แต่เมื่อคิดดูใคร่ครวญดูแค่ชิ้นเดียวพอเสียที่ไหน จึงคีบใส่ให้อีกชิ้น คราวนี้หลี่ไหวฺอวี้ถึงพึงพอใจอย่างแท้จริงยกถ้วยข้าวขึ้นเริ่มกินข้าว
อืม อร่อยจริงๆ
"พวกเจ้าพี่น้องรักใคร่กันดีจริงๆ"หลี่อวิ๋นเอ่ยชมพลางคาบตะเกียบไว้ในปาก มองภาพตรงหน้าอย่างชื่นชม
หมิงเป่าจูและหลี่ไหวฺอวี้ได้ยินดังนั้นก็อึ้งไปชั่วขณะหลังจากนั้นหมิงเป่าจูก็หัวเราะ
"เสี่ยวอวิ๋นไม่มีพี่น้องใช่หรือไม่ไม่เป็นไร ต่อไปนี้พวกเราจะเป็นพี่น้องกับเจ้า อยากมาเมื่อไรก็มาได้ทุกเมื่อ!"
จำได้ว่าครั้งก่อนไปที่บ้านของนางแม้จะไม่ได้เข้าไปข้างใน แต่จากการพบปะกันหลายครั้ง ก็พอคาดคะเนได้ว่าหลี่อวิ๋นน่าจะเป็นบุตรสาวคนเดียว
นางคงเห็นตนเองคีบกับข้าวให้หมิงเป่าอวี้แล้วเกิดริษยาในใจ ถึงรำพึงออกมาเช่นนี้กระมัง
"ขอบใจนะเป่าจูถึงเวลาอย่ารำคาญข้าก็แล้วกัน"
หลี่อวิ๋นเพียงรู้สึกว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ดูแปลกๆท่าทีที่หมิงเป่าจูกับหลี่ไหวฺอวี้ปฏิบัติต่อกันดูเหมือนจะมีอะไรมากกว่าพี่น้องทั่วไป
แต่นางไม่คิดว่าหมิงเป่าจูจะเอ่ยปากแบบนี้ในใจรู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่ง
หลี่ไหวฺอวี้ก้มหน้าก้มตากินซี่โครงหมูในถ้วย
แต่พอได้ยินคำกล่าวนัยน์ตาก็มีประกายบางอย่างวาบผ่าน ทว่าก็ปกปิดไว้อย่างรวดเร็ว และไม่พูดอะไรอีกเลย
"เป่าจูเจ้าซื้อสุรามาด้วยมิใช่หรือ" หลี่อวิ๋นกล่าวเตือน
"จริงด้วยสิมา ข้าซื้ออวี้ฮวาไถมาหลายขวด ทุกคนลองชิมกันดู!"
สุราฮวาเตียวที่ซื้อมาครั้งก่อนแรงเกินไปทำเอานางเมาหัวราน้ำ ตื่นมาอีกวันก็ยังปวดศีรษะอยู่นานมาก
หลี่อวิ๋นเองก็เป็นหญิงสาวบอบบางแม้เคยถามแล้วนางบอกว่าดื่มได้ แต่ก็ไม่ควรให้ดื่มที่แรงเกินไปนักจะดีกว่า
ดังนั้นครานี้จึงตั้งใจเปลี่ยนมาเป็นอวี้ฮวาไถที่ค่อนข้างละมุนกว่า
จอกสุราตื้นมาก พอเอียงปากของป้านสุราเพียงเล็กน้อยก็เต็มแล้วนางข้ามหลี่ไหวฺอวี้ไป รินให้ทีละคน
พอถึงคราวของตนเองยังไม่ทันได้ริน ปากถ้วยก็ถูกมือเรียวยาวของใครบางคนปิดไว้แน่น
"ทำอะไรของท่านน่ะหลี่ไหวฺอวี้" หมิงเป่าจูจ้องเขม็ง
"เจ้าห้ามดื่ม"หลี่ไหวฺอวี้เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้านหลังในท่วงท่าเกียจคร้าน พลางเอ่ยเรียบๆ
"เพราเหตุใด"หมิงเป่าจูไม่เข้าใจ
"หากเจ้าดื่มเยอะคนเจ็บอย่างข้าจะไปส่งหลี่อวิ๋นกลับบ้านอย่างไร"
หลี่ไหวฺอวี้นึกถึงคืนก่อนออกเดินทางจากหมู่บ้านชิงหยางว่าหมิงเป่าจูเมาอาละวาดอย่างไรไว้บ้าง มุมปากก็ปรากฏรอยยิ้ม
ถ้าวันนี้เมาอีกแล้วถูกหลี่อวิ๋นกับหมิงเป่าอวี้เห็นสภาพนั้นเข้า เกรงว่าวันพรุ่งนี้นางคงหัวเสียและอับอายจนไม่อยากมีชีวิตอยู่แน่นอน
จะบอกเหตุผลไปตรงๆก็คงไม่ดี จึงได้แต่ยืมชื่อหลี่อวิ๋นมาอ้าง คาดว่านางคงไม่ปฏิเสธ
เป็นดังคาด พอหมิงเป่าจูได้ยินเช่นนี้ก็มองหลี่อวิ๋นผู้งดงามอ่อนหวานพลางครุ่นคิด
จริงด้วยสิ ถ้าทุกคนเมากันหมดหลี่อวิ๋นเป็นหญิงสาวคนเดียว หากระหว่างทางกลับบ้านพบเจอเหตุการณ์เหมือนตอนเทศกาลจงหยวนขึ้นมาจะทำอย่างไร
หลี่ไหวฺอวี้บาดเจ็บใช้กำลังไม่ได้ครั้นจะดื่มเองคนเดียว ห้ามน้องชายดื่มเพื่อให้ไปส่งอีกฝ่ายก็ใช่เรื่อง
คิดไปคิดมา หมิงเป่าจูจึงไม่ดึงดันต่อไปวางป้านสุราเงียบๆ ยอมทำตามคำพูดของหลี่ไหวฺอวี้
หลี่ไหวฺอวี้แอบยิ้มในใจแต่บนใบหน้ากลับไม่แสดงออก คีบซี่โครงชิ้นหนึ่งให้หมิงเป่าจูเงียบๆ หมิงเป่าจูถึงค่อยโล่งใจ
"ขอบคุณนะไหวฺอวี้"
หลี่อวิ๋นหน้าแดงระเรื่อเดิมทีนางคิดว่าจะเกลี้ยกล่อมหมิงเป่าจูว่าตนเองกลับเองได้
ไม่นึกว่าหลี่ไหวฺอวี้จะคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองด้วยจู่ๆ หัวใจก็เต้นแรงโดยไม่รู้ตัว จึงหลุดปากออกไป
บางทีเขาอาจจะนึกชอบนางอยู่บ้างหาไม่แล้วจะพะวงถึงจุดนี้ได้อย่างไร หลี่อวิ๋นยิ่งคิดใบหน้าก็ยิ่งแดงก่ำ
"พี่หลี่อวิ๋นท่านดื่มสุราเป็นหรือไม่ ไฉนถึงหน้าแดงปานนั้น" หมิงเป่าอวี้เอ่ยถาม
เห็นอยู่ว่าเพิ่งดื่มไปถ้วยเดียวเหตุใดถึงออกอาการบนใบหน้าแล้วเล่า ไวปานนั้นเชียว?
หมิงเป่าจูเองก็มองหลี่อวิ๋นอย่างแปลกใจใบหน้าของอีกฝ่ายดูราวกับแสงอาทิตย์อัสดง แดงจนเหนือคาดจริงๆ
"เจ้าอย่าดื่มเลย"หมิงเป่าจูเกลี้ยกล่อม
"อ๊ะเปล่าๆ ข้า... ข้าแค่เบิกบานใจไปหน่อย ทุกคนดูแลข้าดียิ่ง" หลี่อวิ๋นรีบอธิบาย
นี่คือความจริงจากใจนางไม่เคยคิดว่าจะได้พบเจอสหายที่ดีเช่นนี้ ไม่เพียงช่วยนางจากภัยอันตราย ยังนึกถึงนางไปเสียทุกเรื่อง
หมิงเป่าจูหัวเราะแล้วเพียงแค่เตือนว่าให้ดื่มน้อยหน่อย เชื่อว่าหลี่อวิ๋นคงมีขอบเขตรู้จักประมาณตน
ท้ายที่สุดอาหารเต็มโต๊ะก็เหลือแต่ซากทั้งเจ้าบ้านและแขกต่างสุขสันต์กันถ้วนหน้า หมิงเป่าจูไปส่งหลี่อวิ๋นกลับบ้าน มองจนนางเข้าบ้านไปแล้วถึงค่อยจากมาอย่างหมดห่วง
ท่าทีที่หม่ากุ้ยฮวามีต่อนางก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงยืนกรานให้นางเรียกว่าป้ากุ้ยฮวา หมิงเป่าจูจึงต้องเปลี่ยนคำเรียกตามคำขอ
วันรุ่งขึ้น หมิงเป่าจูไปที่ร้านจี้ซั่นถังแต่เช้าเพื่อสอบถามเรื่องแหล่งที่มาของสมุนไพรจากเถ้าแก่หวัง
"เถ้าแก่หวังไม่ได้พบกันนานเลยนะเจ้าคะ" ทันทีที่เท้าซ้ายก้าวพ้นธรณีประตู หมิงเป่าจูก็ทักทายเสียงดังกังวาน
เถ้าแก่หวังกำลังก้มหน้าก้มตาง่วนกับการดีดลูกคิดอยู่หลังโต๊ะบัญชีได้ยินเสียงคนทักก็นึกว่าเป็นคนป่วยมาหาหมอ เพียงแต่น้ำเสียงค่อนข้างคุ้นหูอยู่บ้าง
คิดว่าคงเป็นคนไข้เก่าแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าเป็นหมิงเป่าจู ตั้งแต่คราก่อนที่นางบอกว่าจะไม่ขายสมุนไพรให้เขาอีกก็ไม่ได้พบเจอกันอีกเลย
"แม่หนูเป่าจู!ในที่สุดเจ้าก็มา!"
เถ้าแก่หวังวางสมุดบัญชีลงไม่สนใจบัญชีตรงหน้าอีกต่อไป เดินออกมาจากหลังโต๊ะบัญชีเพื่อต้อนรับ
"ว่าอย่างไรมาหาข้ามีธุระอันใดรึ" ฟังจากน้ำเสียงแล้วเหมือนกับรอคอยนางมานาน
"รีบมานั่งก่อนเถอะ"เถ้าแก่หวังพานางไปนั่งที่ห้องด้านใน
"ร้านข้าต้องการสมุนไพรอยู่สองสามอย่างหามาหลายเจ้าก็หาไม่ได้ ไม่รู้ว่าสถานที่ที่เจ้าเคยไปเก็บสมุนไพรจะมีบ้างหรือไม่"
ตั้งแต่หมิงเป่าจูเลิกขายสมุนไพรเขาก็ปวดหัวไม่น้อย
สมุนไพรล้ำค่าหลายชนิดในท้องตลาดมีราคาแพงลิบลิ่วฤทธิ์ยาก็ยังไม่ดีเท่าที่หมิงเป่าจูเคยขายให้ บางอย่างก็หาไม่ได้เลย
"เถ้าแก่หวังท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้ามิได้มาขายสมุนไพร อีกอย่างข้าก็เลิกทำการค้าสมุนไพรแล้วด้วยตอนนี้ข้าเปิดร้านยาสมุนไพร และเป็นหมอเอง" หมิงเป่าจูอธิบาย
"เป็นหมอเอง?เจ้ารู้วิชาแพทย์ด้วยรึ" คำพูดของหมิงเป่าจูทำให้เถ้าแก่หวังตกตะลึง
เขาคิดมาตลอดว่าหมิงเป่าจูเป็นลูกสาวชาวบ้านที่หาเลี้ยงชีพด้วยการขายสมุนไพรไม่คิดว่านางจะถึงกับรู้วิชาแพทย์
หมอหญิง เขาอยู่มาครึ่งค่อนชีวิตก็เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก
แต่ไม่รู้ว่าฝีมือเป็นอย่างไรเฮ้อ... ทักษะการแพทย์ของหมอหญิงจะเก่งได้สักปานใด นับประสาอะไรกับเด็กผู้หญิงที่ยังไม่ถึงวัยปักปิ่นคนหนึ่ง
ต่อให้ทักษะการแพทย์ดีจริงประชาชนจะยอมรับหรือไม่ก็ยังเป็นเรื่องยาก...
เถ้าแก่หวังถอนหายใจอยู่เงียบๆในเมื่อโรงหมอเปิดไปแล้ว เขาก็อย่าเตือนดีกว่า ปล่อยให้เด็กคนนี้เผชิญชะตากรรมด้วยตนเองเถอะ
"แล้ววันนี้เจ้ามาที่นี่..."
ในเมื่อไม่ขายสมุนไพรแล้วหรือว่าจะมาคุยเรื่องอาการป่วยของคนไข้กับเขากันแน่?
แม้ว่าร้านยาสมุนไพรหลายร้านจะรู้จักและเป็นสหายกัน แต่ตำรับยาและวิธีการรักษาล้วนเป็นความลับประจำตระกูล ต่อให้เป็นหมิงเป่าจูเขาก็ไม่สามารถบอกได้
สิ่งที่ทำให้เถ้าแก่หวังคาดไม่ถึงก็คือหมิงเป่าจูไม่ได้มาเพื่อถกเรื่องวิชาแพทย์
"ที่มารบกวนท่านวันนี้เพราะข้าเพิ่งมาใหม่ ยังไม่รู้จักแหล่งค้าส่งสมุนไพร ดังนั้นจึงต้องบากหน้ามาขอที่อยู่ร้านที่จัดหาสินค้าให้ท่านเผื่อว่าข้าจะได้ไปเยี่ยมเยียนบ้าง" หมิงเป่าจูบอกจุดประสงค์การมาของตนเอง
ที่แท้ก็เรื่องนี้เถ้าแก่หวังพยักหน้า หากเป็นเรื่องนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร
โดยทั่วไปผู้จัดจำหน่ายมักขายส่งให้หลายเจ้าคู่ค้าที่ต่างกันราคาที่เสนอก็แตกต่างกันไปด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้พวกเขาต่างมีมาตรฐานของตนเอง