ทะลุมิติมาเป็นเจ้าก้อนแป้งน้อยตระกูลหลี่ พร้อมมิติลับฝ่าภัยพิบัติ!

    บทที่ 34 ข้อดีของการเกาะขาผู้มีอำนาจ

            เมื่อแม่เฒ่าหลี่เห็นดังนั้น ก็รีบกล่าวขึ้นทันที

     

            “เจียฮวาน พรุ่งนี้ตอนเย็นเจ้าตามอาสะใภ้สี่ไปช่วยงาน แล้วก็อวี้หรู เจ้าก็ไปด้วย ทางนั้นจ่ายค่าแรงตั้งมากมาย พวกเราควรขยันทำงานให้มากหน่อย”

     

            เจียฮวานพยักหน้าหงึก ๆ จ้าวอวี้หรูก็ขานรับ “ท่านแม่วางใจได้เลย พวกเราจะไม่ขี้เกียจแน่นอน”

     

            “ท่านแม่! ข้าก็อยากไป ข้าช่วยหงอิงทำอาหารได้!”

     

            อู๋ชุ่ยฮวารีบจัดการข้าวในชามสามคำจนหมด แล้วถลาเข้าไปหาแม่เฒ่าหลี่ ร้องโวยวายขอตามไปด้วย

     

            นั่นเป็นงานเลี้ยงแต่งงานเชียวนะ แถมยังต้องรับรองแขกผู้มีเกียรติ ของอร่อยต้องมีเยอะแน่นอน

     

            หากได้ไปอยู่ในห้องครัว ถึงตอนนั้นจะกินเท่าไหร่ก็ได้ตามใจอยาก

     

            อีกอย่าง ในบ้านมีลูกสะใภ้ทั้งหมดสามคน หากสองคนไปบ้านตระกูลขงกันหมด จะเหลือให้นางทำงานบ้านอยู่คนเดียวได้อย่างไร นางไม่ยอมเด็ดขาด

     

            แม่เฒ่าหลี่มีหรือจะดูไม่ออกถึงความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของนาง จึงปฏิเสธด้วยใบหน้าเย็นชาทันที

     

            “ไม่ได้ ปกติงานในครัวเจ้าไม่เคยหยิบจับเลย จะตามไปทำอะไร ไปกินหรือ? อยู่บ้านให้เรียบร้อย ถ้าข้ารู้ว่าเจ้าแอบตามไปทำให้ขายหน้า ข้าจะตีขาเจ้าให้หัก!”

     

            อู๋ชุ่ยฮวาถูกด่าจนหน้าเสียเหมือนมะเขือยาวโดนน้ำค้างแข็ง แต่นางยังคิดจะโวยวาย

     

            หลี่เหลาเอ้อร์ก็ถลึงตาใส่

     

            “ท่านแม่พูดถูกแล้ว เจ้าก็อยู่ทำงานบ้านให้เรียบร้อยเถอะ”

     

            “นั่นสิ พี่สะใภ้รอง เมื่อวานนี้ก้อนถั่วหมักที่ตากไว้ยังไม่ได้พลิกเลย วันมะรืนนี้พี่สะใภ้อยู่บ้านพอดี ก็ช่วยดูและพลิกให้ด้วยนะ”

     

            จ้าวอวี้หรูใจอ่อน ไม่อยากให้อู๋ชุ่ยฮวาอาละวาดจนบ้านไม่สงบ จึงรีบจัดหางานที่เบาที่สุดให้นางทำ

     

            น่าเสียดายที่อู๋ชุ่ยฮวาไม่ซาบซึ้ง กลับคิดว่าทุกคนกำลังรุมรังแกนาง

     

            นางโกรธจนหน้าแดงก่ำ คว้าสาลี่สีขาวลูกใหญ่จากตะกร้าบนเตียงดินเผา แล้วสะบัดหน้าวิ่งหายวับไป

     

            เจียอินที่นอนอยู่ข้างตะกร้า เกือบจะถูกตะกร้ากระแทกใส่ นางโกรธจนกำปั้นน้อย ๆ กวาดแกว่งไปมา

     

            ป้าสะใภ้รองคนนี้ช่างน่ารังเกียจเสียจริง!

     

            แม่เฒ่าหลี่รีบอุ้มหลานสาวขึ้นมาตรวจดูอย่างละเอียด เมื่อเห็นว่าไม่เป็นไรจึงเบาใจ

     

            หลี่เหลาเอ้อร์เองก็รู้สึกว่าภรรยาตัวดีของตนช่างน่าขายหน้า แม้จะมีไฟสุมอยู่ในอกแต่ก็ไม่อยากให้ท่านแม่ต้องขุ่นเคืองใจเพิ่ม จึงได้แต่ก้มหน้ากินข้าวต่อไป

     

            คืนนั้น หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จ เขาก็เดินหน้าบึ้งกลับไปยังห้องทางทิศใต้

     

            อู๋ชุ่ยฮวาเข้าไปอยู่ในผ้าห่มตั้งนานแล้ว เมื่อได้ยินเสียงของหลี่เหลาเอ้อร์ จึงพลิกตัวหันมามองเขา

     

            “เหลาเอ้อร์ ท่านดูพวกเหลาซื่อสิ ทั้งล่าสัตว์ทั้งช่วยงานเลี้ยง ประจบประแจงท่านแม่ทุกวี่ทุกวัน กดพวกเรากับบ้านสามจนมิดหัว ท่านต้องหาทางสิ! ไหนว่าอยากเข้าเมืองไปหางานทำอย่างไรเล่า รีบไปเสียสิ!”

     

            อู๋ชุ่ยฮวาเห็นหลี่เหลาเอ้อร์ไม่พูด จึงคิดว่าเขาคล้อยตาม จึงยุยงต่อไป

     

            “ถ้าท่านหาเงินในเมืองได้ พวกเราถึงจะยืดอกอยู่ในบ้านได้ จะได้ไม่ต้องคอยดูสีหน้าพวกเข...”

     

            “พอแล้ว นอนเสียเถอะ ต่อไปก็หุบปากเน่า ๆ ของเจ้าซะ ถ้าทำให้ท่านแม่โกรธอีก ข้าจะไม่สนใจเจ้าแล้ว!”

     

            หลี่เหลาเอ้อร์รำคาญ จึงตวาดออกไปคำหนึ่งแล้วพลิกตัวนอน

     

            อู๋ชุ่ยฮวาส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยควงามโกรธ แต่ก็ไม่กล้าแหย่เขาจริง ๆ ไม่นานก็หลับจนกรนสนั่น

     

            ท่ามกลางความมืด ดวงตาของหลี่เหลาเอ้อร์กลับเป็นประกาย เขาอยากเข้าเมืองไปหางานทำจริง ๆ

     

            แต่เขาต้องการส่งเสียให้ลูกได้เรียนหนังสือ และเพื่อกตัญญูต่อท่านแม่ ไม่ใช่เพราะสิ่งที่อู๋ชุ่ยฮวากล่าว

     

            พี่น้องสามคนของพวกเขา มีเกียรติและอัปยศร่วมกัน ไม่มีเรื่องของการดูถูกกันหรอก

     

            แต่ในอนาคตเขายังต้องหาโอกาสลองดู หากได้งานดี ๆ ครอบครัวจะได้พลอยได้รับประโยชน์ และท่านแม่จะได้คลายกังวลลงบ้าง

     

            วันต่อมา หลังจากกินมื้อเที่ยง เมื่อเถาหงอิงและจ้าวอวี้หรูจัดการงานบ้านจนเกือบเสร็จ จึงเตรียมตัวออกเดินทาง

     

            แม่เฒ่าหลี่คิดว่าคืนนี้ต้องค้างที่บ้านตระกูลขง จึงอยากให้หลานสาวอยู่ที่บ้าน เพราะการพานางออกไปข้างนอกไม่สะดวกในหลาย ๆ เรื่อง

     

            แต่เจียอินไม่อยากอยู่ นางเพิ่งเคยเห็นงานแต่งงานเป็นครั้งแรก จะพลาดความครึกครื้นนี้ได้อย่างไร

     

            เช่นนั้น นางจึงดึงชายเสื้อของท่านแม่ไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยเด็ดขาด

     

            แม่เฒ่าหลี่รักหลานสาวดั่งแก้วตาดวงใจ ย่อมทำใจไม่ได้ สุดท้ายจึงยอมให้นางตามไปด้วย

     

            แล้วก็มีหลี่เหลาซื่อตามไปด้วยอีกคน เพื่อไปดูแลบุตรสาว...

     

            เจียอินฉีกยิ้มให้แม่เฒ่าหลี่ พยายามโบกมือเล็ก ๆ ลาอย่างขยันขันแข็ง พร้อมกับหัวเราะคิกคักด้วยความตื่นเต้น

     

            จากนั้นก็นอนหมอบอยู่บนหลังบิดา ทำตัวว่าง่ายเป็นเด็กดีอีกครั้ง จนทำให้แม่เฒ่าหลี่ทั้งขำทั้งระอา

     

            บางครั้ง นางรู้สึกว่าหลานสาวคนนี้ฉลาดหลักแหลมเหลือเกิน ไม่เหมือนเด็กเลยสักนิด

     

            แต่คำพูดนี้ นางคิดอยู่ในใจคนเดียว ไม่มีทางบอกใครเด็ดขาด

     

            ไม่ว่าหลานสาวจะเป็นอย่างไร ต่อให้เป็นคนโง่ ก็ยังเป็นลูกหลานตระกูลหลี่

     

            ยิ่งฉลาดเกินตัวแบบนี้ ยิ่งเป็นเรื่องดี!

     

            ใช่ เรื่องดีมาก!

     

            พักเรื่องที่แม่เฒ่าหลี่พยายามปรับความรู้สึกของตัวเองไว้ก่อน

     

            ย้อนกล่าวถึงเถาหงอิงและพวกผู้ใหญ่สี่คน เด็กหนึ่งคน เดินทางมาถึงบ้านตระกูลขง

     

            ฮูหยินขงเห็นดังนั้นก็ดีใจมาก ค่าแรงสองตำลึง แต่ได้คนมาช่วยงานถึงสี่คน ช่างคุ้มค่าเหลือเกิน

     

            เถาหงอิงตรวจสอบวัตถุดิบและเครื่องปรุง แล้วเริ่มลงมือล้างผักเตรียมอาหารทันที

     

            นอกจากนี้ยังต้องเริ่มตั้งกระทะ เพราะคืนนี้บ้านตระกูลขงต้องรับรองญาติสนิทมิตรสหายที่เดินทางมาถึงก่อน อย่างน้อยต้องเตรียมไว้สักสองโต๊ะ

     

            ฮูหยินขงส่งหญิงรับใช้สามคนและสาวใช้สองคนมาช่วย ทั้งห้าคนไม่ได้ขี้เกียจ เมื่อทำงานร่วมกันจึงไม่มีการกระทบกระทั่งกัน

     

            ยุ่งอยู่เช่นนี้ตลอดทั้งบ่าย จนถึงเวลาโพล้เพล้ ญาติมิตรของบ้านตระกูลขงก็ได้ลิ้มลองฝีมือของเถาหงอิงล่วงหน้า

     

            ส่วนเถาหงอิงนำขาหมูและหัวหมูที่ต้องเคี่ยวด้วยไฟอ่อนตลอดทั้งคืนใส่ลงในหม้อ จัดการฟืนให้เรียบร้อย แล้วรีบกินข้าวสองสามคำก่อนจะไปพักผ่อน

     

            บ้านตระกูลขงเตรียมห้องปีกให้ครอบครัวหลี่ ซึ่งมีเตียงดินเผาขนาดใหญ่พอสำหรับนอนได้ทั้งครอบครัว

     

            เพียงแต่การที่พี่สะใภ้ น้องชายของสามี และหลานชายต้องนอนด้วยกันนั้นค่อนข้างกระอักกระอ่วน ภายหลังเจียอินจึงเป็นผู้ช่วยแก้ปัญหา

     

            ยัยหนูตัวอ้วนกลมนอนตรงกลาง ด้านซ้ายคือเถาหงอิงและจ้าวอวี้หรู ด้านขวาคือหลี่เหลาซื่อและเจียฮวาน แบ่งเขตชัดเจนแต่กลับดูลงตัวอย่างยิ่ง

     

            กลางดึก หลี่เหลาซื่อลุกขึ้นไปเติมฟืนในห้องครัวสองครั้ง

     

            ก่อนฟ้าสาง เถาหงอิงและคนอื่น ๆ ก็ตื่นขึ้นมา

     

            เจียอินยังคงหลับอยู่ หลี่เหลาซื่อจึงคอยเฝ้าบุตรสาวพร้อมกับนอนพักผ่อนต่อ

     

            เมื่อคนบ้านตระกูลขงตื่นขึ้น เถาหงอิงและคนอื่น ๆ ก็วุ่นวายอยู่ในห้องครัวได้พักใหญ่แล้ว

     

            เกี๊ยวน้ำไส้หมูสับต้นหอม และน้ำที่เคี่ยวจากกระดูกหมูนั้นรสชาติกลมกล่อมยิ่งนัก ทำให้คนบ้านตระกูลขงพึงพอใจมาก

     

            เจียอินตื่นขึ้นเพราะปวดปัสสาวะ เมื่อไม่เห็นท่านแม่ก็ส่งเสียงอ้อนวอนเบา ๆ

     

            หลี่เหลาซื่อรีบพาลูกสาวไปปัสสาวะ จากนั้นจึงอุ้มไปหาภรรยาเพื่อให้นม

     

            ประจวบเหมาะกับที่ฮูหยินขงกำลังคุยอยู่ในห้องครัว เมื่อเห็นเจียอินขาวอวบ ดวงตากลมโตกลอกกลิ้งมองตามผู้คนไปมา ไม่ร้องไม่โยเย สวมชุดสีแดงดูเป็นมงคลยิ่งนัก นางก็คิดว่าบุตรชายแต่งงานแล้ว หากหลานคนแรกได้หลานสาวแบบนี้ก็คงดี จึงยิ่งชอบเจียอินมากขึ้น

     

            ไม่เพียงแต่อาสาอุ้มอยู่พักหนึ่ง แต่ยังมอบถุงใส่ของให้หนึ่งใบ ในถุงมีเงินแท่งเล็ก ๆ รูปถั่วลิสงสองชิ้น

     

            เจียอินผู้คลั่งไคล้ในทรัพย์สินย่อมดีใจเป็นธรรมดา นางร่ายรำด้วยความยินดี และพยายามจุมพิตลงบนใบหน้าของฮูหยินขงจนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลาย

     

            ฮูหยินขงหัวเราะจนหยุดไม่ได้ จึงสั่งให้หญิงรับใช้ไปหาเสื้อผ้าและเครื่องนอนสมัยที่ลูกสาวของนางยังเล็กออกมาให้มากมาย รวมถึงตุ๊กตาเสือผ้าเย็บใหม่ตัวหนึ่งด้วย

     

            เถาหงอิงปฏิเสธไม่ได้ และเห็นว่าลูกสาวตาเป็นประกายจึงจำต้องรับไว้ และยิ่งตั้งใจปรุงอาหารสำหรับงานเลี้ยงของบ้านตระกูลขงให้ดียิ่งขึ้น

     

            บ้านตระกูลขงใจกว้าง เตรียมน้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว และน้ำส้มสายชูไว้อย่างครบครัน ทั้งยังไม่ขี้เหนียวในการจำกัดปริมาณการใช้ เถาหงอิงจึงมีโอกาสได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่

     

            ทั้งทอด ผัด ต้ม นึ่ง อะไรที่ควรตุ๋นก็ตุ๋น อะไรที่ควรทอดก็ทอด

     

            กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว และลอยออกไปไกลนอกประตู ทำให้แขกที่มาร่วมงานต่างลอบกลืนน้ำลายกันถ้วนหน้า

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นเจ้าก้อนแป้งน้อยตระกูลหลี่ พร้อมมิติลับฝ่าภัยพิบัติ! ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663