บทที่ 12
"ขอพระราชทานอภัยให้กับกระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ ที่กระหม่อมมาเข้าเฝ้าฮองไทเฮาล่าช้า" วังเจี้ยน เ้าเมืองเจิ้นหนิงคุกเข่าอยู่ด้านหน้าจางชิงหลิน ตัวเขาสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าจางชิงหลินมาที่สุสานแห่งนี้
แม้แต่ตอนที่พวกทหารและขันที ที่เคยเข้าไปกร่างอยู่เมืองหายไปเขารู้สึกโล่งใจมากที่ไม่มีคนพวกนั้นอยู่ เพราะคิดว่าอำนาจจะอยู่ที่เขาคนเดียว
โดยลืมคิดไปว่าจะมีคนกี่คนที่สามารถทำให้ทหารและขันทีพวกนั้นหายตัวไปได้ ถ้าเพราะวันนี้คนสนิทของเขาไม่ไปรายงานว่ามีคนแปลกหน้าเข้าไปซื้อของมากมาย เขาก็คงไม่สนใจและให้คนตามมา
ซึ่งเป็เวลาประจวบเหมาะพอดีที่มีข่าวลือมาจากเมืองหลวงว่าฮองไทเฮาเสด็จมาประทับอยู่ที่สุสานของอดีตฮ่องเต้ เขาเลยรีบมาที่สุสาน พอมาเจอก็ทราบด้วยทันทีว่าชีวิตของเขานั้นสั้นลงแล้ว
"เ้าใช้เวลานานเกือบครึ่งปีเชียวนะกว่าจะรู้ว่าข้ามาที่นี่ จนข้าสร้างจวนของข้าเสร็จแล้ว แต่เ้าเพิ่งรู้ว่าข้ามาอยู่ที่นี่" จางชิงหลินถามด้วยรอยยิ้ม
"ขอพระราชทานอภัยให้กับกระหม่อมด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ ที่มารับฮองไทเฮาช้า ฮองไทเฮามีเื่อะไรที่จะรับสั่งให้กระหม่อมจัดการ โปรรับสั่งมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะทำเต็มที่" วังเจี้ยนพูดออกมาด้วยความสั่นกลัว
"ทางราชสำนักไม่มีคนส่งข่าวเื่ข้ามาอยู่ที่นี่เลยอย่างนั้นหรือ" จางชิงหลินถาม
"เอ่อคือ" วังเจี้ยนเกิดอาการอึกอัก เพราะเขาจำได้ว่าราชสำนักมีจดหมายมาถึงเขา ซึ่งเขาคิดว่าไม่ได้เป็จดหมายสำคัญเขาก็เลยไม่สนใจ และอีกอย่างเมืองเจิ้นหนิงแห่งนี้นอกจากมีสุสานของอดีตฮ่องเต้ตั้งอยู่ ก็แทบไม่มีอะไรให้ราชสำนักให้ความสำคัญและที่ผ่านมา จดหมายที่มีก็เป็เพียงจดหมายสอบถามถึงเื่สุสาน
เขาก็ตอบไปแบบเดิมทุกอย่างและแน่นอนว่าเมื่อจดหมายมาเขาก็ตอบไปแบบเดิมเพราะพวกทหารและขันทีที่มาเฝ้าสุสานสั่งเอาไว้ ทั้ง ๆ ที่เขามีตำแหน่งสูงกว่าแต่เพราะทหารและขันทีเ่าั้เคยเป็ทหารและขันทีของอดีตฮ่องเต้ ทำให้เ้าเมืองอย่างเขาต้องลงให้กับพวกเขา
"กระหม่อมคิดว่าเป็จดหมายสอบถามเื่สุสานพ่ะย่ะค่ะ"
"ใต้เท้าวัง เ้ารู้หรือไม่ว่าความผิดของเ้ามีอะไรบ้าง" จางชิงหลินถามเสียงเรียบแต่แววตาไม่ใช่ "ชีวิตของคนในตระกูลเ้ายังไม่สามารถชดเชยความผิดที่เ้าได้กระทำได้เลย เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ข้าจะให้โอกาสใต้เท้า
เขียนจดหมายสารภาพผิด ส่งไปให้กับฮ่องเต้ ถ้าฝ่าาให้อภัยเ้าข้าก็จะไม่แตะต้องเ้าและครอบครัวของเ้าแต่ถ้าฮ่องเต้ไม่ให้อภัย ข้าคงไม่ต้องบอกว่าเ้าจะต้องพบเจอกับอะไร" จางชิงหลินพูดออกมาอย่างใจเย็น
"ฮองไทเฮาได้โปรดให้อภัยกระหม่อมเถิดพ่ะย่ะค่ะ" วังเจี้ยนขอร้องเขากลัวจนฉี่แตกเปื้อนไปทั่วพื้น เพราะเขารู้แล้วว่าเขาไม่มีทางรอดแน่นอนและครอบครัวยังต้องเดือดร้อนไปด้วยอีก ตระกูลวังจะสิ้นเพราะเขาแล้ว
"เ้าขออภัยจากข้าอย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นเ้าบอกเหตุผลดี ๆ ข้ามาสักข้อ เพียงข้อเดียว เหตุผลที่จะทำให้ข้ายกโทษให้เ้า เ้าเห็นรอยเืพวกนั้นหรือไม่" จางชิงหลินชี้ไปที่รอยเืที่ตอนนี้กำลังมีคนทำความสะอาดอยู่
"พ่ะย่ะค่ะ" วังเจี้ยนตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ
"นั่นน่ะเป็รอยเืของทหารและขันทีที่รับหน้าที่เฝ้าที่นี่ เ้ารู้หรือไม่พวกเขาทำผิดอะไรบ้าง ข้าไม่น่าถามเ้า เพราะเ้ารู้อยู่แล้ว ในเมื่อคนพวกนี้เข้าไปอยู่ในเมืองใช้ชีวิตอย่างสุขสบายร่ำรวยเงินทองขนาดนั้น และเ้าคงจะได้จากพวกเขาไม่น้อยไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าโกหกราชสำนักเื่สุสานแห่งนี้
เ้ารู้หรือไม่ว่าทรัพย์สมบัติเงินทองที่พวกเขาเอาไปให้เ้า มันมาจากไหน" จางชิงหลินเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตวาดออกมาเสียงดัง "มันมาจากสุสานของสามีข้าอย่างไรเล่า เพราะอย่างนั้นโทษที่พวกมันได้รับก็คือความตาย
และนอกจากความตายแล้วแม้แต่ร่างข้าก็จะไม่ให้มีคนเก็บไปฝัง ข้าให้คนของข้านำหัวและร่างของพวกเขาไปเป็อาหารสัตว์ป่า ข้าจะให้โอกาสเ้าได้เลือก เพราะถ้าเ้าไม่เลือกเ้าก็จะมีชีวิตไม่ต่างกับพวกมัน ดูรอยเืเอาไว้" จางชิงหลินพูดด้วยรอยยิ้ม แต่สำหรับวังเจี้ยน นี่เป็รอยยิ้มแห่งความตาย
"กระหม่อม กระหม่อมจะเขียนฎีกายอมรับความผิดจากฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะเขียนฎีการับความผิดต่อฝ่าา" วังเจี้ยนพูดอยู่อย่างนั้นด้วยความสั่นกลัว
"ดี ถ้าอย่างนั้นก็รีบพาคนของเ้าไปสิ" จางชิงหลินเอ่ยปากไล่
"พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้" วังเจี้ยนตอบด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ รีบพาคนออกไปทันที
"นี่เป็อีกหนึ่งบททดสอบอันจวิ้นอย่างนั้นหรือ" หลงเจิ้นอี้เดินเข้ามาโดยมีจางกงกงประคองเข้ามาอย่างระมัดระวัง
"ท่านพี่ว่าบททดสอบนี้เหมาะสมหรือไม่เ้าคะ" จางชิงหลินเดินเข้าไปช่วยจางกงกงประคองหลงเจิ้นอี้อีกด้านหนึ่ง
"หลินเอ๋อร์" หลงเจิ้นอี้มองจางชิงหลินด้วยสายตาที่เ็ป เขารู้ดีว่าเหตุผลที่จางชิงหลินทำแบบนี้ทำไม เพราะก่อนหน้านี้จางชิงหลินได้เขียนจดหมายอีกครั้งและได้บอกว่าลงโทษทหารและขันทีไปอย่างไรบ้าง การที่นางให้วังเจี้ยนเขียนฎีกาถวายฮ่องเต้ ก็เพราะอยากรู้ว่าหลงอันจวิ้นจะทำเช่นไร จะลงโทษหรือปล่อยผ่านไปอีกครั้ง
"ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะท่านพี่ ตอนนี้ข้าสบายมาก เรากลับบ้านกันเถอะ ที่นี่ก็ปล่อยให้เว่ยฉู่กับหลี่หานจัดการไป" จางชิงหลินเอ่ยชวน
"ถ้าข้าขายดีแล้ว เราค่อยไปเดินสำรวจูเาลูกนี้ด้วยกันอีกนะ" หลงเจิ้นอี้ชวนคุยระหว่างเดินไปด้วยกัน
"ดีสิเ้าคะ ครั้งก่อนข้าจำได้ตอนที่เราไปสำรวจูเาลูกนี้ด้วยกันมีดอกกล้วยไม้ด้วย ไม่รู้ว่าตอนนี้จะมีอีกหรือไม่" จางชิงหลินตอบดวงตาของนางเป็ประกายเมื่อนึกถึงเื่เก่า ๆ
"รอข้าหายดีเมื่อไหร่ บ้านของเราค่อยสร้างขึ้นมานะ ข้าอยากสร้างมันด้วยตัวเอง" หลงเจิ้นอี้บอก บ้านหลังที่เพิ่งสร้างใหม่ขึ้นมา ไม่ได้เป็บ้านที่หลงเจิ้นอี้และจางชิงหลินตั้งใจที่จะอยู่ เป็เพียงบ้านพักชั่วคราวเท่านั้น เพราะความตั้งใจของทั้งสองพวกของพวกเขาจะต้องขึ้นเขาไปอีก ซึ่งสถานที่ตรงนั้นเป็สถานที่ที่ทั้งสองตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่าจะสร้างบ้านที่นี่
"ได้สิเ้าคะ ท่านพี่คิดหรือยังว่าจะสร้างแบบไหน"
"แบบที่หลินเอ๋อร์ชอบอย่างไรเล่า ไม่ต้องใหญ่มากนัก แต่มีทุกอย่างครบ"
"อย่างน้อยก็มีที่นอนให้พวกข้าน้อยด้วยนะขอรับ พวกเราจะได้ช่วยดูแลนายท่านและนายหญิง" จางกงกงพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
"ไม่มีหรอก พวกเ้าก็อยู่ที่บ้านหลังเดิมนี่แหละ ที่บ้านหลังโน่นจะมีแค่ข้าและหลินเอ๋อร์เท่านั้น" หลงเจิ้นอี้พูดด้วยรอยยิ้ม
"โถ่ นายท่านล่ะก็"
"ท่านพี่ล้อเล่นเท่านั้น จางกงกงอย่าคิดมาก อย่างน้อยก็ต้องมีห้องของจางกงกงอยู่แล้ว เราสองคนจะทิ้งจางกงกงได้อย่างไรเล่า" จางชิงหลินตอบ เพราะหลงเจิ้นอี้ไม่มีแม่ เขาเติบโตมาโดยมีจางกงกงเลี้ยงดูข้างกายมาตลอด
หลงเจิ้นอี้มองจางกงกงราวกับพ่อแท้ ๆ แต่เพราะจางกงกงบอกว่าตัวเองต่ำต้อยไม่กล้ารับ ขอเป็บ่าวรับใช้อยู่ข้าง ๆ แต่ความรู้สึกของหลงเจิ้นอี้และจางชิงหลินไม่เคยมองจางกงกงเป็บ่าวรับใช้เลยแม้แต่น้อย
"ข้าน้อยใจหายหมดเลย" จางกงกงพูดออกมาด้วยความโล่งใจ
"พวกเราด้วยนะเ้าคะนายท่านนายหญิง ให้พวกเราอยู่ด้วยนะ" หนิงเฟิงที่เดินตามหลังมาพูดขึ้น นางจะถูกทิ้งไม่ได้นะ
"ได้ ๆ ไม่ทิ้งใครทั้งนั้นแหละ พวกเ้าก็ไปอยู่ด้วย" หลงเจิ้นอี้ตอบด้วยรอยยิ้ม
"ขอบคุณเ้าค่ะนายท่าน" หนิงเฟิงได้ยินคำตอบที่พอใจแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี
"หนิงเฟิง เ้าไปดูหน่อยว่าน้ำแกงที่ข้าทำไว้ยังอุ่นอยู่หรือไม่ถ้าไม่อุ่นแล้วก็อุ่นให้หน่อย" จางชิงหลินพูดขึ้น นางไม่รู้ว่าตอนที่ลงมาจัดการเื่นี้จะทำให้น้ำแกงที่นางทำเอาไว้จะหายอุ่นหรือไม่
"ได้เ้าค่ะ" รับคำสั่งเรียบร้อยหนิงเฟิงก็วิ่งไปทันที
"ไม่คิดว่านางจะโตถึงเพียงนี้แล้วแต่ยังแก่นแก้วเหมือนเดิมเลยนะขอรับ" จางกงกงพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทางการวิ่งของหนิงเฟิง ไปอยู่วังหลวงมาก็หลายปีแต่ไม่มีความกุลสตรีเลยแม้แต่น้อย
"อย่าไปพูดให้หนิงเฟิงได้ยินเข้าเล่า มีหวังโดนงอนแน่" จางชิงหลินหัวเราะออกมาโดยมีหลงเจิ้นอี้หัวเราะออกมาด้วย