ผมฟังการเล่าเื่อันยืดยาวพลางรู้สึกเบื่อหน่าย
อย่างไรผมก็เข้าใจดีแล้วว่าในหัวของพ่อบ้านบ้านรานันคูลานั้นย่อมคิดว่าท่านโวล์ฟกังกับคุณหนูลีโคริส ‘เป็คู่ที่เหมาะสมกันอย่างดีเยี่ยม’
ผมไม่นึกว่าพ่อบ้านจะเป็คนที่พูดมากขนาดนี้เขาคงอยากเล่าความในใจให้คนอื่นฟังจนแทบทนไม่ไหว กรณีนี้อาจจะคงรู้สึกภูมิใจในตัวบุตรชายของเ้าบ้านกับคู่หมั้นที่น่ารักคนนั้นรวมอยู่ด้วย
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามคดีในครั้งนี้ทำให้หัวใจของพวกคู่หมั้นเด็กน้อยขยับใกล้ชิดกัน ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีได้ไหม
พอลองได้ฟังคำอธิบายตอนนี้ก็ยอมรับได้ว่าอย่างนี้นี่เองการประกาศแต่งงานของท่านโวล์ฟกังก็เข้าใจได้
ผมที่กลับเมืองหลวงคิดจะรายงานเื่ที่ได้ฟังมาให้พวกผู้ช่วยรุ่นพี่รู้ทันทีแต่...
“คงเป็เื่ที่คุณหนูลีโคริสช่วยเยียวยาหัวใจให้ท่านโวล์ฟกังท่านนายกรัฐมนตรีจึงรู้สึกขอบคุณเธอมาก สื่อออกมาทางคำพูดหมดเลย”
พวกรุ่นพี่พูดกันไปก่อนแล้ว
ผมเข้าใจแล้วละพวกรุ่นพี่คงเสริมข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนด้วยพลังจินตนาการจากประสบการณ์การทำงานอันช่ำชองยอมรับและเข้าใจคำพูดของท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อคืนแล้วก็ยินดีกันช่างเป็เหล่าคนที่ยอดเยี่ยมอะไรอย่างนี้ ผมคิดทบทวนใหม่และรู้สึกนับถือ
เอาละ
ผลลัพธ์ของคดีที่ทำให้หวาดผวาเช่นนี้ก็ทำให้เกิดเื่ดีๆอย่างคาดไม่ถึง
แน่นอนว่าคงไม่ยกย่องขอบคุณฆาตกรสุดสยองคนนั้นอย่างไรก็ตาม การที่ไม่ทิ้งาแใหญ่ไว้ในใจของคนรอบข้างทั้งหลายรวมถึงท่านโวล์ฟกังที่เป็ผู้เสียหายด้วย ก็นับว่าเป็โชคดีครั้งใหญ่ในความโชคร้าย
หลังเกิดคดี ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งมีท่าทางกลัดกลุ้มใจที่ท่านโวล์ฟกังต้องเข้าไปพัวพันปัญหาเกี่ยวกับว่าที่ภรรยาคนที่สองของตัวเองก็มาเล่าให้ฟังด้วยความดีใจว่าประหลาดใจกับคำพูดและการกระทำที่ดูเป็ผู้ใหญ่ของท่านโวล์ฟกังในระยะนี้ผู้ชายนี่พอมีคนที่้าจะปกป้องก็อาจกลายเป็ผู้ใหญ่ได้เลยนะ
เมื่อเป็เช่นนี้ไม่เพียงแต่บ้านดยุกรานันคูลาเท่านั้นห้องของผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีก็กลับมามีบรรยากาศสงบร่มเย็นดังเดิม
ท่านนายกรัฐมนตรีจึงจะส่ง ‘จดหมายรัก’ ให้คุณหนูลีโคริส
ความคิดของท่านเป็แบบนี้
ท่านโวล์ฟกัง่นี้มีท่าทีชื่นชอบคุณหนูลีโคริสเป็อย่างมากท่านนายกรัฐมนตรีจึงอยากเอาใจช่วยให้ความรักของท่านโวล์ฟกังสมหวัง
ก่อนอื่นท่านเองคงต้องรู้เื่ราวเกี่ยวกับเธอคนนั้นและจำเป็ต้องสร้างความสนิทสนมอย่างแน่นแฟ้น
“ไม่ว่าจะให้พูดอย่างไรสิ่งสำคัญในกลยุทธ์แห่งความรักก็คือการทำความรู้จักอีกฝ่าย” หลังคำพูดที่อาจจะมีหรือไม่มีนัยลึกซึ้งแฝงอยู่ในนั้นแล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็เสริมขึ้นมาด้วยเสียงค่อยๆ ว่า “การไปข้างนอกกับเธอท่าทางจะน่าสนุก”
ผมรู้สึกถึงความตั้งใจจริงๆ ของท่านนายกรัฐมนตรีในตอนท้ายถึงอย่างไรการเข้าใจกันให้มากขึ้นกับเด็กสาวที่อาจจะกลายเป็ลูกสะใภ้ในอนาคตก็ไม่ใช่เื่เลวร้ายอะไร
ผู้ช่วยรุ่นพี่ที่อยู่ในห้องเดียวกันส่งเสียงให้กำลังใจอันร้อนแรงให้ท่านนายกรัฐมนตรีตามเคยฉับพลันคนก็กรูกันเข้ามาจากห้องถัดไป ให้กำลังใจท่านนายกรัฐมนตรี! ผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีทุกคนต่างคิดอย่างนั้นเหมือนกัน
เวลานี้ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรสะกิดใจนิดหน่อยรู้สึกราวกับกำลังมองข้ามเื่สำคัญบางอย่าง
แต่ผมส่ายหน้าเพื่อปฏิเสธความไม่สบายใจเล็กๆนั้น เหล่าคนที่อยู่ที่นี่เป็เลิศกว่าผมมากมายนักไม่มีทางที่พวกเขาจะไม่นึกหวั่นวิตกอย่างที่ผมนึก
จดหมายนั้นถูกส่งถึงคุณหนูลีโคริสภายในวันนั้นผู้ส่งสารที่ขับรถม้าไปทั้งที่ยังอยู่ใน่เวลาอาหาร ถือจดหมายตอบสีสันสดใสกลับเข้ามาในห้องทำงานก่อนวันที่จะเปลี่ยนแปลงเป็วันใหม่ในจังหวะแบบนี้การชี้ให้เห็นถึงความจำเป็ก็ต้องเป็หน้าที่ของผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ที่ต้องเป็คนจัดการ
โดยพื้นฐานแล้วท่านนายกรัฐมนตรีเป็คนชอบวางแผนทำให้อีกฝ่ายดีใจโดยเฉพาะความใส่ใจต่อราชวงศ์ทั้งหลายที่ท่านมีความยึดมั่นภักดี
ทั้งนี้ใช่ว่าจะไม่มีคนนินทาว่าท่านนายกรัฐมนตรีประจบประแจงเก่งทว่าเดิมทีการเอาใจใส่ที่ไม่ใช่ด้วยเงินทองต่อราชวงศ์ซึ่งเป็เ้านายก็ไม่ใช่เื่ที่สมควรถูกตำหนิ
ครั้งนี้การเอาใจใส่ที่สร้างปัญหานั้นมีต่อลูกสะใภ้ในอนาคตท่านนายกรัฐมนตรีดูท่าทางตั้งหน้าตั้งตารอให้ถึงวันจริงเป็อย่างมากระหว่างนั้นในห้องทำงานก็มีบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความร่าเริงเบิกบานเหมือนเช่นปกติ
6
การออกไปเที่ยวระหว่างท่านนายกรัฐมนตรีกับบุตรสาวดยุก
“อากาศดีจัง”
หลังจากได้ยินทหารองครักษ์คนหนึ่งกล่าวพึมพำอย่างนั้นผมจึงแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเป็ครั้งแรกของวัน
วันนี้...
เป็วันที่ท่านนายกรัฐมนตรีกับคุณหนูลีโคริสแอบพบกัน...ไม่ใช่สิเป็วันที่ทั้งสองคนจะออกไปข้างนอกด้วยกัน
ท้องฟ้าช่างปลอดโปร่ง แสงอาทิตย์เจิดจ้าแต่อ่อนโยนสายลมพัดยอดไม้แกว่งไกวอย่างสดชื่น รู้สึกราวกับว่านกกำลังขับขานท่วงทำนองแห่งความสงบสุขด้วยเสียงอันดังกว่าปกติ
เมื่อผมหันกลับมามองบนพื้นดินก็เห็นท่านนายกรัฐมนตรีในชุดลำลองซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะมาเที่ยวเล่นของท่านไม่ใช่ชุดที่ใส่เวลาราชการ จากนั้นก็เห็นคุณหนูลีโคริสที่มีท่าทางดีใจหลังจากที่ได้รับดอกไม้ช่อโตจากท่านนายกรัฐมนตรี
หลังจากคุณหนูลีโคริสฝากช่อดอกไม้ที่ครั้นจะถือไปด้วยก็คงจะลำบากไว้กับคนในบ้านแล้วทั้งสองจึงขึ้นรถม้าเพื่อมุ่งไปยังเมืองหลวงซึ่งเป็จุดหมายปลายทาง
ผมได้รับทราบข้อมูลมาว่า คุณหนูลีโคริสไม่เคยชินกับการนั่งโคลงเคลงบนรถม้าเป็ระยะเวลานานๆท่านนายกรัฐมนตรีจึงคอยหาเวลาที่เหมาะสมในการหยุดพัก เพื่อให้คุณหนูลีโคริสได้ลงจากรถม้าบ้างเมื่อถึง่แวะพักทั้งสองท่านชี้ชมทิวทัศน์ที่อยู่บริเวณโดยรอบและสนทนากันอย่างสนุกสนานจากนั้นจึงกลับไปขึ้นรถม้าอีกครั้ง
แม้ผมไม่ได้ยินสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีกับคุณหนูลีโคริสสนทนากันภายในรถม้าแต่ดูเหมือนว่าคุณหนูลีโคริสจะเป็ผู้ที่มีความรู้กว้างขวางเป็อย่างมาก
นั่นเห็นได้อย่างชัดเจนจากพิพิธภัณฑ์หลวงซึ่งเป็จุดหมายแห่งแรก
เดิมทีที่พิพิธภัณฑ์หลวงในวันที่พิพิธภัณฑ์ปิดหากไม่มีกลุ่มของท่านนายกรัฐมนตรีที่ไปกับทหารองครักษ์และผมแล้วจะมีเพียงหัวหน้าพิพิธภัณฑ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็ผู้พาไปนำชมเท่านั้นที่อยู่ที่นั่นดูเหมือนว่าหัวหน้าพิพิธภัณฑ์ผู้รักการเรียนรู้และขึ้นชื่อเื่ความรอบรู้จะสนใจความรู้อันเต็มเปี่ยมของคุณหนูลีโคริสเป็อย่างมากส่วนท่านนายกรัฐมนตรีเองก็เป็ผู้ที่มีความรู้กว้างขวาง ทั้งยังคุยเก่งจนบางครั้งถึงกับเข้าไปฟังทหารองครักษ์คุยกันเลยทีเดียว
ทว่าท่านนายกรัฐมนตรีดูท่าทางสนุกสนานจริงๆ
อย่างเช่น รอยยิ้มของท่านนายกรัฐมนตรีที่แตกต่างกับตอนออกงานต้อนรับซึ่งมีความสำคัญทางการทูตแต่บรรยากาศที่เหมือนพ่อลูกกำลังเพลิดเพลินกันในเวลาว่างที่เห็นได้ชัดนี้บางครั้งก็ทำให้ผมซึ่งติดตามมาด้วยรู้สึกกังวลว่า ‘นี่เรากำลังทำอะไรอยู่กันแน่นะ’
แต่เอาเป็ว่าผมเองก็ปฏิบัติหน้าที่นี้ในฐานะเป็ส่วนหนึ่งของงานเช่นกัน
ส่วนเื่การอารักขาได้มีการมอบหมายให้มืออาชีพดูแลอยู่แล้วดังนั้นงานของผมคือการควบคุมดูแลความคืบหน้าของแผนงานที่ท่านนายกรัฐมนตรีจัดทำขึ้นเป็การจัดการเพื่อรับมือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดหรือการเปลี่ยนแปลงของแผนงานที่อาจเกิดขึ้นในวันงานนั่นหมายความว่า ผมเป็คนที่ถูกมอบหมายให้จัดการปัญหาเฉพาะหน้าเพราะฉะนั้นหากไม่มีเหตุการณ์ผิดคาดอะไรเกิดขึ้น ผมก็แทบไม่ต้องทำอะไร
ที่ด้านหน้าคฤหาสน์ดยุกลีเลียผมได้ทักทายคุณหนูลีโคริส เรเดียตา บุตรสาวของดยุกลีเลียเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite
https://bit.ly/3kRniGc