หนึ่งในคืนที่มืดมิด เมื่อลมหนาวเย็นๆ พร้อมกับดึกดำบรรพ์เป็เวลานาน เริ่มมีเสียงร้องเพลงของลมหนาวกลายเป็โทษที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งรอบตัวไป เป็เื่ราวของบ้านหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ภายในป่าห่างไกล บ้านที่เคยอยู่เงียบสงบและเป็สถานที่สมบูรณ์แบบสำหรับการพักผ่อน เช่นนั้นในวันหนึ่ง ชุมชนใกล้เคียงเริ่มหายนะลงไปเรื่อยๆ เพราะคนในชุมชนเหล่านี้เคยได้ยินเสียงหวีดเสียงเรียกของิญญาที่มากับลมหนาวในทุกคืน แต่มันกลับมาดุจดูดวงดาวบนท้องฟ้า
เวลาผ่านไปแล้วหลายสัปดาห์ เ้าของบ้านที่เคยอยู่นี้ก็ตัดสินใจที่จะขายบ้าน ไม่มีใครเข้ามาเยี่ยมชมและสอบถามข้อมูลอีกต่อไป เด็กผู้ชายอายุสิบสี่ปีที่ชื่อได้ยินเื่ราวเหล่านี้ก็ได้คิดในใจว่าอยากทราบเสียงหวีดที่ทุกคนพูดถึง ด้วยความรู้สึกของเขาที่รอบรู้ ในหนึ่งในคืนที่รำคาญๆ เขาตัดสินใจที่จะมาเยือนบ้านที่เงียบสงบเอาไว้นี้ในคืนวันถัดไป
เมื่อเวลาเข้าสู่ยามค่ำคืน เด็กผู้ชายเดินมาข้างหน้าบ้านนั้น ลมหนาวพัดมาเป็ระยะเวลาสั้น ทำให้เขารู้สึกว่าความเย็นจากลมหนาวมีกลิ่นเป็สิ่งที่ปกคลุมบ้านหลังนี้ เมื่อก้าวเข้าไปในบ้าน รอยตาของเขาก็ค้นพบกับที่ที่มืดมนซึ่งเป็บริเวณในบ้านที่ไม่มีแสงไฟส่องสว่าง ห้องนี้เต็มไปด้วยรอยร้าวและเศษสิ่งของที่ปลุกปั่นความทรงจำเก่าแก่ขึ้นมา เด็กผู้ชายเห็นเสียงฟวยซึ่งส่งผลให้เขารู้สึกกลัว มันเป็เสียงหวีดเหมือนในตำนาน
เด็กผู้ชายเลยทำตามเสียงเหล่านี้ โดยก้าวเข้าไปในห้องมืดๆ ที่อับเฉาอยู่ แสงไฟกระพริบขึ้นอย่างกะทันหัน เด็กผู้ชายเห็นเงาผีเรืองแสงอยู่ข้างหน้า มันดูเหมือนจะมีเป็กลุ่มกับลมหนาว และก็กำลังสว่างอยู่กว่าเดิม ในที่สุดเด็กผู้ชายสามารถมองเห็นพวกเขาได้ชัดเจนขึ้น
เป็เหมือนครั้งที่เด็กผู้ชายเป็ตัวที่เห็นว่าพวกเขาไม่ใช่แค่ตำนานเท่านั้น มันเป็ความจริงที่มาพร้อมกับความหวาดหวั่น พวกเขาก็คือผีและิญญาที่ถูกกระตุกกระติกอยู่ในบ้านนี้ตลอดเวลา สิ่งที่เด็กผู้ชายไม่รู้ก็คือเขากลับมาอยู่ในบ้านนี้เพื่อหาคว่างคำตอบที่มีอยู่ภายในใจเกิดขึ้นเมื่อพวกเขากำลังหายใจเข้า ภายในสัญญาณหายใจลมหนาวและร้องเพลงเสียงต่ำๆ เริ่มต้นดังขึ้น แต่เด็กผู้ชายไม่กล้าที่จะตื่นเต้นหรือกลับไป อย่างไรก็ตาม เขามีความกล้าที่จะสอดแนมอยู่ในบ้านนี้ในคืนแรกและตัดสินใจที่จะสอบถามแก่พวกเขา
"ผีที่อยู่ในบ้านนี้ ท่านเองคือใคร? ทำไมท่านยังคงอยู่ที่นี่?" เด็กผู้ชายสงสัยและพยายามพูดออกมาด้วยเสียงที่หลงกลพันธุ์ไปทางที่เื่ราวต่างๆ
แต่คำตอบที่เขาได้รับกลับคือความเงียบสงบ ไม่มีสัญญาณอะไรที่ตอบกลับเขา แต่เขาเห็นเสียงยาวจนถึงภายในใจเขา กล่าวว่า "เื่ราวของเรา้าถูกปิดทิ้ง โปรดออกไปจากที่นี้ และอย่ากลับมาอีก" เสียงดังขึ้นเป็จำนวนมากและก้าวข้ามเส้นสายตาของเด็กผู้ชาย ทำให้เขารู้สึกตะลึงตะลังและอับอาย
เด็กผู้ชายทราบว่าเขาไม่สามารถทนรับความขวัญอย่างนั้นได้ เขากลับตรังเท้าและออกจากบ้านนี้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าความสงสัยและความอยากรู้จริงๆ จะยังคงอยู่ในใจของเขา แต่เขารู้ว่าเขาต้องให้เวลาแก่บ้านนี้และความลึกลับที่อยู่ภายใน
ั้แ่คืนนั้นไป เด็กผู้ชายไม่ได้เห็นหรือได้ยินเสียงหวีดที่เคยพูดถึงในบ้านหลังนี้อีกเลย บ้านที่เคยเงียบสงบกลับกลายเป็บ้านที่ถูกลืมไปโดยเงียบสงบ เด็กผู้ชายและชุมชนใกล้เคียงก็พยายามลืมถึงเื่ราวของบ้านนี้ไปเรื่อยๆ
แต่ในบางครั้งที่ลมหนาวมีเสียงเบาๆ และแสงไฟกระพริบสายตาของผู้ที่ใกล้ชิดบ้านนี้ เกิดขึ้นอย่างน้อยหนึ่งครั้งตลอดเวลา เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลให้ชุมชนกลับเริ่มพูดถึงเื่ราวของบ้านหลังนี้อีกครั้ง และใครจะรู้ว่าเสียงหวีดที่เ่าั้เป็อย่างไร หรือว่ามีบางสิ่งที่มองไม่เห็นอยู่ที่บ้านนี้อีกครั้ง