“ไอ้อินทรี...”
“…”
“อ้าย อิน ทรี!”
“จะ จ๊ะ! พี่พดจักะโเสียงดังไปใยเล่า อยู่กันใกล้แค่นี้”
สายตาของนักพนันในบ่อนต่างก็จับจ้องมายังพวกเขาอย่างสงสัย เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจที่กำลังถกเถียงกันก็พลอยเงียบไปด้วย อินทรีจึงรีบบอกปัดพวกเขาไป
“มิมีกระไรดอกจ้ะ น้าๆเล่นกันต่อเถิด...ว่าอย่างไรพี่พด มีกระไรรึ”
“เอ็งเป็กระไรวะ ข้าเห็นนั่งมองดอกสายน้ำผึ้งช้ำๆนี่ตั้งกะเช้า แล้วก็ยิ้มพลาง หัวเราะพลาง วิปลาสไปแล้วรึเอ็ง”
อินทรีอมยิ้มพลางมองไปที่ดอกไม้อีกครั้งก่อนจะเก็บลงถุงผ้า แล้วยัดเหน็บเอวไว้ตามเดิม
“เอ้า! ยังมิเลิกยิ้มอีกไอ้นี่ มากินข้าวได้แล้ว นายบ่อนสั่งให้บ่าวที่เรือนเอาข้าวมาส่ง”
ว่าพลางยื่นข้าวห่อใบตองส่งมาให้ อินทรียื่นมือไปรับแล้วนำออกไปกินที่ด้านนอกข้างสนามไก่ชน
“เฮ้!!!”
“โว๊ย! แพ้อีกแล้วหรือวะ อ้ายเพิ่ม ไก่มึงนี่ไม่พอหักคอจิ้มน้ำพริกกินแล้วรึ ขยันแพ้เสียจริง!”
“นั่นน่ะสิวะ! รึมึงโกงกูรึ หะแรกมันก็ชำนะมาตลอด หลังๆมานี่พอพวกกูลงข้างนี้เยอะก็เลยแกล้งแพ้เยี่ยงนั้นรึ?”
“อ้าว! พูดเยี่ยงนี้ก็ดูถูกกันนี่หว่า มันก็ต้องมีแพ้มีชำนะบ้างล่ะวะ มันตีอยู่ทุกวัน เอ็งจักให้มันชำนะทุกตาเลยรึ”
“เฮ้ย! พวกข้ามิยอมดอก มันจักแพ้ติดกันเกินไปแล้วหนา โกง! อ้ายเพิ่มกับบ่อนรวมหัวกันโกง!”
“โกงงง!”
เสียงเอ็ดอึงจากสนามไก่ชนที่บรรดานักพนันไม่พอใจในผลการแข่งขันของไก่ชนประจำบ่อน มักจะสลับหมุนเวียนนำมาตีกันเพื่อให้นักพนันได้ลงขันข้างฝ่ายชนะ หรือไม่ก็อาจจะมีไก่ชนของชาวบ้านนำมาตีเพื่อชิงเอาเงินรางวัล แต่กระนั้นก็ยังไม่วายมีลงขันกันอยู่ดี
เมื่อเห็นท่าไม่ดีอินทรีที่นั่งกินข้าวและมองดูเหตุการณ์ั้แ่เริ่มต้นก็รีบผุดลุกขึ้นไปห้ามตามหน้าที่ทันที ก่อนจะพบกับผู้เป็กำลังนั่งกอดไหเหล้าอยู่ตรงกลางวงาน้ำลายพลางก่นด่าไก่ของไอ้เพิ่มไม่พัก
“กูก็อุตส่าห์เทไปเสียหมดหน้าตัก! มึงนี่มัน...”
เพล้ง!
กะต๊าก กะต๊าก!
“พ่อหยุด!”
“อ้ายกล้า มึงทำไก่กูรึ!”
“น้าเพิ่ม อย่าจ้ะ ฉันขอล่ะ”
กล้าโยนไหเหล้าที่กินหมดแล้วใส่ไก่ชนตัวต้นเื่จนมันบินออกจากสนามแล้วหนีไป ในจังหวะชุลมุนเพิ่มก็ไม่สามารถที่มุดตัวตามออกไปจับได้ จึงบันดาลโทสะยกเท้าขึ้นเตะไปที่หลังของกล้าจนเขาหน้าขมำจมไปกับพื้นดินแข็ง ก่อนจะเข้ามากระชากเสื้อเพื่องัดคอขึ้น แล้วง้างหมัดใส่ไม่ยั้ง
อินทรีกระโจนข้ามหัวไทยมุงมาอย่างรวดเร็ว ทาสที่ดูแลบ่อนคนอื่นๆก็รีบตามมาจัดการกับพวกก่อความวุ่นวายคนอื่นๆพัลวันจนฝุ่นตลบอบอวล
“เมาแล้วยังทำตัวพาลอีกรึมึง ต้องโดนเยี่ยงนี้”
ตุ้บ!
แขนหนายกขึ้นมาบังกำปั้นก่อนจะหิ้วปีกลากพ่อออกมาจากบริเวณ
“อ้ายอินทรี! กูหมดตัวแล้ววว อาววอัฐมาเดี๋ยวนี้! กูจักเอาไปลงโป4”
กล้าลงไปนอนเกลือกกลิ้งอยู่กับพื้น ตาก็ปรือเพราะความเมา มือกร้านแบออกมาเป็สัญญาณให้อินทรีรีบควักเงินออกมาให้
“อัฐ 5 ตำลึงที่นายบ่อนให้เป็ค่าตัวฉันนั่นเล่า พึ่งข้ามมาวันเดียวเองหนา”
“ตามึงบอดรึ?! ถึงมิเห็นว่ากูแพ้ไก่ชนเมื่อตะกี้”
“พ่อ! ตั้ง 5 ตำลึงเชียวหนา ข้าหาทั้งปีก็ยังมิได้เลย”
“โว้ย! อ้ายลูกเวรตะไล อัฐที่มึงยื่นให้กูเมื่อวานแล้วกูมิได้เอานั่นไงเล่า เอามาให้กูเดี๋ยวนี้!”
“ฉันมิมีดอก”
“รึมึงแอบยื่นให้อ้ายเหล็กไปใช่หรือไม่?!”
“…”
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
โป4 หรือป๊อ คือ การพนันชนิดหนึ่ง ซึ่งจีนนำเข้ามา เล่นในเมืองไทย มี 2 อย่างคือ โปกำ กับ โปปั่น, โปกำนั้นเล่นวิธีเดียวกับถั่ว ต่างกันที่วิธีแทง, โปปั่น ใช้ครอบทองเหลืองมีลิ้นรูปเหมือนลูกบาศก์อยู่ข้างใน เมื่อจะเล่นเ้ามือเปิดครอบให้คนแทงดู เป็การล่อ
“ได้!”
“พ่อ! จักไปที่ใด”
มือหนารีบคว้าเอาแขนผอมบางของผู้เป็พ่อไว้แน่น เพราะกลัวว่าจะไปตบตีชิงเอาเงินจากน้องชายอีก ไอ้เหล็กมันก็เด็กนัก มันไม่เคยคิดสู้ใครนอกเสียจากว่าจะอยู่ในสนามมวยหรือภัยจวนตัวเท่านั้น
“ปล่อยกู!”
“แล้วนี่แม่ไปไหนเสีย ได้ดูแลอ้ายเหล็กอยู่หรือไม่ มันหายกลัดมันหรือยัง”
“อีลออมันก็อยู่ในบ่อนนั่นประไร ส่วนอ้ายเหล็กมัน...โว้ย! ปล่อยกู!”
“ฉันมิปล่อยดอก เดี๋ยวพ่อก็ไปตบตีมันอีก ปล่อยมันไปเถิดหนาพ่อ พ่อกับแม่ก็เลิกพนันเสียทีได้หรือไม่”
เพี้ยะ!
“หูมึงแตกฤา กูบอกให้ปล่อย!”
ถึงแม้แรงจะไม่ค่อยมีเพราะกินแต่เหล้าจนร่างกายซูบผอม แต่ก็ทำให้ฝ่ามือที่ประทับลงหน้าของอินทรีนั้นหันและเป็รอยฝ่ามือแดงได้ เขาได้แต่ข่มตาหลับพร้อมกับสูดหายใจเข้าปอดลึกเพื่อข่มอารมณ์ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาโดนตบตี หนักกว่านี้ก็เจอมาแล้ว ทั้งขว้างปาข้าวของหนัก ของมีคมใส่หรือแม้กระทั่งเอาท่อนไม่ทุบตีเขากับน้อง
“อ้ายอินทรี อ้ายอินทรี!”
พดวิ่งหน้าตื่นมาจากทางโรงบ่อนก่อนจะกระชากแขนเขาให้ตามออกไป อินทรีทำท่าจะดึงแขนตัวเองกลับแต่ก็ถูกเรียกสติไว้อีกครั้ง
“นายบ่อนกำลังมา หากเอ็งมิอยู่ให้เห็นหน้าเอ็งจักถูกหวายเอาได้หนา กลับไปก่อนเถิด”
อินทรียอมปล่อยแขนผอมบางแต่โดยดี แต่ก็ไม่ลืมหันมากำชับเสียงแข็งพร้อมกับส่งสายตาดุอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนให้พ่อของตน
“ฉันกับอ้ายเหล็กทำหน้าที่ลูกอย่างสุดความสามารถแล้ว ฉันยอมมาเป็ทาสก็เพื่อตอบแทนมิให้พ่อกับแม่ต้องมาลำบากเป็ทาสเขาซ้ำตอนแก่ แต่พ่อกับแม่ก็ยังมิสำนึก เอาเถิด...ต่อแต่นี้ไปฉันจักขอปล่อยให้มันเป็ไปตามเวรตามกรรม แต่หากฉันรู้ว่าพ่อกับแม่ไปเบียดเบียนอ้ายเหล็กมันอีกล่ะก็...”
“มึงจักทำไม หา! อ้ายลูกเนรคุณ!”
“ฉันก็จะปล่อยให้มันเป็ไปตามเวรตามกรรมอย่างไรเล่า”