“จากคำสัมภาษณ์ล่าสุด...คุณเจนยังคงยืนยันว่าให้ทุกคนฟังพร้อมๆกันทีเดียวในห้องประชุมค่ะ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวดิฉันเดินเกาะกลุ่มไปเรื่อยๆ ก่อนนะคะเท่าที่ดิฉันสังเกตดู วันนี้คุณเจนกับคุณพลอยมีท่าทางอิดโรยเล็กน้อยค่อนข้างผ่อนคลายในระดับหนึ่งเลยนะคะ...ดิฉันเห็นโรงอาหารใหญ่แล้วอยู่ข้างหน้านี้เอง”
“ขอโทษค่ะไม่ทราบว่ามีใครเห็นน้องหนึ่งไหมคะ?” เจนเอ่ยปากถามคนที่อยู่บริเวณทางเข้าโรงอาหารไม่นานนักคนที่นั่งอยู่แถวนั้นก็ชี้มือไปบริเวณหน้าร้านขายข้าวราดแกง
“เมื่อกี้นี้ผมเห็นน้องตรงนั้นครับคุณเจน”
“พวกเราเห็นน้องหนึ่งกำลังยืนสั่งอาหารหน้าร้านข้าวราดแกงแล้วนะคะส่วนคุณเจนเดินตรงเข้าไปหาแล้วค่ะ ดิฉันเชื่อว่าภาพนี้ต้องเป็นวินาทีที่หลายคนรอคอย ทุกคนอยากเห็นแน่นอนค่ะ”
จำนวนกับเสียงของผู้สื่อข่าวดังมากพอที่จะทำให้น้องหนึ่งหันกลับมาเห็นเจนจิราเดินตรงเข้ามาถึงตัวแล้วด้วยสีหน้ายิ้มแย้มส่วนน้องหนึ่งมีท่าทีประหม่าและออกอาการเกร็งจนทำตัวไม่ถูก
“สะ..สวัส..สวัสดีค่ะคุณเจนจิรา”น้องหนึ่งพยายามเบี่ยงตัวหนีท่าทีกระอักกระอ่วนไม่กล้าสบตาทำให้เจนรู้สึกทันทีเช่นกัน
เจนยกมือรับไหว้ตอบน้องหนึ่งพร้อมกับทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“สวัสดีจ๊ะน้องหนึ่ง”
“ค่ะ...ค่ะคือหนู...หนู...น”แสงแฟลชกระพริบนับไม่ถ้วนจากผู้สื่อข่าวที่กำลังห้อมล้อม “ขอทางนี้บ้างครับคุณเจนๆๆๆ”
“สวัสดีค่ะคุณเจน...สวัสดี...ค่ะพี่ๆทุกคน...คือ..หนู..อยากขอโทษคุณเจนเรื่องอุบัติเหตุรถ ทำให้คุณเจนเสียเงินตั้ง 57ล้านค่ะ...หนูเสียใจมากนะคะที่เป็นแบบนี้ หนูไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้จริงๆ นะคะ”
“ไม่เป็นไรๆๆไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีกแล้ว...พี่ว่าเราเดินไปหาโต๊ะนั่งทานข้าวด้วยกันดีกว่าไหม?”เจนพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับเดินโอบเอวน้องหนึ่ง “พี่อยากให้น้องหนึ่งเรียกว่าพี่เจนไม่ต้องเรียกคุณเจนได้ไหม?...อย่าลืมว่าพี่เป็นรุ่นพี่รหัสจริงไหม?”
“จะดีเหรอคะ?อย่าเลยนะคะ...ถ้าพี่ๆ อยากนั่งโต๊ะนี้ หนูคิดว่า หนูไปนั่งโต๊ะอื่นดีกว่าค่ะ”
“ไม่อยากนั่งกับพี่เหรอ?”เจนหันไปพูดด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ใช่ค่ะ...หนูคิดว่าหนูไม่สมควรและไม่เหมาะสมที่จะนั่งทานข้าวกับคุณเจนค่ะ”
“รุ่นพี่ชวนรุ่นน้องทานข้าวด้วยกัน...เห็นไหมว่าเป็นเรื่องปกติจะตาย”
คำพูดของเจนทำให้น้องหนึ่งมีท่าทีผ่อนคลายลงบ้างพร้อมกับยกมือไหว้เจนอีกครั้ง “ค่ะ...ขอบคุณมากค่ะพี่เจน”
“เจนวันนี้จะกินอะไรดี?” พลอยเอ่ยปากถาม “แกพาน้องไปหาโต๊ะนั่งก่อนเดี๋ยวยกตามไป”
“เอาข้าวราดแกงเนียแหละแล้วก็เอาน้ำส้มก็แล้วกัน...พี่เดินมาลืมซื้อน้ำ น้องหนึ่งเอาน้ำอะไรดี?”
“หนูเอาน้ำส้มเหมือนพี่ก็ได้ค่ะ”
ทั้ง2 คนเดินตรงไปที่โต๊ะอาหารตัวหนึ่งที่ว่างอยู่โดยมีผู้สื่อข่าวจำนวนมากเดินเกาะกลุ่มกันไปจนเต็มทางเดินไม่นานนักพลอยก็ยกถาดอาหารและเครื่องดื่มตามหลังมา
“ตอนนี้คุณแม่อยู่ไหนเหรอ?”เจนเอ่ยปากถาม
“ตอนนี้แม่หนูอยู่ในห้องประชุมแล้วค่ะเมื่อกี้นี้เห็นบอกว่ายืนคุยอยู่กับคุณอาวินัยกับคุณนุ่นค่ะ”
“วันนี้ทำไมแต่งชุดนักเรียนมาด้วย หรือว่ามาติดต่อเรื่องทุน?”
“ค่ะวันนี้หนูมาเรื่อง...ทุนด้วยค่ะ”น้องหนึ่งพูดไม่เต็มปากมากนักจนทำให้เจนกับพลอยต้องหันหน้ามามองกันด้วยความสงสัย
“อย่าบอกพี่นะว่าวันนี้หนึ่งมาทำเรื่องสละสิทธิ์ทุน?” เจนเห็นท่าทีหนึ่งไม่กล้าสู้หน้าได้แต่เบี่ยงหน้าหนีอีกครั้งจนต้องเอ่ยปากถามย้ำอีกครั้ง“วันนี้มาสละสิทธิ์ทุนใช่ไหม?”
น้องหนึ่งไม่ได้ตอบอะไรได้แต่ก้มหน้าด้วยท่าทีลังเลสีหน้าเริ่มเคร่งเครียดขึ้นมาทันที “ค...ค่ะ”
“เรื่องทุนเห็นอาจารย์สมบูรณ์บอกพี่ว่าคืนสิทธิ์ให้แล้ว น้องหนึ่งสามารถรับทุนเรียนได้ตามปกติในปีหน้าแล้วนี่”
“คือ...คือเรื่องทุนมันไม่ใช่มีแค่เรื่องไปเรียนค่ะมันยังมีเรื่องอื่นๆ อีกค่ะ”
คำตอบของน้องหนึ่งทำให้เจนกับพลอยสงสัยเป็นอย่างมาก“มีอะไรเหรอหนึ่ง บอกพี่ได้ไหม?”
“หนูขอพูดตรงๆนะคะ จริงอยู่ค่ะว่า หนูได้ทุนเรียน แต่ถ้ามาเรียนหนูก็ต้องมีค่าใช้จ่ายทุนให้หนูอยู่ได้ แล้วแม่หนูกับน้องหนูอีก 2 คนล่ะคะจะทำยังงัย?...หนูมาเรียนแต่ที่บ้านกำลังแย่ขนาดนี้ชีวิตหนูไม่มีทางเลือกอะไรมากขนาดนั้นหรอกค่ะพี่เจนคว้าอะไรใกล้ตัวได้ก็ต้องเอาไว้ก่อน ความจริงแล้วหนูกับแม่มานั่งคิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นเรื่องนี้เป็นเรื่องของแม่หนูกับที่ทำงานเก่าหนูคิดว่าไม่ควรโยนภาระเรื่องนี้ให้พี่เจนเลยค่ะ พอมีเรื่องเกิดขึ้นมาพี่เจนต้องมาโดนด่าทั้งๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพี่เจนสักนิด หนูคิดว่ามันไม่เป็นธรรมกับพี่เจนเหมือนกันค่ะปัญหาของครอบครัวหนูแต่พี่เจนต้องมารับผิดชอบแบบนี้ หนูคิดว่าไม่แฟร์ค่ะ”
“หนูอยากฝากผ่านพี่ๆสื่อมวลชนตรงนี้ค่ะว่า ขอทุกคนอย่าโจมตีหรือด่าพี่เจนเลยนะคะหนูไม่อยากให้เรื่องบานปลาย หนูเสียใจมากนะคะที่ทำให้พี่เจนต้องถูกด่า…หนูขอโทษค่ะหนูกับแม่ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้”น้องหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมกับยกมือไหว้เจนจิราตลอดเวลา “หนูขอโทษพี่เจนจริงๆค่ะ ครอบครัวหนูไม่ได้ตั้งใจจริงๆหนูกราบขอโทษที่ทำให้พี่เจนต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงมากขนาดนี้และยังต้องเสียเงินค่าซ่อมรถอีกตั้งเยอะ”
คำพูดของน้องหนึ่งทำให้เจนกับพลอยต้องชะงักเหมือนกัน“พี่ไม่อยากให้น้องหนึ่งคิดแบบนี้จริงๆ...พี่รับรู้และสัมผัสความจริงใจของน้องหนึ่งที่มีต่อพี่แต่พี่ก็อยากให้น้องหนึ่งรอคำตอบจากพี่ก่อนได้ไหม?” เจนเอ่ยปากออกมาแบบไม่เต็มเสียงมากนัก“น้อง...หนึ่ง....”
“หนูคิดว่าก็คงไม่ต่างจากเดิมหรอกค่ะตอนนี้หนูอยากให้เรื่องนี้จบให้เร็วที่สุดแล้วหนูกับแม่ก็อยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งเงินชดเชยที่ได้มาหนูคิดว่าก็พอที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ค่ะ”
“พอมาได้คุยกันจริงๆน้องหนึ่งเข้มแข็งกว่าตอนสัมภาษณ์ในรายการอีก...พี่พูดจริงๆ หนึ่งเข้มแข็งมากมากจริงๆ” เจนพูดตอบรับด้วยความชื่นชม
“ขอบคุณค่ะหนูไม่เคยคิดไม่เคยฝันหรอกค่ะว่า จะได้มานั่งคุยกับพี่เจนแบบนี้มาได้ถึงขนาดนี้ก็เป็นบุญของชีวิตหนูมากแล้วค่ะ”คำพูดที่มากับรอยยิ้มแรกของน้องหนึ่งที่มีต่อเจนพร้อมกับยกมือไหว้ด้วยความเคารพตลอดเวลา
เจนรีบยกมือไหว้ตอบรับทันที“ถ้าอย่างนั้นพี่จะขอจากน้องหนึ่งบ้างได้ไหม?เจนจิราที่กำลังพูดกับน้องหนึ่งตอนนี้ไม่ใช่ซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ไหน ไม่ใช่คนร่ำรวยแต่เป็นรุ่นพี่ที่คณะกำลังพูดกับน้องหนึ่งที่กำลังจะเป็นรุ่นน้องในคณะ…ได้ไหม?”
คำพูดของเจนทำให้หนึ่งแปลกใจเป็นอย่างมากจนไม่กล้าสบตา“ขอหนูเหรอคะ?...คือ...นหนู หนู....”
“หนึ่งเงยหน้าขึ้นมามองพี่ดีๆมองให้เต็มตา...พี่อยากให้น้องหนึ่งมองพี่ใหม่อีกครั้ง เห็นไหมพี่ไม่ใช่ซีอีโอที่ไหนทั้งนั้น พี่เป็นแค่รุ่นพี่ที่คณะ เข้าใจไหม? ตอนนี้ไม่มีซีอีโอไม่มีความร่ำรวยอะไรทั้งนั้น...พี่ขอให้น้องหนึ่งรับปากพี่ 2 เรื่องได้ไหม?”
หนึ่งมีท่าทีลังเลแต่ก็พยักหน้าตอบรับคำพูดของเจน
“ข้อแรกอย่าเพิ่งไปสละสิทธิ์ทุนหนึ่งต้องรับปากพี่ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด...ข้อสองพี่ขอให้น้องหนึ่งเข้าประชุมและตั้งใจฟังในสิ่งที่พี่พูดทุกอย่างตอนนี้น้องหนึ่งรู้ตัวไหมว่า น้องหนึ่งตัดสินพี่ไปแล้ว ทั้งๆที่พี่ยังไม่ได้ชี้แจงอะไรสักอย่าง น้องหนึ่งไม่ให้โอกาสพี่ชี้แจงอะไรบ้างเหรอ?แบบนี้ไม่ยุติธรรมกับพี่สักนิด...จริงไหม?” เจนพูดพร้อมกับเอามือทาบอกตัวเอง“รับปากพี่ได้ไหม?”
หนึ่งมีท่าทีลังเลเล็กน้อยก่อนพูดตอบรับ“ค่ะพี่เจน...คือ หนูไม่ได้ตั้งใจ หนูขอโทษค่ะ”
“หนึ่งไม่ต้องขอโทษพี่หนึ่งไม่ได้ทำผิดอะไรทั้งนั้นพี่แค่ขอโอกาสชี้แจงบ้าง...เดี๋ยวพี่กับพี่พลอยต้องไปเรียนแล้ว พี่มีเรียนคลาสเช้า”หลังจากที่พูดจบ เจนจิราเดินอ้อมไปอีกฝั่งเข้าไปโอบกอดน้องหนึ่งด้วยความชื่นชม “พี่ขออนุญาตกอดน้องหนึ่งคนเก่งของพี่หน่อยนะ...”
ภาพของเจนจิรายืนกอดกับน้องหนึ่งถูกแชร์ในโลกโซเชียลเต็มไปหมดจนเกิดแฮชแท็ก#พี่เจนน้องหนึ่ง ขึ้นอันดับ 1 ทันที
“พี่กับพี่พลอยต้องไปเรียนก่อนเดี๋ยวจะเข้าคลาสช้า...น้องหนึ่งต้องไปฟังพี่พูดในห้องประชุมก่อน โอเคนะ?”
“ท่านผู้ชมคะทุกคนได้ยินคำพูดช่วงท้ายของคุณเจนจิราแล้วนะคะว่าคุณเจนขอให้น้องหนี่งอย่าเพิ่งสละสิทธิ์ทุนและขอให้ตั้งใจฟังเธอพูดในที่ประชุมจากคำพูดนี้ตามความรู้สึกของดิฉัน น่าจะเป็นข่าวดีนะคะ น่าสนใจมากค่ะว่าคุณเจนจิราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ด้วยวิธีไหน”
เจนจิรากับพลอยยกมือไหว้พี่นักข่าวทุกคน“พี่ๆ ทุกคนคะหนูกับพลอยขอตัวไปเรียนคลาสเช้าก่อนแล้วรอบบ่ายหนูยืนยันว่าจะเข้าประชุมเพื่อชี้แจงที่มาที่ไปต่างๆจนครบถ้วนทุกประเด็นแน่นอนค่ะ หนูยืนยันว่าหนูให้ความสำคัญเรื่องนี้มากและต้องการให้เรื่องนี้จบลงให้ดีที่สุดเท่าที่หนูคิดว่าจะทำได้...ขอบคุณพี่ๆทุกคนนะคะ”