กรินทร์เข็นรถขยับออกจากหน้าบ้านขนาดกลางชั้นเดียวที่รุ่นพี่บอกว่าเพิ่งย้ายมาไปจอดใต้ต้นไม้ใหญ่ลองสตาร์ทดูก็ไม่ติดจึงเปิดดูถังน้ำมันด้วยความสงสัย
“น้ำมันมีเกือบเต็มถังนี่นา หัวเทียนบอดเหรอ หรือน้ำมันเครื่องไม่เปลี่ยนล่ะเนี่ย หืม ดูท่าโซ่จะยานด้วย คงขับอย่างเดียวสิท่า แบบฉบับผู้หญิงสไตล์เป๊ะ ช่างเถอะเอาไปร้านเลยก็แล้วกัน”
ชายหนุ่มเข็นรถออกจากซอยกว่าห้าร้อยเมตรเลี้ยวซ้ายไปร้านซ่อมอีกห้าร้อยเมตรทำเอาหายใจหอบเหงื่อไหลโซก โชคดีที่แวะเอาของไปเก็บก่อนไม่เช่นนั้นคิดว่าตนคงหงุดหงิดแย่ เมื่อถึงร้านโชคดีที่คิวไม่เยอะจึงเดินไปซื้อน้ำดื่มแล้วกลับมานั่งรอ
“รถเป็อะไรมาล่ะช้าง แล้วนี่รถใคร”
“รถรุ่นพี่ครับ ผมก็ไม่รู้ว่ามันเป็อะไร ลองสตาร์ทดูก็ไม่ติด ไม่รู้หัวเทียนบอด น้ำมันเครื่องแห้งหรืออะไร ฝากพี่เช็กสภาพเลยครับ อ้อผมรู้แต่โซ่มันยาน”
“รุ่นพี่ผู้หญิงหรือผู้ชายเนี่ย” เ้าของร้านซ่อมถามอย่างคุ้นเคย
“ผู้หญิงครับ”
“แฟนหรือเปล่า” เขาแซว
“ก็อยากได้อยู่ แต่ยังจีบไม่ติดเลย”
“ดูแลขนาดนี้ ต้องจีบให้ได้แล้วมั้ง”
“หวังว่าอย่างนั้น แต่ทำนานไหมพี่อ้วน”
“นิดหน่อย”
“ผมไปพักผ่อนรอที่บ้านได้ไหม ออ ผมต้องกลับไปรับเธอ่บ่ายสองโมงครึ่งนะ อย่าแซงคิวให้คนอื่นล่ะพี่ ฝากเติมลมล้อด้วยนะ”
“ได้ๆ เดี๋ยวพี่จะยิงเบอร์ไปถ้าเสร็จ”
“ได้เลย ผมเอาจักรยานพี่กลับบ้านนะ”
“อือ มันจอดอยู่ที่เดิม”
“ขอบคุณครับ” ว่าแล้วกรินทร์ก็เดินไปเอาจักรยาน ปั่นกลับไปอาบน้ำงีบนอน
ชายหนุ่มอยู่บ้านเพียงลำพัง แม่และพี่สาวทำงานอยู่เมืองนอกกันหมด ส่วนพ่อเป็นักธุรกิจใหญ่ฐานะร่ำรวยมีธุรกิจในเครือหลายอย่าง แต่แยกทางกันกับแม่ั้แ่พี่สาวของเขาอายุสองขวบ และพ่อแต่งงานมีครอบครัวใหม่ไปแล้ว ทว่ายังคอยแอบส่งเสียเลี้ยงดูไม่ให้ขาดตกบกพร่อง
นับว่าโชคดีที่กรินทร์และพี่สาวเป็เด็กดีตั้งใจเรียน โดยเฉพาะพี่สาวที่อยากลบคำสบประมาทของปู่ย่า ต้นเหตุที่ทำให้พ่อแม่ต้องเลิกราทั้งที่รักกันมาก จิตใจเธอได้รับผลกระทบอย่างมากั้แ่เริ่มจำความได้ หากบังเอิญเจอตามห้างหรือที่ใดก็ตามปู่กับย่าจะคอยแค่นแคะดูิ่ตลอด ส่วนภรรยาใหม่ก็ไม่ต่าง ทั้งยังตามสืบตามราวีไม่เลิก
เมื่อพี่สาวเจอสภาวะเช่นนั้นั้แ่เด็ก จึงผูกใจเจ็บกล่าวโทษปู่กับย่าที่ไม่ยอมรับเธอกับแม่ และไม่ยอมรับหลานอย่างเธอเพียงเพราะเกิดมาเป็ผู้หญิง ทั้งสองอยากได้หลานชายไว้สืบตระกูล
กรินทร์เข้าใจทุกฝ่ายดีไม่โทษใคร ปู่ย่าเองก็ไม่รู้ว่ามีเขาเป็หลานชายอีกคน เพราะั้แ่แม่ย้ายบ้าน ย้ายจังหวัดก่อนท้องโตก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย
แม่เล่าให้ฟังั้แ่กรินทร์ยังเล็กและขอให้เข้าใจพ่อกับปู่ย่า เธอเล่าว่าแม้พ่อของเขาจะแต่งงานใหม่แล้วก็ยังแอบไปมาหาสู่กันเป็ปีจนปู่ย่าจับได้ในวันที่แม่จะบอกข่าวเื่กำลังตั้งท้องลูกของเขาอีกคน
ทว่า ปู่ย่าพาภรรยาของเขาอุ้มลูกชายวัยหนึ่งขวบมาเจอเสียก่อน แม่ของกรินทร์จึงรีบยัดของเข้าไปในตัวเขาแล้วยืนก้มหน้ารับชะตากรรมกับลูกสาวตัวน้อยวัยสามขวบก่อนจากลา
เธอยังบอกอีกว่าบ้านหลังนี้พ่อแอบซื้อให้ตอนรู้ว่าแม่ตั้งท้องกรินทร์เมื่อเขาเจอที่ตรวจการตั้งครรภ์ในกระเป๋ากางเกง และพ่อของกรินทร์เองที่จัดการเื่พาย้ายหนีมาเพื่อให้สามคนแม่ลูกมีชีวิตที่สงบสุข
ทุกวันนี้พ่อจะแวะมาพักเวลาเดินทางข้ามจังหวัด ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดแต่กรินทร์ก็รักและเคารพบิดามาก ซาบซึ้งที่ตนและแม่พร้อมพี่สาวไม่เคยถูกเขาทอดทิ้ง เวลาเจอกันจะแสดงความรักต่อลูกโดยไม่เขินอายให้ค่าขนมเป็เงินสดจำนวนไม่น้อยป้องกันการถูกเช็กว่าโอนไปไหนทีละมากๆ
เงินที่พ่อให้มามากพอจนเหลือเฟือ กรินทร์แบ่งออกเป็สัดส่วนได้อย่างดีและมีวินัย เงินฝากเผื่อฉุกเฉิน เงินออมไว้ซื้อของที่อยากได้และเงินใช้จ่ายรายวัน แต่ก็มักโอนให้ทีละพันสองพันหากอยากพาลูกไปกินข้าวแต่ไม่มีโอกาส
“ดีนะที่ช้างศึกกับพี่ชายต้องรับปริญญาคนละปี ไม่งั้นคงหาคำตอบลำบาก แม่ของเขาคงตามราวีลูกแน่ แต่ช่างมันถึงรับปีเดียวกันก็ไม่สน เพราะลูกคือความภาคภูมิใจของพ่อ”
นั่นคือคำพูดของเขาที่เอ่ยถึงพี่ชายต่างแม่ ภรรยาคนที่สองที่ปู่ย่าเลือก พ่อของเขามักพูดเปรียบเทียบนิสัยลูกชายทั้งสองคนอยู่หลายครั้ง จนกรินทร์ต้องขอไว้ว่าอย่าเปรียบเทียบ เพราะถ้าพี่ชายได้ยินเขาคงเสียใจ
กรินทร์รู้ว่าเขาเป็ใครเรียนที่ไหน คณะอะไร แต่พี่ชายต่างมารดากลับไม่เคยรู้เื่กรินทร์เลย
ตอนพี่ชายต่างแม่ยังจำความไม่ได้ เขาเคยเจอ กวาง กวินนาถ พี่สาวแท้ๆ ของกรินทร์เพียงครั้งเดียว และเพราะแบบนั้นเขาจึงเข้าใจและคิดว่าตัวเองเป็หลานชายคนเดียวของปู่กับย่า เป็ลูกชายคนเดียวของพ่อกับแม่ เป็ทายาทคนเดียวที่มีสิทธิ์ในทรัพย์สินมากมายของบ้าน
ทว่าเื่ทรัพย์สินพวกนั้น กรินทร์ไม่เคยคิดจะไปแย่งเอามาจากเขาเลย แค่ที่พ่อให้มาก็ไม่น้อย นามสกุลก็ใช้กับแม่ ตามกฎหมายแล้วกรินทร์และพี่สาวคงไม่มีสิทธิ์ในมรดกอยู่แล้วเพราะแม่ถูกบังคับให้หย่าั้แ่ตอนนั้น
ฐานะทางตากับยายก็ไม่ได้แย่นัก จึงไม่จำเป็ต้องไปเอาของของใคร ยิ่งหลังกรินทร์เกิด ไม่นานแม่ก็โชคดี และสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวจนมั่นคงนับจากนั้น แต่พ่อก็ยังคอยสนับสนุนอยู่เสมอ
บ่ายสองโมงสิบห้านาทีชายหนุ่มสะดุ้งตื่นเพราะเสียงตึงตังดังจากข้างบ้าน เขางัวเงียขึ้นมาเปิดม่านดูเห็นมีคนหลายคนกำลังขนของเข้ามา เหลือบดูเวลาก็คิดว่ารถคงซ่อมเสร็จแล้วจึงรีบไปอาบน้ำแต่งตัว ขณะที่เสียงภายนอกยังดังไม่หยุดสอดแทรกเสียงพูดคุย
“พี่ เ้าของบ้านเขาย้ายออกแล้วเหรอครับ” กรินทร์ถามเมื่อออกมายืนด้านนอก เห็นช่างกำลังขนอุปกรณ์เข้า
“ใช่ครับเพิ่งขนของหมดเมื่อสองอาทิตย์ก่อน วันนี้เลยจะเข้ามาเช็กสภาพกับเอาอุปกรณ์บางอย่างมาไว้ที่นี่เตรียมรื้อบางจุดและรีโนเวทไว้ให้เ้าของใหม่ ่นี้จะเสียงดังหน่อยนะครับ”
“เอ๋ ครับ แต่มีคนซื้อแล้วเหรอครับ ไวจัง”
“ครับ เขาซื้อจากกรมบังคับคดีน่ะ เห็นว่าซื้อไว้นานหลายเดือนแล้วแต่เ้าของเก่าย้ายออกช้า อีกไม่นานก็ได้เพื่อนบ้านใหม่แล้วล่ะครับ”
“อ๋อ ครับๆ” กรินทร์ยิ้มกว้างก่อนต่างคนต่างแยกย้าย
ชายหนุ่มหันมาล็อกประตูบ้านแล้วจับเอาจักรยานช่างอ้วนจูงเดินออกนอกรั้ว หันมาปิดเรียบร้อยแล้วปั่นออกไป แสงแดดยามบ่ายร้อนจ้า แต่ยังดีที่มีลมพัดไม่ทิ้ง่นานนัก