ในตอนที่หันหน้ากลับไปก็พบเข้าอย่างไม่ตั้งใจ ตอนลู่ซือหยวนเดินไปเขาลืมเอาโทรศัพท์มือถือของเขาไปด้วยไป๋จื่อเช่อ...ตอนนี้ควรเรียกว่าหลิงหาน...หยิบขึ้นมาแล้วเปิดหน้าเว็บทันทีพิมพ์ลงไปสามคำไป๋จื่อเช่อ
ข่าวสารนับไม่ถ้วนกระโจนเข้ามาในลานสายตา ข่าวตัวเขาเองถูกรถบรรทุกชนตายมีขึ้นมาเป็อันดับแรกยังมีภาพเหตุการณ์ของอุบัติเหตุรถชนประกอบอยู่ด้วยแน่นอนว่าเป็เพียงภาพเดียวด้านข้าง แค่คิดก็รู้ว่าในเหตุการณ์ต้องดูน่าเวทนาเกินทน่มัธยมปลายหลังจากคุณพ่อคุณแม่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต เขาก็มาอาศัยอยู่กับคุณย่าหลังจากที่รอเขาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ลูกหลานอยากดูแลแต่คุณย่ากลับรอไม่ไหวจนในที่สุดคุณย่าก็เสียชีวิตจากอาการป่วย เขาคิดว่าตัวเขาเองเหลือตัวคนเดียวในโลก ทั้งยังทะเลาะกับจูเป่ยเสียนไป๋จื่อเช่อคิดไม่ออกว่าจะมีใครที่จะรับศพให้ตัวเขาบ้าง คาดว่าน่าจะเป็ฝีมือบริษัท ถึงอย่างไรตัวเขาเองก็เป็คนมีชื่อเสียงหากไม่มีใครมารับศพบริษัทต้องรับ่ต่อไปแน่นอน
เลื่อนลงไปอีกจะเป็ข่าวจำพวกงานระลึกถึง พิธีฝังศพที่แสดงให้เห็นล่าสุดคือเมื่อวานนี้ รายงานว่าเหล่าแฟนคลับจัดงานระลึกถึงเขา พอเห็นว่าเป็วันที่20 กันยายน ซึ่งเป็วันที่ตนเองเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จริงๆ
หลิงหานเห็นข่าวนี้รู้สึกคาดไม่ถึงอยู่บ้าง ก่อนเขาตายยังไม่ได้ชำระล้างความอยุติธรรมบนตัวมีแต่ข่าวฉาวอยู่เป็กอง คิดไม่ถึงว่าหลังจากเขาตายมาเป็ปีๆ ยังมีคนระลึกถึงเขาอยู่ตอนนี้ข่าวสารพัฒนาไปมาก ทุกๆ วันมีคนนับไม่ถ้วนที่โด่งดังและจางหายไปเวลา่เวลาที่ผ่านไปใครยังจะจำได้ว่าใครเป็ใครกันนะ
ยิ่งดูยิ่งทนนอนเฉยๆไม่ได้ หลิงหานลุกขึ้นแล้วก้าวลงจากเตียงอีกครั้ง ดึงเข็มบนหลังมือออกแล้วเดินออกจากห้องผู้ป่วยไป
เขาเองก็ไม่รู้ว่าอยากไปที่ไหน และยิ่งไม่รู้ว่าเลยว่าอยากจะทำอะไรเพียงแค่รู้สึกหดหู่ใจ ไม่อยากอัดอั้นอยู่บนเตียงต่อไปตอนนั้นเองโทรศัพท์ที่เขาหยิบถือติดมือมาด้วยสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงหลิงหานล้วงออกมาดู ้าแสดงชื่อโทรเข้ามาเป็ ‘เห่าฟ้า’[1]
เห่าฟ้าคือใคร
หลิงหานมองซ้ายมองขวา พบว่าลู่ซือหยวนไม่อยู่แล้ว จึงกดตัดสายโทรศัพท์อย่างไม่มีทางเลือกเขาเตรียมที่จะไปหาลู่ซือหยวนเพื่อนำโทรศัพท์ไปคืนให้เขา เดินยังไม่ทันพ้นสองก้าวโทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมาอีกครั้ง
ล้วงออกมาดู เป็เห่าฟ้าโทรมาไม่หยุดหย่อนอีกแล้ว
หลิงหานทำได้เพียงกดรับสายอย่างไม่เต็มใจ ยังไม่ทันเปิดปากพูดสักคำ ก็มีเสียงคำรามลอดจากปลายสาย“ไอ้เด็กนี่แกกล้าตัดสายฉันหรือ!? แกอยากตายหรือไง ไม่รู้หรือว่าวันนี้ลุงของแกมา รีบไสหัวกลับมากินข้าวเลยได้ยินไหม?!”
เสียงของผู้ชายที่ทรงพลังเหลือล้น
หลิงหานได้ฟังเสียงสั่นะเืจนแสบแก้วหู ตอบกลับในทันที “ลู่ซือหยวนไม่อยู่ชั่วคราวครับมือถือเขาหล่นอยู่ที่ผม...ขอถามหน่อยคุณเป็ใครหรือครับ”
“ฉันเป็พ่อมัน!” ฝ่ายนั้นคำรามตอบกลับมา จากนั้นเบาเสียงลงหน่อย “นายล่ะเป็ใคร”
คุณพ่อของลู่ซือหยวนหรือ เห่าฟ้าหรือ
หลิงหานตกตะลึงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
“ผมคือ...” หลิงหานชะงัก ตอบอย่างตะกุกตะกัก “มือถือเขาหล่นมาอยู่ที่ผมผมกำลังจะเอาไปส่งคืนให้เขาพอดีครับ”
“เอาเถอะ ให้เขาโทรกลับหาฉันทีหลังด้วย”
ฝั่งนั้นวางสายไปอย่างรวดเร็ว
หลิงหานมองหาลู่ซือหยวนบนทางเดินของโรงพยาบาลอยู่ครู่หนึ่งก็ไม่พบเดาว่าเขาน่าจะต้องออกจากที่นี่ไปแล้ว ที่จริงแล้วตอนที่พบกันลู่ซือหยวนก็ไม่ได้รอเจอตัวเขาเองคาดว่าความสัมพันธ์ของลู่ซือหยวนกับหลิงหานไม่ได้ดีนัก ดาราชื่อดังอย่างลู่ซือหยวนไม่มีเหตุผลที่จะมาอยู่โรงพยาบาลเพื่อที่จะดูแลเขา
ยืนอยู่สักพัก หลิงหานพลันนึกถึงฉินหย่งจึงเปิดรายชื่อผู้ติดต่อในโทรศัพท์หาวิธีติดต่อฉินหย่ง คิดว่าส่งโทรศัพท์คืนให้ฉินหย่งก็เป็วิธีที่ไม่เลวเปิดรายชื่อผู้ติดต่อในโทรศัพท์ ข้ามกองรายชื่อของสัตว์มากมายไป ชื่อ ‘เห่าฟ้า’ ‘จิ้งจอก’ ‘ชิวาวา’ อะไรพวกนี้เลื่อนลงไปข้างล่างอีกถึงจะเจอชื่อคนปกติ ด้านหลังชื่อคนพวกนี้ยังมีหมายเหตุต่างๆเกี่ยวกับตำแหน่งในบริษัท แค่มองก็รู้ว่าไม่ใช่คนสนิท
หลิงหานไม่มีอะไรจะพูด ที่จริงลู่ซือหยวนเป็โรคที่ชอบคิดฉายาให้คนอื่น
แน่นอนว่าฉินหย่งไม่ได้อยู่ในกองรายชื่อคนปกติพวกนั้นคิดดูก็รู้ว่าเป็หนึ่งในกองชื่อสัตว์นั้นแน่ เพียงแต่ไม่รู้ว่าคือชื่อไหน
ตอนที่กำลังลังเลก็มีสายโทรเข้ามาชื่อว่า ‘เห่าฟ้าตัวซวย’
หลิงหาน “...”
มองอยู่ครู่หนึ่งจึงรับสายอย่างยอมรับในชะตาชีวิต เสียงผู้หญิงแสนอ่อนโยนลอดผ่านมาจากปลายสายแค่ฟังจากเสียงก็ตัดสินได้ว่านิสัยของสุภาพสตรีท่านนี้จะต้องอ่อนโยนมากๆ
“หยวนหยวน อย่าไปฟังพ่อนายพูดไร้สาระไม่เป็ไรนะ ฉันรู้นายกำลังยุ่ง คุณลุงจะอยู่บ้านนานขึ้นอีกสองวันไว้นายว่างค่อยกลับมาเถอะ”
หลิงหานจำต้องอธิบายว่าตัวเขานั้นไม่ใช่ลู่ซือหยวนอีกครั้งสุภาพสตรีผู้อ่อนโยนได้ฟังแล้วพูดกับเขาว่า “ถ้าอย่างนั้นรบกวนเสี่ยวหลิงนำคำพูดฉันบอกต่อซือหยวนด้วยนะคะ”
หลิงหานตอบตกลง
กำลังลังเลว่าจะไปหาลู่ซือหยวนที่ไหนดี พลันถูกคนตีเบาๆ ทางด้านหลังหลิงหานหันหน้ามอง พบฉินหย่งยืนอยู่ข้างกาย
“เมื่อกี้ไม่เจอคุณที่ห้องผู้ป่วยไม่คิดว่าจะอยู่ที่นี่”
หลิงหานส่งโทรศัพท์คืนให้เขา “ลู่ซือหยวนทำมือถือตกไว้ที่ผมผมอยากคืนให้เขาพอดี”
ฉินหย่งยิ้มตอบ “ถูกแล้ว ซือหยวนให้ผมมาเอามือถือกลับไป”
“เขาไปแล้วหรือ”
“อื้ม ตอนนี้น่าจะไปแล้ว”
“เมื่อครู่คุณพ่อคุณแม่เขาโทรมาให้เขาไปที่กลับบ้านเหมือนคุณลุงกลับมาแล้ว บอกให้เขากลับบ้านไปทานข้าววันนี้”
ฉินหย่งตะลึง “นั่นคงเป็ไปไม่ได้เขาต้องไปกวาดหลุมศพให้ไป๋จื่อเช่อนะ!”
ได้ยินชื่อตนเองอย่างไม่ทันตั้งตัว ภายในใจของหลินหานสั่นระริก เอ่ยปากถาม “คุณพูดว่าอะไรนะเขาต้องไปกวาดหลุมศพให้ใคร”
ฉินหย่งเหลือบมองเขา แปลกใจอยู่บ้างกับปฏิกิริยาของเขา “ลู่ซือหยวนไปปัดกวาดหลุมศพให้ไป๋จื่อเช่อ”
หลิงหานเหม่อลอย เพิ่งตื่นขึ้นมารับเื่ตายแล้วเกิดใหม่ของตัวเอง ตอนนี้จู่ๆก็ได้ฟังข่าวว่ามีคนจะไปปัดกวาดหลุมศพให้ตัวเองอีก ความรู้สึกนั้นยากจะอธิบายจริงๆใช่แล้ว หลังจากตายต้องฝังศพเป็ธรรมดา เพียงแต่ว่าไม่รู้ใครเป็คนไปรับศพให้ตัวเอง
“คุณสนใจไป๋จื่อเช่อมากหรือ”
ฉินหย่งถามขึ้นทำให้หลิงหานคืนสติกลับมา ฝืนตอบอย่างขอไปที “ผมเป็แฟนคลับเขา”
“แฟนคลับหรือ ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยถ้าเป็แฟนคลับเขาทำไมไม่ไปงานระลึกถึงเขาเมื่อวานล่ะ”
หลิงหานกังวลเล็กน้อย จึงถามกลับ “ไม่เข้าร่วมงานระลึกถึงก็ไม่ใช่แฟนคลับแท้ๆ ของไป๋จื่อเช่อหรือผมแอบชอบเขามานานแล้ว เขาเป็ไอดอลของผมถ้ามีโอกาสได้ปัดกวาดหลุมศพให้เขาด้วยตัวเอง แน่นอนว่าผมควรไปสักครั้ง”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วจึงถามอย่างมีความหวัง “คุณพาผมไปได้ไหม”
“ถ้าหมอเห็นด้วยผมก็ไม่มีปัญหา” ฉินหย่งพูด
เห็นฉินหย่งตอบตกลงแล้ว หลิงหานถามขึ้นอีกอย่างอดไม่ได้ “ไป๋จื่อ เช่อ...หลุมศพเขาอยู่ใกล้ๆ ไหม”
“อื้ม ไม่ไกลจากที่นี่ เดินทางโดยรถยนต์ประมาณครึ่งชั่วโมงแต่ถ้ามาจากเขตเมืองก็ไกลอยู่ อย่างน้อยต้องใช้เวลาครึ่งวัน” เหมือนฉินหย่งคิดอะไรออก ดูราวกับหดหู่ใจ“เดิมทีเมื่อวานซือหยวนก็จะมาระหว่างทางเกิดเหตุไม่คาดคิดทำให้เสียเวลา พอรีบมาในคืนนั้นก็เจอคุณ พาคุณมาส่งโรงพยาบาลก็ใช้เวลาไปพอสมควรถึงตอนนี้ซือหยวนเพิ่งจะว่างไปที่สุสาน”
หลิงหานแปลกใจเล็กน้อย เขาตอนมีชีวิตอยู่กับลู่ซือหยวนไม่ได้สนิทกันมากนักถึงขั้นไม่ถูกคอกัน ทำไมลู่ซือหยวนถึงถ่อมาตั้งไกลเพื่อมาปัดกวาดหลุมศพให้ตัวเขาล่ะ
เขาคิดแบบนี้ ถามฉินหย่งอย่างนุ่มนวลอีก
ฉินหย่งยักไหล่ “ผมก็ไม่รู้ซือหยวนคิดอย่างไร อาจเพราะความสัมพันธ์ที่เขาไปรับศพให้ไป๋จื่อเช่อตอนไป๋จื่อเช่อตาย ซือหยวนอยู่ในที่เกิดเหตุพอดีเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วยตาของเขาเอง เื่นั้นอาจจะมีผลกระทบกับเขามากเกินไป”
หลิงหานตกตะลึงถึงขีดสุด ลู่ซือหยวนหรือ เดิมทีเป็ลู่ซือหยวนที่ไปรับศพให้ตนเองไว้หรือ
แม้ไม่อยากที่จะยอมรับ ปากก็พูดไปว่าไม่รู้ว่าเป็ใครที่ไปรับศพตัวเองแต่ในใจแอบคาดหวังอยู่บ้างว่าจะเป็จูเป่ยเสียนได้ฟังว่าลู่ซือหยวนจัดงานศพให้ตัวเอง ในเวลาเดียวกับที่รู้สึกประหลาดใจหลิงหานก็รู้สึกผิดหวังอยู่หลายประการพร้อมกันด้วย
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/5e985a8f9bfc68dbf98421554d797302
[1] สุนัข์ เป็สัตว์เลี้ยงคู่กายของเทพเอ้อร์หลังเสิน