ตอนที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้า Devil’s bargain 4
เฟลชมาสเตอร์คงจะคิดว่าผมคงทุกข์ทรมานหากได้พบกับราคาที่เว่อวังหรือเสียดายในขณะที่คิดพิจารณาที่จะซื้อแต่คนที่คิดเช่นนั้นคือคนที่มีความคิดแบบยาจกไม่ใช่มหาเศรษฐี
หากเรารู้มูลค่าของสิ่งของที่แท้จริงเราจะไม่คิดมาก
อย่างแอปสื่อสาร Y นั้นที่มีชิ้นเดียวในโลก
มีความนิยมเป็นอันดับสองในแดนอินทรีย์เพราะอันดับหนึ่งF นั้นคงไม่คิดจะขายเป็นแน่แท้การประเมินราคาว่าหมื่นล้านหรือแสนล้านเป็นแค่การประเมินราคาเพราะมันไม่มีของแบบเดียวกับที่บางวงการพระเครื่องขายของเก่ามักจะมีการพูดว่า
องค์นี้มีคนเคยเสนอห้าสิบล้านผมไม่ปล่อยเช่า
ว่าเคยมีคนเสนอราคาไปแต่ไม่ขายจะทำไมมันเท่ากับว่าเราซื้อไม่ได้ต่อให้เรามีเงินเพียงพอก็ตามในทางทฤษฎี
ในแอป Y นั้นมีราคาแม้จะอ้างว่า
โง่เง่าสิ้นดีไม่รู้หรือว่าY นั้นขาดทุนอยู่
ในการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการซื้อแอป Y ไปนั้นไม่คุ้มค่าทางธุรกิจทั้งที่ควรจะตั้งคำถามว่า
ทั้งที่ Y อ้างว่าขาดทุนทำไมมันยังหน้าด้านทำกิจการอยู่ได้มาตลอดไม่มีแววเจ๊ง?
เราไล่จี้ถามไปอย่างนี้ก็จะตอบคำถามออกมาไม่ออกในแง่มุมของธุรกิจการค้าปรกติ
เพราะเราไม่สามารถอธิบายได้ว่ากิจการที่ขาดทุนปีละร้อยล้านมันจะอยู่ได้อย่างไรตามสามัญสำนึกของนักธุรกิจทั่วไปแต่หากเราเปิดใจเชื่อนักทฤษฎีสมคบคิดสักนิดว่า
แอป Y คือแหล่งข้อมูลของหน่วยข่าวกรองของรัฐ
เราจะร้อง
อ๋อเข้าใจล่ะ
ขึ้นมาทันทีว่าทำไมแดนอินทรีย์ถึงต่อต้านแอปT เพราะวีรบุรุษหรือคนโฉดแล้วแต่มุมมองนั้นรู้ใจกันเพราะทำแบบเดียวกันทุกอย่างนั่นเอง
ดังนั้นหากมองในแง่มุมหนึ่งการที่มีราคาปล่อยออกมาและแม้ซื้อไปจะขาดทุนแต่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก E นั้นก็ได้ซื้อไปอย่างไม่เสียดายเงินเพราะเขามองว่ามันคุ้มค่า
เพราะมันหาไม่ได้อีกแล้วกับแอปที่รวมแหล่งข้อมูลของผู้ใช้ได้ทั่วโลกขนาดนี้
มูลค่าประเมินไม่ได้แต่อาจจะไม่ใช่เพราะการตีค่าเป็นตัวเงินเพราะไม่ว่าอะไรก็ตีเป็นเงินได้ในโลกทุนนิยมและมันอาจจะขาดทุนนับร้อยล้านต่อปีด้วยซ้ำเท่ากับว่าเราประเมินราคามันติดลบหากเราคิดแบบประชาชนในทุนนิยมทั่วไป
แต่มหาเศรษฐี E นั้นคิดต่างออกไป
เขามองว่ามันมีชิ้นเดียวในโลกและทำสิ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถจะเทียบเคียงได้หรือทำได้อย่างเด็ดขาดเพราะไม่มีของชิ้นนี้อีกแล้วในโลก
แน่นอนกระทั่งมหาเศรษฐี E นั้นยอมรับว่าตนเองไม่ใช่คนที่รวยที่สุดในโลกว่าท่านผู้นำP นั้นรวยกว่าผมตั้งเยอะผมไม่ใช่คนรวยที่สุดอย่างที่ทุกคนคิดกัน
มันคือการแสดงขีดขั้นความรวยได้อีกอย่างหนึ่งว่าคนที่รวยที่สุดในโลกที่อย่างน้อยนิตยสารธุรกิจยอมรับกันก็ยังไม่สามารถเทียบชั้นกับผู้กุมอำนาจของโลกได้และรู้สึกว่าตนเองยังจนหากเทียบกับคนรวยที่แท้จริงของโลกนี้
นี่ล่ะคือความเป็นจริงของโลก
แม้กระทั่งคนที่รวยที่สุดในโลกที่ชื่อE ก็ยังคิดว่าตนเองไม่ได้รวย
เรามองด้วยสายตาอย่างนี้เราจะค้นพบว่าบางครั้งตัวเลขมันก็แค่หมอกควันผ่านตา
ไม่ใช่เพราะเราเป็นคนดีแต่เพราะระบบมันวางไว้อย่างนั้นจริงๆ
เราอาจจะโดนหลอกว่ามีเงินซื้ออำนาจได้แต่เราจะค้นพบความจริงในที่สุดว่าเงินซื้ออำนาจไม่ได้หากอำนาจนั้นไม่ยอมให้เงินซื้อตนเอง
การที่เรายอมให้คนอื่นซื้อได้ก็เท่ากับว่าเราพ่ายแพ้แล้วในเกมส์ของทุนนิยมสามานย์นี้
เพราะอำนาจที่แท้จริงไม่ได้มีไว้ขาย
ซู๊ด
ผมสูดควันซิก้าอย่างยาวนานในชั่วอึดใจเดียวจนซิก้าร์ไหม้จนหมดและ
ฟู่
พ่นควันออกมาจนปกคลุมฝ่ายตรงข้ามจนหมด
แต่ไม่ได้มีการควักปืนขึ้นมายิงหรือพลังจิตฆ่ากันอะไรเป็นแค่การกวนโอ๊ยฝ่ายตรงข้ามเล่นๆเท่านั้น
“แค่ก แค่ก แค่ก ทำอะไรเดี๊ยนยะ”
ฟู่
ผมพ่นควันไปอีกทีที่แอบกักเก็บไว้ในปอดของผมในช่วงที่เฟลชมาสเตอร์หายใจออกอีกครั้งพอดี
ทำให้แม้แต่ร่างกายที่มีหลายปอดก็ยากที่จะกำจัดกลุ่มควันไปจนหมด
“รู้สึกดีใจที่ได้ซื้อผลงานที่เยี่ยมยอดเช่นนี้”
ผมกล่าวจากใจจริง