"จีอู๋เซี่ยง?"
เมื่อได้ยินลวี่จูเอ่ยถึงชื่อนี้ คิ้วของเฉินฉางอันก็เลิกขึ้นเล็กน้อย ในที่สุดเขาก็หวนนึกถึงเศษเสี้ยวความทรงจำเกี่ยวกับคนผู้นี้ได้ในที่สุด
เฉินฉางอันจิบชาในถ้วย ความทรงจำพรั่งพรูเข้ามาดุจกระแสน้ำหลาก ตระกูลจีในแดนบูรพาแห่งมหาพิภพเสวียนหวงก็นับว่าเป็ตระกูลที่มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพล
บรรพชนเคยมีหน่อเนื้อเชื้อไขที่บรรลุขอบเขติญญาหรือแม้แต่ขอบเขตเต๋าอยู่ หลายคนเคยรุ่งโรจน์อยู่่เวลาหนึ่ง
เมื่อร้อยปีก่อนเผ่าปีศาจหลายตนได้ร่วมมือกันก่อภัยพิบัติปีศาจ บุกโจมตีแดนบูรพา บรรพชนตระกูลจีได้นำพาเหล่ายอดฝีมือในตระกูลมุ่งหน้าไปยังด่านสยบปีศาจ ณ ดินแดนทะเลทรายไซ่เป่ยเพื่อต่อสู้ตัดสินเป็ตาย
จักรพรรดิปีศาจผู้มีอำนาจล้นฟ้านำกองทัพปีศาจนับล้านบุกกลืนกินทุกสรรพสิ่งราวกับกระแสน้ำหลาก จนเผ่ามนุษย์ต้องถอยร่นครั้งแล้วครั้งเล่า
ยามที่ด่านสยบปีศาจใกล้จะถูกตีแตก ่ขณะวิกฤตนั้นเองก็ได้ปรากฏชายชุดดำลึกลับผู้หนึ่งขึ้นมา เขาผู้นั้นได้พลิกสถานการณ์และสยบความวุ่นวายลงได้
ชายชุดดำผู้นั้นมีระดับพลังอยู่ในขอบเขตเต๋าขั้นสูงสุด มีพลังอำนาจทะลุฟ้าดิน สามารถสังหาราาปีศาจได้หลายตนเพียงลำพัง ขับไล่กองทัพปีศาจนับล้านออกไปพ้นด่านสยบปีศาจจนพวกมันไม่สามารถก้าวล่วงเข้ามาได้แม้แต่ก้าวเดียวปกป้องความสงบสุขให้แก่ราษฎรเผ่ามนุษย์
แม้ภัยพิบัติปีศาจจะถูกสยบลงแต่ในศึกครั้งนั้นตระกูลจีต้องสูญเสียอย่างหนัก บรรพชนตระกูลจีเองก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย พลังโดยรวมของตระกูลหลงเหลือไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วน และในหมู่คนรุ่นหลังของตระกูลจีต่างก็มีพร์ธรรมดาสามัญไม่มีผู้ใดโดดเด่นพอที่จะขึ้นมาเป็ผู้นำได้
ตลอดร้อยปีมานี้ ทรัพย์สินบรรพชนของตระกูลจีถูกตระกูละอื่น ๆ ทยอยเบียดเบียนกลืนกินไปทีละน้อยตกอยู่ในสภาวะที่อาจล่มสลายได้ทุกเมื่อ
ทว่าวิกฤตที่ถึงแก่ชีวิตนี้ กลับมลายหายไปสิ้นเมื่อจีเฟิ่งเหยียนเติบโตขึ้นอย่างโดดเด่น เมื่อสามปีก่อนคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนก้าวเข้าสู่ขอบเขติญญา ก่อให้เกิดนิมิตอันน่าหวาดหวั่นและได้เข้าเป็ศิษย์หลักแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ตำหนักเก้าชั้นฟ้าไท่ซ่างได้เปิดเทือกเขาบำเพ็ญเพียรอีกทั้งยังได้รับพรจากประมุขตำหนัก
เมื่อมีต้นไม้ใหญ่ให้พักพิงย่อมร่มเย็น ขอเพียงจีเฟิ่งเหยียนยังอยู่ในตำหนักเก้าชั้นฟ้าไท่ซ่างเพียงวันเดียวตระกูลจีก็ย่อมไม่มีทางล่มสลาย ผู้เดียวบรรลุเต๋าไก่สุนัขย่อมได้ขึ้น์ รวมถึงเฉินฉางอัน องครักษ์นับร้อยและเหล่าข้ารับใช้ที่ถูกคัดเลือกให้เข้ามาพำนักในเทือกเขาเฟิ่งหวงด้วย
คุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนมุ่งมั่นเพียงมรรคาแห่งเต๋า เพื่อจัดการสวนสมุนไพริญญา เลี้ยงดูสัตว์อสูรและงานจุกจิกอื่น ๆ ตระกูลจีจึงตั้งผู้ดูแลขึ้นมาสามตำแหน่งเพื่อแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบ
ลวี่จูคือสาวใช้คนสนิทของคุณหนูใหญ่ นางมุ่งมั่นปรนนิบัติคุณหนูใหญ่เพียงอย่างเดียวไม่ได้เข้ามาจัดการกิจการของตระกูลจีโดยตรง ทว่าแม้แต่ผู้ดูแลใหญ่พบหน้านางก็ยังต้องสุภาพนอบน้อม
และในบรรดาผู้ดูแลทั้งสามคนที่เหนือกว่าข้ารับใช้ แต่ยังอยู่ใต้คุณหนูใหญ่ตระกูลจี ก็ยังมีอีกผู้หนึ่งนั่นก็คือนายน้อยตระกูลจี… จีอู๋เซี่ยง
แม้จะใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลจีมาสิบกว่าปี แต่เฉินฉางอันกลับไม่รู้จักจีอู๋เซี่ยงมากนัก นอกจากเพราะฐานะข้ารับใช้ที่ต้อยต่ำแล้ว สิ่งสำคัญคือจีอู๋เซี่ยงมักจะไม่ได้อยู่ในเทือกเขาเฟิ่งหวง
"ให้ข้าระวังนายน้อยจีอู๋เซี่ยง หรือว่าโม่เซิ่งเป็คนของจีอู๋เซี่ยงงั้นหรือ?"
เฉินฉางอันไม่โง่เขลา ก่อนหน้านี้ฐานะของเขากับจีอู๋เซี่ยงนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว แทบไม่เคยพบหน้ากัน ต้นตอของเื่นี้ย่อมต้องอยู่ที่ตัวผู้ดูแลสามโม่เซิ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
"ถูกต้อง! หรือจะพูดให้ถูกก็คือไร่ิญญานับร้อยหมู่ในเทือกเขาเฟิ่งหวงแห่งนี้ โม่เซิ่งเป็ผู้ดูแลจัดการให้นายน้อยจีอู๋เซี่ยงมาโดยตลอด"
ลวี่จูวางถ้วยชาในมือลง นางมองเฉินฉางอันด้วยสายตาเคร่งเครียดแล้วเอ่ยต่อ
"ข้าเชื่อว่าเ้าคงเคยได้ยินมาบ้างว่าหนทางแห่งการฝึกตนนั้นประกอบด้วย เคล็ดวิชา ทรัพยากร มิตรสหาย และสถานที่ ‘เคล็ดวิชา’ นั้นย่อมไม่ต้องพูดถึง หากไม่มีหนทางย่อมฝึกตนไม่ได้ ส่วน ‘ทรัพยากร’ นั้นมีความสำคัญรองลงมาจากเคล็ดวิชา สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรที่แท้จริงทรัพยากรไม่ได้หมายถึงเงินทองของปุถุชนเพียงอย่างเดียวแต่ยังหมายถึงหญ้าิญญา สมุนไพริญญา และบรรดาสมบัติิญญาต่าง ๆ ด้วย"
เฉินฉางอันพยักหน้าเข้าใจ สรุปแล้วต้นเหตุแห่งปัญหาทั้งหมดก็คือไร่ิญญาเกือบร้อยหมู่นี้นี่เอง
ที่ใดมีคนที่นั่นย่อมมีเขามีเรา และเขากับเราก็คือสถานที่ที่ผลประโยชน์ของแต่ละฝ่ายมาพัวพันและแก่งแย่งชิงดีกัน ปุถุชนเป็เช่นนี้ผู้บำเพ็ญเพียรก็ยิ่งเป็เช่นนั้น
"ไม่ใช่แค่ไร่ิญญาที่ผู้ดูแลสามจัดการ แม้แต่สัตว์อสูรที่ผู้ดูแลรองเลี้ยงดู และหน่วยองครักษ์ที่ผู้ดูแลใหญ่ปกครอง ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ในนั้นล้วนถูกส่งมอบให้แก่นายน้อยจีอู๋เซี่ยงทั้งสิ้น"
รับของเขามาแล้วย่อมต้องเกรงใจ เมื่อรับสมุนไพริญญาของเฉินฉางอันมาแล้ว ลวี่จูย่อมต้องบอกกล่าวทุกอย่างอย่างลึกซึ้ง
"เ้าชิงตำแหน่งผู้ดูแลสามมาย่อมเป็การคุกคามผลประโยชน์แกนหลักของนายน้อยจีอู๋เซี่ยง ดังนั้นเขาจะต้องหาทางจัดการเ้าอย่างแน่นอน"
เฉินฉางอันรู้สึกแปลกใจ "คุณหนูใหญ่จะไม่ล่วงรู้เลยหรือ? คุณหนูใหญ่มีอำนาจกว้างขวาง เื่ใดที่เกิดขึ้นในเทือกเขาเฟิ่งหวงแห่งนี้ย่อมไม่อาจรอดพ้นสายตาของนางไปได้ ในเมื่อล่วงรู้แล้วทำไมจึง..."
ยังพูดไม่ทันจบเฉินฉางอันก็นึกถึงคำตอบได้เอง สำหรับคุณหนูใหญ่แล้วยิ่งคนข้างล่างแก่งแย่งชิงดีกันรุนแรงเพียงใดทรัพยากรก็จะยิ่งกระจายตัว ตระกูลจีถึงจะมีความเป็ไปได้ที่จะแข็งแกร่งขึ้น อย่างไรเสียสมุนไพริญญา หญ้าิญญา หรือวัตถุสำคัญที่คุณหนูใหญ่้าย่อมไม่มีใครกล้าไปแตะต้องอยู่แล้ว
ในเมื่อเป็เช่นนั้น ทรัพยากรการฝึกตนที่เหลืออยู่ หากถูกรวบรวมเพื่อสร้างลูกรัก์ขึ้นมาอีกคนจะไม่เป็การดีกว่าหรอกหรือ?
ต้องรู้ว่าความยุติธรรมที่แท้จริง คือความไม่ยุติธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หากจะพูดอีกอย่างหนึ่งคือ… หากเฉินฉางอันสามารถเอาชนะจีอู๋เซี่ยงได้ ก็จะสามารถพิสูจน์ได้ว่าตัวเขามีคุณค่ามากกว่า เขาเชื่อว่าคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนก็จะเลือกที่จะหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่งเช่นกัน
ทว่าหากสู้ไม่ได้...
จีอู๋เซี่ยงผู้นี้อยู่ที่ใด? ไม่เหมือนกับพวกเขา จีอู๋เซี่ยงไม่ได้เป็เพียงคนในตระกูลจีเท่านั้น แต่เขายังเป็ศิษย์สายนอกของตำหนักเก้าชั้นฟ้าไท่ซ่างอีกด้วย
เมื่อนึกได้เช่นนี้สุดเฉินฉางอันก็เริ่มมีความรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาเล็กน้อย ตระกูลจีมีองครักษ์นับร้อย ข้ารับใช้นับพัน แต่ผู้ที่สามารถเข้าเป็ศิษย์ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตำหนักเก้าชั้นฟ้าไท่ซ่างได้กลับมีเพียงคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนเพียงผู้เดียว
คิดไม่ถึงว่าจีอู๋เซี่ยงผู้นี้ก็ได้เป็ศิษย์สายนอกของตำหนักเก้าชั้นฟ้าไท่ซ่างด้วย แม้ฐานะของศิษย์สายนอกกับศิษย์หลักจะห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว แต่ศิษย์สายนอกก็ยังนับว่าเป็ศิษย์ ความแข็งแกร่งและพร์ย่อมเหนือกว่าผู้ดูแลใหญ่อย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายไม่ใช่ข้ารับใช้ทว่าเป็สายโลหิตที่แท้จริงของตระกูลจี มีแซ่เดียวกับคุณหนูใหญ่ มาจากต้นกำเนิดเดียวกัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากต้องเผชิญหน้ากับจีอู๋เซี่ยงในยามนี้ เฉินฉางอันย่อมไม่มีทางชนะได้อย่างแน่นอน
"ข้าคาดว่าไม่เกินสิบวัน นายน้อยจีอู๋เซี่ยงจะกลับมาที่เทือกเขาเฟิ่งหวง"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ลวี่จูเอ๋อร์ก็มองเฉินฉางอันด้วยสายตาที่เป็กังวล
"สิบวัน?" เฉินฉางอันที่เดิมทีมีความรู้สึกกดดันอยู่บ้าง เมื่อได้ยินคำว่า ‘สิบวัน’ เขากลับผ่อนคลายลงทันที
"เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหาแล้ว!"
หากหาวิธีประสานฤทธิ์โอสถไม่พบ บางทีห้าวันให้หลังเขาก็คงถูกคุณหนูใหญ่เผาจนกลายเป็เถ้าถ่านไปแล้ว เมื่อเทียบกับคุณหนูใหญ่แล้วจีอู๋เซี่ยงจะเป็ตัวอะไรได้กันเล่า
"......" ลวี่จูเอ๋อร์มึนงงไปหมด เหตุใดอยู่ดี ๆ ถึงเลิกกังวลเสียอย่างนั้น? หรือว่าเฉินฉางอันผู้นี้ก็มีสิ่งให้พึ่งพาด้วยเช่นกัน
ลวี่จูเอ๋อร์ดื่มชาในถ้วยจนหมดแล้วจึงลุกขึ้นขอตัวลา ความลับย่อมมีกันทุกคนนางเองก็เช่นกัน
หลังจากส่งลวี่จูเอ๋อร์กลับไปแล้ว เฉินฉางอันก็เรียกสวี่เฟยและหลี่ไจ้หยางเข้ามา คนทั้งสองนี้คือคนที่เขาเพิ่งเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเพื่อช่วยเขาดูแลสวนสมุนไพรและจัดการเื่จุกจิกต่าง ๆ
หลังจากผ่านเื่ราวมามากมายเฉินฉางอันยิ่งเข้าใจดีว่า ในโลกใบนี้มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่เป็ของจริง และมีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่เป็หนึ่งเดียว
เมื่อเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาที่เป็วิชาฝืนลิขิต์ เฉินฉางอันย่อมต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขอเพียงมีพลังที่เพียงพอ อย่าว่าแต่จีอู๋เซี่ยงเลยต่อให้เป็คุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียน ก็ต้องก้มหัวสยบให้แก่เขา
"เื่ที่ท่านสังหารโม่เซิ่งแพร่กระจายไปทั่วแล้ว ขอบคุณผู้ดูแลสามที่ช่วยพวกข้าล้างแค้นขอรับ!"
ทันทีที่สวี่เฟยและหลี่ไจ้หยางก้าวเข้ามา ทั้งสองก็ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นเสียงดังปึก! ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาอุ่น ๆ ไหลนองหน้าอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้
"ชีวิตของข้าผู้นี้ ต่อไปคือของผู้ดูแลสาม!"
"ข้าน้อยก็เช่นกันขอรับ!"
"......"
เมื่อมองดูคนทั้งสองที่คุกเข่าร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งใจ เฉินฉางอันก็สะบัดมือเป็สัญญาณให้ทั้งสองลุกขึ้น
พ่อแม่ของสวี่เฟยถูกโม่เซิ่งบีบคั้นจนตาย ส่วนหลี่ไจ้หยางยิ่งน่าเวทนา น้องสาวแท้ ๆ ถูกโม่เซิ่งและหม่าอันรุมย่ำยีแล้วขายเข้าซ่องไป จนยามนี้ยังไม่รู้เป็ตายร้ายดีอย่างไร
"ขอเพียงพวกเ้าตั้งใจทำงาน ความอยุติธรรมที่พวกเ้าได้รับ ข้าจะทวงคืนให้เอง!"
คนจนย่อมล่วงรู้ถึงความยากลำบากของคนจนด้วยกัน
เฉินฉางอันแม้จะตั้งใจช่วยไถ่ตัวน้องสาวของหลี่ไจ้หยางกลับมา แต่หากไม่ได้รับคำสั่งจากคุณหนูใหญ่ ข้ารับใช้ตระกูลจีย่อมไม่สามารถออกไปจากเทือกเขาเฟิ่งหวงได้ตามใจชอบ ยิ่งไปกว่านั้นเฉินฉางอันมีเวลาเหลือเพียงห้าวันเท่านั้น ห้าวันให้หลังแม้แต่ชีวิตตัวเองจะรักษาไว้ได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้จะเอาแรงที่ไหนไปช่วยเหลือโลกใบนี้กัน?
สิ่งที่สำคัญที่สุดในยามนี้ คือการหาวิธีประสานฤทธิ์โอสถของบัวขาวเมฆาวารีและเม็ดบัวอัคคีโลกันตร์ให้พบ เพียงแต่เื่นี้เฉินฉางอันยังนึกวิธีดี ๆ ไม่ออก ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในยามนี้คือ… การพยายามบำเพ็ญเพียรเพื่อทะลวงขอบเขตพลังให้ได้มากที่สุด ทะลวงต่อไปและทะลวงต่อไป!
"สวี่เฟย เ้าจงนำคนไปยึดทรัพย์ที่จวนของโม่เซิ่งและพวกเสีย สิ่งของมีค่าและสมบัติทั้งหมดจงขนมาไว้ที่ห้องของข้า"
เฉินฉางอันนึกถึงพวกหม่าอันที่สลบไป เขาจึงหันไปมองหลี่ไจ้หยาง
"พวกหม่าอันออกไปเก็บไผ่เหมันต์ทมิฬมามอบให้คุณหนูใหญ่หรือยัง?"
"ผู้ดูแลสาม พวกหม่าอันยังคงสลบไสลไม่ได้สติเลยขอรับ"
"สลบอย่างนั้นหรือ? เ้าไม่รู้วิธีใช้น้ำสาดให้พวกมันตื่นขึ้นมาหรืออย่างไร?"
เฉินฉางอันขมวดคิ้ว เขาเข้าใจดีถึงหลักการกำจัดศัตรูต้องถอนรากถอนโคน ั้แ่ชั่วขณะที่พวกหม่าอันลงมือกับเขา พวกมันก็ถูกลิขิตให้ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
"ทำให้พวกมันตื่นขึ้นมาแล้วรีบไล่พวกมันไปเก็บสมุนไพรที่หน้าผาหลังเขาเดี๋ยวนี้ หากพวกมันไม่ยอมลงไปก็จงถีบพวกมันลงไปเสีย!"
"รับทราบ ข้าน้อยจะไปจัดการเดี๋ยวนี้ขอรับ"
สวี่เฟยและหลี่ไจ้หยางมองหน้ากัน แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ไม่อาจสะกดกลั้นได้ พวกเขาอยากจะสังหารพวกหม่าอันมานานแล้ว แต่กลัวว่าจะนำปัญหามาให้เฉินฉางอันจึงได้แต่อดทนมาจนถึงตอนนี้
ต้องรู้ว่าพวกหม่าอันที่แอบอ้างบารมีผู้อื่นมักจะข่มเหงรังแกพวกเขาอยู่เป็ประจำ ยามนึกถึงน้องสาวที่ถูกย่ำยี หลี่ไจ้หยางก็ยิ่งเกิดจิตสังหารรุนแรง ยามนี้เมื่อมีเ้านายที่ไม่เกรงกลัวฟ้าดินพวกเขาทั้งสองจะห่วงชีวิตไปเพื่ออะไรกัน?
หลังจากที่ทั้งสองจากไปแล้ว เฉินฉางอันก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปในคลังเก็บของที่ใช้เก็บสมุนไพรและหญ้าิญญา ลำดับต่อไปก็ถึงเวลาเพลิดเพลินกับผลแห่งชัยชนะแล้ว
"บุปผาร่วงโรยรากมรกต ผลเหมันต์เก้าชั้นฟ้า หญ้าัชาด หยาดน้ำห้าพิสุทธิ์และยังมีาาโสมพันปี"
เมื่อมองดูสมุนไพริญญาและหญ้าิญญาล้ำค่ากว่าหนึ่งร้อยยี่สิบต้นที่อยู่ตรงหน้าลมหายใจของเฉินฉางอันก็เริ่มหอบหนัก
ในเมื่อเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาสามารถสูบกลืนปราณโลหิตในกายของอสูรและผู้บำเพ็ญเพียรได้โดยตรง เช่นนั้นสมุนไพรและหญ้าิญญาที่บรรจุพลังชีวิตอันมหาศาลเหล่านี้เล่า?
หัวใจเทาเที่ยสีดำสนิทในกายเริ่มเต้นรัวเร็วขึ้น เฉินฉางอันสะบัดมือวูบเดียวหมอกสีดำพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเข้าห่อหุ้มสมุนไพริญญาสิบกว่าต้นเบื้องหน้าและเริ่มสูบกลืนอย่างรุนแรง
หลังจากร่างกายดูดซับสมุนไพริญญาไปได้สิบแปดต้น อวัยวะภายในทั้งห้าและอวัยวะกลวงทั้งหกในกายก็ส่งเสียงคำรามกึกก้อง พร้อมเปล่งประกายรัศมีเทพประหลาดออกมาหลายสาย พันธนาการที่มองไม่เห็นถูกทำลายลงอีกครั้งกลิ่นอายในกายพุ่งทะยานสู่หมู่เมฆ
เมื่อมีเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภา การ่ชิงพลังชีวิตและพลังงานมาเป็ของตนเองเพื่อทะลวงขอบเขตพลัง ย่อมง่ายดายดุจการกินข้าวและดื่มน้ำ ขอบเขตสามัญระดับสี่ขั้นหลอมรวมภายใน ทะลวงสำเร็จ!
หลังจากทะลวงขอบเขตได้อีกครั้ง เฉินฉางอันก็ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ในจังหวะที่เขาสะบัดมือหมอกสีดำสายหนึ่งก็เข้าห่อหุ้มสมุนไพรต้นที่สิบเก้าทันที…