เมื่อถึงวันแต่งงานลี่อ๋องไม่ได้ส่งเกี้ยวไปรับเ้าสาว ฮ่องเต้จึงต้องจัดการส่งเกี้ยวไปรับเ้าสาวที่จวนตระกูลหลานแทน และนำไปส่งที่จวนลี่อ๋อง
ลี่อ๋องปล่อยให้ขบวนเ้าสาวรออยู่นอกจวนเป็เวลาเกือบครึ่งค่อนวัน ก่อนที่จะเปิดประตูให้เฉพาะเ้าสาวเท่านั้นเข้าไป ซึ่งทุกคนในขบวนก็ดีใจเป็อย่างมาก เพราะคิดว่าถ้าหากเข้าไปแล้วอาจจะไม่ได้กลับออกมาพร้อมกับลมหายใจ
เมื่อเข้าไปแล้วก็ไม่มีการทำพิธีใดๆ หลานจูเจียนอยู่ในจวนกับสาวใช้ที่ลี่อ๋องจัดให้ ไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากลี่อ๋องโดยตรง
ฮ่องเต้เทียนหลงและองค์ชายใหญ่ลี่เคอเว่ยจะต้องหาทางพบนางให้ได้ จึงใช้วิธีจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ที่วังบ่อยๆ เพื่อเชิญลี่อ๋องและพระชายามาร่วมงานทุกครั้ง เพื่อที่จะได้ข้อมูลภายในจวนลี่อ๋องจากหลานจูเจียน
หลังจากส่องกระจกดูหน้าตัวเองแล้ว นิรินก็ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้องออกไปดูข้างนอก ก็พบกับสวนอันสวยงามมีดอกไม้สีสันสดใสออกดอกเต็มไปหมด เธอสูดอากาศเข้าเต็มปอด อากาศที่ฉันสูดเข้าไปคงจะเป็อากาศที่บริสุทธิ์ที่สุดในชีวิตฉันแน่ ก่อนที่จะก้าวเท้าออกจากห้อง
เฉียวเฉียวรีบะโถามขึ้นทันที เพราะนางรู้ว่า พระชายายังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากห้อง ถ้าไม่มีคำสั่ง
“พระชายาจะไปไหน เพคะ”
“พระชายา พระชายาเพคะ” เฉียวเฉียววิ่งตามออกไป
เยว่ิองครักษ์ของลี่อ๋องมาถึงพอดี “พระชายา” เยว่ิเอ่ยขึ้น แต่ว่านิรินไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเรียกเธอ และมัวแต่ตื่นเต้นที่ได้เข้ามาอยู่ในโลกใหม่ สวยจริงๆ สวยกว่าในซีรี่ย์มาก นิรินเงยหน้ามองท้องฟ้าเดินไปเรื่อยๆ กางมือออกและหมุนตัว ดูแล้วเหมือนคนบ้า
นี่เราทะลุมิติมาเหมือนในนิยายจริงๆ หรือนี่นิรินดีใจมาก เพราะนิยายแต่ละเื่ คนที่ทะลุเข้ามาสุดท้ายได้เป็นางเอกตลอด ถึงจะเข้ามาอยู่ในตัวร้ายก็ตาม ตอนจบจบดีทุกเื่ แต่ว่าเราไม่ได้บ้านิยายทะลุมิติอะไรนักหนา เลยไม่รู้ว่าเื่นี้มันเื่อะไร จบยังไง ร่างนี้ก็ไม่ได้ส่งผ่านความทรงจำให้เลย แต่ไม่เป็ไร ถ้าต้องเจอคนที่เกลียดเราๆ ก็ทำให้เขารัก ถ้าคนที่รักเราอยู่แล้วเราต้องทำให้รักมากขึ้น ไม่น่าจะยากอะไร จะมีสักกี่คนได้ทะลุมิติถือเป็ประสบการณ์ชีวิต นิรินเดิน ลั้นล้า หมุนไปเรื่อยไม่ได้มองทาง เลยชนอะไรบางอย่างเข้าอย่างจังเกือบหัวทิ่ม
“โอ๊ย”
พอตั้งตัวได้นิรินก็มองสิ่งที่ทำให้เธอหัวทิ่มว่ามันคืออะไร โอ้วแม่เ้า หล่อมักมัก อย่างกับพระเอกซี่รี่ย์จีนไม่รู้จะเปรียบเทียบกับใครดี รู้แต่ว่าทุกคนที่หล่อๆ นั้นยังไม่เท่าคนที่กำลังยืนมองเธออยู่ นิรินจึงมองและยิ้มกว้างให้เขา แต่คนคนนั้นกลับหน้าตึงขึงตาใส่เธอ เขายืนมองเธออยู่สักพักไม่พูดอะไรแล้วก็เดินจากไป
นิรินเกาหัวนิดหน่อยคนอะไรหน้าไม่รับแขกชะมัด แล้วก็เดินชมสวนต่อ เฉียวเฉียวที่นั่งก้มหน้าตัวสั่นรีบลุกขึ้นมาลากนิรินกลับเข้าไปในห้อง
“พระชายา กลับเข้าห้องเถอะเพคะ” นิรินรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติจึงเพลาๆ ความตื่นเต้นของตัวเองลง แล้วหันไปมองชายร่างกำยำที่มองเธอ ด้วยสายตาที่ไม่ดุเท่าอีตาก่อนหน้า แล้วก็หันกลับไปมองหญิงสาวที่พยายามจับแขนของเธอให้ตามไป ดูท่าไม่ดี ไม่รู้ร่างนี้ทำอะไรไว้ แต่ส่วนใหญ่แล้วในนิยายแรกๆ ร่างเดิมมักจะทำไม่ดีไว้ ฉะนั้นเธอต้องทำตัวให้ดีเพื่อให้อยู่รอด นี่ก็เป็ผลดีจากการอ่านนิยาย
“ฮ่า ฮ่า”
เฉียวเฉียวและเยว่ิมองหน้ากันสงสัยพระชายาคงเสียสติไปแล้ว
นิรินจึงเดินตามเฉียวเฉียวเข้าไปในห้องเหมือนเด็กเดินตามผู้ใหญ่
“ตอนนี้นางทำอะไร” ลี่อ๋อง ถามเยว่ิ
“นางกลับเข้าห้องไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ลี่อ๋องไม่พูดอะไรยังคงก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ เยว่ิจึงก้มหัวและเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ
ภายในห้องนิริน ถามสาวหญิงสาวคนนั้นว่าชื่ออะไร
“หม่อมฉันชื่อ เฉียวเฉียว เพคะ”
แทนตัวว่าหม่อมฉันลงท้ายด้วยเพคะ แสดงว่าฐานะของฉันในมิตินี้ก็สูงพอสมควรนะสิ
“เ้าช่วยบอกข้าได้ไหมว่า ข้าเป็ใคร”
เฉียวเฉียวที่ตอนนี้ไม่ใเท่าไหร่แล้ว เมื่อหญิงตรงหน้าถามคำถามนี้นางจึงตอบด้วยน้ำเสียงไม่สั่นว่า “หลานหวางเฟยเป็พระชายาของลี่อ๋อง เพคะ”
“แล้วลี่อ๋องเป็ใคร” คำถามนี้เล่นเอาเฉียวเฉียวถึงกับตาโต นี่พระชายาลืมแม้กระทั่งลี่อ๋องเป็ใครเช่นนั้นรึ ไม่ได้การแล้วต้องรีบรายงานองครักษ์เยว่
แต่ก่อนที่เฉียวเฉียวจะขอตัวเดินออกไป นิรินลูบท้องตัวเองที่ร้อง จ๊อก จ๊อก นิรินมองหน้าเฉียวเฉีย
“เอ่อ ตอนนี้ฉันหิวข้าว ไม่รู้ว่าเธอ เอ่อ เ้ามีอะไรให้ข้ากินไหม”
“พระชายารอสักหน่อย นะเพคะ หม่อมฉันจะไปสั่งโรงครัวให้ทำอาหารมาให้” นิรินพยักหน้ารับ
“เดี๋ยวก่อนแล้วข้ามีชื่อว่าอะไร”
นั่นยิ่งทำให้เฉียวเฉียวมั่นใจว่าต้องนำหมอมาตรวจพระชายาผู้นี้ “นามเดิมของพระชายาคือ หลานจูเจียน เพคะ”
“หลานจูเจียน หลานจูเจียน” นิรินนั่งท่องชื่อนั้น เฉียวเฉียวค่อยๆ ถอยตัวออกทีละนิดจนเกือบถึงประตูก็รีบเดินออกไปและปิดประตูทันที