ตอน 2 รู้เท่าไม่ถึงการ
"ไม่เป็อย่างที่ข้าคิดไว้เหตุใดสระบัวจึงไม่ตื้นเหมือนสระทั่วไป "
จ้าวิพยายามผุดขึ้นมาเอาตัวรอด ส่งเสียงเรียกขอความช่วยเหลือ สายตาของนางมองแผ่นหลังชางเฟยที่เดินจากไป ด้วยความเจ็บใจ....
ยังไม่ได้เอาตัวพ้นจากน้ำ สายบัวที่รุงรังเกี่ยวพันขาเอาไว้จนนางแน่นิ่งไป....
ชางเฟยได้ยินเสียงร้องเงียบไป.... หยุดชะงัก ครุ่นคิดในใจ
"หรือว่านางจะจมน้ำจริงๆ "
ชางเฟยหันหลังกลับ ก้าวขาวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่ห่วงสิ่งใดะโลงไปยังสระบัว โอบกอดร่างของนางขึ้นมาริมฝั่ง ทิ้งร่างของนางเอาไว้ที่นั่นก่อนที่จะเดินจากไปอีกครั้ง
"เพิ่งแต่งเข้าจวนไม่กี่ชั่วยามก็สร้างเื่ให้ขนาดนี้ น่าหงุดหงิดจริงๆ "
"นี่ถือว่าข้ามีไมตรีต่อเ้ามากแล้ว จะตายจะรอดก็ให้ขึ้นอยู่กับชะตาของเ้าก็แล้วกัน"
ชางเฟยสุดแสนจะใจดำ กล้าทิ้งภรรยาไว้ริมฝั่ง
ทหารเวรยามเดินลาดตระเวนผ่านไปมา สังเกตเห็นร่างของจ้าวิพากันแตกตื่น
"นั่นฮูหยินหรือเปล่าน่ะ "
"ข้าว่าไม่ใช่หรอก คืนนี้เป็คืนแต่งงานฮูหยินกับท่านแม่ทัพจะต้องอยู่ในเรือนหอสิ "
ทหารยังไม่กล้าเข้าช่วยเหลือนาง รีบไปตามหาท่านแม่ทัพกลับไม่พบใครอยู่ในห้องหอ ทหารนายนั้นยังพอฉลาดอยู่บ้างคิดว่าเื่นีเริ่มไม่ปกติ ไปที่ห้องหนังสือ พบชางเฟยอยู่ที่นั่นจริงๆกำลังนั่งสูดกำยานหลับอยู่
"ท่านแม่ทัพ แย่แล้วๆฮูหยินของท่านนอนหมดสติอยู่ที่ริมสระบัวท้ายจวน....ให้พวกข้าทำอย่างไรดี"
"แล้วแต่พวกเ้าเถอะอย่าเอาเื่ของนางมารบกวนเวลาพักผ่อนของข้า"
"ท่านแม่ทัพ แต่นั่นฮูหยินของท่านนะ"
"ฮูหยินของข้าแล้วอย่างไรข้ามิได้เต็มใจแต่งกับนาง นางอยากเล่นลูกไม้สกปรกกับข้างั้นก็ปล่อยให้นางได้เรียนรู้ว่าไม่ควรทำเช่นนี้อีกหวังว่าการแก้เผ็ดนางครั้งนี้จะจำไปจนตาย"
"ท่านแม่ทัพ ท่านใจดำเกินไปหรือไม่"
"บังอาจ กล้าสั่งสอนข้าเป็แค่พลทหารเล็กเจียมตัวไว้บ้างก็ดี"
"ข้าก็ไม่อยากเป็คนใจดำเกินไป แต่นางทำตัวเอง ข้าก็ช่วยไม่ได้งั้นไปบอกเสียวจือ สาวรับใช้ข้างกายของนางให้ไปช่วยเหลือนางซะ"
-----------------------------------------------------------
ณ ตำหนักเหริ่นไขสือ
"ท่านหมอ คุณหนูเป็อย่างไรบ้าง"
เสียวจือไถ่ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ฮูหยินน้อย จมน้ำร่างกายมิสู้ดีอีกทั้งยังต้องลมหนาวมากเกินไป เกรงว่ายากจะรักษา... นางหยุดหายใจไปชั่วขณะ "
"จะทำให้ฟื้นคืนเกรงว่าคงจะมีโอกาสเพียงเล็กน้อยเท่านั้น"
เสียวจือร้องไห้ด้วยความอาลัย คิดว่าคุณหนูน่าจะไม่มีทางรอด....ซึ่งก็จริงอย่างที่ท่านหมอว่า เพียงไม่กี่ชั่วยามถัดมาจ้าวิเสียชีวิตอย่างกะทันหัน
การตายของนางในครั้งนี้ ไม่ได้สร้างความเศร้าโศกให้ชางเฟยแม้แต่น้อยเขากลับดีใจด้วยซ้ำที่ไม่ต้องผูกมัดกับผู้ใด....
แต่ตรงกันข้าม เื่นี้ทำเอาฮูหยินใหญ่หลัวตั๋น(แม่ของพระเอก)แทบจะนั่งไม่ติด เดือดเนื้อร้อนใจ
"แย่แล้วๆ หากเื่นี้ลือไปทั่วแคว้น สกุลเสิ่นต้องตกเป็ที่รังเกียจของสกุลต่างๆแน่"
"บัดนี้บุตรชายข้าแต่งกับนางแค่คืนเดียวก็เสียชีวิตลงเสียได้อีกทั้งในวันแต่งงานก็ยังมีข่าวลือที่น่าอับอายแพร่ออกไปก็จะมิเท่ากับว่าคนทั่วแคว้นเข้าใจว่านางกับลูกในท้องตายแล้ว"
"ยอมไม่ได้จริงๆ จะให้คนทั้งแคว้นเข้าใจผิดว่าบุตรชายของข้าเป็ตัวประหลาดไม่ได้"
ฮูหยินใหญ่... เข้าเฝ้าฮ่องเต้ขอร้องให้ฮ่องเต้ช่วยประทานสมรสให้สกุลเสิ่นอีกครั้ง
*ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เป็พี่ชายของฮูหยินหลัวตั๋น
"จิ่นหลัวตั๋นมาหาข้าถึงวังหลวงมีเื่อะไรก็ว่ามา ข้าได้ยินว่าสกุลของเ้าทำเื่น่าขายหน้าไม่น้อยเลย"
"ท่านพี่ ท่านอย่าเพิ่งเอ่ยตำหนิ น้องเลยบัดนี้ได้เกินเื่เกินงามขึ้นในสกุลเสิ่นจริงๆ "
"ั้แ่ท่านพี่เสิ่นเย่าหลานตาย(พ่อพระเอก)ข้าก็ดูแลเื่ทั้งหมดในสกุล คิดว่าดูแลเป็อย่างดีละเอียดถี่ถ้วนไม่คิดเลยว่าจะยังมีเื่วุ่นวายเกิดขึ้นได้อีก"
"ท่านพี่โปรดเห็นใจความลำบากของหลัวตั๋นด้วยเถอะประทานสมรสให้เสิ่นชางเฟยอีกครั้ง"
"ข้าเข้าใจแล้วล่ะเ้าอยากได้แม่นางผู้ใดแต่งเข้าจวนล่ะ"
"ข้ายังไม่ทันได้เลือกว่าจะต้องเป็แม่นางสกุลใดขอเพียงแค่แม่นางผู้นั้นยินดีที่จะเข้ามาในสกุลเสิ่น ยอมรับข่าวลือพวกนั้นได้เป็คนรู้ธรรมเนียม นอบน้อม มีกาลเทศะ"
"งั้นให้แต่งกับแม่นางเกยซือเถาเป็อย่างไรบุตรีของราชครูผู้เฒ่า"
"หากท่านพี่เห็นว่าแม่นางผู้นี้เพียบพร้อมเหมาะสมกับสกุลเสิ่น"
"หลัวตั๋นก็ไม่ขอคัดค้าน"
"ขันทีข่านจี๋ สั่งให้คนออกราชโองการออกไป "
ณ จวนสกุลเสิ่น
"ราชโองการจากฝ่าามาถึงแล้วคนสกุลเสิ่นโปรดออกมารับราชโองการ"
"คุกเข่าลง"
"ราชโองการของฝ่าา ใจความว่า สกุลเสิ่นขาดแคลนคนเป็ดั่งขุนพลกำลังหลักของแคว้น กำเป็ต้องให้สืบทอดคนในสกุล บัดนี้เห็นว่าแม่นางเกยซือเถา งามเพรียบพร้อมไปด้วยธรรมเนียม รูปโฉมงดงามดั่งเทพธิดาอ่อนหวานรู้ความ มากด้วยความเมตตา ให้แต่งกับเสิ่นชางเฟย ผู้มากด้วยคุณธรรมเร่งมีทายาทสืบไป จบราชโองการ"
ชางเฟย กำมือแน่น ก้มหน้าก้มตายอมรับราชโองการของฝ่าาเมื่อเหล่าเหล่ากรมพิธีการกลับไป
ชางเฟยรู้สึกขุ่นเคือง จึงเอ่ยถามว่า
"ท่านแม่ เหตุใดคราวนี้มีราชโองการมาอีกล่ะข้าเพิ่งจะแต่งฮูหยินเอกไปได้ไม่กี่วัน ก็ต้องแต่งฮูหยินรองเข้ามาอีกไม่คิดว่าข้าจะอับอายชาวแคว้นบ้างหรือ"
"เป็ฝีมือท่านเข้าพบฝ่าาเมื่อวันก่อนใช่หรือไม่"
ฮูหยินใหญ่ ทำท่าทีไม่รู้ไม่ชี้ หนีไปคนละทิศละทาง
"ไอ๊หย๊า เด็กๆ มาประคองข้ากลับตำหนักทีข้าปวดหัวเหลือเกิน เหตุใดอยู่ดีๆก็รู้สึกอ่อนแรง"
"ท่านแม่ ท่านกลับมาก่อน มาคุยกับข้าให้รู้เื่อย่าทำเฉไฉเช่นนี้สิท่านแม่"
ชางเฟยเคืองขุ่นใจ... อารมณ์หงุดหงิดเดินเข้าไปในตำหนักเหริ่นไขสือ.... เขามิได้เข้าไปเพราะความอาลัยแม้แต่น้อย แต่กลับเข้าไปต่อว่าร่างไร้ิญญาของฮูหยินเอก
"ขนาดตายไปแล้วยังสร้างความเดือดร้อนให้ข้าข้าเกลียดเ้า ข้าเกลียดเ้า!!!!!"
ชางเฟยตะคอกคำพวกนั้นใส่หน้าที่ซีดเซียวของศพจนสามารถลดละโทสะของตนลงได้....จึงค่อยเดินหันหลังออกจากตำหนักเหริ่นไขสือสาวใช้ที่แสนภักดี เสียวจือแอบดูอยู่หน้าตำหนักเห็นท่าทีที่ไร้ความปรานีเช่นนั้นของชางเฟยนางรู้สึกเคียดแค้นโกรธเกลียดชางเฟยที่ไม่ให้เกียรตินายของตน
"ชางเฟย แม้กระทั่งศพที่ตายไปแล้วท่านก็ยังไร้ความเมตตาต่อนาง.... ข้าเจ็บใจแทนนางจริงๆที่หลงรักคนอย่างท่านด้วยฐานะต่ำต้อยเช่นข้าไม่สามารถลงโทษเอาผิดท่านได้งั้นข้าคงทำได้เพียงแค่...."
เสียวจือหวังพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นางไปที่วัดอารามหลวงเพื่อขอพรอ้อนวอนต่อทวยเทพให้จ้าวิฟื้นคืน
"ทวยเทพทั้งหลายโปรดฟังข้า....ข้าขอสาปแช่งเสิ่นชางเฟยที่มีจิตใจร้ายกาจโเี้ ขอให้เขาได้รับบทเรียนครั้งใหญ่...ขอท่านโปรดส่งผู้เก่งกาจมาสั่งสอนชายโฉดผู้นี้ด้วยเถิด"
ใครจะรู้ว่าคำขอของสาวใช้นางน้อย ทวยเทพได้รับฟังเกิดความเห็นใจประสิทธิ์ประสาทพร ให้คำขอเป็จริง
แต่การจะนำพาผู้ที่จะมาสั่งสอนบทเรียนรักให้เสิ่นชางเฟยไม่ใช่เื่ง่ายจะต้องเป็ผู้ที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยวและอยู่ในห้วงเวลาครึ่งเป็ครึ่งตายในเวลาเดียวกัน
นั่นจึงเป็จุดเริ่มต้นของการค้นพบดวงจิตประหลาดของแม่นางผู้หนึ่งที่แสนดื้อรั้นเหนือความคาดเดา
เป็โอกาสเหมาะที่นางเอกก็มีนิสัยไม่แยแสผู้ใดคล้ายกับชางเฟยทวยเทพจึงให้นางเป็ผู้ถูกเลือก นำพามายังดินแดนแห่งนี้ในที่สุด