บทที่ 5
สอบเกาเข่า
ม่านฮวาเหลียนมองหนังสือที่ถูกขนเข้ามาในบ้าน ดีที่เตรียมชั้นหนังสือเอาไว้ และคนมาส่งไม่ใช่ใครที่ไหน เป็เจียงหู่นำมาให้ด้วยตนเอง
“คุณเจียงหู่ เชิญดื่มชา” เธอจำต้องต้อนรับเขาในฐานะเ้าบ้าน แม้ว่าได้ขายบ้านหลังนี้ไปแล้ว แต่ตามเงื่อนไขเธอสามารถอยู่ที่นี้ได้อีกสี่เดือน
ม่านฮวาเหลียนตัดสินใจสมัครสอบเกาเข่า ซึ่งจะจัดขึ้นในต้นเดือนหก ซึ่งเหลือเวลาอีกสองเดือนเท่านั้น การฟ้องหย่ากินเวลาไปหนึ่งเดือนเต็มๆ กว่าจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อย
“ขอบคุณ กลิ่นชาหอมมาก”
“ไม่ใช่ชาชั้นดีอะไรมากมาย”
“แต่พี่ชอบนะ” เจียงหู่เอ่ยด้วยเสียงทุ้มที่สื่อความหมาย สายตาจับจ้องคนงามตรงหน้า
“....”
“อยู่กินมื้อเที่ยงได้หรือเปล่า?”
“ไม่ได้ก็ไม่เป็ไร” เขาไม่ได้คาดหวังอยู่แล้ว
“แล้วคิดจะทำอะไรต่อจากนี้” เจียงหู่ยังคงเอ่ยปากถาม แม้ว่าคนของเขาจะสืบมาแล้วว่าอีกฝ่ายสมัครสอบเกาเข่าเพื่อเข้าเรียนในระดับชั้นมหาวิทยาลัย
“ฉันตั้งใจจะสอบเกาเข่าเพื่อเข้าเรียนในระดับชั้นมหาวิทยาลัย”
“คิดไว้ไหมว่าจะเข้าเข้าเรียนมหาวิทยาลัยไหน?” แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายสมัครสอบเกาเข่าแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเลือกเข้าเรียนมหาวิทยาลัยไหน
จากผลการเรียนที่คนของเขาสืบมาได้ ม่านฮวาเหลียนมีผลการเรียนที่ดีมาตลอด ดูเหมือนจะชอบอ่านหนังสือเป็อย่างมาก ดูจากหนังสือที่สะสมเก็บเอาไว้ เขาคิดว่าเธอจะต้องทำคะแนนสอบได้ดีอย่างแน่นอน
“ฉันยังไม่ได้ตัดสินใจ” การจะยื่นสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยไหน คณะอะไรต้องดูผลสอบก่อนว่ามีคะแนนมากพอหรือไม่
ม่านฮวาเหลียนมีตัวเลือกในใจแล้ว เพียงแต่ไม่อยากจะเอ่ยปากบอกใคร โดยเฉพาะคนตรงหน้าที่เข้ามาหาเธอด้วยจุดประสงค์ที่เธอไม่อาจตอบรับได้
“เธอคงไม่ไว้ใจฉัน ฉันเข้าใจได้ อยู่ ๆ ฉันก็เข้ามาในชีวิตของเธอ เป็เพียงคนแปลกหน้าที่พึ่งรู้จัก ค่อยๆ ทำความรู้จักกันไป” เจียงหู่รู้ดีว่าไม่อาจบีบบังคับความรู้สึกของอีกฝ่าย แล้วเขาก็ไม่อยากบีบบังคับด้วย เขาอยากให้เธอเปิดใจให้เขาด้วยความเต็มใจ
“คุณเจียงหู่มีงานที่เซียงไฮ้หรือคะ?”
“จะว่ายังนั้นก็ได้ ฉันจะอยู่ที่เซียงไฮ้อีกสองเดือน หวังว่าเธอจะไม่ปฏิเสธ” เจียงหู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาดุดัน
“เข้าใจแล้วค่ะ ขอบใจมากนะคะที่เอาหนังสือมาให้”
“ระหว่างนี้คนของฉันจะเข้ามาดูแลเธอ” ม่านฮวาเหลียนรู้ดีว่ามันไม่ใช่ประโยคบอกเล่า มันคือประโยคคำสั่ง เห็นนางสนมเสด็จลุงที่วังหลังให้มารยาเล่ห์กลมากมายเพื่อให้เสด็จลุงชื่นชอบ ดูเหมือนจะต้องงัดเอามารยาหญิงมาใช้กับคนตรงหน้าให้มากที่สุด
เจียงหู่ออกมาจากบ้านของม่านฮวาเหลียนก็ตรงไปที่ท่าเรือ การที่เขาเดินทางมาที่เซียงไฮ้นอกจากจะเริ่มโครงการก่อสร้างห้องชุดที่ร่วมทุนกับต่างชาติ แล้วมีภารกิจอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญ ที่ได้รับมอบหมายให้มาทำ เป็ภารกิจที่เขาต้องเอาคนของเขาติดตามมาด้วยนับสิบคน แต่ละคนล้วนมีฝีมือ
“เ้านายครับ อีกสามวันเรือลำหนึ่งจะเข้ามาเทียบท่าครับ”
“ใช่เป้าหมายของเราหรือเปล่า?” เสียงทุ้มเอ่ยถาม
“คิดว่ามีความเป็ไปได้มากครับ”
“สืบทุกร่องรอยให้แน่ชัด ห้ามปล่อยไปแม้แต่นิดเดียว งานนี้ต้องรอบคอบห้ามผิดพลาดอย่างเด็ดขาด” เจียงหู่บอกคนสนิทด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ภารกิจของเขาครั้งนี้มีความสำคัญเป็อย่างมาก ไม่อย่างนั้นนายท่านตระกูลเจียงคงไม่ส่งเขามา
ธุรกิจทุกอย่างในเซียงไฮ้ของตระกูลเจียงมีคุณชายห้า เจียงขุย เป็ผู้ดูแล การมาของเขาทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ แต่เพราะเขาเป็คนสนิทของคุณชายใหญ่อีกฝ่ายเลยไม่สามารถตำหนิเขาโดยตรงได้ แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าอีกฝ่ายจะไม่เล่นงานเขา
อีกทั้งในเซียงไฮ้ไม่ใช่มีแค่ตระกูลเจียงที่มีอำนาจ ยังมีอีกสี่ตระกูลหลัก และมีสองตระกูลที่เป็พันธมิตรเกี่ยวดองกันอย่างมั่นคงอีกด้วย ตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจหลายตระกูลก็้าตามหาร่องรอยของสิ่งนั้นเช่นเดียวกัน
มันหายไปจากแผ่นดินใหญ่ในปี ค.ศ. 1964 หลังการมีการเปลี่ยนรัฐบาลและเปิดนโยบายการค้าเสรี ภาครัฐเริ่มฟื้นฟูเศรษฐกิจและการศึกษา เมื่อปีก่อนร่องรอยของมันก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง โดยคนของตระกูลสายรองคนหนึ่งที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ เดิมคุณชายผู้นั้นเป็ถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยสอนประวัติศาสตร์ วัตถุที่ขุดจากสุสานโบราณตระกูลใหญ่ย่อมเห็นผ่านตา
เมื่อพบที่ต่างประเทศก็ได้เขียนบันทึกและวาดภาพเอาไว้หลายชิ้น หนึ่งในนั้นเป็ของที่ตระกูลใหญ่หลายตระกูลตามหา ตระกูลเจียงเองก็เช่นกัน
อีกไม่นานข่าวการเทียบท่าของเรือลำนั้นจะกระจายไปจนทั่ว ทุกตระกูลใหญ่จะมีการเคลื่อนไหว เจียงหู่รู้ดีว่าไม่อาจทำงานพลาดได้เลย สำหรับตระกูลเจียงแล้วไม่มีที่ยืนสำหรับคนที่ทำงานพลาด
ม่านฮวาเหลียนเก็บตัวอยู่ในบ้าน ศึกษาภูมิศาสตร์ในแต่ละเมือง โดยเฉพาะเมืองหลวงอย่างปักกิ่ง แน่นอนว่าเป็เมืองศูนย์กลางแห่งความเจริญรุ่งเรือง
อีกทั้งยังมีมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของแผ่นดินตั้งอยู่ที่นั่น ม่านฮวาเหลียนศึกษาข้อมูลของมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งและอันดับสองของประเทศอย่างละเอียด คิดว่าคะแนนสอบของเธอไม่น่าจะมีปัญหา เธอจะต้องเข้าเรียนในคณะที่ตัวเอง้า
ผู้หญิงที่หย่าร้างกับสามี มักจะถูกมองด้วยสายตาดูแคลนอยู่เสมอ เมื่อวันก่อนออกไปซื้อของ เจอผู้คนที่เคยพบหน้า พวกเขาเอาแต่จ้องมองเธอด้วยแววตาดูถูกและสงสาร มีทั้งคนที่เข้าข้างเธอ และเข้าข้างอดีตสามี ยิ่งอดีตแม่สามีอย่างคุณนายเฉิงที่เจ็บแค้นแทนลูกชาย ชอบเอาเธอไปพูดลับหลังเสียๆ หายๆ ไส้ร้ายป้ายสี
ยังดีที่ได้เจียงหู่ยื่นมือเข้าช่วย แม้พวกเขาอยากจะเข้ามาระรานก็ไม่กล้าลงมือ เพราะมีผู้คุ้มกันฝีมือดีของตระกูลเจียงคอยดูแลเวลาที่ออกไปนอกบ้านและอยู่ในบ้าน
ม่านฮวาเหลียนมาที่ร้านขายหนังสือและร้านขายของเก่า สิ่งที่เธอ้าค่อนข้างหายาก พลังธาตุของเธอเลื่อนระดับมาถึงจุดสูงสุดของผู้ฝึกธาตุระดับาาขั้นสูงแล้ว
สำนักพยัคฆ์เมฆา เชี่ยวชาญการหลอมอาวุธและเคล็ดวิชาการต่อสู้ แน่นอนว่าท่านหญิงที่มีสายเืเชื้อพระวงศ์ย่อมได้รับการสืบทอดวิชาลับมา
หนึ่งในวิชาลับที่เรียนรู้ได้ยากที่สุด คือการหลอมอาวุธเวทย์ อาวุธเวทย์แบ่งออกเป็สองชนิดคือ เวทย์มิติและเวทย์ต่อสู้ เธอสามารถหลอมอาวุธเวทย์ได้ แต่ต้องหาวัสดุ ด้วยความแตกต่างกันของสองดินแดนทำให้การหาวัสดุไม่ใช่เื่ง่าย ปกติอาวุธเวทย์จะสร้างจากศิลาธาตุ แก่นพลังอสูร แก่นพลังธาตุที่ถือกำเนิดจากพลังของฟ้าดิน ทั้งหมดที่ใช้สร้างอาวุธเวทย์ไม่สามารถหาได้จากโลกใบนี้
ม่านฮวาเหลียนเริ่มจากการหลอมอาวุธเวทย์ชิ้นเล็กๆ อย่างจี้หยก เป็หยกจักรพรรดิดิบหนึ่งก้อน ก้อนเล็กๆ เท่ากำปั้น ได้มาจากร้านขายของเก่าโดยบังเอิญ แล้วก็ได้กระบี่ไม้ความยาวหนึ่งซุน (20 นิ้ว) มาหนึ่งเล่ม ทำจากไม้ชิงชังที่หายากอีกด้วย
ในตอนนี้กิจวัตรประจำวันของเธอนอกจากอ่านหนังสือทบทวนตำราเพื่อสอบเกาเข่าแล้วในเวลาวัน ส่วนกลางคืนก็มาทดลองหลอมอาวุธเวทย์โดยเฉพาะอาวุธเวทย์มิติ ที่จะทำให้ชีวิตของเธอมีหนทางรอดมากขึ้น หากจะต้องเดินทางไกล การมีอาวุธเวทย์มิติติดตัวไปด้วยจะทำให้ทุกอย่างง่ายยิ่งขึ้น ทุกๆ 2-3 วันเจียงหู่จะแวะมาหาเธอที่บ้าน เขามักจะมีของฝากมาให้เธอเสมอ บางวันเขาแวะมาทานมื้อเที่ยงด้วย บางวันก็แวะมาทานมื้อเย็น ใช้เวลาพูดคุยกันตอนที่อีกฝ่ายว่างไม่มีงาน ทำให้ม่านฮวาเหลียนได้ข้อมูลที่อยากรู้มาหลายอย่าง
ตระกูลเฉิงสายรองก็ไม่ได้มาวุ่นวายอะไรกับเธอเลย อาจจะเป็เพราะเธอไม่ได้ออกจากบ้าน อยากได้อะไรก็มีคนของเจียงหู่คอยจัดการหามาให้
เวลาส่วนมากหมดไปกับการทดลองอาวุธเวทย์ มีอยู่คืนหนึ่งที่เธอแอบสะกดรอยตามเจียงหู่ไปที่ท่าเรือ อีกทั้งยังมีคนสองกลุ่มคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของเขา ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังตาหาอะไรบางอย่างอยู่ ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มันจะต้องเป็อะไรที่สำคัญและมีค่ามากอย่างแน่นอน เพราะทำให้ตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจเคลื่อนไหวพร้อมกัน
พวกเขาตรวจค้นเรือที่มาเทียบท่าทุกลำ เธอแอบตามคนของตระกูลใหญ่ไป พบว่าเป็ของคนตระกูลเซียว คนพวกนี้ฝีมือเทียบเจียงหู่ไม่ได้ ทำให้เธอสามารถเข้าใกล้และได้ยินทุกประโยคที่พูดคุยกัน
วันเวลาผ่านไปในที่สุดสิ่งที่ม่านฮวาเหลียนพยายามมานานสองเดือนเต็มก็สำเร็จ นั่นคืออาวุธเวทย์มิติสองชิ้นที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งาน แม้ว่าจะมีเนื้อเสมือนห้องโถงหนึ่งห้องที่มีพื้นที่เพียง 20 ตารางเมตรก็ตาม
ม่านฮวาเหลียนเก็บเงินและของมีค่าเอาไว้ในอาวุธเวทย์มิติโดยทันที เมื่อถึงเวลาจวนตัวเธอสามารถไปแต่ตัวได้เลย เพราะของมีค่าและของที่จำเป็ถูกจัดเก็บเอาไว้ในอาวุธเวทย์มิติจนหมดแล้ว
เมื่อถึงวันที่กำหนดสอบม่านฮวาเหลียนก็มาเข้าร่วมการสอบเกาเข่าโดยไร้ความกังวลใดๆ การจัดสอบใช้เวลาทั้งหมดสองวัน วันแรกของการสอบม่านฮวาเหลียนแต่งตัวเรียบร้อย รวบผมยาวของตนเองผูกโบให้เรียบร้อย แต่งกายตามประกาศของส่วนกลาง
การจัดสอบจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเซียงไฮ้ มีเยาวชนทั้งชาย หญิงเดินทางมาเข้ารวมสอบ เพราะความสอบเกาเข่าเปรียบเสมือนความหวังและความฝันของเยาวชนคนรุ่นใหม่ เป็การปูทางสำหรับอนาคตที่ทุกคนก็วาดหวัง งานการที่ดี ชีวิตที่ดีขึ้น
วันนี้เป็วันสอบวันสุดท้าย เธอมั่นใจว่าคะแนนสอบออกมาจะสามารถยื่นเข้าคณะที่ตัวเองสนใจได้อย่างแน่นอน เธอเดินออกมาจากห้องสอบด้วยความโล่งใจ สองเดือนที่ทุ่มเทเวลาให้กับการหนังสือ โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ โชคดีที่พื้นฐานความรู้เ้าของร่างเดิมดีมาก ทำให้เธอเรียนรู้และต่อยอด จนมั่นใจว่าสามารถทำคะแนนออกมาได้ดีอย่างแน่นอน
ม่านฮวาเหลียนเองก็อยากััชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย อยากจะรู้ว่าการมีเพื่อนเรียนร่วมชั้นเรียนจะรู้สึกอย่างไร การใช้ชีวิตอย่างอิสระคงดีเป็อย่างมาก เธอเฝ้ารอให้่เวลาการเปิดภาคเรียนมาถึงโดยเร็ว
ม่านฮวาเหลียนยังวางแผนการสร้างได้ที่มั่นคงให้กับตัวเอง แม้ว่าจะมีเงินเก็บจำนวนมากถึงห้าล้านหยวน ไหนจะเครื่องประดับและของมีค่าอื่นๆ ที่เก็บเอาไว้อีก แต่หากไม่หาเพิ่มสักวันก็ต้องหมดลง เป้าหมายของเธออีกอย่างหนึ่งก็คือ ร่ำรวยเงินทอง
“ฮวาเหลียน” เสียงทุ้มเอ่ยเรียก ใบหน้าที่ดูดีของอีกฝ่ายเรียกสายตาของผู้คนได้เป็อย่างดี เจียงหู่อยู่ในชุดสูทสีเทาเข้ม อีกทั้งยังเดินลงมาจากรถยนต์หงฉีสีดำคันใหญ่
“คุณเจียงหู่”
“พี่มารับกลับบ้าน” เจียงหู่เสร็จงานก็แวะมารับม่านฮวาเหลียน วันนี้เป็วันสอบเกาเข่าวันสุดท้าย เขาเลยตั้งใจมารอรับอีกฝ่ายด้วยตนเอง
“ขอบคุณมากนะคะ” แม้ว่าจะรู้สึกอึดอัดใจอยู่ไม่น้อยกับความรู้สึกที่อีกฝ่ายมีให้เธอ จะว่าเธอหลอกใช้เขาก็ไม่แปลก เพราะดูเหมือนเขาก็มีจุดประสงค์ที่เข้าหาเธอเช่นกัน แม้ว่าความรู้สึกที่เขามีให้จะเป็เื่จริงก็ตาม
“นั่นม่านฮวาเหลียนนิ ฉันได้ยินว่าหล่อนหย่ากับสามี”
“หญิงกำพร้าตระกูลม่านคนนั้นนะหรือ?”
“ใช่ๆ ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน หล่อนแท้งลูก ร่างกายไม่สามารถมีลูกได้ สามีเลยมีเมียน้อย”
“แม่ฉันบอกว่าหล่อนเป็คนฟ้องหย่าสามี เพราะอีกฝ่ายคบชู้”
“คบชู้แล้วยังไง ไม่ใช่ว่าหล่อนเป็แม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้หรอกหรือ สามีจะไปมีผู้หญิงอื่นก็ไม่ใช่เื่แปลก เป็หล่อนที่ใจแคบเอง”
“ไม่ใช่ว่าหล่อนเองก็มีผู้ชายคนใหม่หรอกหรือถึงได้กล้าฟ้องหย่า เธอไม่เห็นผู้ชายคนนั้นหรือยังไง ดูดีมาก ดูก็รู้ว่ารวยมาก”
“ผู้ชายคนนั้นดูน่ากลัว ไม่รู้หล่อนคิดยังไงถึงฟ้องหย่าสามีแล้วมาคบผู้ชายแบบนั้น”
“ตระกูลเฉิงสายรองไม่ได้ร่ำรวย เห็นว่าที่แต่งเข้าก็เพราะหวังพึ่งความร่ำรวยของตระกูลม่าน ไม่แปลกที่อดีตสามีหล่อนจะมีเมียน้อย”
“แต่หล่อนดูสวยขึ้นกว่าเมื่อก่อน คงพึ่งพาผู้ชายคนใหม่ของหล่อนอย่างแน่นอน น่าอิจฉาหล่อนจริงๆ ที่มีผู้ชายร่ำรวยหน้าตาดีมาติดพัน”
“เหอะ หล่อนก็แค่หญิงหม้าย ผ่านการแต่งงานมาแล้ว ผู้ชายคนนั้นอาจจะเข้ามาหลอกหล่อนก็ได้ ไม่มีผู้ชายดีๆ ที่ไหนจะจริงใจกับผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานหรอก”
เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นหลังจากที่ม่านฮวาเหลียนขึ้นรถยนต์กับเจียงหู แน่นอนว่าม่านฮวาเหลียนประสาทััยอดเยี่ยม จึงได้ยินที่ทุกคนพูดกันแต่ก็ไม่คิดเก็บมาใส่ใจ
“ให้พี่จัดการให้ไหม?”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ มีปากก็พูดกันไป ไม่นานพวกเขาก็ลืมไปเอง” เมื่อมีเื่ใหม่มาผู้คนก็จะลืมเลือนไปเอง อีกอย่างเธอไม่คิดจะอยู่ที่เซียงไฮ้
“ส่วนเื่ตระกูลเฉิงสายรอง ฉันขอบคุณมาก แต่ฉันอยากเป็คนจัดการพวกเขาเองมากกว่า” ม่านฮวาเหลียนบอกกับอีกฝ่ายตรงๆ
“....” เจียงหู่ไม่รู้จะพูดอะไร เขาทำเพียงขับรถยนต์เคลื่อนตัวออกไป ความรู้สึกที่มีต่อคนข้างๆ ตัวเขาย่อมแสดงออกมาอย่างชัดเจน เขาแค่อยากปกป้องและดูแลเธอให้ดีที่สุด
ม่านฮวาเหลียนได้รับจดหมายที่ไปรษณีย์มาส่งด้วยความตื่นเต้น ในที่สุดคะแนนสอบเกาเข่าก็มาอยู่ในมือของเธอ นิ้วเรียวเปิดจดหมายตัวความตื่นเต้น ผลความพยายามและทุ่มเทไม่ได้ทำให้ต้องผิดหวัง แม้ว่าไม่ได้คะแนนเต็มหรือเป็อันดับหนึ่งของประเทศ แต่ม่านฮวาเหลียนก็ติดหนึ่งในสิบผลการสอบระดับประเทศ
เจียงหู่เดินทางกลับปักกิ่งได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว ทุกๆ สามวันเขามักจะโทรมาหาเธออยู่เสมอ พูดคุยถามไถ่ความเป็ไปของเธอ ถึงแม้ว่าเขาจะไปแล้ว แต่เขาก็ยังทิ้งคนของตัวเองเอาไว้สองคนให้คอยดูแลความปลอดภัยของเธอ
ม่านฮวาเหลียนเก็บผลคะแนนสอบเอาไว้ในแหวนเวทย์ อาวุธเวทย์มิติชิ้นแรกที่สร้างจากหยกจักรพรรดิเนื้อดีไร้ตำหนิ ข้าวของทุกอย่างในบ้านได้ถูกเก็บเอาไว้ในแหวนมิติหมดแล้ว
คืนนี้ม่านฮวาเหลียนจะเดินทางออกจากเซียงไฮ้ โดยจะมุ่งหน้าไปที่มณฑลเจียงซู ซานตง เหอเป่ย เทียนจินและจุดหมายของการเดินทางครั้งนี้คือ ปักกิ่ง
บ้านตระกูลเฉิงสายรอง บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด สิ่งสำคัญของลูกชายคนโตของบ้าน คือต้องรีบมีทายาทเอาสืบสกุล เพื่อตำแหน่งผู้นำตระกูลที่มั่นคง เฉิงเหล่ยกำลังเคร่งเครียดเพราะผลตรวจร่างกายของเขามีความผิดปกติ
แล้วมันเป็สิ่งที่เขารับไม่ได้ ตัวเขาเป็หมัน ซึ่งหมอที่รักษาหาต้นสายปลายเหตุไม่ได้ แต่จะเป็ไปได้ยังไง ก่อนหน้านี้เขามาตรวจร่างกายพร้อมกับอดีตภรรยาอย่างม่านฮวาเหลียน ร่างกายของเขายังคงปกติดี
เฉิงเหล่ยโมโหแพทย์ผู้ตรวจ เขาโวยวายว่าเป็ความผิดพลาดของทางแพทย์ที่ตรวจและวินิจฉัยผิด เขาไม่มีทางยอมรับว่าตัวเองเป็หมันโดยเด็ดขาด แน่นอนว่าเื่นี้ผู้เป็แม่ก็ทราบเื่ด้วย เพราะตอนที่คุณหมอเข้ามาแจ้งอาการ นางซูเมิ่งผู้เป็แม่ก็อยู่ด้วย นางเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าลูกชายคนโตจะเป็หมัน
ทำไม์ถึงได้ทอดทิ้งลูกชายของนาง ซูเมิ่งไม่อาจทำใจยอมรับได้จริงๆ เฉิงตงซานเองก็ทราบเื่จากแพทย์ที่ทำการรักษา เพราะเมื่อตนเอ่ยถามอาการป่วยของลูกชายคนโต ภรรยาเอาแต่หลบเลี่ยงมาตลอด ทำให้เขาต้องมาถามแพทย์ผู้รักษาด้วยตนเอง
“ยกตำแหน่งผู้นำตระกูลให้อาฟางซะ”
“พ่อ”
“ในเมื่อแกไม่อาจมีทายาทได้อีกต่อไป ก็ไม่มีคุณสมบัติเป็ผู้นำตระกูลต่อจากฉัน” เฉิงตงซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คุณพี่ค่ะ” ซูเมิ่งไม่คิดว่าพูดเป็สามีพูดจาทำร้ายจิตใจลูกชายคนโตเช่นนี้
“เื่ทายาทสำคัญกับตระกูลเฉิงสายรองมาก” เฉิงตงซานจะไม่ยอมให้สกุลเฉิงสายรองไร้ผู้สืบทอดอย่างแน่นอน
“ที่ครอบครัวเรามีวันนี้ได้ก็เพราะอาเหล่ย คุณพี่อย่าลืมนะคะ”
“อีกหนึ่งปีอาฟางจะเรียนจบ ทันทีที่เรียนจบอาฟางจะเข้ามาดูแลธุรกิจต่อทันที” ยังดีที่เขามีลูกชายคนรองอยู่ เฉิงอี้ฟางก็มีความสามารถไม่แพ้เฉิงเหล่ย
“แต่ผมเป็คนสร้างทุกอย่างมา” เฉิงเหล่ยเอ่ยออกมาด้วยความเ็ป เขาเป็ลูกชายคนโต พ่อของเขาถึงแม้จะเป็นายทหารมียศ แต่ก็เป็เพียงสายรอง ไม่ได้เป็ที่รักของคุณปู่คุณย่า เฉิงเหล่ยก็เลยตั้งปณิทานว่าจะต้องนำพาครอบครัวให้ร่ำรวย
แม้จะมีความสามารถแต่ขาดเงินทุนและโอกาสก็ไม่สามารถเริ่มธุรกิจได้ พอตระกูลเฉิงสายหลักบอกว่ามีสัญญาหมั้นหมาย อีกทั้งยังต้องแต่งเข้าตระกูล แต่เฉิงเหล่ยก็เลือกที่จะตอบรับ พอเข้ามาเป็ผู้นำตระกูลม่าน เขาก็ได้เงินลงทุนจำนวนมาก เพียงแค่หนึ่งปีเขาก็สามารถสร้างธุรกิจนำเข้าได้อย่างมั่นคง เพียงแค่เขามีทายาทไม่ได้ ผู้เป็พ่อถึงกับมองเขาด้วยแววตาผิดหวังและเ็า
เฉิงเหล่ยรู้สึกเ็ปเป็อย่างมาก ทำไมชีวิตเขาต้องมาเจออะไรแบบนี้ ต้องเป็เพราะคำสาปแช่งของอดีตภรรยาอย่างม่านฮวาเหลียนแน่ ๆ
ความผิดพลาดทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็เพราะม่านฮวาเหลียน ฟ้องหย่าจากตัวเขา เฉิงเหล่ยโยนความผิดทุกอย่างไปให้อดีตภรรยาแต่เพียงผู้เดียว
----TBC----