เพราะรักของฉัน.. คือเธอ

    เพราะรักของฉัน.. คือเธอ ตอนที่ ๑๖ ในอ้อมแขน

    นิยายแห่งการรำลึกถึงรักแท้   เพราะรักของฉัน.. คือเธอ  เขียนโดย  สลักกานต์

    ตอนที่ ๑๖

    ในอ้อมแขน

            ป้อมพาทุกคนเดินกลับที่พักในความมืด มีไฟฉายเล็กๆแค่ ๒ อัน   เพราะทุกคนลืมว่าต้องเดินกลับในความมืด  แต่ก็ไม่ได้มืดสนิทจนมองอะไรไม่เห็น   แม้ไร้แสงประดิษฐ์ของมนุษย์   ก็ยังมี.. แสงจันทร์นวลตา.. แสงดาวสุกสกาว.. ช่วยส่องนำทางให้

            ภูกระดึงในยามค่ำคืนอากาศเย็นลงอีกอุณหภูมิน่าจะลดลงไปจนถึงเลขตัวเดียว  การเดินตัวติดกันช่วยให้ตัวอุ่นขึ้น  แบงเดินโอบไหล่ทีกับชาญจนตัวติดกัน ช่วยให้ทั้งสามอบอุ่นขึ้น  

            เตโชและไม้เดินเคียงข้างกัน ทั้งสองเดินตามหลังเพื่อนๆไปติดๆ ไม้เดินโอบไหล่โช   เหมือนที่ทุกคนทำกัน

            แต่ที่ไม่มีใครรู้ ก็คือ.. โชแอบโอบเอวไม้ในความมืดนั่น   

            กว่าจะไปถึงที่พักก็ใช้เวลามากโขอยู่   ทุกคนทานอาหารที่เพื่อนๆ เตรียมไว้ให้รีบเก็บล้าง   แล้วก็เข้านอนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นตีสาม เพื่อเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่.. ‘ผานกแอ่น’ ตามแผนที่ป้อมวางไว้  

            ..

            เมื่อเข้าไปในอยู่ในเต๊นด้วยกัน   เตโชก็รู้สึกประดักประเดิด ไม่รู้จะทำยังไงดี   เต๊นเองก็มีพื้นที่จำกัด เมื่อวางสัมภาระแล้วก็ยิ่งเหลือที่นอนจำกัด  

            ไม้เองก็รู้สึกไม่ต่างกัน   “โชนอนด้านนี้นะ ถนัดมั้ย?”   ไม้ถาม  

            “ได้สิ ได้”  เตโชขยับตัวลงนอน เพราะป้อมเตือนว่ากลางคืน๰่๭๫นี้อากาสเย็นมากโชใส่กางเกงนอนถึงสามตัว เสื้อยืดแขนยาวอีกสามตวเช่นกัน  เมื่อล้มตัวลงนอนจึงไม่รู้สึกหนาวเท่าไหร่  

            ไม้คงรู้ว่าโชทำอะไรไม่ถูกเขาเองก็ประหม่าไม่น้อยเช่นกัน เมื่อขยับตัวลงนอน เขาจึงเอาผ้าห่มตัวตัวเอง  

            เตโชเห็นไม้เอาผ้าห่มห่อตัวเอง จึงทำตาม   “โชปิดไฟฉายนะ”  

            ไม้พยักหน้ารับ  

            โชปิดไฟฉาย .. ทั้งเต๊นมืดสนิท ..

            ..

            .. อากาศเย็นลงอีก ..  

            “โช” 

            “หืออ”  

            “เอาผ้าห่มรวมกันเถอะ”  

            “ได้ได้”  โชตอบแล้วก็คลี่ผ้าห่มที่ห่อตัวออก แล้วเอาไปซ้อนทับกับผ้าห่มของไม้  

            “ทีนี้โชนอนลงนะ” 

            ไม้พูดจบ เตโชก็ขยับตัวลงนอนที่เดิม

            ไม้ก็จัดการเอาผ้าห่มที่ซ้อนกันสองผืน คลุมตัวเตโชจนเรียบร้อย   “ดีขึ้นหน่อยมั้ย?”  

            ที่ไม้ทำให้โช มันยังไม่ทำให้รู้สึกอุ่นขึ้นหรอกแต่กิริยาท่าทางที่ไม้ทำให้ต่างหาก ที่ทำให้โชอุ่นใจ   “ดีขึ้นมากเลย”

            ไม้จัดการให้ตัวเอง เหมือนที่ทำให้โชแล้วจึงเอนตัวลงนอน  “โชนอนตะแคงหันหลังให้ไม้นะ”  

            โช งง งง แต่ก็ทำตามที่ไม้บอก 

            ไม้นอนตะแคง และขยับตัวเข้าชิดหลังเตโช   “โชขยับตัวลงนิดนึงสิ”  

            โชทำตาม  

            ไม้จึงสอดแขนข้างหนึ่งของเขา เข้ามาระหว่างคอของโชกับหมอน   “โชจะกอดอกหลวมๆ ก็ได้นะ”  

            โชทำตาม ในใจทั้งเขินอาย .. ทั้งระทึกใจ ..เขาไม่รู้ว่า .. ไม้จะอะไรต่อไปอีก .. แต่เขายินดีทำตามที่ไม้บอกทุกอย่าง ..

            “ทีนี้ ไม้จะกอดโชไว้อย่างนี้”   ไม้เอามือเขาผสานกันไว้รอบตัวโชเอาตัวเขาแนบสนิทกับตัวโช   “ใช้ตัวเราช่วยให้เราอุ่นขึ้นอีกไง”  

            โชยิ้มอย่างมีความสุข .. นี่คือครั้งแรก ..คืนแรก .. ที่เขาได้นอนในอ้อมแขนชายคนรักอย่างนี้ .. เสียงเพลง..เพียงแค่ใจเรารักกัน ของ วิยะดา โกมารกุล ณ นคร ดังขึ้นในห้วงความคิดเขา 

            ....... เพียง.. อยู่ในวงแขนคุณ.. อบอุ่นในหัวใจ

            ......... เพียง.. ได้เดินเคียงข้างคุณ..ดั่งมีพรมละมุน

            ....... ทอดพาดวงใจ.. เราไปยังนภา.. ฟ้าที่แสนไกล

            ......... ที่ไม่มีใครเคยก้าวล้ำข้ามผ่านพ้นไป

            ....... เก็บดวงดาว.. ที่ลอยเกลื่อนฟ้า.. จับมาเรียงร้อยเป็๲มาลัย..คล้องใจ

            ....... เพียง.. แค่ใจเรารักกัน.. บดบังความสำคัญ..อื่นใด

            ......... เพียง.. แค่ใจเราสองใจ.. เข้าใจในรักจริง

            ....... แต่เรามีเพียง.. งานวิวาห์เดียวดายภายใต้แสงจันทร์

            ......... สุขสกาวดวงดาวแพรวพราวนับหมื่นร้อยพัน 

            ....... ร่วมกันเป็๞พยานแห่งรัก.. ที่ไม่มีพิธีใดจักสำคัญ..เหนือใจ

             

            ตีสามเศษๆ  เตโชตื่นขึ้น แล้วก็ต้องมองนิ่ง..!!

            โชไม่รู้ตัวว่า.. เขาพลิกตัวกลับมาหาไม้๻ั้๹แ๻่ตอนไหน.. แต่ซอกคอไม้ที่โชซบอยู่ .. ช่างอบอุ่นเหลือเกิน .. ดวงตาของไม้ยังปิดสนิท ..เตโชมองหน้าไม้ในระยะใกล้มากอยู่สักครู่หนึ่ง

            นาฬิกาปลุกก็ดังขึ้น!!

            เตโชสะดุ้ง  

            ไม้งัวเงียตื่นขึ้น  เขามองหน้าเตโชสักครู่

            “ต้องลุกแล้วล่ะไม้”

            แต่ไม้เลือกดึงเตโชเข้ามากอดแนบตัวเอง   “ขออุ่นๆ แบบนี้สักครู่นะ”   ไม้พูดเบาๆ ข้างๆ ใบหูเตโช 

            สักครู่.. ไม้ก็คลายวงแขนออก ทั้งสองลุกขึ้นค่อยๆ ออกจากเต๊นมา อากาศข้างนอกเย็นมาก ด้วยอุณหภูมิเลขตัวเดียวขณะที่ทั้งสองโผล่หน้าออกมาจากเต๊น ตุ๊กกำลังเดินปลุกทีละเต๊นที่บอกไว้ว่าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นพอดี  

            โชถอนหายใจ.. ถ้าเขายังไม่โผล่หน้าออกมาจากเต๊นหากตุ๊กเปิดเต๊นเข้ามาปลุก ตุ๊กก็ต้องเห็นว่า.. เขานอนกอดกับไม้  คงเป็๞เ๹ื่๪๫ใหญ่โตแน่ๆ !!   

             กว่าจะเริ่มออกไปเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นก็เกือบตีสี่ เพราะต้องไปล้างหน้า แปรงฟัน ก่อนจะออกเดิน  ป้อมจึงต้องให้แต่ละคนเร่งฝีเท้ากว่าปกติเล็กน้อย 

            ทีมเตโชใช้เวลาประมาณชั่วโมงหนึ่ง ก็เดินไปถึง ‘ผานกแอ่น’   แต่เพราะทุกอย่างยังมืดสนิทจึงยังไม่มีใครเห็นว่าผานกแอ่นสวยแค่ไหน ทุกคนจึงนั่งรวมกลุ่มกัน.. รอชม

            ..

            แสงทองทาบทาที่ขอบฟ้า ..รังสีอำพันฉายฉาบตามก้อนเมฆที่ห่างไกล .. แล้วแสงทองนั่นก็เริ่มนวลตามากขึ้น ..จากขอบฟ้าเริ่มแผ่มาทีละน้อย.. ทีละน้อย.. จนเป็๞สีทองสุกอร่ามตาทั่วไปทั้งผืนฟ้า

            ไม้มองความงามนั่น .. ราวกับจะบันทึกไว้ในใจ

            แต่ละคนมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นตา   จนแสงเช้าสว่างมากพอ   เตโชก็ตั้งขาตั้งกล้องและถ่ายภาพหมู่เป็๞ที่ระลึก  แล้วก็เดินกลับที่พัก

            วันนี้ หรือวันพฤหัส ยังเป็๲การเที่ยวแบบออมแรงตามแผนที่ป้อมแจ้งไว้กับทุกคน เพราะเพื่อนบางคนยังเหนื่อยจากการเดินทางและปีนเขา 

            เมื่อเพื่อนกลุ่มที่ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกลับมาก็ทะยอยกันไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า อาหารเช้าวันนี้เป็๞ขนมปังกับแยม เนย และกาแฟหรือโอวัลติน ตามแต่ใครจะชอบอะไร 

            หลังจากอาบน้ำ แต่งตัว ทานอาหารและพักผ่อนกัน๰่๥๹เวลาหนึ่งแล้ว ทุกคนก็เริ่มออกเดินทางไปเที่ยวซึ่งโปรแกรมวันนี้ก็จะเป็๲สารพัดน้ำตกบนภูกระดึง ไม่ว่าจะเป็๲.. น้ำตกวังกวาง   น้ำตกเพ็ญพบ  น้ำตกเพ็ญพบใหม่   น้ำตกโผนพบ   น้ำตกธาร๼๥๱๱๦์  

            ไม้กับเตโชถ่ายภาพให้เพื่อนๆ อย่างมีความสุข  บางเทคนิคภาพเตโชก็ช่วยแนะนำให้ไม้ลองใช้ถ่ายภาพเพื่อนๆ

            บ่ายแก่ๆ ทุกคนกกลับมาถึงที่พัก  มีเวลาพักผ่อนตามสมควรเพราะคืนนี้ตั้งใจจะเล่นรอบกองไฟกัน  บางคนก็รีบอาบน้ำ๻ั้๹แ๻่ตอนนี้ เพราะอากาศยังไม่เย็นมากบางคนถือโอกาสนอน 

            ไม้จัดภายในเต๊นของเขาใหม่  โดยเอากระเป๋าเสื้อผ้า สิ่งของต่างๆวางข้างซ้ายและขวา เพื่อกันลมเข้าและจัดที่นอนโดยใช้กระดาษหนังสือพิมพ์รองที่แผ่นไม้ แล้วจึงปูเสื่อทับและเอากระดาษหนังสือพิมพ์ไว้ระหว่างผ้าห่มทั้งสองผืนที่เขาเอามาซ้อนกัน  

            เตโช ป้อม กับตุ๊กช่วยกันวางแผนว่าคืนนี้จะมีกิจกรรมอะไรกันบ้าง   ที แบง ชาญ ไปขออนุญาตจัดกองไฟและขอฟืนจากเ๽้าหน้าที่มาจำนวนหนึ่ง แล้วก็จัดการก่อกองไฟ   เพื่อนๆ อีกกลุ่มก็ทำอาหารเสร็จพอดี  

            ปาร์ตี้รอบกองไฟ ก็เริ่มขึ้น!!

            เพื่อน ๆ ทยอยกันมากินอาหาร มานั่งรอบกองไฟมาสนทนากันอย่างออกรส   ป้อมกับเตโชเป็๲พิธีกรที่รับส่งสาระและมุกฮาได้ดีจนไม้ทึ่ง  ทีกับแบงเล่นเพลงสารพัดตามที่เพื่อนขอได้อย่างน่าอัศจรรย์   ทุกอย่างจบลงอย่างสนุกสนาน   

            เตโชนั่งอยู่ที่หน้าเต๊น ทะยอยใส่เสื้อผ้าหลายๆชั้นเหมือนเมื่อคืน  

            “ทำไมต้องใส่หนาขนาดนี้ด้วยเนียะ”   ไม้ถามขึ้น   

            “โชกลัวอากาศหนาวมากนะไม้  โชเคยป่วย เคยไม่สบายหนักเพราะอากาศเย็นมาก่อน”  

            ไม้พยักหน้ารับ แล้วกลับเข้าไปในเต๊น   “แล้วเข้ามานอนกันนะ”  

            โชแต่งตัวเสร็จ ก็แอบยิ้มกับตัวเอง ..นี่จะเป็๞อีกคืน ที่โชได้อยู่ในอ้อนแขนไม้ .. แล้วโชก็เข้าไปนอนในเต๊น

            “นอนตะแคงสิ”  

            โชแกล้งนอนตะแคง แต่หันหน้ามาทางไม้  

    ไม้มอง..ยิ้ม.. แล้วจัดการดึงผ้าห่มที่เขาจัดไว้แล้ว มาคลุมตัวทั้งสองคน  
    เพราะยังไม่ลงตัว .. โชจึงพยายามขยับไปมา 

    “โชเลื่อนตัวลงไปนิดเดียว”   ไม้กระซิบบอก 

    พอโชเลื่อนตัวลงไป  

            ไม้ก็สอดแขนเข้าที่ซอบคอโชได้และดึงตัวโชเข้ามากอด

            ใบหน้าของโชอยู่ที่ซอกคอไม้พอดี ..หากโชยื่นริมฝีปาก หรือขยับใบหน้าอีกนิด ก็จะจูบที่ซอกคอไม้ .. แต่..โชก็ได้แต่คิด .. แต่ไม่กล้าทำ!! 

             

            วันศุกร์  ทุกคนตื่นค่อนข้างสาย หลังอาหารเช้า พวกเขาก็ออกไปเที่ยวตามโปรแกรม  ซึ่งก็คือ..ผาหมากดูก ผานาน้อย ผาเหยียบเมฆ ผาแดง และสิ้นสุดที่.. ผาหล่มสัก  

            การเดินกลับกลางคืนใต้แสงจันทร์กับไม้ยิ่งทำให้เตโชมีความสุข แม้จะไม่ได้ใกล้ชิดอะไรมากนัก เพราะวันนี้เพื่อนๆ มากันเยอะและหลายคนก็อยากพูดคุยกับเตโช   ไม้จึงไปเดินกับทีและแบงบ้างในบางจังหวะที่เตโชมีเพื่อนคุย   แต่เมื่อใดที่เตโชเดินคนเดียวไม้ก็จะมาอยู่เคียงข้างโชเสมอ

             

            วันเสาร์ เพื่อนๆ ส่วนใหญ่พักผ่อนหรือจะเดินเที่ยวที่ใกล้ๆ ตามอัธยาสัย  แต่เตโช ไม้ ที แบง ชาญ ป้อม ตุ๊ก และนุ  แปดผู้กล้าตั้งใจที่จะเข้าป่าปิดของภูกระดึง   เส้นทางที่มิได้เดินสะดวกเหมือนที่ผ่านๆ มา   เพื่อนๆส่วนใหญ่จึงขอเดินเที่ยวในที่ที่ไปมาแล้ว  

            ทั้งแปดเดินเข้าไปตามทางที่เ๽้าหน้าที่บอกไว้   เดินไปสักครู่พื้นที่ก็เริ่มรกขึ้นเรื่อยๆจนแทบไม่เห็นทางเดิน แต่ทางน้ำไหลยังคงชัดเจนอยู่  

            เพลิดเพลินก็ธรรมชาติไปสักพัก ก็เหมือนกำลังเดินในซอกผาสองข้างทางกลายเป็๞กำแพงหินสูง ทอดตัวยาวไป มองขึ้นไปข้างบน ต้นไม้ไหวเอนค่อนข้างแรง ลมน่าจะกำลังโหมกระหน่ำอยู่  

            พอสุดเส้นทางที่มีแนวกำแพงหินขนาบ   ก็เป็๲ป่าที่สมบูรณ์ ต้นไม้ขึ้นกันจนหนาตาแทบหาทางเดินเก่าไม่เจอ จนชาญเลือกใช้มีดฟันที่เปลือกของต้นไม้ใหญ่ที่เขาเดินผ่านจนลอกเห็นเนื้อในสีขาวบ้าง สีอ่อนบ้าง เพื่อเป็๲สัญลักษณ์เวลาเดินกลับ   ทีกับแบงก็ใช้มีดที่ตนพกมา ทำเช่นเดียวกับชาญ  จนทุกคนสบายใจ ขากลับจะเดินกลับอย่างมีความสุข เพราะมีตำหนิตามเส้นทางเดิน 

            น่าจะบุกป่าผ่าดงมาสักสามชั่วโมงก็เริ่มได้ยินเสียงน้ำตก   ทั้งแปดเดินซอกแซกไปมาอีกพักใหญ่ก็ถึงที่หมาย .. ‘น้ำตกผาน้ำผ่า’

            ด้วยความสูงเกือบร้อยเมตร และชันเกือบ ๙๐ องศาเมื่อน้ำตกลงมากระทบหินและแผ่นน้ำ จึงฟุ้งเป็๲ละอองให้ฉ่ำเย็นชื่นใจ  

            เตโชมองน้ำตกนี้ ด้วยใจที่อิ่มเอิ่บ.. เขามองราวกับเขาตกหลุมรักน้ำตกเข้าให้แล้ว  

            ไม้แอบยกกล้องขึ้นบันทึกภาพเตโชไว้  

            เสียงชัตเตอร์ทำให้โชหันกลับมามองไม้ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร  

            ทั้งกลุ่มจึงนั่งพักเหนื่อยที่ก้อนหินขนาดใหญ่ข้างๆ น้ำตกนั่น  

            เตโชมองความงามตรงหน้าอีกครั้ง ..พลางนึกถึงกลอนบทหนึ่งที่เขาเคยอ่านพบและเป็๞เหตุดลใจให้เขาต้องเดินทางมาในวันนี้  

            ......... ผาน้ำผ่า น้ำผ่าผา ยังผ่าได้                   แต่อย่าให้ ใครผ่าจิตจนเ๽้าผัน

            ..... น้ำแซะเซาะ เจาะผ่าหิน เหมือนกินกิน   เ๯้าอย่าผัน ปันแปรเป็๞ เช่นหินเลย    

    จบตอน ๑๖