————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
นิยาย Set 'AREA' มีทั้งหมด 4 เื่ได้แก่...
เื่ที่ 1 เขตลงทัณฑ์ของนายทารัส [จบแล้ว / มี EBOOK] ✅
เื่ที่ 2 เขตลงทัณฑ์ของนายไนซัส [ยังไม่จบ / EBOOK มา 28 ส.ค 67] ✅
เื่ที่ 3 เขตลงทัณฑ์ของนายคลิโอ [~ Coming Soon ~] ❌
เื่ที่ 4 เขตลงทัณฑ์ของนายลาสเตอร์ [~ Coming Soon ~] ❌
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
“...” สุดท้ายก็ล้มเลิกการเปิดไฟไปเมื่อสิ่งที่กำลังเห็นอยู่นั้นตอกย้ำให้ไม่ลืมว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาทั่วไป
เกือบลืมไปว่าพี่เขาเป็ถึงคนคุมเขตที่มีอำนาจล้นมือและคงทำสิ่งชั่วร้ายน่ากลัวมากมาย
เรียกว่าเป็มาเฟียเขตยี่สิบหกเลยก็ยังได้
และความหมายของมาเฟียก็พอจะรู้กันดีอยู่แล้วใช่ไหม
ที่ผ่านมาฉันมองพี่เขาเป็ผู้ชายน่ารำคาญที่ชอบกวนตีนจนลืมรากเหง้าที่แท้จริงของผู้ชายคนนี้ไปซะสนิท
“เงียบทำไม ไม่ได้ยินที่ถาม?” ระหว่างนั้นเองคนถามก็ยกแก้วหนาทรงเหลี่ยมขึ้นมากระดกน้ำสีอำพันพลางเหยียดแขนไปตามความยาวขอบโซฟาในท่าเอนหลังมองมาอย่างสบายใจ
“คือว่ารถมันติดแล้วฝนก็...”
ปัก!
“เลิกอ้าง!” แก้วใบเดิมวางกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดังตามด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวกว่าเก่า
โกรธเพราะมาสายอันนี้เข้าใจได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าสายแล้วฉันเงียบหายนี่ ก่อนหน้านี้หนึ่งชั่วโมงก็ส่งข้อความไปบอกแล้วนะ
“ขอโทษที่สายค่ะ” รู้ว่ายังไงคงจบดีไม่ได้ฉันเลยตัดบทด้วยการชิงขอโทษ
แอบกลัวอยู่นะว่าถ้าพี่เขาเมาอาละวาดขึ้นมาจะเป็ยังไง เพราะงั้นทางที่ดีตอนนี้อย่าเพิ่งไปสะกิดต่อมโมโหเลยจะดีกว่า
“...” พอได้ยินคำขอโทษที่ไม่น่าหลุดออกมาจากปากฉันได้พี่เขาก็ดูแน่นิ่งไป แต่เพียงแป๊บเดียวก็กลับมาปั้นหน้ามาดนิ่งเคร่งขรึมต่อ
“ปะ...ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีไหมคะ” พอตัดสินใจเปิดไฟฉันก็เดินไปประจันหน้ามองดูคราบเืบนชุดนักศึกษาด้วยความรู้สึกหดหู่ หลังนึกได้ว่ารถกระบะที่เคยเห็นคงจะเป็...
“กลัว?” พี่เขายิ้มชอบใจพลางยกแก้วใบเดิมขึ้นดื่มถี่ขึ้น
“เปล่าค่ะ แค่สงสัยว่าทำไมพี่ถึงทนนั่งดมกลิ่นเหม็นพวกนี้ด้วย” ก็แอบอยากตบปากที่ดันปล่อยความเป็ตัวเอง แต่เพราะสายไปแล้วฉันเลยภาวนาในใจว่าพี่เขาจะไม่คิดเล็กคิดน้อย
“เคลียร์โต๊ะให้เรียบร้อย แล้วก็ทำอาหารง่าย ๆ ให้ที” ดูเหมือนสิ่งที่ภาวนาจะเป็จริงเมื่อคนตรงหน้าดูไม่ใส่ใจกับคำพูดนั้นนอกจากถอนหายใจแล้วลุกขึ้นยืนเดินเข้าลิฟต์ไป
ฟู่ว~
“เกือบแล้วไง” ยกมือขึ้นทุบอกสองสามทีเพราะตอนนี้หัวใจมันกำลังเต้นแรงมาก
ความกลัว ความตื่นเต้น และความพะวง ถูกเหมารวมเข้าด้วยกัน มันเป็ความรู้สึกที่ไม่สามารถลืมได้ง่าย ๆ เลย
ห้องทำงานชั้นสาม
ฉันวางถาดอาหารเข้าไปในลิฟต์ขนส่งก่อนแตะหน้าจอระบบเพื่อให้มันส่งไปยังชั้นสาม จากนั้นตัวเองก็รีบถอดผ้ากันเปื้อนออกเพราะต้องตามขึ้นไปชั้นสามด้วยเช่นกัน
“เงียบเหงาจัง” ระหว่างทางเดินก็มองบรรยากาศวังเวงเพราะมันไม่มีใครอื่นนอกจากฉันและพี่เขาสองคน
จะว่าไปก็แอบสงสัยเหมือนกันว่าทำไมพี่เขาถึงตัดสินใจมาอยู่ในที่กว้างใหญ่นี้คนเดียว ที่ผ่านมาไม่เหงาเลยเหรอ ขนาดฉันมาทำได้สักพักยังรู้สึกว่ามันเหงาเลยอะ
ครอบครัว พี่น้อง หรือญาติ ไม่เคยเห็นว่าพี่เขาจะพาใครมาหรืออีกฝ่ายจะมาเองเลย ทั้งที่พวกรูปครอบครัวก็ดูจัดวางไว้เป็อย่างดี มันแปลได้ว่าครอบครัวไม่น่ามีปัญหานี่
จะว่าไปตอนฉันเห็นรูปชายมีอายุคนหนึ่งกำลังยืนทำหน้านิ่งน่ากลัวก็มองออกทันทีว่าท่านคือพ่อของพี่เขา เพราะลูกชายถอดแบบพ่อตัวเองมาเป๊ะ
“หรืออาจเป็พวกครอบครัวมีปัญหา?” ฉันพึมพำเถียงกับตัวเองพลางพยักหน้าเข้าใจกับสิ่งที่เจอมาทั้งหมด มันคงเป็ผลพวงมาจากคนที่ไม่ได้ถูกเอาใจใส่มากพอจนเกิดการเรียกร้องแบบผิด ๆ หรือเปล่า จนสุดท้ายมันก็ติดเป็นิสัยโดยไม่รู้ตัวงี้
“เด็กมีปัญหาสินะ” ถ้าเทียบพ่อพี่เขาที่เอ็นดูชาวเมืองเป็อย่างดีกับลูกชายที่ไม่สนใจใครนอกจากตัวเอง ก็คงมีเหตุผลมากพอให้ฉันลดความเกลียดชังลงและเปลี่ยนมาเป็สงสารสักนิดหนึ่งได้อยู่
ณ ห้องทำงาน
“จะทำอะไร?” ชายหน้าหล่อเหมือนนายแบบเอเชียเงยขึ้นจากกองเอกสารที่พี่เขามักจะหมกตัวอยู่บริเวณนี้ประจำ
“ทำแผลค่ะ” ฉันวางกล่องปฐมพยาบาลลงบนโต๊ะขนาดกลางที่ตั้งคั่นระหว่างโซฟาหรูสองตัว จากนั้นก็จัดเรียงของจำเป็ออกมาวางด้านนอกที่คาดว่าน่าจะใช้ร่วมกับแผลที่เห็นได้
“ออกไป อย่ามาทำเื่ไร้สาระ” เ้าของเสียงดุยกมือที่กำลังถือปากกาโบกไปมาเป็สัญญาณไล่
“ไม่ได้ยินที่พูด?” เพราะเห็นฉันไม่ยอมออกไปสักทีน้ำเสียงพี่เขาจึงเริ่มแข็งขึ้นกว่าเดิม
“หนูจะออกไปก็ต่อเมื่อพี่ยอมทำแผลค่ะ” ไม่ใช่แค่พูดแต่ฉันยังเดินถือของจำเป็มาหาพี่เขาถึงที่โต๊ะทำงาน จนกระทั่งมาเห็นอาหารที่ตัวเองทำยังอยู่ในปริมาณเดิม ยกเว้นความร้อนที่เปลี่ยนเป็เย็นชืดเรียบร้อย
พี่เขาทำร้ายน้ำใจฉันด้วยวิธีไหนก็ย่อมได้ แต่พอมันเกี่ยวข้องกับอาหารซึ่งถือเป็ความตั้งใจสูงสุดก็แอบรู้สึกเฟลแฮะ
ช่างมันไปเหอะหวาน จะเอาอะไรกับคนนิสัยไม่ดี
“...” ฉันมองแววตารำคาญเต็มทนของคนด้านหน้า
การต้องมานั่งคะยั้นคะยออยากทำแผลก็เพราะอยากให้แผลพวกนี้หายไว ๆ เพื่อที่พี่เขาจะได้ไม่ใช้มันมาเป็ข้ออ้างในการกลั่นแกล้งรอบต่อไป
ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความพิศวาสใด ๆ ทั้งสิ้น
“เฮ้อ~ รีบทำแล้วก็รีบออกไปให้พ้นหน้าซะ” พี่เขาวางปากกาในมือลงแล้วยื่นแขนข้างที่มีรอยถลอกมาแทน
ไนซัส Talk
“ถ้าเจ็บก็ร้องได้นะคะ หนูจะไม่เอาไปบอกใครสัญญา” ผมหัวเราะในลำคอหลังได้ยินคำพูดสุดแสนประหลาด
วันนี้ไม่ค่อยสนุกเท่าไรเมื่อปฏิกิริยาของเธอต่างไปจากเดิมมาก ถึงจะไม่รู้สาเหตุแต่ผมก็ไม่อยากฝืนแกล้งต่อเพราะมันจะไม่ได้อารมณ์อย่างที่คาดหวัง
“...” ท่าทางการทำแผลอย่างใส่ใจทำให้ผมรู้สึกไม่ปกติ เพราะั้แ่เกิดมาเวลาเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเป็อะไรหนักแค่ไหนคนที่คอยอยู่ข้าง ๆ ก็มีแต่ตัวผมเองเท่านั้น
แล้วอีกอย่างผมคงไม่เสียเวลามานั่งใส่ใจแผลพวกนี้หรอก เพราะถือว่าจิ๊บจ๊อยมากที่สุดในบรรดาแผลบนร่างกาย
หรือว่าผู้หญิงทุกคนเป็แบบนี้กันอยู่แล้ว? เพราะพวกเธอเป็เพศที่อ่อนแอกว่าเลยต้องมีคนคอยใส่ใจอยู่เสมอสินะ
“ถ้าทานข้าวตอนยังร้อน ๆ มันจะอร่อยกว่านะคะ” เธอไม่ได้เงยขึ้นมามองนอกจากงุ่นง่านอยู่กับแผลไม่ห่าง
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————