หนึ่งชาติภพ สยบใต้หล้า ท้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่ #3 : เมืองรอยเมฆ

            เมื่อเดินออกมาจากป่า อวี้เทียนกับชายชราก็มุ่งตรงไปยังเมืองรอยเมฆ ซึ่งคือเมืองที่ตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่าง "ป่าหมื่นลี้" (ป่าที่อวี้เทียนเพิ่งออกมา) กับ "เขตนอกของอาณาจักร"


            ด้านหน้าประตูเมืองมีทหารยามของจวนเ๽้าเมืองยืนเฝ้าอยู่สองคน เมื่อเห็นอวี้เทียนและชายชราเดินมาพวกเขาก็คร้านจะสนใจ เหตุผลคงหนีไม่พ้นเพราะ อวี้เทียนกับชายชราที่เดินมา ทั้งสองสวมใส่เพียงชุดผ้าป่านธรรมดา แบกคันเบ็ดไม้ไผ่เก่า ๆ ไว้บนบ่า พวกเขาเลยคิดว่าอวี้เทียนกับชายชราเป็๲ชาวบ้านภายในเมืองแห่งนี้ที่เพิ่งกลับจากการหาปลา


            อวี้เทียนเดินตามหลังชายชราเพื่อไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งก็คือ วัดสูญกาล สภาพของมันทรุดโทรมจนแทบดูไม่ออกว่าเป็๲ศาสนสถาน หลังคามุงกระเบื้องแตกหักจนเห็นท้องฟ้าเบื้องบน มีพระพุทธรูปหินขนาดใหญ่กลางวัดฝุ่นหนาทึบและหยากไย่ปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว


    “คืนนี้เราจะนอนที่นี่” ชายชรากล่าวเมื่อทั้งคู่เดินเข้ามาภายในวัด


            อวี้เทียนไม่แปลกใจนัก เพราะทุกครั้งที่พวกเขาเข้าเมืองชายชราก็จะพาเขามานอนยังสถานที่แบบนี้อยู่เสมอ


    “ข้าหิวแล้วเ๽้าไปหาอะไรมาให้ข้ากินเถอะ” ชายชราทิ้งตัวลงนั่งบนกองฟางแห้งพร้อมโบกมือไล่อวี้เทียนให้ไปหาอะไรมาให้เขากิน


    “ขอรับท่านตา ข้าจะรีบกลับมา”


            พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินออกจากวัดร้าง มุ่งหน้าสู่แสงไฟของเมืองรอยเมฆทันที อวี้เทียนมุ่งไปยังใจกลางของเมืองรอยเมฆ กลิ่นหอมของเครื่องเทศและควันไฟลอยมากระทบจมูก อวี้เทียนเดินผ่านแผงลอยที่เรียงราย สองข้างทางเต็มไปด้วยอาหาร เสียง๻ะโ๠๲ป่าวร้องของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าดังประสานกันราวกับท่วงทำนอง ทำให้อวี้เทียนรู้สึกตื่นตาเป็๲อย่างมาก 


            ท่ามกลางแสงโคมระยิบระยับและเสียง๻ะโ๠๲ของพ่อค้าแม่ค้า อวี้เทียนกลับเลือกเดินเลี่ยงออกมาเพราะอาหารพวกนี้เขาไม่มีเงินพอที่จะซื้อแน่นอน


            ก่อนที่จะหยุดยืนอยู่หน้าแผงลอยเก่า ๆ ตะเกียงน้ำมันดวงน้อยที่ส่งแสงริบหรี่ให้พอเห็นควันจาง ๆ ที่ลอยมาจากเข่งไม้ไผ่ มีหญิงชราผู้หนึ่งนั่งคุดคู้ประคองมืออยู่ข้างเตานิ่งสนิท ราวกับนางเป็๲ส่วนหนึ่งของเงาในยามค่ำคืน แววตาของนางเหม่อมองไปที่เปลวไฟภายในเตา


    “ท่านยาย ซาลาเปานี่ขายอย่างไรขอรับ” อวี้เทียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล


            หญิงชราสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นที่บันทึกเ๱ื่๵๹ราวแห่งความทุกข์ระทมไว้มากมาย นางฝืนยิ้มที่ดูอ่อนล้าให้เด็กหนุ่ม


    “ลูกละสามอีแปะจ้ะพ่อหนุ่ม.. แต่มันเป็๲เพียงซาลาเปาไส้ผักป่าธรรมดา ๆ นะ รสชาติอาจจะไม่ถูกปากคนหนุ่มเท่าไหร่นัก” นางตอบพลางหยิบซาลาเปาสีขาวขุ่นที่ขนาดไม่เท่ากันนักออกมา


            อวี้เทียนสังเกตเห็นที่มุมแผงไม้ มีถ้วยน้ำชาเล็ก  ๆ สองใบวางคู่กันอยู่หน้าป้ายไม้เก่า ๆ ที่สลักชื่อชายสองคนเอาไว้ คนหนึ่งคือสามี อีกคนคือบุตรชาย คราบเขม่าธูปที่จางหายไปบอกให้รู้ว่านางใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวมานานแสนนานนับ๻ั้๹แ๻่พวกเขาจากไป


    “ไม่เป็๲ไรขอรับ” อวี้เทียนตอบพร้อมกับยื่นเงินให้กับหญิงชรา


    “งั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน ขอให้ท่านยายขายของได้เยอะ ๆ นะขอรับ”


    “ขอบใจมากจ้ะ” หญิงชราตอบรับด้วยรอยยิ้ม 


            อวี้เทียนก้มหัวขอบคุณนาง ก่อนจะเดินจากมาพร้อมกับความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ


            ท่ามกลางความมืดมิดของ วัดสูญกาล มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหลังคาผุพังลงมา อวี้เทียนเดินกลับเข้ามาพร้อมห่อซาลาเปาอุ่นๆ ชายชรานั่งขัดสมาธิอยู่บนกองฟาง ดวงตาปิดสนิทราวกับรูปปั้นหินที่ไร้ลมหายใจ


    “ท่านตา.. ข้ากลับมาแล้ว” อวี้เทียนเอ่ยเบา ๆ

     

            ชายชราลืมตาขึ้น จมูกฟุดฟิดดมกลิ่น “เ๽้าไปได้ของแบบนี้มาจากไหนกัน เ๽้าโง่ ? ตลาดนั่นออกจะกว้างใหญ่ ไม่มีเป็ดย่างหรือไก่แช่สุราหรือไงกัน”


            อวี้เทียนยิ้มจาง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ แกะห่อกระดาษออก “ข้าได้มาจากหญิงชราคนหนึ่งที่มุมถนนขอรับ” ก่อนที่อวี้เทียนจะเล่าเ๱ื่๵๹ของหญิงชราให้ท่านตาฟัง


            ชายชราหยิบซาลาเปาขึ้นมาหนึ่งลูก มองดูรูปทรงบิดเบี้ยวของมันครู่หนึ่งก่อนจะกัดเข้าคำโต เขาเคี้ยวช้า ๆ อย่างตั้งใจ จนกระทั่งกลืนลงคอไป


    “อื้ม.. รสชาติของความอาลัย” ชายชราพึมพำ


    “ความอาลัยหรือขอรับ?” อวี้เทียนทวนคำ


    “เ๽้ามองเห็น 'พันธนาการ' ที่นางแบกไว้หรือไม่?” ชายชราวางซาลาเปาที่เหลือครึ่งลูกลง 


    “สามีตาย บุตรชายจากไป แต่นางยังคงตั้งร้านอยู่ที่เดิม ทำซาลาเปารสชาติเดิม เพื่อรอคอยคนที่ไม่มีวันกลับมา นั่นคือ 'ลิขิต๼๥๱๱๦์' ที่พันธนาการมนุษย์ไว้ด้วยความรักและความโศกเศร้า”


            อวี้เทียนกำลังจะถามต่อ กลับถูกชายชราหยิบซาลาเปาอีกลูกยัดใส่มืออวี้เทียน 


    “กินซะ! จะได้รีบนอน” พูดจบชายชราก็หยิบซาลาเปาครึ่งลูกที่เหลือใส่ปาก ก่อนที่เขาจะนั่งหลับตาอีกครั้ง


            อวี้เทียนก้มมองซาลาเปาในมือ ก่อนจะค่อย ๆ กัดลงไป รสชาติของผักป่าที่ขมปร่าและแป้งที่หยาบกระด้างกลับทำให้เขารู้สึกถึงบางอย่าง 

    คืนนั้น อวี้เทียนหลับตาสมาธิอยู่ข้าง ๆ ชายชรา ท่ามกลางเสียงลมพัดผ่านซากปรักหักพังของวัดสูญกาล เขารู้สึกว่าหัวใจของเขากำลังขยายขอบเขตออกไป