู้อี้ในลำคอ รู้สึกปวดร้าวไปทั้งร่าง เธอพยายามขยับตัวและพบว่าตัวเองยังคงถูกโอบกอดไว้อย่างแ่าด้วยวงแขนแกร่ง
“ภาคิน...” ลลิลรีบผละออก มองใบหน้าหล่อเหลาที่ฟุบอยู่กับบ่าของเธอ เืจากศีรษะของเขาไหลซึมลงมาอาบแก้ม “ภาคิน! ลืมตาสิ!”
ชายหนุ่มครางในลำคอ เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ ปรือขึ้น ั์ตาสีรัตติกาลที่เคยทรงอำนาจตอนนี้ดูอ่อนล้า ทว่ายังคงกวาดมองสำรวจร่างกายของเธอทันที “คุณ... เจ็บตรงไหนไหม”
“ฉันไม่เป็ไร แต่คุณเสียเืมาก เราต้องออกไปจากรถเดี๋ยวนี้ น้ำมันกำลังรั่ว!”
ลลิลใช้เท้าถีบประตูรถฝั่งที่พังยับเยินจนเปิดออก เธอประคองร่างสูงใหญ่ของภาคินให้ก้าวออกมาจากซากรถอย่างทุลักทุเล สายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนักช่วยชะล้างคราบเื แต่ก็ทำให้ความหนาวเหน็บกัดกินถึงกระดูก
พวกเขากระเสือกกระสนเดินลัดเลาะเข้าไปในป่าทึบเพื่อหลบซ่อนตัวจากถนนใหญ่ ไม่รู้ว่ากำลังเดินไปทิศทางไหน รู้เพียงแต่ต้องไปให้ไกลที่สุด ลลิลแบกรับน้ำหนักเกินครึ่งของชายหนุ่มไว้บนบ่าบอบบางของเธอ ทุกก้าวเดินเต็มไปด้วยความยากลำบาก จนกระทั่งแสงสลัวจากฟ้าแลบเผยให้เห็นเงาของกระท่อมพรานป่าหลังเก่าที่ถูกทิ้งร้างอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
“ถึงแล้ว... อดทนอีกนิดนะ” ลลิลพึมพำ พยุงเขาเข้าไปภายในกระท่อมที่มืดมิดและเต็มไปด้วยฝุ่นผง เธอวางร่างของเขาลงบนแคร่ไม้ไผ่เก่าๆ ที่มุมห้อง
ภาคินหอบหายใจหนักหน่วง เขาพยายามยันตัวขึ้นแต่าแที่สีข้างทำให้เขาทรุดกลับลงไป ลลิลไม่รอช้า เธอคุกเข่าลงข้างๆ เขา ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองที่เปื้อนเืออกอย่างรวดเร็วโดยไม่มีความขัดเขิน เหลือเพียงบราเซียลูกไม้สีดำที่ห่อหุ้มเนินอกอวบอิ่ม หญิงสาวฉีกเสื้อเชิ้ตของตนออกเป็ริ้วยาว แล้วกดทับลงบนาแที่เอวของเขาเพื่อห้ามเื
“อึก...” ภาคินสูดปากด้วยความเ็ป มือใหญ่คว้าข้อมือของเธอไว้แน่น
“ทนหน่อยนะ ฉันต้องพันแผลให้แน่น ไม่อย่างนั้นคุณจะช็อก” ลลิลเสียงสั่น น้ำตาที่กลั้นไว้มาตลอดเริ่มรื้นขึ้นมาที่ขอบตา ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียผู้ชายตรงหน้ามันชัดเจนเสียจนทำให้ก้อนเนื้อในอกของเธอปวดหนึบ
เมื่อพันแผลเสร็จ ลลิลทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ร่างกายของเธอสั่นสะท้านจากความหนาวและภาวะตึงเครียด
ภาคินมองภาพหญิงสาวที่เกือบเปลือยเปล่าท่อนบนกำลังนั่งกอดเข่าตัวเองสั่นเทาอยู่ท่ามกลางความมืด กำแพงน้ำแข็งที่เธอเคยสร้างไว้เพื่อกันทุกคนออกห่าง บัดนี้พังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี เธอไม่ใช่ผู้บริหารหญิงที่เย่อหยิ่งและเ็าอีกต่อไป แต่เป็เพียงผู้หญิงธรรมดาที่เพิ่งเอาชีวิตรอดจากความตายมาพร้อมกับเขา
เขาฝืนความเ็ป ขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วดึงร่างบางเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน ลลิลไม่ได้ขัดขืน เธอซบหน้าลงกับแผงอกแกร่งที่ชื้นเหงื่อและไอฝน ปล่อยให้น้ำตาไหลซึมลงบนผิวเนื้อของเขา
“ทำไม...” ลลิลสะอื้น “ทำไมคุณถึงเอาตัวมารับะุแทนฉัน ทำไมคุณถึงไม่ปล่อยให้ฉันตายไปพร้อมกับเกมบ้าๆ นี่”
“ผมเคยคิดว่าตัวเองสามารถควบคุมทุกอย่างได้บนกระดานหมากนี้” ภาคินกระซิบ เสียงทุ้มของเขาสั่นพร่า ปลายนิ้วลูบไล้แผ่นหลังเนียนละเอียดของเธออย่างแ่เบา “ผมเคยคิดว่าคุณก็เป็แค่เครื่องมือชิ้นหนึ่ง... แต่ตอนที่เห็นศูนย์เล็งปืนทาบทับอยู่บนตัวคุณ ผมถึงได้รู้ว่า... พลังบงการจิตใจที่ผมมี มันไร้ค่าไปเลย เมื่อเทียบกับการที่ผมไม่สามารถบงการหัวใจตัวเองไม่ให้รักคุณได้”
คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาและปราศจากเล่ห์เหลี่ยมนั้น ทำให้ลมหายใจของลลิลสะดุด หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แสงสลัวจากภายนอกเผยให้เห็นั์ตาสีรัตติกาลที่เต็มไปด้วยความจริงใจและเว้าวอน
“คุณมันคนเห็นแก่ตัว ภาคิน” ลลิลกระซิบตอบ ริมฝีปากสั่นระริก “คุณทำให้ฉันเกลียดคุณไม่ได้... แล้วยังจะมาบังคับให้ฉันต้องแบกรับความรู้สึกพวกนี้อีก”
“ผมไม่ได้บังคับ...” ภาคินเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเธอออก “แต่ผมกำลังขอร้อง... ขอให้ผมได้เป็คนของคุณ ลลิล”
ความตึงเครียดทางอารมณ์ที่ถูกบีบอัดมาทั้งคืนปะทุขึ้นในวินาทีนั้น ลลิลไม่รอให้เขาพูดอะไรอีก เธอเป็ฝ่ายโน้มใบหน้าเข้าไปหาและประกบริมฝีปากลงบนริมฝีปากหยักลึกของเขาก่อน มันเป็การจูบที่ดุดัน เรียกร้อง และเต็มไปด้วยความกระหายที่จะ รสชาติเค็มปร่าของน้ำตาผสมผสานกับความหวานล้ำที่ซ่อนอยู่ภายใน
ภาคินครางรับในลำคออย่างพึงพอใจ แม้ร่างกายจะาเ็ แต่ไฟปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นกลับแผดเผาทุกความเ็ป เขาตอบรับจุมพิตของเธอด้วยความเร่าร้อนที่ทัดเทียมกัน สองมือหนาสอดเข้าไปใต้แผ่นหลังบาง รั้งร่างของเธอให้ขึ้นมาเกยทับอยู่บนตักของเขา
ผิวเนื้อที่เย็นเฉียบของลลิลปะทะกับความร้อนรุ่มจากร่างกายของภาคิน เธอกลายเป็ฝ่ายคุมเกม หญิงสาวผลักเขาให้เอนหลังพิงกับผนังไม้ของกระท่อมเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนาแ มือเล็กลูบไล้ไปตามแผงอกกว้าง ััรอยสักรูปหัวกะโหลกไขว้ที่เป็สัญลักษณ์แห่งความแค้น บัดนี้มันถูกแทนที่ด้วยรอยประทับริมฝีปากของเธอที่ลากไล้ลงมาอย่างอ้อยอิ่ง
“คืนนี้... ฉันจะเป็คนบงการคุณเอง” ลลิลกระซิบชิดใบหูของเขา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนขนอ่อนลุกซัน
ภาคินเหยียดยิ้ม รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น “ตามใจคุณเลย... เ้าหญิงของผม”
ปราการชิ้นสุดท้ายถูกปลดเปลื้องออกท่ามกลางเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคา ท่ามกลางความหนาวเหน็บของป่าลึก ร่างกายสองร่างหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ลลิลเป็ผู้นำจังหวะรักที่ดุดันและเร่าร้อน เธอใช้เรือนร่างของตนเองเป็เกราะกำบังและยารักษาาแให้เขา ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนทว่าลึกซึ้ง
ภาคินตอบรับทุกััของเธอด้วยความเต็มใจ เขาไม่จำเป็ต้องใช้พลังวิเศษใดๆ เพื่อผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอได้มอบทั้งร่างกายและจิติญญาให้เขาด้วยความสมยอม เสียงครางหวานหูผสานกับเสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังก้องอยู่ในกระท่อมหลังเล็ก พวกเขาผลัดกันเป็ผู้คุมเกม ผลัดกันตักตวงความสุขสมจากสรีระของกันและกัน แลกเปลี่ยนความบอบช้ำให้กลายเป็ความผูกพันที่ไม่มีสิ่งใดมาทำลายได้อีก
ค่ำคืนอันยาวนานผ่านพ้นไปพร้อมกับพายุฝนที่เริ่มซาลง
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านรอยแตกของแผ่นไม้เข้ามาตกกระทบใบหน้าของลลิลที่กำลังหลับสนิทอยู่บนแผงอกของภาคิน หญิงสาวหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ร่องรอยความเหนื่อยล้ายังคงปรากฏชัดเจน แต่ริมฝีปากของเธอกลับมีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่
ภาคินลืมตาตื่นขึ้นมาได้สักพักแล้ว เขาลูบเรือนผมนุ่มของเธออย่างทะนุถนอม ความเ็ปที่าแทุเลาลงบ้างแล้ว แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าคือความรู้สึกในอก เขาตระหนักได้ว่า การล้างแค้นทรงพลและท่านรัฐมนตรี จะต้องไม่แลกมาด้วยชีวิตของผู้หญิงคนนี้แผนการทุกอย่างจะต้องถูกเขียนขึ้นใหม่
ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะขยับตัวเพื่อจัดท่านอนให้เธอสบายขึ้น โทรศัพท์มือถือสำรองที่เขาซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกงและรอดพ้นจากการกระแทกมาได้ ก็สั่นเตือนขึ้นเบาๆ
ภาคินขมวดคิ้ว เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาเปิดดู
หน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก เป็ไฟล์ภาพหนึ่งรูป
มันคือภาพแอบถ่ายจากเลนส์สไนเปอร์อินฟราเรด... เป็ภาพของเขากับลลิลในสภาพเปลือยเปล่า กำลังหลับใหลอยู่ด้วยกันภายในกระท่อมหลังนี้!
พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เืในกายของภาคินจับตัวเป็น้ำแข็ง...
“จุดอ่อนของแก... สวยดีนะ ภาคิน เตรียมตัวบอกลาเธอได้เลย... พวกเราอยู่หน้าประตูแล้ว”
เสียงเหยียบกิ่งไม้หักดังขึ้นจากภายนอกกระท่อม... ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่เป็เสียงฝีเท้านับสิบคนที่กำลังโอบล้อมพวกเขาไว้ทุกทิศทาง!
กำแพงใจที่เริ่มสั่นคลอนทำเอาใจบางไปหมดแล้วค่ะ ฝากเพิ่มเข้าคลังและกดหัวใจให้คุณอ๊อดด้วยนะคะ ใครเชียร์คู่นี้อยู่คอมเมนต์บอกกันหน่อยนะคะ แล้วอย่าลืมกดติดตามกันไว้ด้วย