ผมแค่อยากใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา..ไม่ได้รึไง!

    ตอนที่ 18 ดินแดนวิญญาณ

         "เอาอีกแล้วอริ! เฉียดตายมาหมาดๆจะให้ไปต่างโลกโคตรอันตรายต่อ สภาพเหมือนนักโทษโดนซ้อมแบบนี้ไปมีแต่ตายกับตาย"


         ชุนบ่นเสียงดังลั่น ในเวลาเดียวกันชุนได้กระโดดข้ามตึกไปทีละตึกอย่างช้าๆ เพื่อหาที่สงบๆ ห่างไกลจากผู้คนพักรักษาตัว ไม่งั้นตอนข้ามไปอีกโลกเขาคงได้ตายจริงๆ
         ชวิ้ง!
         "ออกมาทำไมไอ้หมาบัดซบ"
         ชุนถามทันทีเมื่อเห็นจินไป๋พุ่งออกมาจากหน้าอกเขาตามอำเภอใจ
         "จุ๊จุ๊! ไม่เอาสิเจ้านาย ท่านบาดเจ็บข้าฟื้นตัวเร็วพลังกลับคืนต้องปกป้องท่านเป็นธรรมดา"
         "ห่วงตัวเองตายละสิไม่ว่า"
         ชุนเสียดสีพลางเร่งความเร็วไม่ให้จินไป๋ตามเขาทัน          "อย่าหนีสิเจ้านาย ท่านอาจพบอันตรายได้ทุกเมื่อ จินไป๋เป็นวิญญาณดีงามไม่ปล่อยให้ท่านตกอยู่ในอันตราย"
         จินไป๋เร่งความเร็วตามชุนไม่ห่าง ถึงชุนจะหนีจินไป๋ยังตามเขาได้ทันอยู่ดี
         "ไม่เอาโว้ย ยิ่งพูดดีๆแบบนั้นมันยิ่งมีพิรุธไม่น่าไว้ใจเข้าไปใหญ่และหยุดตามมาได้แล้วไปก็ไป"
         ชุนพยายามหนีจินไป๋ไม่ให้มันตามเขาทัน เขาคิดไม่ให้มันกลับเข้าไปในร่างกายเขา ที่ชุนทำแบบนี้..จริงๆแล้วชุนแค่อยากทดสอบมันดูว่ามันมีความจริงใจเหมือนที่มันพูดมารึเปล่าหรือหลอกลวงเขาไปตาย เพราะมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่จะสังเกตหรืออ่านท่าทางได้ นอกจากชุนได้เห็นความทรงจำของมันและเฝ้าดูว่ามันเป็นยังไง
         "ความปลอดภัยของท่านสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด"
         "เหอะๆ พูดจริงก็ทำให้ได้ละกัน..ปกป้องเจ้านายน่ะ"
         ชุนแกล้งพูดอย่างไม่สบอารมณ์และไม่พูดกับมันอีกจนใกล้ได้เวลาไปดินแดนวิญญาณ ฉับพลันชุนถึงฉุกคิดได้ว่าถ้ามีปืนสักกระบอกคงดี แต่ชุนไม่มีเวลาไปหาปืนแล้วแค่นาทีเดียวเขาจะถูกส่งไปต่างโลก ดขาจึงเลือกใช้เวลารักษาอาการบาดเจ็บได้อีกเล็กน้อย 
         ชุนในสภาพนี้บอกได้ว่าถ้าเขาไม่พบสัตว์เทพ ไม่มีทางที่ชุนจะตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต
         .     .     .
         ณ ริมชายฝั่งทะเลติดโขดหินโสโครก 
         ชุนกำลังนั่งรักษาตัวเงียบๆ เมื่อครบหนึ่งนาทีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นบอกชุนให้รู้ว่าเขากำลังจะถูกส่งเขาไปยังดินแดนวิญญาณ หลังจากนั้นแสงสีขาวได้สว่างวาบฉุดร่างชุนเข้าสู่มิติสีขาวทั้งๆที่เขากำลังยืนขึ้น พอยืนขึ้นชุนถึงรู้ว่าเขาถูกส่งมายังโลกอีกใบแล้ว เพราะทะเลกับโขดหินหายไป มีเพียงทุ่งหญ้าสีเขียวกว้างใหญ่ มองไปไกลเล็กน้อยจะเห็นป่า ถัดไปคือภูเขาสูงใหญ่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังหลงป่า
         -การเคลื่อนย้ายเสร็จสิ้น ท่านถูกส่งมายังดินแดนวิญญาณ สามารถเปิดแผนที่ดินแดนวิญญาณ เพียงกล่าวว่า 'แผนที่' เพื่อดูแผนที่
         -แจ้งเตือน วิญญาณนำทางสามารถช่วยเหลือท่านได้ตามความเหมาะสม เพียงท่านพูดคุยกับวิญญาณนำทาง
         -คำเตือน กรุณาตามหาศิลาวิญญาณเพื่อบ่มเพาะ ยืดอายุขัย หากสามารถบรรลุถึงขอบเขตเทพได้ภายในห้าสิบปี ท่านจะถูกส่งกลับไปยังโลกสามวัน
         "ห๊ะ!"
         ชุนถึงกับหน้าเหวอไปเมื่อได้ยินเสียงในหัว กว่าสติจะกลับคืนจินไป๋กับเฮ่ยหงได้พุ่งออกจากตัวเขาไปตัดอะไรบางอย่างแล้ว
         ฉับ!
         ฉับ!
         เมื่อชุนได้สติกลับมา เขาพบว่าทุ่งหญ้าตรงหน้ากลายเป็นทะเลงูสีเขียวตัวจิ๋วขาดครึ่งกำลังดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดในกองเลือด ชุนมองได้ไม่นานเสียงของจินไป๋กับเฮ่ยหงพลันดังขึ้นมา
         "รีบรักษาตัวเร็วนายท่าน ปล่อยให้พวกข้าจัดการเดรัจฉานตัวน้อยเหล่านี้!"
         ชุนได้ยินถึงกับนิ่งอึ้งตะลึงค้างไปครู่ใหญ่ แต่ชุนได้นั่งลงและเริ่มใช้พลังรักษาตัวตามคำบอกของจินไป๋และเฮ่ยหง ส่วนจินไป๋กับเฮ่ยหงบินตัดร่างงูสีเขียวกลางอากาศไม่หยุดพัก
         ขณะเดียวกันชุนรับรู้ได้ถึงพลังบางอย่างไหลซึมเข้าไปสู่กระเพาะ พอเพ่งความรู้สึกๆดีๆมันเหมือนจะไม่ใช่พลังที่เขารู้จัก แต่เขาเลือกไม่คิดอะไรและรักษาตัวต่อไปท่ามกลางการตัดร่างงูของมีดบินทั้งสองเล่ม
         สามวันผ่านไปไวเหมือนโกหก
         ร่างกายชุนกลับคืนสู่สภาพปกติ ไม่มีบาดแผลเหลือหรือรอยใดๆหลงเหลือบนร่างกาย ส่วนมีดบินทั้งสองเล่มได้วนเวียนอยู่เหนือศีรษะชุนราวองครักษ์พิทักษ์กาย
         "เหม็นจริงๆ"
         ชุนบ่นพลางเอามือปิดจมูก สายตาเขากวาดมองไปรอบๆและพบว่าเขากำลังอยู่ท่ามกลางศพงูสีเขียวที่จมกองเลือดนับไม่ถ้วน ก่อนจะเลือกเดินไปให้ไกลจากกลิ่นเหม็นเน่า
         "นายท่านจะเดินไปไหน ไม่เก็บวิญญาณพวกมันก่อนล่ะถึงคนอื่นจะมองไม่เห็นและมองเป็นของไร้ค่า แต่จริงๆมันมีค่าหาอะไรมาเปรียบไม่ได้เชียว"
         จินไป๋ทักเตือนชุน ชุนกลับไม่สนใจ...เพราะกลิ่นเหม็นเน่ามันรุนแรง แต่พอชุนเดินไปพ้นระยะไร้กลิ่นเหม็นเน่าเขาได้พูดคุยกับจินไป๋
         "ยังต้องเก็บหัวใจกับวิญญาณอยู่อีกหรอ"
         "ต้องเก็บสินายท่านจะปล่อยให้เสียเปล่าทำไม อสรพิษเหล่านี้หัวใจมันเริ่มน่าเสียเก็บเกี่ยวได้เพียงวิญญาณ"
         "จะเก็บไปทำไมหรือระบบมันต้องพัฒนาอีก?"
         ชุนมองไปยังศพงูด้วยสายตาแปลกๆ ดวงตาเขาตอนนี้กลายเป็นสีแดงอ่อนๆ ไม่ใช่แค่สีดวงตาตาเปลี่ยนไป สิ่งที่มองเห็นก็เปลี่ยนเช่นกัน นอกจากเห็นสภาพแวดล้อมปกติ ชุนยังเห็นดวงวิญญาณสีเขียวลอยอยู่เหนือซากศพของงูสีเขียวนับพันตัว
         "เรื่องนั้นเป็นส่วนหนึ่งนายท่าน เส้นทางของท่านนับจากนี้ต้องใช้วิญญาณกับหัวใจสดของสิ่งมีชีวิตมหาศาล มีมากเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะวิญญาณนำอย่างพวกเราถูกสร้างมาเพื่อช่วยเหลือนายท่านและคำว่า 'วิญญาณนำทาง' เป็นคำเรียกเฉพาะนายท่านผู้เดียว ไม่มีผู้ใดเข้าใจได้"
         "แล้วใช้วิญญาณกับหัวใจทำอะไรล่ะ! บูชายัญหรือบวงสรวง?...."
         ชุนถามต่อด้วยสีหน้าสงสัย เห็นได้ชัดว่าจินไป๋ต้องอธิบายอีกยาว แต่เฮ่ยหงดันตัดบท แย่งจินไป๋บอกกล่าวเสียอย่างนั้น
         "อยากรู้ใช่ไหมนายท่าน ข้าจะบอกท่านครั้งเดียว เอาไปคิดต่อและเรียบเรียงเอา...วิญญาณกับหัวใจใช้พัฒนาระบบหนึ่งในสามส่วน อีกสองส่วงแบ่งไปใช้พัฒนาศาสตราประจำตัวอย่างพวกเราทั้งสอง ส่วนสุดท้ายคือพัฒนาตัวนายท่าน 
         ระหว่างวิญญาณกับหัวใจ วิญญาณนั้นล้ำค่าที่สุดยิ่งเป็นวิญญาณข้ามภพหรือวิญญาณที่คงอยู่มาหลายชาติหลายภพยิ่งเลิศล้ำ ถึงจะมีไม่มากวิญญาณเหล่านั้นย่อมเหนือกว่าวิญญาณทั่วไป สำหรับวิญญาณที่ล้ำค่าเหนือกว่าวิญญาณข้ามภพและวิญญาณที่คงอยู่มาหลายชาติภพคือวิญญาณผู้ฝึกตน 
         ข้าจะไล่ระดับวิญญาณให้ท่านฟัง ระดับแรกวิญญาณทั่วไปเป็นวิญญาณธรรมดา ระดับสองวิญญาณธรรมดาที่คงอยู่มาหลายชาติภพ ระดับสามวิญญาณข้ามภพ..วิญญาณนี้มีความพิเศษเฉพาะตัว..ได้ดูดซับอาจได้รับพรสวรรค์บางอย่าง ระดับสี่วิญญาณผู้ฝึกตน ระดับห้าวิญญาณเทพ ระดับหกวิญญาณอมตะ ระดับเจ็ดวิญญาณเซียน ระดับแปดวิญญาณบรรพกาล ระดับเก้าวิญญาณพิสุทธิ์ ระดับสิบมหาวิญญาณ
         วิญญาณในแต่ละระดับคงอยู่มาเนิ่นนานตามกาลเวลา ยกเว้นวิญญาณข้ามภพขึ้นไป ในวิญญาณอาจพบของวิเศษหรือสิ่งล้ำค่า ยิ่งวิญญาณพิสุทธิ์เป็นวิญญาณเหนือล้ำ ต่อให้เป็นเซียนยังไม่มีวันได้พบ ดีไม่ดีอาจตายเพราะถูกวิญญาณสังหาร ยิ่งมหาวิญญาณขอให้ท่านอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะเป็นวิญญาณของตัวตนเพียงหนึ่งเดียวไม่มีซ้ำสอง พลังมากล้นยากจินตนาการ
         ส่วนหัวใจเป็นรองมันเป็นเพียงชิ้นส่วนของร่างเนื้อ หนึ่งในอวัยวะของร่างกาย แค่มันควรเก็บมาใช้เพราะเป็นส่วนที่บริสุทธิ์และวิเศษที่สุดในร่างกายของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดทั้งมวล หนึ่งร่างกายมีหัวใจเพียงหนึ่งดวง 
         ยกเว้นจะเป็นหัวใจเซียน มันวิเศษพอๆกับวิญญาณระดับเจ็ด ไม่ใช่แค่เอามาปรุงยาหรือกินสดๆได้ มันยังแทนที่หัวใจของนายท่านได้ยามถูกควักออกไป ยิ่งไปกว่านั้นความสำคัญของมันคือสร้างร่างเนื้อให้วิญญาณนำทางอย่างพวกเราได้
         นอกจากวิญญาณและหัวใจเป็นไปได้ นายท่านต้องควักตันเถียนของพวกสมควรตายมากลั่นเพื่อดูดซับปราณบริสุทธิ์...สัตว์บางชนิดมีส่วนสำคัญสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งร่าง พวกเราวิญญาณนำทางจะช่วยแนะนำท่านไปเรื่อยๆ"
         "โอเค โอเค หยุดบ่นได้แล้วแค่เก็บวิญญาณมันก็พอไม่เห็นจะต้องพูดมาก"
         ชุนพูดเหมือนไม่ค่อยสบอารมณ์และเริ่มเก็บวิญญาณเข้าไปในระบบ ตอนนี้เขาไม่มีทางรู้ถึงคุณค่าของวิญญาณ ยิ่งเฮ่ยหงไม่บอกเรื่องวิญญาณระดับเก้าให้ละเอียดว่าเหนือกว่าตัวตนระดับบรรพกาลและผู้ครอบครองอยู่ในช่วงขั้นพลังแตกต่างกันไป ซึ่งซับซ้อนกว่าวิญญาณระดับอื่น
         .     .     .
         -วิญญาณอสรพิษเขียว 1000 ดวง
         หลังจากใช้เวลาไปหนึ่งชั่วโมงชุนได้เก็บวิญญาณของงูทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยและเดินไปนั่งใต้ต้นไม้ไกลไปจากกองซากศพงูในจุดที่ไ่มีกลิ่นเหม็นเน่า
         "เหนื่อยโคตร จะเยอะอะไรขนาดนี้วะ"
         ชุนถอนหายใจพลางเอาหลังพิงต้นไม้อย่างสบายใจ เวลานั้นเฮ่ยหงได้บินมาตรงหน้าชุนและเล่าอะไรบางอย่างใช้ชุนฟังต่อ
         "นายท่าน ข้าลืมบอกไปสองสามเรื่อง เรื่องแรกวิญญาณกับหัวใจพอไปถึงระดับหนึ่งแล้วท่านไม่จำเป็นต้องใช้มันอีก เรื่องที่สองคือขุมพลังทั้งสองในร่างกาย หนึ่งเทียบได้กับระดับเซียน อีกหนึ่งเหนือกว่าระดับมนุษย์ไม่มาก แต่ท่านอย่างพึ่งตกใจไป จินไป๋จะสะกดพลังของท่านไว้ถ้าไม่จำเป็นท่านจะไม่ได้ใช้ เพราะท่านต้องฝึกฝนพลังปราณจนกว่าจะมีระดับเดียวกันกับพลังดังเดิมของท่าน"
         "ห๋า! แล้วไหงเองไม่สู้วิ่งไปหาของมาให้เพิ่มพลังเจ้านายคนนี้ล่ะ เร็วกว่าตั้งเยอะ..ประหยัดเวลาด้วย"
         ชุนพูดเหน็บแนบเพราะเขาไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เพราะเขาถูกบังคับมาต่างโลกที่ไม่ชอบ จะว่าเข้าขั้นเกลียดยังได้ ซ้ำร้ายต้องมาฟังเรื่องอะไรแบบนี้
         "จะบ้าหรอท่าน! ท่านต้องฝึกฝนด้วยตนเองถึงจะแข็งแกร่ง ขืนส่งท่านไปดินแดนสูงกว่านี้..ท่านคงพัฒนาไปมั่วซั่ว..ดีไม่ดีธาตุไฟเข้าแทรกวิญญาณแตกดับ ไม่มีวันหวนกลับมามีชีวิต"