Excuse me! ขอโทษที ขอจีบหน่อย

    ตอนที่ 1 การพบกัน

    วันนี้เป็นวันรับน้องรวมทุกคณะของมหาลัย หลังจากที่ได้ไปฝึกระเบียบตามคณะของตนเอง 2 อาทิตย์ วันนี้จึงเหมือนการพิสูจน์รุ่นของมหาลัย แต่ช่วงกลางวันจะเป็นกิจกรรมเข้าฐานก่อน“เอาละ เราจะแบ่งพี่สตาฟไปดูแลน้องแต่ละฐานนะ” เสียงของประธานรุ่นเอ่ยขึ้น ซึ่งแต่ละฐาน ก็จะคละกันทุกคณะเพื่อให้ได้ทำความรู้จักกัน
    หลังจากแบ่งคละสตาฟเรียบร้อยแล้ว เราก็ไปประจำฐานของตัวเอง เป็นฐานที่ให้น้องปี 1 ลอด ซุ้มออกมาแล้วพี่ๆสตาฟก็จะทาแป้งให้น้องๆ“แกๆ วันนี้น้องๆปี 1 แซบๆทั้งนั่นเลยอ่ะ” เพื่อนที่ฉันสนิทที่สุดในกลุ่ม เป็นสาวสองนามว่า อลิซ พูดขึ้น “555เก็บนอด้วย มันจะชนหน้าฉันละ” ฉันหันไปมองตามน้องๆปี 1 ที่เดินเข้ามา แล้วเอ่ยขึ้นขำๆ“แกอ่ะ...แต่แกหยุดขำฉันเลยนะ น้องๆมาโน้นแล้ว เก๊กหน้าก่อน”มันแย้งขึ้นพร้อมตีที่แขนฉันแรงทีนึง“ส่วนแกอยู่ฝ่ายสันหนิ ไปเต้นรับน้องเลยไป” ฉันเริ่มเก๊กหน้านิ่งและไล่อลิซไปรอรับน้องทางออกซุ้ม “ฉันไปก็ได้ย่ะ อย่าลืมเก๊กหน้าหละ555”ฉันส่ายหน้าให้กับเพื่อนฉันที่ดี๊ด๊าใหญ่เลยจะว่าไปฐานที่ฉันอยู่มันสวยมากเลย เป็นซุ้มโค้งภายนอกประดับด้วยดอกไม้หลากสี ส่วนภายในเห็นอลิซบอกว่ามันค่อนข้างมืด เลยมีไฟรูปดาวปรับข้างใน มันเป็นอะไรที่ลงตัวเลย
    ตอนนี้ฉันก็ยืนอยู่ข้างหลังน้องๆ ที่หันหน้าเข้าหาเวที ผลัดเปลี่ยนพี่ว๊ากขึ้นไปว๊ากน้องๆ ตลอดที่มีการเปลี่ยนฐาน และนี่ก็เป็นน้องๆกลุ่มสุดท้ายที่มาเข้าฐานแล้ว หึๆ ไหนๆก็กลุ่มสุดท้ายแล้วอีกอย่างเด็กวิศวะเยอะซะด้วย หึๆ“น้องสองคนข้างหลังคุยไรกันคะ” ฉันที่ยืนอยู่ข้างหลังของสองคนนี้ พูดเสียงดังขึ้น อันที่จริงคนอื่นก็คุยแหละ แต่อยากเล่นเด็กคณะตัวเองไง“.....” ทั้งสองเงียบ และก้มหน้าลง คนทั้งฐานหันมามองตามเสียงฉัน“มองอะไรคะ หันหน้ากลับไป” ฉันเก๊กหน้ากระแทกสียงเพื่อให้สมกับเฮดว๊ากวิศวะ อันที่จริงพวกเราที่เป็นสตาฟทั้งฐานก็เตี๊ยมกันไว้แล้วแหละ ฉันจึงได้มายืนประจำตำแหน่งตรงนี้ไง555 ก็สตาฟทั้งฐานลงมติให้ฉันทำเพราะฉันเก๊กหน้าแล้วหน้ากลัวเหมาะสุดละ (ฉันจะคิดว่านี่คือคำชมละกัน)“......” บรรยากาศเริ่มเงียบลง และเริ่มทำกิจกรรมต่อ แต่ก็ไม่วาย“ซุบ ซิบ ซุบ ซิบ ซุบ ซิบ” เสียงปี 1 เริ่มเม้ามอยกัน ไม่สนใจกิจกรรมละ เพราะตอนนี้ใกล้เที่ยงละ“คุยอะไรกันคับ อยากคุยมากใช่มั้ย” พี่ว๊ากจากอีกฝั่งตะโกนขึ้น“เชิญพี่ๆสันทนาการออกไปด้วยค่ะ” ฉันตะโกนจากด้านหลัง ปี 1 เลิ่กลั่กกันใหญ่ เมื่อเห็นพี่ๆสันเดินออกไป แล้วเปลี่ยนเป็นพี่ว๊ากแทน “คุยสิคะ ทำไมไม่คุย เงียบกันทำไม” และเป็นฉันอีกครั้งที่กระแทกเสียงประชด“ทีให้ทำไม่ทำ พวกคุณเงียบกันทำไมคะ” เป็นฉันที่เริ่มบิ้วให้น่ากลัวไลน์...ไลน์...“โทรศัพท์ใครคะ พี่ระเบียบไม่บอกพวกคุณหรอ ว่าไม่ให้เอาโทรศัพท์เข้ามา”“.....” เงียบบบบบบบบ น้องก้มหน้ามุดทุกคน“ไม่มีเลยหรอคะ งั้นก็รอจนกว่าเจ้าของเสียงจะตอบ ไม่งั้นพวกคุณไม่ต้องไปกินข้าว”“......” ปี 1 ยังคงเงียบแต่ก็มองหาต้นเสียงกันใหญ่“งั้นพวกคุณก็ไม่ต้องไปกินข้าว” ผ่านไป 10 นาที น้องๆเริ่มบ่นเจ้าของเสียงกันใหญ่“พี่ครับ ของผมเองครับ” จู่ๆก็มีคนยกมือขึ้น มองจากผ้าที่คาดผมอยู่ก็รู้ว่าวิศวะ งามหน้ามั้ยละ!!!!“ทำไมน้องพึ่งบอกคะ”“เอ่อ...คือ!?” ดูจากสีหน้าที่ลำบากใจไม่กล้าพูด ก็ไม่แปลกเพราะเสียงไลน์ของสตาฟเอง“ผมขอโทษครับ” น้องเค้าตะเบงเสียงดัง และก้มโค้งขอโทษ“เชิญพี่สตาฟพาน้องออกไปลงโทษค่ะ” ฉันยังคงจ้องมองน้องคนนั้นเพื่อคาดโทษ ส่วนน้องๆคนอื่นๆก็มองหน้ากันไปมา หลังจากนั้นไม่นาน น้องคนเมื้อกี้ก็กลับมา พร้อมกับผมแกละที่ถูกมัด ปากแดงเจ่อถึงคาง แก้มแดงแป๊ด คิ้วหนาติดกันยาว เล่นเอาทั้งฐานแทบอดหัวเราะกันไม่ไหว รวมถึงฉันด้วย แต่ไม่ได้ต้องเก๊กหน้า“ตลกกันหรอคะ เห็นเพื่อนโดนทำโทษ”“.....” ทั้งฐานเงียบลงอีกครั้ง “เพื่อนคุณไม่ผิด ยังรับโทษเลย พวกคุณหัวเราะเพื่อนทำไมคะ เชิญพี่สันทนาการค่ะ” จากที่ก้มหน้าอยู่ทุกคนหันมามองฉันกันหมด แล้วพี่ๆสันทนาการก็วิ่งเข้ามาล้อมรอบน้องๆ แล้วก็เต้นเพลงเชียร์ บางคนก็เข้าใจสถานการณ์ บางคนก็ยังช๊อคอยู่ ส่วนพี่ว๊ากก็เดินออกมา ไหนๆก็กล่มสุดท้ายละ พวกพี่สตาฟเลยมารอทางออกซุ้ม เพื่อละเลงแป้งสีให้น้องๆ
    “มึง กูฉี่แทบเล็ด”“กูหายใจแทบไม่ออก สรุปพวกพี่ๆแกล้งเหรอวะ”“เออดิ เชี่ยกูนึกว่าจะไม่ได้ไปกินข้าวจริงละ”“แต่พี่ผู้หญิงที่ว๊ากคณะเราป่ะวะ น่ารักวะ”“สัส มึงเอาเวลาไหนไปมองกูยังไม่กล้าเงยหน้าเลย” ฉันได้ยินน้องที่เดินออกมาจากซุ้มคุยกัน หึๆ“ใช่ค่ะ” ฉันยังคงเก๊กหน้านิ่ง ตอบน้องๆไป ทำกลุ่มที่คุยอยู่พากันสะดุ้งยกใหญ่
    “อ่า เหนื่อยวะ”ฉันยืดแขนไล่ความเมื่อยล่า“มึงนินะ เก๊กนิ่งได้ไงวะ พวกกูอยู่ด้านหลังยังอดขำไม่ได้เลย555” อลิซที่นั่งข้างฉันหัวเราะเสียงดัง“มึงพากูไปถ่ายรูปซุ้มก่อนเร็ว เดี๋ยวเค้าเก็บก่อน” ฉันที่เห็นฐานอื่นเริ่มทยอยเก็บสถานที่แล้ว รีบลากเพื่อนไปที่ซุ้มตัวเองทันที ยังไม่เก็บภาพเลย“ไหนโทรศัพท์มึงอ่ะ” อลิซพูดพร้อมแบมือขอโทรศัพท์“ของกูแบตหมด กูยืมมึงก่อนละกัน”“เอ้า!! ทำไมพึ่งมาบอก เดี๋ยวกูกลับไปเอาที่กระเป๋าแปป” เฮ้อออออ ทะไมมันไม่พกโทศัพท์ติตัวไว้เนี้ย“เออๆ เร็วๆละ” ระหว่างรอ ขอเข้าไปดูด้านในหน่อยละกัน
    “นี่พวกนายทำไรอ่ะ?” ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปก็เห็นกลุ่มผู้ชายสามสี่คน กำลังเก็บไฟด้านใน“ก็เก็บของน่ะสิ ฐานอื่นเค้าเก็บจะเสร็จหมดละ” ผู้ชายคนหนึ่งหันมาตอบ“ดะ...เดี๋ยวสิ ฉันขอ...ถ่ายรูปก่อนได้มั้ย” ผู้ชายคนนั้นวางมือจากที่เก็บอยู่แล้วหันมากอดอกมองฉัน แต่ทำไมต้องทำหน้าเหมือนฉันไปขอเงินเค้าสักร้อยล้านด้วยละ“นี่เธอ พวกฉันต้องรีบเก็บให้เสร็จแล้วต้องไปเตรียมงานตอนกลางคืนอีกนะ” เขาขมวดคิ้วมุ่น ปนโมโหนิดๆ“แค่แปปเดียวเองน๊า” ก็เห็นว่าสวยเฉยๆหรอกเลยอยากถ่ายไว้“นี่ พวกฉันต้องรีบเก็บเทอไม่เข้าใจรึไง” น้ำเสียงติดหงุดหงิดพูดขึ้น“เหอะ เออไม่ถ่ายก็ได้วะ” ฉันจึงเดินหันหลังออกมา กะแค่แปปเดียวอะไรนักหนาวะ“มึง ไม่ถ่ายหรอ” อลิซที่เพิ่งเดินมาถึงถามขึ้น “เออ ไม่เห็นสวยเลย” ฉันตะโกนเสียงดัง หวังให้คนข้างในยิน
    error loaded

    นิยายแนะนำ