'เมืองัฟ้า'
หลังจากที่ซิ่วอิงแอบเข้ามาในเมืองัฟ้าเรียบร้อย ตอนนี้เธอมาปรากฏตัวอยู่ที่ถนนเล็กๆแห่งหนึ่ง ผู้คนที่พบเห็นใบหน้าของเธอ ต่างมองกันด้วยความสนใจ
‘เด็กสาวคนนี้เป็ใครกัน ถึงจะแต่งตัวเหมือนบุรุษ แต่หน้าตางดงามยิ่งนัก’
‘นั่นสิ ข้าไม่เคยเห็นนางมาก่อน คงมาจากต่างเมืองสินะ.. ดูๆแล้วไม่มีพลังปราณด้วยซ้ำ ข้าเกรงว่าหากพวกเกเรมาพบเข้า คงเกิดเื่แน่’
ซิ่วอิงได้ยินเสียงคนรอบข้างคุยกันถึงกับขมวดคิ้ว โลกไหนๆผู้หญิงหน้าตาดีก็เป็ภัยเหมือนกัน คิดได้แบบนั้นจึงมองซ้ายขวาดูร้านค้าสองข้างทาง แล้วก็พบเข้ากับร้านนึงซึ่งมีของที่เธอ้า จึงเดินเข้าไปแล้วซื้อหมวกไม้ไผ่ มีผ้าแพรสีดำปิดหน้ามาหนึ่งอัน ก่อนจะจ่ายเงินแล้วเดินออกมา
ออกจากร้านขายหมวก ซิ่วอิงก็เดินตรงไปยังโรงเตี๊ยมที่เห็นอยู่ไม่ไกล เพื่อทานอาหารเเละสอบถามข้อมูลเื่หมู่บ้านไผ่งามของเธอ
เดินมาได้ไม่นาน ซิ่วอิงมาหยุดอยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยมขนาดกลางแห่งหนึ่ง ที่ป้ายด้านหน้าเขียนว่า ' โรงเตี๊ยมจันทร์หอม ' จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปด้านใน เสี่ยวเอ้อเห็นลูกค้าก็วิ่งออกมาต้อนรับอย่างรวดเร็ว
" นายท่าน.. ไม่ทราบว่ามาทานอาหารหรือจองห้องพักขอรับ ถ้านายท่านมาจองห้องพัก ข้าน้อยเเนะนำว่าท่านควรจะรีบจองตอนนี้เลยขอรับ "
เสี่ยวเอ้อเอ่ยต้อนรับอย่างนอบน้อม เมื่อซิ่วอิงได้ยินสิ่งที่เสี่ยวเอ้อพูด เธอก็เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
" ทำไมถึงต้องรีบจองด้วยล่ะ.. หรือว่าห้องพักของที่นี่ใกล้จะเต็มแล้ว มีงานเทศกาล หรืองานเลี้ยงรับรองอย่างนั้นหรือ "
ซิ่วอิงพูดพลางกวาดตามองไปรอบๆ เธอเห็นผู้คนมากมายนั่งอยู่ตามโต๊ะ จนแทบจะไม่เหลือที่ว่าง เสี่ยวเอ้อเมื่อได้ฟัง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าจอมยุทธ์คนนี้เป็สตรีจากต่างเมือง จึงยิ้มเเย้มเเละตอบกลับทันทีว่า
" บางทีนายท่านอาจจะยังมิทราบ.. ในอีกเดือนกว่าๆ สำนักัฟ้าจะเปิดรับสมัครศิษย์เข้าร่วมสำนัก ผู้คนจากหมู่บ้านต่างๆ หรือจากเมืองอื่น ตอนนี้เริ่มทยอยมาถึงบ้างแล้ว.. ข้าน้อยถึงได้บังอาจเเนะนำ ให้นายท่านรีบจองห้องนะขอรับ เพราะอีกไม่นานห้องพักที่นี่ก็คงจะเต็ม "
เสี่ยวเอ้ออธิบายด้วยใบหน้าที่ยิ้มเเย้ม ซิ่วอิงพยักหน้าเบาๆอย่างเข้าใจ
" เช่นนั้นเอง.. ข้าเพียงมาทานอาหารและสอบถามอะไรนิดหน่อย เ้าช่วยหาโต๊ะว่างให้ข้าที "
ซิ่วอิงกล่าวพร้อมกับยื่นเงินให้ เสี่ยวเอ้อรับเงินพลางยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ก่อนจะเชื้อเชิญซิ่วอิงไปยังโต๊ะว่างตัวหนึ่ง ซิ่วอิงนั่งลงและสั่งอาหาร
" เสี่ยวเอ้อ เอาอาหารมาสักสองอย่าง เนื้อย่าง 2 ชั่ง เเละก็ชาอย่างดีหนึ่งกา "
" ได้ขอรับนายท่าน " เสี่ยวเอ้อรับคำ ก่อนจะรีบไปจัดการให้โดยไว
ซิ่วอิงนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นผู้คนเดินไปเดินมามากหน้าหลายตา ผ่านไปไม่นาน เสี่ยวเอ้อนำอาหารมาวางที่โต๊ะพร้อมกับชาหนึ่งกา ซิ่วอิงแอบส่งเนื้อย่างชิ้นนึงไปให้เสี่ยวไป๋ในมิติ ก่อนจะลงมือทานทันทีด้วยความหิว
ไม่นานซิ่วอิงก็ทานเสร็จเรียบร้อย จึงเรียกเสี่ยวเอ้อมาเก็บเงิน เสี่ยวเอ้อเดินมาด้วยท่าทางนอบน้อมเเละพูดขึ้น
" เรียนนายท่าน ค่าอาหาร 1 เหรียญทองกับอีก 20 เหรียญเงินขอรับ "
เสี่ยวเอ้อพูดพลางทำสีหน้าประจบถูมือไปมา ซิ่วอิงพยักหน้าแล้วถามต่อ
“ เสี่ยวเอ้อ.. เ้ารู้จักหมู่บ้านไผ่งามหรือไม่ ”
“ ข้าน้อยรู้จักขอรับ.. ออกจากเมืองไปทางทิศตะวันตกประมาณ 200 ลี้ จะเจอทางแยกไปยังเขาหมื่นอสูร.. หมู่บ้านไผ่งามอยู่ชายเขาแถวนั้นขอรับ ”
“ เ้ารู้จักดีสินะ ”
ซิ่วอิงถามด้วยความสงสัย เหตุใดคนในเมืองใหญ่ถึงกับรู้จักหมู่บ้านของเธอดีนัก
“ นายท่านคงมาจากเมืองอื่นสินะขอรับ.. เขาหมื่นอสูรเป็ที่ที่พวกทหารรับจ้างไปล่าสัตว์อสูรมาขาย หมู่บ้านไผ่งามอยู่ชายเขารอบนอก ส่วนใหญ่แล้วใครๆก็รู้จักขอรับ "
" อืม.. ขอบใจเ้ามาก นี่ค่าอาหารกับรางวัลของเ้า” ซิ่วอิงนำเงินออกมา 2 เหรียญทองวางบนโต๊ะ เสี่ยวเอ้อรีบเก็บเงินทันที พร้อมกับยิ้มกริ่มด้วยความดีใจ
จากนั้นซิ่วอิงเดินออกมาจากโรงเตี้ยม ก่อนจะออกจากเมืองด้วยวิธีการเดียวกับตอนเข้ามา แล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกตามที่เสี่ยวเอ้อบอก เพื่อเร่งรีบกลับไปยังหมู่บ้านไผ่งาม ที่เธอจากมานานหลายปีแล้วนั่นเอง
‘ฟิ้ววว’
ทันทีที่พ้นตัวเมือง เมื่อเห็นว่าไม่มีบ้านเรือนของผู้คนแล้ว ซิ่วอิงก็ใช้ทักษะวิชาตัวเบาทะยานเวหา ะโขึ้นเหนือยอดไม้ในทันที ซึ่งการะโครั้งหนึ่งของเธอนั้นไปได้ไกลและสูงมาก ถึงแม้นจะมีคนอยู่ข้างล่างก็ยังยากที่จะมองเห็นร่างของเธอได้ บวกกับการอำพรางระดับพลังด้วยแล้ว มันยิ่งเป็ไปไม่ได้เลยที่จะมีใครทันได้รู้ตัวถึงตนของเธอ ซึ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร่งรีบ
‘ฟิ้ววว’
เหนือพื้นดินบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยก้อนเมฆ ซิ่วอิงมองออกไปรอบๆตัวของธอด้วยความกังวล เมื่อได้เห็นภาพผืนป่าและบ้านเรือนผู้คนที่อยู่กระจัดกระจายออกไป รวมถึงพวกสัตว์อสูรที่วิ่งไปมาภายในป่า ทำให้นึกถึงหมู่บ้านของตนเอง ที่ถูกพวกโจรบุกปล้นและฆ่าเมื่อ 4 ปีที่แล้ว
ผ่านมา 4 ปี พ่อแม่และน้องสาวเธอจะยังอยู่ดีหรือไม่ ซิ่วอิงเร่งพลังทะยานตัวไปข้างหน้า ไม่มีจิตใจที่จะชื่นชมทิวทัศน์ที่สวยงามรอบตัว
แต่แล้ว ในทันใดนั้นใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป เมื่อได้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่พื้นดิน ก่อนจะคิดกับตัวเองว่า
‘ดูเหมือนสัตว์อสูรกำลังไล่คนพวกนั้นอยู่’
ซิ่วอิงคิดในใจ พร้อมกับส่งสายตามองลงไปที่ป่าทึบเบื้องล่าง ที่มีกลุ่มคนชายหญิงประมาณห้าหกคน กำลังวิ่งหนีสัตว์อสูรขนาดใหญ่ตัวนึงอยู่
‘หือ.. คงเป็พวกศิษย์สำนักยุทธ หรือตระกูลใดตระกูลหนึ่งที่ออกมาฝึกฝนกันละมั้ง.. อย่าไปสนใจเลยดีกว่า เรากำลังรีบๆอยู่ด้วย’
ซิ่วอิงมองดูกลุ่มคนเ่าั้อยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยออกมากับตัวเอง แต่ในที่เธอกำลังจะทะยานต่อไปนั่นเอง
‘กรี๊ดดดด’
ซิ่วอิงได้ยินเสียงร้องลั่นด้วยความกลัวปนใดังมาจากเบื้องล่าง เธอหันกลับไปดูก็เห็นหนึ่งในกลุ่มคนเ่าั้ ถูกสัตว์อสูรโจมตีจนร่างขาดสองท่อนอย่างน่าสยดสยอง ส่วนคนที่เหลือต่างก็ล้มลุกหนีกันไปคนละทิศละทาง เพราะการโจมตีของสัตว์อสูรนั้นทั้งรุนแรงและโหดร้ายเป็อย่างมาก
ซิ่วอิงแสดงอาการลังเลออกมาอย่างคิดไม่ตก เพราะเธอกำลังรีบกลับไปหาครอบครัว ไม่้าที่จะไปยุ่งเกี่ยวเื่ของคนอื่นซักเท่าใดนัก แต่อีกใจหนึ่งก็้าช่วยพวกเขาตามสัญชาตญาณ
'เฮ้อ.. สงสัยคงต้องลงไปช่วยพวกเขาสินะ.. ไม่งั้นได้ตายกันหมดแน่’
ในทันทีที่ซิ่วอิงตัดสินใจจะช่วยพวกเขา เธอก็พุ่งตัวลงจากยอดไม้ด้วยความเร็ว ไปยังจุดที่กลุ่มผู้ฝึกตนกับสัตว์อสูรกำลังปะทะกันอยู่ทันที
‘ตู้มม’
ซิ่วอิงทะยานลงตรงกลางระหว่างสัตว์อสูรกับกลุ่มผู้ฝึกตนอย่างแรง ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างก็เกิดความมึนงงสงสัย และใกับสิ่งที่พุ่งลงมาจากบนฟ้า
“ โฮกกกกก..”
เสือดำหางดาบสัตว์อสูรระดับ4 คำรามเสียงดังด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง เมื่อมีคนเข้ามาขัดจังหว่ะขณะที่มันกำลังได้เปรียบ
“กะ กะ.. เกิดอะไรขึ้น.."
หนึ่งในกลุ่มผู้ฝึกตนะโถามขึ้นมา ด้วยความสงสัยและหวาดกลัวกับเสียงคำรามเมื่อสักครู่นี้ ในทันใดนั้นเสือดำหางดาบสัตว์อสูรระดับ4 ปล่อยกลิ่นอายที่ทรงพลังและน่าหวาดกลัวออกมา กลุ่มผู้ฝึกตนทุกคนต่างหวาดกลัวจนตัวสั่นๆ ก่อนจะหันกายวิ่งหนีจากไปอย่างเร็ว
“ โฮ้กกกก..”
เสือดำหางดาบส่งเสียงคำรามลั่น แล้วกระโจนเข้าใส่หญิงสาวคนนึงที่วิ่งหนีช้าที่สุด ชายอีกสี่คนที่เห็นเหตุการณ์ ถึงกับะโสุดเสียง
“ อี้ฉี.. ระวังงงงง”
แต่ดูเหมือนจะไม่ทันการณ์เสียแล้ว เมื่อร่างอันใหญ่โตดำทะมึนของสัตว์อสูร พุ่งกระโจนลอยกลางอากาศ เข้าใกล้ตัวหญิงสาวคนนั้นทุกขณะ ผู้ชายทั้งสี่เห็นภาพนั้นถึงกับะโลั่น
“ ไม่ๆๆๆ..”
แต่ทันใดนั้น..
‘ฉั๊วะๆ’
‘ตุบบ’
ก่อนที่สัตว์อสูรจะทันได้ถึงตัวของหญิงสาว ส่วนหัวอันใหญ่โตของมัน พลันถูกตัดออกจากร่างและกระเด็นกลิ้งไปตามพื้น พร้อมกับเืสดๆที่สาดกระเซ็นตกตายไปในทันที ภาพเหตุการณ์อันพลิกผันนี้ ทำให้กลุ่มผู้ฝึกตนได้ตกลงสู่ความงุนงงสงสัย ว่าใครกันที่ช่วยพวกเขาเอาไว้
ผู้ฝึกตนบางคนเริ่มที่จะรับรู้ และเรียกสติของตนเองกลับคืนมาได้ พวกเขาค่อยๆเดินเข้าไปตรวจสอบใกล้ๆ เว้นเสียแต่ชายหนุ่มหัวหน้ากลุ่ม กับหญิงสาวที่รอดชีวิตมาอย่างไม่คาดฝัน ทั้งสองผวาเข้ากอดกันแน่น พร้อมกับจ้องมองมายังภายในกลุ่มควัน ว่ามันคือสิ่งใด
แล้วในทันใดนั้นเอง ก็ได้มีเสียงดังขึ้นมาว่า
"พวกเ้าไม่เป็อะไรนะ.."
‘เสียงคน’
‘ ฟู้วววว!!’
ในขณะเดียวกัน กลุ่มควันที่ฟุ้งกระจายปกปิดร่างของซิ่วอิงเอาไว้ บัดนี้ก็ได้ถูกสายลมพัดออกไป จนสามารถมองเห็นตัวตนและใบหน้าอันงดงามของซิ่วอิง ที่ปรากฏขึ้นในสายตาของทุกๆคน
" ปะ ปีศาจ..” เหล่าผู้ฝึกตนที่เป็บุรุษ ต่างร้องออกมาเป็เสียงเดียวกัน เมื่อได้เห็นใบหน้าอันงดงามล่มเมืองของซิ่วอิง
ซิ่วอิงแปลกใจไม่น้อยที่พวกเขาเรียกเธอแบบนั้น ก่อนจะรู้ตัวว่าขณะที่ะโลงมา หมวกตาข่ายที่สวมปิดบังใบหน้า ได้หลุดออกจากศรีษะไปแล้ว ซิ่วอิงมองสำรวจไปรอบตัว เห็นหมวกแพรดำตกอยู่ด้านข้างจึงหยิบขึ้นมา แล้วมองไปยังกลุ่มคนตรงหน้า
" จะบ้าหรอ.. นางเป็คนชัดๆ.. นางงดงามเช่นนี้จะเป็ปีศาจได้อย่างไรกัน.." เสียงของหญิงสาวที่รอดชีวิตเอ่ยขึ้น อย่างไม่อยากจะเชื่อ ในความงามของสตรีที่ช่วยชีวิตตนเองไว้
" เ้าไม่เคยได้ยินที่ท่านอาจารย์บอกหรือยังไงศิษย์น้อง ว่าไอ้พวกสัตว์อสูรระดับสูงมักจะแปลงร่างได้.. สัตว์อสูรระดับนี้ แม้แต่ท่านอาจารย์ก็ยังไม่กล้าที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย"
ชายหนุ่มคนนึงพูดกับหญิงสาว
“ นี่พวกเ้า.. ข้าอุตส่าห์เข้ามาช่วย.. เป็อะไรกันทำไมจึงมีสีหน้าอย่างนั้น.."
ซิ่วอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเท่าใดนัก
"จ๊ากก.. พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยลูกด้วย.. ิญญาปีศาจจิ้งจอกปรากฏตัวออกมาแล้ว..”
การกระทำและท่าทางที่พวกเขาแสดงออกมานั้น ทำให้ซิ่วอิงนั้นรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก เพราะเธออุตส่าห์ช่วยพวกเขาเอาไว้แท้ๆ แต่กลับแสดงท่าทางหวาดกลัวเมื่อเห็นเธอชัดๆ
“ นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ.. ข้ามาช่วยแต่พวกเ้ากลับแสดงท่าทางหวาดกลัวเช่นนี้.. มันถูกต้องแล้วหรือ..”
ซิ่วอิงะโขึ้นเสียงดังอย่างไม่พอใจ ใบหน้างดงามทมึนด้วยความโกรธ
เสียงเข้มที่เอ่ยอย่างไม่ชอบใจของซิ่วอิง พร้อมกับต่อว่าถึงการกระทำของพวกเขา ทำให้พวกผู้ฝึกยุทธที่กำลังแสดงท่าทางหวาดกลัว เริ่มที่จะเปลี่ยนความรู้สึกของพวกมันเป็อับอายแทน
“ เฮ้อ.. ก็แล้วแต่พวกเ้าจะเชื่อก็แล้วกันนะ ข้าคงบังคับอะไรไม่ได้.. ตอนนี้ก็หมดเื่ของข้าแล้ว ทีหลังจะเข้ามาฝึกในป่า ก็ดูความสามารถของตนเองด้วย ภายในป่านี้ยังมีพวกสัตว์อสูรระดับสูงอีกมากมายนัก หากไม่ระวังคงหนีไม่พ้นเหตุการณ์เช่นนี้อีก ”
ซิ่วอิงกล่าวเตือนเหล่าผู้ฝึกยุทธเหล่านี้ ถึงความอันตรายที่รอพวกเขาอยู่หากว่ายังไม่ออกไปจากที่แห่งนี้ เพราะเธอััได้ถึงสัตว์อสูรจำนวนมากที่แอบซ่อนอยู่ แม้กระทั้งพวกระดับสูงกว่านี้ก็ยังมี เพียงแค่พวกมันไม่ได้ออกมาให้เห็นเท่านั้น
“ พวกข้าต้องขอบคุณท่านมาก..”
ชายหนุ่มที่เป็ผู้นำกลุ่มเอ่ยขึ้น
“ ไม่เป็ไรหรอก.. ข้าอาจจะพูดแรงไปหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นพวกเ้าควรรีบออกไปจากป่าเสีย ไม่เช่นนั้นพวกเ้าจะไม่มีโอกาสจะได้ออกไปอีก.. ด้วยระดับพลังของพวกเ้า ยังไม่อาจสู้กับสัตว์อสูรระดับสูงได้ ข้าคิดว่าพวกเ้าควรจะบ่มเพาะพลังให้สูงขึ้นเสียก่อน แล้วค่อยเข้ามาในส่วนลึกของป่าแห่งนี้ ”
ซิ่วอิงปล่อยแรงกดดันออกมา พร้อมกล่าวเตือนชายหนุ่มกับกลุ่มของเขา ถึงความอันตรายภายในป่าลึกแห่งนี้ เพราะระดับการบ่มเพาะของพวกเขา ยังคงอยู่เพียงแค่ระดับปรมาจารย์ขั้นสูงเพียงเท่านั้น ซึ่งป่าส่วนที่พวกเขากำลังอยู่กันนี้ ส่วนใหญ่มีแต่สัตว์อสูรระดับยอดยุทธชั้นสูงขึ้นไป จนถึงระดับปฐีชั้นกลางเลยทีเดียว
ทุกคนได้ัักับความน่ากลัวของพลังแรงกดดันของซิ่วอิง นางเป็ปีศาจแน่ๆ ซึ่งเป็คำพูดเดียวที่พวกเขาจะบรรยายออกมาได้ เพราะคงไม่มีรุ่นเยาว์ที่ไหน จะแสดงความน่ากลัวออกมาได้ขนาดนี้อีกแล้ว
ซิ่วอิงเดินไปยังเสือดำหางดาบที่นอนตายอยู่บนพื้น ก่อนที่จะสะบัดมือวูบ นำร่างและหัวของมันเก็บเข้าไปในแหวนมิติทันที
‘หวืดดด’
“ เอาละข้าต้องไปแล้ว.. ขอให้โชคดีกับการฝึกและอยู่รอดปลอดภัยต่อไป.. ”
หลังจากที่ทำให้เหล่าผู้ฝึกตนทั้งหมดรับรู้ถึงพลังที่แท้จริง ซิ่วอิงใช้ทักษะปกปิดพลังไว้เช่นเดิม แล้วะโขึ้นไปบนยอดไม้สูง
“ ท่านเป็ใคร”
ชายหนุ่มหัวหน้ากลุ่มะโถามขึ้น
“ ชื่อของข้าคือ จ้าวซิ่วอิง.. ไปก่อนนะรักษาตัวด้วยละ..”
ซิ่วอิงในชุดดำยืนเด่นเหนือยอดไม้สูง กล่าวด้วยเสียงแฝงลมปราณออกมา ก่อนจะทะยานอย่างรวดเร็วจนหายลับจากสายตาของทุกคน ทำให้บรรยากาศตรงนั้นเปลี่ยนไป จากความหวาดกลัวเป็ความสนใจใคร่รู้แทน
“ เฮ้อ.. พวกเรารีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ ขืนอยู่ต่อได้เจอกับพวกสัตว์อสูรระดับสูง อย่างที่จอมยุทธ์หญิงคนนั้นว่ามาแน่ๆ แต่ถ้าใครไม่เชื่ออยากจะอยู่ที่นี้ต่อก็ตามใจ.. ข้าไปละ”
ชายหนุ่มพูดจบก็จับมือหญิงสาว แล้วพาทะยานไปยังทางออกของป่าในทันที คนที่เหลือก็ตามไปอย่างไม่ลังเล เพราะในตอนนี้ชีวิตสำคัญกว่าสิ่งใด
…………………………………………