คัมภีร์วิทยายุทธ์ได้แบ่งเป็ระดับั้แ่หนึ่งถึงสิบตามความซับซ้อนและอานุภาพของวิชาดังนั้นวิชาระดับหนึ่งจึงฝึกได้ง่ายที่สุด หยางฉินเทียนได้คัดลอกวิชาระดับนี้มาสองอย่างคือวิชาฝ่าเท้าวานรและวิชาอาชาลมกรดเขาเลือกที่จะฝึกวิชาที่สองก่อนเพราะดูแล้วน่าจะมีความจำเป็มากกว่า
หยางฉินเทียนอาศัย่เช้ามืดก่อนเวลาอาหารหลายชั่วยามเพื่อฝึกวรยุทธ์วิชาอาชาลมกรดมี 4 ขั้น เมื่อมันเป็เพียงวิชาระดับหนึ่งเขาจึงสำเร็จวิชาขั้นแรกได้ไม่ยาก
“นายท่าน...” เสียงหลิงหลิงเรียกจากหน้าประตูนางยืนรออยู่สักพักแล้วแต่ไม่กล้ารบกวน เมื่อได้ยินเสียงขยับตัวจึงส่งเสียงเรียกหยางฉินเทียน
“เข้ามาได้”เ้าของห้องให้สัญญาณเพื่อให้สาวใช้นำของเข้ามา เขาไม่เคยถามว่าทำไมตระกูลโม่ถึงได้ดูแลเขาอย่างดีราวกับคนในตระกูลเขามองไปที่เป้าหมายที่ไกลออกไป ในเมื่อผู้ให้และผู้รับต่างได้ประโยชน์บางสิ่งบางอย่างจึงไม่ต้องนำมาคิดเช่นเดียวกับหยางจินเป่าที่เข้ามาตีสนิทอย่างไม่อายและพร้อมที่จะช่วยเหลือตามที่เขาสั่ง เหตุผลเท่านี้ก็เพียงพอที่เขาจะตอบแทนในสิ่งที่เ้าตัวยังคาดไม่ถึง
หยางฉินเทียนหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารแต่ก่อนจะนำเข้าปาก เขาหันหน้าไปทางหลิงหลิงซึ่งยืนเยื้องอยู่ด้านหลัง“หยางจินเป่าได้รับข้าวเช้าด้วยใช่มั้ย”
ความประหลาดใจปรากฏบนใบหน้าของสาวรับใช้ เพราะสถานะของหลิงหลิงและหยางจินเป่านั้นคล้ายคลึงกันแต่ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่เ้านายจะถามไถ่ถึงความเป็อยู่ได้ยินจากนายน้อยหยางโม่จื่อว่านายท่านหยางฉินเทียนเพิ่งรับหยางจินเป่าเป็ลูกน้องเมื่อวานแต่เขากลับไถ่ถามราวกับเป็พี่น้องร่วมสายเื
“ได้รับแล้วเ้าค่ะแม้จะไม่ได้รับการดูแลในระดับเดียวกับท่าน แต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่ราวกับบ่าวรับใช้ขอท่านโปรดวางใจ”
ได้ยินอย่างนั้นเขาจึงพยักหน้าแล้วเริ่มรับประทานอาหารเมื่อเสร็จเรียบร้อยจึงให้หลิงหลิงไปตามตัวหยางจินเป่า
“คารวะขอรับลูกพี่! ข้าได้อิ่มท้องโดยไม่ต้องเสียเงินสักแดงนับเป็วาสนาของข้าที่ได้รับใช้ท่าน ข้าช่างมีวิสัยทัศน์เสียจริง ฮ่า ฮ่า ฮ่า อุ้ย! ขออภัย”
หยางฉินเทียนได้แต่ยิ้มโดยไม่พูดอะไรเขายื่นมือออกไปพร้อมกับแมลงแห่งเต๋าเกือบสามสิบตัว พวกมันลอยเกาะกลุ่มอยู่เหนือฝ่ามือเสียงแมลงกระพือปีกรวมกันจนได้ยินไปทั่วทั้งห้อง
“แมลงแห่งเต๋าพวกนี้ล้วนเป็ธาตุลมเช่นเดียวกับแก่นพลังของเ้าส่วนหนึ่งมี ‘ทักษะกายาพลิ้วไหว’ ซึ่งจะเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนไหวที่เหลือเป็ ‘ทักษะสายลมคืนชีพ’ หากเ้าอยู่ในที่ที่มีลมััจะทำให้อาการาเ็และพลังเต๋าฟื้นฟูได้เร็วขึ้น”
หยางจินเป่ายื่นมืออันสั่นเทาของเขาออกไปรับแมลงแห่งเต๋าเขาขอมาเป็ลูกน้องของหยางฉินเทียนก็จริง แต่เขาไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้รับการดูแลที่ดีขนาดนี้แมลงแห่งเต๋านั้นมีค่ามาก อย่าว่าแต่จำนวนเท่านี้เลย แม้เพียงตัวเดียวเขาก็ไม่นึกว่า‘ลูกพี่’ ที่เขาติดสอยห้อยตามมาเพียงคืนเดียวจะมอบให้แก่เขาอย่างง่ายดาย
เขาสู้ชีวิตั้แ่เด็ก อาศัยมรดกที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้ซึ่งเพียงพอที่จะซื้อแมลงแห่งเต๋าให้กับตนเองอาศัยการเข้าหาอย่างหน้าด้าน ๆ ในการไปทำความสะอาดหอคัมภีร์เพื่อแลกกับเงินเล็กน้อยมาประทังชีวิตการเข้าโรงเรียนฝึกยุทธ์นี้ทำให้เงินก้อนสุดท้ายของเขาหมดสิ้นเพียงแค่ได้อาหารและที่ซุกหัวนอนก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่นี่มัน... นี่มัน...
หยางจินเป่าสะอื้นอยู่ภายใน น้ำตาเอ่อขึ้นมาโดยที่เขาไม่รู้ตัวเขาไม่มีทางรู้หรอกว่าในโลกอื่นหยางฉินเทียนต้องเจอการเหยียดหยามและสู้ชีวิตอย่างไรมาบ้างแต่เขาได้รับรู้ถึงความเมตตาจากก้นบึ้งของหัวใจ คนต่ำต้อยที่ไร้ค่าคนธรรมดาที่ไม่เคยได้รับเกียร์ติ คนเดินดินที่ถูกลิขิตให้เป็เพียงเศษสวะแต่ทว่ามือที่หยางฉินเทียนยื่นมาวันนี้ได้เปลี่ยนทุกสิ่ง!
“ข้าหยางจินเป่าขอสาบานต่อฟ้า! ข้าจะจงรักภัคดีต่อท่านแม้ชีวิตจะหาไม่!! หากข้าทรยศต่อท่าน...ขอให้ฟ้าดินลงโทษ! แม้เืเนื้อ หนัง เอ็น กระดูกของข้าจะป่นปี้ แม้ปฐีนี้จะไม่มีที่ให้กลบฝังหากใครคิดร้ายท่าน มันต้องผ่านศพข้าไปก่อน!!”
เขาคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นจนเืแดงฉานแต่หลิงหลิงกลับมองเห็นไม่ชัด เพราะสายตาของนางพร่ามัวด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นจนนองทั่วใบหน้ายากนักที่ภาพเช่นนี้จะปรากฏ ยากนักที่ใครจะเห็นคุณค่าของมนุษย์ที่อ่อนแอแต่วันนี้นางได้เห็นแล้วว่า...บุคคลนั้นยังมีอยู่!