2
บังเอิญ
“เราจะไปไหนกันเหรอกิ๊ก?” หลังจากที่ฉันขับรถออกมาจากบ้านได้สักพัก ยัยเฉิ่มก็เริ่มชวนคุย
“เดี๋ยวก็รู้เองนั่นแหละ” ฉันตอบตัดบท
ร้าน Lilly Salon
“สวัสดีค่ะน้องกิ๊ก แหมวันนี้ทำไมอยู่ๆ ถึงมาล่ะคะเนี่ย” เจ๊ลิลลี่สาวประเภทสองเ้าของร้านเสริมสวยรีบวิ่งมาหาฉันทันที
แหม เห็นอย่างนี้เจ๊ลิลลี่ก็ชนะการประกวดสาวประเภทสองมาหลายเวทีแล้วนะ เพราะฉะนั้นเื่หน้าตาคงไม่ต้องพูดถึงสวยกว่าผู้หญิงหลายๆ คนซะอีก ^^
“เจ๊ช่วยทำยังไงก็ได้ให้ยัยเฉิ่มนี่ดูดีขึ้นหน่อยสิ แล้วก็ช่วยแก้ทรงผมให้ดูดีขึ้นด้วยนะ”
“ตายล่ะ ไปทำอะไรมาค่ะเนี่ยคุณน้องขา ทำไมทรงผมถึงดูไม่ได้แบบนี้ล่ะคะ” เจ๊ลิลลี่ทันทีที่เห็นสภาพยัยเฉิ่มก็รีบวิ่งเข้าไปจับยัยเฉิ่มหมุนซ้ายหมุนขวาทันที
“โดนเพื่อนแกล้งมานะเจ๊ ฝากหน่อยนะ”
“ได้จ้ะ เดี๋ยวเจ๊จะแต่งให้เลิศเลย” เจ๊ลิลลี่พูดพลางทำหน้าตาดีอกดีใจที่จะได้เสริมสวยให้ยัยเฉิ่ม
“ไปดิ ฉันจะนั่งรอ” ฉันออกปากไล่ยัยเฉิ่มที่ยืนนิ่งทำหน้าเหลอใส่ฉัน
“แต่ว่า...ฉันไม่มีเงินนะ”
“ฉันจ่าย ไปได้แล้วเสียเวลา ฉันรวบรัดก่อนจะเดินหายเข้ามาในโซนเสื้อผ้า ทิ้งให้ยัยเฉิ่มโดยเจ๊ลิลลี่ลากตัวไปทำผม
20 นาทีผ่านไป
“เอ่อ...กิ๊ก ฉันว่ามันแปลกๆ นะ” ฉันยืนจับนู้นจับนี่ได้สักพักใหญ่ๆ ยัยเฉิ่มก็เดินมาหาฉันกับลุคใหม่ ที่เจ๊ลิลลี่เป็คนจัดการ
ทรงผมที่ไม่รู้ทรงบ้าบออะไรถูกแก้ใหม่ให้สวยกว่าเก่าแถมยังเข้ากับหน้าตายัยเฉิ่มอีก แว่นหนาเตอะนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยคอนแทคเลนส์ ทำให้ยัยเฉิ่มดูดีขึ้นมานิดหน่อย ถ้าถอดชุดนักเรียนออกจะดูดีขึ้นมากกว่านี้นะ
“เอาชุดนี้ไปเปลี่ยนสิ” ฉันเลือกๆ แล้วหยิบส่งให้ยัยเฉิ่ม
“แต่ว่า....” ยัยเฉิ่มทำหน้าหนักใจอีกรอบ แล้วทำท่าจะขัดฉัน
“ฉันจ่าย บอกแล้วไง”
“ฉันเกรงใจหนิ”
จับหักคอซะดีไหมเนี่ย เื่มากจริง
“ฉันเพื่อนเธอ มีอะไรที่เพื่อนอย่างฉันจะทำไม่ได้บ้าง?”
“...กิ๊ก” ทันทีที่ฉันพูดจบยัยเฉิ่มก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ทันที
“ไปได้แล้ว ฉันไม่ได้จะพูดให้เธอซึ้งหรอกนะ แต่ฉันทนอยู่กับยัยเฉิ่มอย่างเธอไม่ได้ อย่างน้อยก็ให้ยัยเฉิ่มอย่างเธอดูดีขึ้นสักหน่อยก็ยังดี”
อันที่จริงยัยนี่น่ะดูดีอยู่แล้ว หน้าตาน่ารักออก แต่ดันไม่รู้จักแต่งตัวให้ตัวเองดูดีขึ้นเนี่ยสิ
“ก็ได้” ยัยเฉิ่มรับปากก่อนจะเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องลองชุด
“นิ! เกียร์ พี่ว่าชุดนี้เหมาะกับเกียร์ดีนะ ชุดนี้ก็ด้วย แย่แล้วเลือกไม่ถูกเลย เอ๊ะ! เกียร์ต้องเลือกสิไม่ใช่พี่^^” เสียงหวานๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นข้างหลังฉัน ฉันเลยต้องหันไปมอง
“ชุดไหนก็ได้ เอามาเหอะ” เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายดังขึ้น ดูจากน้ำเสียงคงจะเซ็งมากๆ
“แต่ว่า....มันดูเหมาะกับเกียร์ทั้งสองชุดเลยนะ!” ผู้หญิงคนนั้นเถียง ก่อนจะมองเสื้อสูทที่อยู่ในมือทั้งสองชุดสลับกันไปมา
“เห้อ...” ผู้ชายคนที่ชื่อเกียร์ถอนหายใจหน่อยๆ อย่างเหนื่อยใจ
“......”
“อุ้ย! พี่เสียงดังไปรึเปล่าเนี่ย” ผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้น พลางมองมาทางฉันที่ยืนมองทั้งคู่อยู่
สงสัยฉันจะจ้องมากไปแฮะ แต่ผู้ชายคนนั้นหน้าคุ้นๆ นะเหมือนเคยเจอที่ไหนหว่า
“เพิ่งรู้เหรอ” เกียร์หันไปพูดกับผู้หญิงคนนั้น ก่อนจะหันมามองหน้าฉัน
“เกียร์อ่ะ! ~เ็ากับพี่สาวตัวเองได้ยังไง T^T”
พี่สาว? สองคนนี้เป็พี่น้องกันเหรอเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อเลยไม่เหมือนกันสักนิด
“ผมไม่ได้อยากมานิ” เกียร์หันไปเถียงกับพี่สาวตัวเอง พร้อมกับทำหน้าเซ็งใส่
“เกียร์อ่ะ” ผู้หญิงคนนั้นพูดพลางทำแก้มป่องใส่น้องชายของตัวเอง
ไม่อยากจะพูดหรอกนะ ว่าพี่แกเวลาทำท่านั้นแล้วน่ารักน่ากอดชะมัด
“เลือกเสร็จแล้วบอกผมด้วยและกัน ผมจะนั่งรอ” เกียร์พูดพลางเดินหนีออกไปนั่งรอที่โซฟาด้านนอก
“ไอ้น้องบ้า! รู้งี้ลากยัยจินนี่มาด้วยก็ดีหรอก แต่มันดันคลั่งเ้าเกียร์ซะโอเว่อร์เนี่ยสิ” พี่แกบ่นกับตัวเอง ก่อนจะทำท่าหนักใจแบบสุดๆ
“นะ...นิ กิ๊ก เปลี่ยนเป็ชุดอื่นได้ไหมอ่ะ ชุดนี้ฉันอึดอัดนะ” ยัยเฉิ่มเดินออกมาจากห้องลองชุดอย่างเก้ๆ กังๆ
“มีอะไรให้พี่ช่วยไหมจ๊ะ!” ผู้หญิงคนเมื่อกี้เดินเข้ามาถามฉันกับยัยเฉิ่ม ทำให้ยัยเฉิ่มทำหน้าเหลออย่างตั้งตัวไม่ทัน
“เอ่อ...” ยัยเฉิ่มทำท่าจะขัด แต่โดนฉันตัดบทซะก่อน
“ตามสบายค่ะ เร็วๆ หน่อยก็ดีนะคะ” ฉันพูดพลางหลีกทางให้พี่ผู้หญิงคนนั้น
“พี่ว่าใส่ชุดนี้ดีกว่านะ” พี่ผู้หญิงคนนั้นเลือกชุดเดรสสีครีมออกมา ก่อนจะยื่นให้เ้าตัวที่ยังคงทำหน้าตาเหลอๆ หลาๆ เหมือนยังตั้งตัวไม่ทัน
“ขอบคุณค่ะ” ยัยเฉิ่มรับชุดมา ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องลองชุดอีกครั้ง
“น้องจ้ะ” หลังจากที่พี่แกเลือกชุดให้ยัยเฉิ่มแล้ว ก็เปลี่ยนเป้าหมายหันมาทางฉัน
“?” ฉันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเป็เชิงถาม
“น้องอยู่โรงเรียนเดียวกับน้องชายพี่ใช่ไหมเนี่ย”
ฉันจะไปรู้ไหมเนี่ย - - “
“คงงั้นมั้งคะ”
ฉันจะตอบยังไงได้ล่ะ คนมันไม่รู้หนิ
“^^น้องชายพี่นั่งอยู่ตรงนั้นน่ะจ้ะ รู้จักไหมเอ่ย” พี่แกชี้ไปที่โซฟาที่น้องชายพี่แกนั่งอยู่
“ไม่อะค่ะ” ฉันตอบพลางส่ายหัวยืนยัน
“อ่าว แย่จัง พี่นึกว่าน้องรู้จักซะอีก” พี่แกพูดพลางทำท่าเสียดาย
เสียดายอะไรล่ะเนี่ย อย่างกับคาดหวังว่าฉันจะรู้จักกับน้องชายพี่แกซะอย่างนั้นแหละ
“กิ๊ก ฉันว่าชุดนี้โอเคนะ ใส่สบายดี” ยัยเฉิ่มเดินออกมาพร้อมชุดเดรสสีครีม
“อืม” ฉันรับคำอย่างเห็นด้วย เพราะชุดเดรสสีครีมนั้นมันเข้ากับทรงผมและหน้าของยัยเฉิ่มได้อย่างลงตัวพอดีเด๊ะ! มันเลยทำให้ยัยเฉิ่มน่ารักเอามาก ๆ ถ้าเกิดพวกผู้ชายในห้องมาเห็นคงต้องตะลึงตาค้างแหง ๆ
“อ๊ะ!” ยัยเฉิ่มตาโตพลางชี้ไปที่โซฟาของร้าน
“อะไรของเธอ” ฉันมองตามมือที่ยัยเฉิ่มชี้ ก่อนจะหันมามองหน้ายัยเฉิ่มอย่างสงสัย
“ผู้คุมกฎ! คุณเกียร์นิ!” ยัยเฉิ่มพูดเสียงดังลั่นร้าน พลางยังไม่เลิกทำตาโต
“รู้จักด้วยเหรอจ๊ะ” พี่แกหันไปถามยัยเฉิ่มทันที
“ค่ะ ก็คุณเกียร์เขาเป็ผู้คุมกฎหนิคะ ใครจะไม่รู้จัก ขนาดโรงเรียนอื่นยังรู้จักเลยนะคะ” ยัยเฉิ่มพูดยาวเหยียดชนิดที่ว่าไม่เว้นวรรคหายใจเลยทีเดียว
“^^แล้วทำไมน้องไม่รู้จักล่ะจ๊ะ” พี่แกหันมายิ้มให้ฉัน
คงคิดว่าฉันโกหกล่ะสิ
“ก็ไม่ได้สนใจหนิ” ฉันตอบพลางมองหน้ากลับ
จะหาเื่ฉันหรือไงยัยพี่คนนี้
“กิ๊กเขาเพิ่งเข้ามาใหม่นะคะ บวกกับที่เขาไม่ค่อยสนใจใครอยู่แล้ว” ยัยเฉิ่มรีบอธิบายแทนฉัน
“อ๋อ พี่ก็นึกว่าน้องโกหกซะอีก”
หน้าฉันมันบ่งบอกว่าโกหกนักหรือไง -_-
“แหะๆ” ยัยเฉิ่มหัวเราะแห้งๆ
“งั้นพี่รบกวนน้องกิ๊กสักเื่สิจ๊ะ”
“?” ฉันเลิกคิ้วถามอีกรอบ
“ช่วยพี่เลือกได้ไหมอะ พี่เลือกไม่ถูก แหะๆ” พี่แกพูดพลางชูชุดทั้งสองชุดขึ้น
“ชุดนี้ก็ได้ค่ะ!” ฉันชี้ชุดทางขวามือของพี่แก
“ไม่จริงน่า T^Tทั้งๆ ที่พี่คิดว่าชุดที่พี่เลือกดูดีสุดแล้วนะ”
“พี่เลือกมาสองชุดไม่ใช่เหรอคะ”
“เปล่าจ้ะ ชุดทางซ้ายนะพี่เลือก ชุดทางขวานะเ้าเกียร์มันเลือก”
“เอ๋! พี่รู้จักคุณเกียร์ด้วยเหรอคะ” ยัยเฉิ่มที่ยืนดูฉันคุยกับพี่แกอยู่นาน ถามขึ้น
“ต้องรู้จักสิจ๊ะ น้องชายของพี่ทั้งคนนะ^^” พี่แกตอบยัยเฉิ่มพร้อมกับยิ้มให้
“เอ๋!!” ยัยเฉิ่มตาโตอีกรอบ
“ขอบใจนะจ๊ะที่ช่วยเลือก ยินดีที่ได้รู้จักนะ พี่ชื่อ กีวี่ จ้ะ” พี่กีวี่ยื่นมือมาตรงหน้าฉัน
“กิ๊กค่ะ” ฉันพูดพลางยื่นมือไปจับมือพี่กีวี่เป็การทักทาย
“จ้ะ พี่ไปนะหวังว่าคงจะได้เจอกิ๊กอีกนะจ๊ะ^^” พี่กีวี่พูดพลางเดินกลับไปหาน้องชายของตัวเองที่นั่งรออยู่
“พี่สาวคุณเกียร์!”
ยังๆ ยัยนี่ยังไม่หายอึ้งอีก จะอึ้งอะไรกันนักกันหนา
“ไปจ่ายตังได้แล้ว มานี่มา” ฉันลากยัยเฉิ่มไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน
“น้องกิ๊กจ๊ะ!” พี่กีวี่เดินมาสะกิดไหล่ฉัน ทำให้ฉันต้องหันกลับไปมอง “พี่จะแนะนำให้รู้จักแบบเป็ทางการนะ นี่น้องชายพี่จ้ะ ชื่อ เกียร์ เกียร์นี่น้อง กิ๊ก รุ่นเดียวกับเกียร์นะ ส่วนนี้น้องเอ่อ....”
พี่กีวี่แนะนำเกียร์ให้ฉันรู้จัก แล้วก็แนะนำฉันให้เกียร์รู้จักก่อนจะมาสะดุดตอนจะแนะนำยัยเฉิ่ม เพราะพี่แกดันยังไม่ได้ถามชื่อยัยเฉิ่ม
“เอมค่ะ^^” ยัยเฉิ่มยิ้มน้อยๆ ให้พี่กีวี่
“อ่ะจ้ะ^^” พี่กีวี่รับคำก่อนจะยิ้มให้
“.....” นายเกียร์เงียบจ้องหน้าฉันนิ่ง
“.....” ฉันก็เงียบจ้องหน้านายเกียร์นิ่ง
ผู้ชายคนนี้ดูดีๆ แล้วก็หล่อนะ ผิดขาว จมูกโด่งเป็สัน ผมดำซอยสไลด์ละต้นคอ ั์ตาสีดำสนิท ดูลึกลับหน้าค้นหา แค่สบตาก็ทำให้รู้สึกเกรงกลัวเขาอย่างหน้าประหลาด คนคนนี้ดูมีอำนาจจัง
“นี่! ทั้งสองคนอย่าเงียบสิ” พี่กีวี่ส่งเสียงเตือน
“สวัสดี/ดี”
ฉันกับนายเกียร์พูดคำเดียวกันออกมาพร้อมกัน นั้นทำให้ฉันเริ่มรู้สึก.....ไม่ถูกชะตากับหมอนี่ซะแล้วแฮะ
“เฮ้อ~เหมือนกันจริงๆ ให้ตายสิ” พี่กีวี่บ่นพลางส่ายหัวไปมา
“น้องกิ๊กขา นี่พี่ลดให้เป็พิเศษเลยนะคะ ว่างๆ ก็แวะมาอีกนะคะ คุณน้องขา” เจ๊ลิลลี่เดินกลับมาพร้อมบัตรเครดิตของฉัน
“ค่ะ”
“กลับเถอะเจ๊ มีนัดต่อไม่ใช่เหรอ” นายเกียร์สะกิดพี่กีวี่ พลางทำท่าจะลากพี่สาวตัวเองออกนอกร้าน
“เฮ้อ ~ก็ได้ๆ น้องกิ๊กจ้ะ” พี่กีวี่สะบัดแขนออกจากมือน้องชายตัวเอง ก่อนจะวิ่งมาจับมือฉัน
“คะ?”
“พี่ขอเบอร์หน่อยได้ไหมจ๊ะ?” พี่กีวี่ยิ้มให้พลางส่งสายตาอ้อนๆ เหมือนลูกแมว
“.....”
จะเอาไปทำอะไรหว่า
“ไม่ได้งั้นเหรอ” พี่กีวี่พูดพลางทำหน้าเศร้าใส่ฉัน
โอ๊ย! ให้ตายเถอะ ใครเป็แฟนพี่แกนะมีหวังแพ้ลูกอ้อนแบบนี้แหงๆ T^T จะน่ารักไปไหนคะพี่กีวี่
“นี่ค่ะ” ฉันยื่นนามบัตรที่พ่อทำไว้ให้พี่กีวี่
“^^ขอบใจจ้ะ แหม เหมือนกันจริง ๆ ” พี่กีวี่ยิ้มรับแล้วพูดสิ่งที่ฉันไม่เข้าใจออกมา
ที่ว่าเหมือนกันนี่ หมายถึงอะไรเหมือนกัน?
“-..-”
“พี่ไปน๊า บายจ้ะน้องกิ๊ก บ๊ายบายจ้ะน้องเอม ^^”
“ค่ะ” ยัยเฉิ่มว่าพลางโบกมือลาพี่กีวี่กลับ
“กลับกันเถอะ”
“อาฮะ ^^” ยัยเฉิ่มว่าพลางพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินตามฉันออกมาจากร้าน
“เดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้านเอง บอกทางด้วยก็แล้วกันนะ” ฉันบอกยัยเฉิ่ม ก่อนจะเปิดประตูขึ้นรถ
“อืม^^”
...............................
...................
........
“เอ๊ะ!” ฉันเผลออุทานขึ้นทันทีที่ฉันขับรถเข้ามาจวนจะถึงบ้านยัยเฉิ่ม แล้วเห็นรถเฟอร์รารี่สีดำ จอดอยู่หน้าบ้านยัยเฉิ่ม ก่อนจะมองป้ายทะเบียนรถอีกทีเพื่อความแน่ใจ
เอ....มาทำอะไรแถวนี้นะ?
“มีอะไรเหรอ?” ยัยเฉิ่มที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ คนขับ หันมาถามฉันทันที
“เปล่าหรอก .....รถพี่กั๊กหนิ” ประโยคแรกฉันหันไปบอกยัยเฉิ่มก่อนจะหันมาพูดกับตัวเองเบาๆ
ฉันจอดรถต่อท้ายรถของเฮียกั๊กทั้ง ๆ ที่ยังสงสัยไม่หาย ว่าเฮียมาทำอะไรที่นี่ ก่อนจะเดินตามยัยเฉิ่มเข้ามาในบ้านของเธอ
“เฮีย!” ทันทีที่เข้ามาในตัวบ้านของยัยเฉิ่ม ฉันก็ส่งเสียงเรียกเฮียทันทีที่เห็นเฮียกั๊กนั่งอยู่ที่โซฟากับผู้ชายอีกคนหนึ่งในห้องนั่งเล่น
“หืม? ยัยกิ๊ก!?” เฮียกั๊กหันมาทันทีที่ฉันเรียกก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัยปนใหน่อย ๆ “มาทำอะไรที่นี่นะยัยตัวเล็ก”
“ฉันบอกเฮียแล้วนะว่าห้ามเรียกฉันแบบนั้น” ฉันพูดพลางมองค้อนใส่เฮียกั๊กทันที
ก็เฮียกั๊กกับเฮียแกรมแล้วก็เฮียไกด์นะสิ ชอบเรียกฉันว่า ‘ยัยตัวเล็ก’ อยู่เรื่อย เพราะสมัยเด็ก ๆ ฉันตัวเล็กมาก ๆ พวกพี่ ๆ ก็เลยชอบเรียกฉันแบบนั้น แต่ตอนนี้ฉันโตแล้ว สูงตั้ง 170 กว่า ๆ แล้วด้วย แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังเตี้ยกว่าพวกเฮีย ๆ อยู่ดี เพราะพวกเฮียสูงกันตั้ง 180 อัพ จะสูงแข่งกับเสาไฟไปไหนก็ไม่รู้
“มันชินแล้วนี่หว่า แล้วตกลงมา...??” เฮียกั๊กว่าพลางเว้นวรรคไว้ ก่อนจะทำหน้าเครื่องหมายคำถามใส่ฉันอย่างที่ชอบทำเป็ประจำ แทนคำตบท้ายประมาณว่า ทำไม อะไร ยังไง
“มาส่งเพื่อน” ฉันพูดพลางปรายตามองยัยเฉิ่มที่ยังยืนฟังฉันกับเฮียสนทนากันอยู่อย่างสงสัย สังเกตได้จากคิ้วที่ชนเข้าหากันนั่น กับหน้าตาที่แสดงออกชัดเจนว่ากำลังสงสัยอยู่อย่างไม่ปกปิดหรือปกปิดไม่เป็ก็ไม่รู้
“เพื่อน?” เฮียกั๊กถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที พลางทำหน้าไม่น่าเชื่อใส่ฉันแบบสุดๆ
เออๆๆ ขอโทษนะที่ก่อนหน้านี้น้องสาวคนนี้ไม่มีเพื่อนกับเขาเลยสักคนเดียวนะ แต่ก็ไม่จำเป็ต้องแสดงออกโอเว่อร์แบบนั้นป่ะ?
“อือ” ฉันพยักหน้าอย่างขอไปทีตอบเฮีย
“นี่รู้จักกับน้องสาวไอ้เอลฟ์มันด้วย....?” เฮียกั๊กว่าพลางชี้มือไปที่ผู้ชายหน้าตาเข้มๆ ที่นั่งคุยอยู่ด้วยกันเมื่อกี้
อ๋อ ที่แท้ที่เฮียมานี่เพราะพี่ชายยัยเฉิ่มเป็เพื่อนเฮียนี่เอง ถึงว่าทำไมถึงได้มาอยู่นี่ได้
“ดูท่าจะอย่างนั้น” ฉันพูดพลางปรายตามองตามมือเฮียกั๊ก ก่อนจะเลื่อยสายตากลับมาที่ยัยเฉิ่ม ที่ตอนนี้ยังไม่กระดุกกระดิก
จะว่าไปยัยเฉิ่มก็หน้าคล้ายๆ กับผู้ชายคนนั้นอยู่นะ แต่ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว เพราะผู้ชายคนนั้นหน้าตาออกเข้มๆ สักหน่อย แต่ยัยเฉิ่มหน้าตาออกไปทางน่ารักจิ้มลิ้มซะมากกว่า สีผิวก็คนละสีเลย
“เออ ไอ้เอลฟ์ จะแนะนำนะ นี่ยัยกิ๊กน้องสาวคนเดียวของฉัน ที่ฉันชอบเล่าให้แกฟังบ่อย ๆ จำได้ไหมว่ะ” เฮียว่าพลางลากฉันจนตัวปลิวมายืนด้านหน้าตัวเอง เพื่อให้เพื่อนเฮียแกเห็นฉันชัด ๆ
“จำได้อยู่แล้ว แกเล่นมาบ่นให้ฉันฟังแทบทุกวันเลยนี่หว่า ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้องกิ๊ก^^”
“เช่นกันค่ะ ^^” ฉันว่าพลางโค้งตัวให้เล็กน้อย ก่อนจะยิ้มให้พี่เอลฟ์เป็มารยาท
“รู้จักกับยัยเอมนานแล้วเหรอครับ?”
“ไม่ต้องพูดเพราะหรอกค่ะ กิ๊กไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ส่วนที่ว่ารู้จักยัยเฉิ่มนานรึยัง ต้องบอกว่าเพิ่งรู้จักกันวันนี้เองนะคะ”
“ยัยเฉิ่ม?!”
“ฮ่า ๆ ๆ เป็ไงวะ เหมือนที่ฉันเล่าไว้ไม่มีผิดเลยใช่ปะ”
นี่เฮียเอาฉันไปเผาให้เพื่อนตัวเองฟังงั้นเหรอ - -+
“หุบปากไปเลย” พี่เอลฟ์หันไปแยกเขี้ยวใส่เฮียกั๊กทันที
“ฮ่าๆๆ ยัยกิ๊กลดระดับลงบ้างก็ได้”
“ระดับอะไรเฮีย- -+” ฉันหันไปทำหน้าหาเื่ใส่เฮียกั๊กทันที
ทั้งๆ ที่รู้อยู่หรอกว่าเฮียกั๊กกำลังพูดถึงอะไร แต่มันติดเป็นิสัยไปแล้วนิ คำพูดของฉันมันฟังดูเ็าขนาดนั้นเลยหรือไงนะ
“เอ่อ...พี่เอลฟ์ พี่ก็หน้าจะรู้นะว่าฉันแต่งตัวยังไงไปโรงเรียน” ยัยเฉิ่มที่ยืนฟังอยู่นานส่งเสียงขัดขึ้นมา
“ก็รู้ แต่ทำไมวันนี้ถึงสวยเช้งแบบนี้ล่ะ”
“มีเื่นิดหน่อยนะ”
“เื่?”
“เอ่อ....” ยัยเฉิ่มทำท่าอิดออดเหมือนไม่อยากเล่าแต่ก็ไม่อยากโกหก
เห็นอย่างนั้นแล้วฉันก็เลยพอเข้าใจ
“เื่ไร้สาระน่ะ กิ๊กเลยพายัยเฉิ่มไปเปลี่ยนลุคใหม่” ฉันพูดก่อนจะปรายตามองยัยเฉิ่ม ที่มองหน้าฉันอย่างขอบคุณอยู่
“งั้นเหรอ”
“ฉันกลับก่อนล่ะ” ฉันพูดขึ้นก่อนจะโค้งตัวให้พี่เอลฟ์เล็กน้อยเป็การลา ก่อนจะหันหลังให้ แต่ก็หันกลับมาใหม่
“อ้อ ยัยเฉิ่มพรุ่งนี้ก็แต่งตัวใหม่ซะล่ะ ถ้าเกิดเธอยังใส่ไอ้เสื้อนักเรียนตัวใหญ่ๆ กับกระโปรงนักเรียนยาวๆ นั้นอีก ฉันจะเลิกคบเธอเป็เพื่อน แล้วพรุ่งนี้เช้าฉันจะมารับ” ฉันพูดกับยัยเฉิ่มก่อนจะเดินออกมาขึ้นรถทันที แล้วขับรถกลับบ้านทันที
....................
............
.....
“ดูท่าน้องสาวฉันจะถูกใจเธอซะแล้วนะ^^” กั๊กพูดขึ้นก่อนจะยิ้มให้น้องสาวเพื่อนสนิทของตัวเอง
“ถูกใจเหรอคะ?”
“อืม^^”
“หมายความว่าอะไรวะ”
“ก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละ ^^”
“โคตรเกลียดหน้าตอนแกยิ้มแบบนี้ชะมัด”
“รู้จักกันมาตั้งนานยังไม่ชินอีกเหรอวะ”
“ไม่เว้ย” เอลฟ์พูดพลางเดินหนีเข้าไปในห้องครัวของบ้าน ทิ้งให้เพื่อนสนิทของตัวเองยืนมองตามแบบขำๆ
“ฝากดูแลยัยกิ๊กหน่อยนะน้องเอม”
“เอ๋! ทำไมล่ะคะ”
“ก็....น้องสาวคนนี้....ร้ายเอาเื่หนิครับ ^^”
กั๊กพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปทันที