ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 46 ข้าอยู่นี่ ไม่ต้องกลัว

            มีประกายความชื่นชมในแววตาของหลงเฟยเยี่ยโดยที่เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำเขาหยิบถุงเงินออกมาและโยนมันให้กับหานอวิ๋นซี ทว่าหานอวิ๋นซีกลับโยนกลับไปแล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ขอดูพิษก่อน หากรักษาได้ จะให้เงินตอนนั้นก็ยังไม่สาย”

            เป็นสาวน้อยที่รักเงินแต่ไม่โลภสินะ

            หลงเฟยเยี่ยหันหลังกลับและเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรหานอวิ๋นซีก็รีบตามไป

            แม่เจ้า!ข้างนอกลมแรงเหลือเกิน หนาวกว่าข้างในถึงสองเท่า! หลงเฟยเยี่ยเดินอย่างรวดเร็วหานวิ๋นซีก็วิ่งตามมาติดๆ พลางคิดในใจว่า ออกจากประตูแล้วขึ้นรถม้าเลยไม่ได้หรือ?

            แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อมาถึงประตูลานดอกบัวหลงเฟยเยี่ยจะหยุดฝีเท้าลง

            หานอวิ๋นซีซ่อนตัวอยู่ข้างหลังเขาเพื่อหลบลมตัวสั่นเทาและถามว่า “มีสิ่งใดหรือ?”

            หลงเฟยเยี่ยหันกลับมาโดยไม่คาดคิดอ้าแขนออกและยกเสื้อคลุมกว้างขึ้น จากนั้นก็พูดอย่างเย็นชาและเอาแต่ใจว่า “เข้ามา”

            ลมทำให้เสื้อคลุมของเขาปลิวไสวท่ามกลางคืนที่มืดมิดใบหน้าที่เย็นชาและคิ้วที่เรียวยาวของเขาราวกับเทพแห่งความมืดที่มองลงมาหานางจากเบื้องบน

            หานอวิ๋นซีมองด้วยความตกตะลึงและไม่เข้าใจความหมายของเรื่องนี้เป็นเวลานาน

            หลงเฟยเยี่ยที่ไม่มีความอดทนมากขนาดนั้นก็ยื่นมือหนาออกไปดึงนางเข้ามาในอ้อมแขน ทันทีที่เขาวางมือลงเสื้อคลุมตัวใหญ่ก็โอบนางไว้แน่น ปกป้องจากลมหนาว

            ทันใดนั้นหัวใจของหานอวิ๋นซีก็เต้นแรงและเร็วขึ้น นางรู้สึกว้าวุ่นเหลือเกิน...

            พระเจ้า!ร่างกายของเขาอบอุ่นและมีกลิ่นหอมของอำพันทะเลหรือความรู้สึกของการอยู่ภายใต้ปีกนางฟ้าในตำนานมันเป็นอย่างนี้หรือ? อบอุ่นจัง!

            ยังไม่ทันที่หานอวิ๋นซีจะได้สติกลับมาหลงเฟยเยี่ยก็โอบนางไว้และเดินทางไปยังทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว...

            หานอวิ๋นซีถูกห่อตัวด้วยเสื้อคลุมและเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนอันอบอุ่นของหลงเฟยเยี่ยความเร็วในการเหาะของหลงเฟยเยี่ยนั้นเร็วกว่าการนั่งรถม้าเสียอีก!

            ในคืนที่มืดมิดนอกจากแสงไฟที่กะพริบเป็นครั้งคราว มองเห็นอะไรไม่ชัดเจนนางจึงไม่รู้ว่าเขาจะพานางไปที่ใด แต่ก็รู้สึกสบายใจอย่างมากอยู่ดี

            แม้ว่าร่างกายของนางจะอบอุ่นแต่ลมที่ปะทะใบหน้าเข้ามานั้นเย็นและรุนแรงเหมือนมีดที่กรีดลงมาสุดท้ายหานอวิ๋นซีก็ทนไม่ได้อีกต่อไป

            นางหันหน้าไปด้านข้างและก้มศีรษะลงอีกครั้งแต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ในที่สุดนางก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยายามหันไปด้านข้างอย่างระมัดระวัง

            นางที่ขยับตัวและเห็นว่าหลงเฟยเยี่ยไม่ตอบสนองอะไรนางจึงกล้ามากขึ้น ยื่นแขนไปข้างหลังเขา หันไปด้านข้างและมุดศีรษะลงที่ตัวเขา

            ครั้งนี้ถือได้ว่ามันอบอุ่นอย่างสมบูรณ์

            หากจะบอกว่าไม่ประหม่าก็คงเป็นการโกหกนางตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ เมื่อเห็นว่าหลงเฟยเยี่ยไม่คัดค้านอะไร นางจึงค่อยๆผ่อนคลายและเพลิดเพลินไปกับความอบอุ่น

            หลงเฟยเยี่ยจ้องไปข้างหน้าและรักษาความเร็วในการเหาะอย่างไรก็ตาม มุมปากที่เย็นชาและเด็ดเดี่ยวของเขาโค้งงอในบางจุดราวกับว่ากำลังดูถูกความขี้ขลาดของนางแต่ก็ดูเหมือนจะเล่นกับความกล้าหาญของนางเช่นกัน ดวงตาสีดำของเขาทั้งลึกลับมีเสน่ห์ และเข้าใจยาก

            เขาพานางข้ามกำแพงข้ามสันเขามา นางรู้สึกเพียงลมที่พัดผ่านมาข้างๆ เท่านั้น ไม่รู้อะไรเลยแม้แต่น้อยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองง่วงนอนและเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไร

            จนกระทั่งหลงเฟยเยี่ยพานางลงมาและยืนอยู่บนพื้นดินนางจึงจะรู้สึกตัว เมื่อโผล่ศีรษะออกมาจากอ้อมแขนของเขา จึงพบว่าตัวเองอยู่บนหน้าผาสูงแห่งหนึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลาเช้าตรู่

            หลงเฟยเยี่ยมองลงมา“เจ้าปล่อยข้าได้แล้ว”

            เอ่อ...นางผงะไปชั่วขณะเพิ่งจะรู้ตัวว่าชายผู้นี้ปล่อยนางนานแล้วแล้วมือของนางก็ไปกอดเอวเขาจากด้านหลังตอนไหนก็ไม่รู้!

            หานอวิ๋นซีใบหน้าแดงก่ำและดึงแขนกลับมาอย่างรวดเร็วราวกับไฟฟ้าช็อต และถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่ของเขาออก

            ทันทีที่นางถอดเสื้อคลุมออกความหนาวเย็นก็มาจากทุกทิศทุกทางแต่หานอวิ๋นซีก็ยังรู้สึกว่าใบหน้าของตนเองร้อนมาก

            นางไม่มองเขาพยายามเมินเฉยต่อความอับอายและพูดเบาๆ ว่า “มาทำอะไรที่นี่?”

            หลงเฟยเยี่ยมองไปที่ท้องฟ้าและพูดว่า“รออีกหนึ่งเค่อ”

            แปลกชายผู้นี้พานางมาที่นี่เพื่ออะไร เขาไม่ต้องการล้างพิษ?

            อีกหนึ่งเค่อจะมีคนมาหรือ?

            หานอวิ๋นซีไม่ได้ถามอะไรอีกมองสภาพแวดล้อมโดยรอบๆ และพบว่ามีภูเขามากมายรอบตัวซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่ามันคือที่ไหนอย่างไรก็ตาม ตรงหน้ามีเหวลึกอยู่ใต้หน้าผาด้วยเพราะหมอกยามเช้ายังไม่จางหายไปจึงมองไม่เห็นเบื้องล่างแต่เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นมา ก็ย้อมท้องฟ้าสีขาวให้กลายเป็นสีทองซึ่งงดงามมาก

            หานอวิ๋นซีไม่ได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นมานานแล้วในขณะที่กำลังมองอย่างเหม่อลอย จู่ๆ ก็มีเสียงเตือน “ตู๊ดตู๊ดตู๊ด”ดังขึ้นในหัวของนาง

            มีพิษหรือ?

            พิจารณาจากจังหวะและระดับเสียงของเสียงแจ้งเตือนพิษนี้ไม่ธรรมดาและมีปริมาณมาก!

            หานอวิ๋นซีตื่นตัวในทันทีและหันศีรษะไปมองหลงเฟยเยี่ยซึ่งกำลังดูพระอาทิตย์ขึ้น “แถวนี้มีพิษอยู่สรุปมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

            หลงเฟยเยี่ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย“เจ้ารู้ได้อย่างไร?”

            “พิษนี้แปลกมากบอกข้ามา ว่ามันเกิดอะไรขึ้น?” หานอวิ๋นซีพูดอย่างจริงจัง

            ในขณะเดียวกันหลงเฟยเยี่ยก็มองไปยังเหวที่อยู่ใต้เท้า “เหวนี้เต็มไปด้วยหมอกพิษตลอดทั้งปีมันจะจมลงสู่ก้นบึ้งในตอนกลางคืนและจะลอยขึ้นเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น”

            หานอวิ๋นซีประหลาดใจอย่างมากนางคิดไม่ถึงว่าพิษจะไม่ใช่มนุษย์หรือสัตว์ แต่กลับเป็นพิษในอากาศ

            “เจ้าอยากลงไปหรือไม่”หานอวิ๋นซีถาม

            “ด้านล่างมีสายลับจากอาณาจักรทางเหนือซ่อนตัวอยู่ซึ่งเก่งกาจเรื่องการใช้ยาพิษ” หลงเฟยเยี่ยพูดอย่างใจเย็น

            ปรากฏว่าเขาจะมาจับกุมผู้คนแต่กลับถูกหมอกพิษขวางไว้จึงไม่สามารถลงไปได้

            หานอวิ๋นซีจ้องมองหมอกสีขาวที่ลอยขึ้นช้าๆคิ้วก็ค่อยๆ ขมวดเข้าหากัน ดูเหมือนว่าสิ่งต่างๆจะไม่ใช่อย่างที่หลงเฟยเยี่ยเข้าใจ!

            “ทำได้หรือไม่?” หลงเฟยเยี่ยถาม

            ขณะเดียวกันเวลาผ่านไปหนึ่งเค่อแล้ว ท่ามกลางหมอกสีขาวมวลของอากาศสีดำปรากฏขึ้นอย่างเบาบางและเสียงเตือนในหัวของหานอวิ๋นซีก็ถึงจุดสูงสุด

            อย่างไรก็ตามในไม่ช้า อากาศสีดำก็ลอยเข้ามาในหุบเขาอีกครั้งและหายไป

            “เห็นแล้วใช่หรือไม่เมฆหมอกสีดำกลุ่มนี้เป็นพิษมากที่สุด” หลงเฟยเยี่ยพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            ใครจะรู้ว่าหานอวิ๋นซีจะพูดว่า“นี่ไม่ใช่หมอกพิษ”

            หมอกพิษที่หลงเฟยเยี่ยพูดถึงนั้นแท้จริงแล้วคือจั้งชี่[1]คืออากาศที่เป็นพิษจากภูเขาและป่าไม้ซึ่งปรากฏขึ้นในปลายฤดูใบไม้ผลิและมาบรรจบกันในปลายฤดูใบไม้ร่วงหากมีอุณหภูมิไม่เพียงพอ จั้งชี่ก็จะไม่สามารถก่อตัวได้

            ตอนนี้เป็นฤดูหนาวแล้วขนาดอยู่บนยอดเขาที่ดวงอาทิตย์สาดแสงลงมาก็ยังหนาวแทบตายแล้วจะไปนับประสาอะไรกับในหุบเขาอันร่มรื่น?

            “เช่นนั้นมันคืออะไร?” หลงเฟยเยี่ยตกใจ

            ครั้งหนึ่งเขาเคยส่งทหารระดับสูงกลุ่มหนึ่งลงไปทว่ายังไม่ทันจะเจอคน ครึ่งหนึ่งของพวกเขาเสียชีวิตหรือบาดเจ็บไปคนที่หนีออกมาได้บอกว่ามีจั้งชี่อยู่ด้านล่างและหลังจากนั้นไม่นานพวกเขาทั้งหมดก็เสียชีวิตด้วยพิษนี้

            สายลับที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขากุมความลับทางทหารที่สำคัญของอาณาจักรเทียนหนิงไว้หากหลบหนีออกไป ผลที่ตามมาคือหายนะ

            เขาไล่ตามมานานกว่าหนึ่งเดือนและครั้งสุดท้ายที่เขาถูกวางยาก็เป็นเพราะสายลับนั่นเช่นกัน

            สายลับคนนี้ร้ายกาจมากจะใช้ยาพิษในตอนสุดท้ายเท่านั้น และก่อนหน้านั้นก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะใช้ยาพิษ

            เมื่อหลงเฟยเยี่ยไล่ล่ามาถึงที่นี่สายลับก็แฝงตัวอยู่ในหุบเขาและไม่ออกมาอีกเลย

            “น่าจะเป็นฝูงยุงพิษ”

            หานอวิ๋นซีเองก็ประหลาดใจเช่นกันนางไม่คาดคิดว่าจะเจอเรื่องแบบนี้

            มีบันทึกไว้ในหนังสือโบราณหลายเล่มว่าหลังจากเมฆหมอกปกคลุมผู้คนจะได้รับพิษและเสียชีวิตบรรยากาศอึมครึมที่เต็มไปด้วยพิษร้ายนี้ถือเป็นจั้งชี่แต่แท้จริงแล้วมวลของอากาศสีดำนั้นไม่ใช่อากาศจริงๆแต่เป็นมวลของยุงที่บินมารวมกัน ทำให้คนโบราณเข้าใจผิดคิดว่าเป็นกลุ่มมวลอากาศ

            ยุงชนิดนี้เป็นพาหะนำเชื้อโรคมาลาเรียเมื่อถูกยุงกัดแล้วคนและสัตว์จะติดเชื้อมาลาเรียและตายในไม่ช้าเหมือนถูกวางยาพิษ

            ภายใต้สภาพอากาศเช่นนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะผลิตเชื้อมาลาเรียได้และมีความเป็นไปได้ค่อนข้างมากที่จะมียุงพิษซ่อนอยู่ในหมอกของหุบเขา

            “ฝูงยุงพิษ?” หลงเฟยเยี่ยได้ยินคำนี้เป็นครั้งแรก

            “หมอกสีขาวไม่มีพิษและอากาศสีดำมาจากยุงพิษ เมื่อแสงไม่เพียงพอ มันเลยดูเหมือนกลุ่มอากาศสีดำดังนั้นพวกท่านเข้าใจผิดกันทั้งหมด” หานอวิ๋นซีอธิบายอย่างจริงจัง จากนั้นก็พูดว่า“พาข้าลงไป ข้าต้องเข้าใกล้มวลสีดำกลุ่มนั้นถึงจะรู้ว่าเป็นยุงพิษชนิดใด”

            ยุงพิษสมัยนี้มีมากมายนับไม่ถ้วนยิ่งไม่ต้องพูดถึงสมัยโบราณที่ยังไม่สูญพันธุ์อีกหลายชนิดและมีมากกว่าสมัยนี้อย่างแน่นอน

            หานอวิ๋นซีต้องการแน่ใจว่านางรู้จักหรือไม่และจะสามารถทำยากันยุงที่มีประสิทธิภาพออกมาได้หรือไม่

            หลังจากยืนยันว่าหมอกสีขาวไม่มีพิษทุกอย่างก็ง่ายสำหรับหลงเฟยเยี่ย โดยไม่พูดไม่จาเขาคว้าเอวของหานอวิ๋นซีและกระโดดลงไป

            ทันทีที่เข้าไปในหุบเขาระบบล้างพิษของหานอวิ๋นซีก็ตรวจพบสารพิษอีกครั้ง ในไม่ช้านางก็กำหนดทิศทางได้“อยู่ทางขวา” หลงเฟยเยี่ยกอดนางแน่นและบินไปในทันที อย่างไรก็ตามไม่นานหลังจากนั้น เมื่อระบบการล้างพิษเตือนนางว่ากำลังเข้าใกล้พิษมันก็เตือนขึ้นมาอีกครั้งว่ามีพิษอยู่ทางด้านซ้ายเช่นกัน

            หรืออาจจะ...มากกว่าหนึ่งฝูง?

            หานอวิ๋นซีตกใจใครจะรู้ว่าในเวลานี้ระบบการล้างพิษได้แจ้งเตือนอย่างเร่งด่วนขึ้นลงทั้งสองด้าน

            พระเจ้าขึ้น ลง ซ้าย ขวา สี่ทิศ นี่ต้องการล้อมพวกเขางั้นหรือ?

            “พวกเราถูกล้อมแล้ว”หานอวิ๋นซีกระซิบ

            ก่อนที่จะพูดจบหลงเฟยเยี่ยก็เห็นสิ่งที่คล้ายหมอกสีดำล้อมรอบอย่างรวดเร็วจากทุกด้าน

            หลงเฟยเยี่ยไม่คาดคิดว่าจะมีถึงสี่ฝูงทว่าเขาก็สงบและถามอย่างเย็นชาว่า “ต้องเข้าใกล้เพียงใดจึงจะตรวจพิษได้?”

            “รีบไปกันเถอะมันอันตรายเกินไป! ความเร็วของพวกมันเร็วมาก” หานอวิ๋นซีตัดสินใจวิ่งหนีทันที

            แต่หลงเฟยเยี่ยกลับพูดอย่างเย็นชาว่า“ตอบคำถามข้า”

            “สิบก้าวห่างแค่สิบก้าว ข้าก็รู้แล้วว่ามันคือพิษอะไร!” หานอวิ๋นซีตอบตามความเป็นจริง

            สิบก้าวหากดูจากความเร็วปัจจุบันของฝูงยุงพิษที่ใกล้เข้ามาแล้ว หลังจากสิบก้าวออกไปหากจะเข้าใกล้พวกมันก็ต้องใช้เวลาสักครู่ ไหนจะถูกพวกมันล้อมรอบสี่ทิศอีก

            กล่าวอีกนัยหนึ่งคือเมื่อยุงพิษทั้งสี่ทิศอยู่ห่างจากพวกเขาประมาณสิบก้าวเพียงชั่วพริบตา ทั้งสองก็จะจมอยู่ในหมอกสีดำทันที

            ยิ่งไปกว่านั้นหากนางถูกพิษขึ้นมา จะทำอย่างไรล่ะ?

            ในขณะที่นางกำลังกังวลหลงเฟยเยี่ยกลับพูดเพียงว่า “เช่นนั้นก็รอ”

            “ไม่ได้!”หานอวิ๋นซีตะโกน เฝ้าดูฝูงยุงพิษเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆและดูเหมือนนางจะได้ยินเสียงหึ่งๆ ที่น่ากลัวและน่ารำคาญ

            “เตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบ”หลงเฟยเยี่ยออกคำสั่งอย่างเอาแต่ใจ

            นี่ไม่ใช่พิษธรรมดาแต่ฝูงยุงพิษ ฝูงยุงพิษสี่ฝูงที่ผ่านไปนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าความรู้สึกว่าถูกฝูงละมั่งฝูงใหญ่เหยียบทับเสียอีก

            หานอวิ๋นซียอมรับว่านางขี้ขลาดนางจึงตะโกนไปว่า “ไม่ได้ ข้ากลัว!”

            อย่างไรก็ตามหลงเฟยเยี่ยกลับกอดนางไว้ในอ้อมแขนของเขาและพูดอย่างเย็นชาว่า “ข้าอยู่ที่นี่ เจ้าไม่ต้องกลัว!”

            เอาแต่ใจ!ดื้อรั้นสุดๆ!

            หานอวิ๋นซีเกลียดชายที่จองหองเอาแต่ใจและไม่มีเหตุผลมากที่สุด แต่ในตอนนี้ นางไม่ได้รู้สึกรังเกียจแต่อย่างใดกลับกันหัวใจของนางเต้นแรงเสียด้วยซ้ำ นางรู้สึกสงบลงโดยไม่มีเหตุผล

            ความแข็งแกร่งของชายผู้นี้สามารถให้ความรู้สึกปลอดภัยแก่คนอื่นได้

            ขณะนี้ฝูงยุงพิษจากสี่ทิศเข้ามาพร้อมกัน

            “พร้อมหรือยัง?” หลงเฟยเยี่ยถามด้วยเสียงต่ำ

            หลังจากสงบสติอารมณ์แล้วหานอวิ๋นก็แสดงความเป็นมืออาชีพเปิดใช้งานระบบสแกนอย่างเต็มที่และให้ความสนใจกับการเคลื่อนไหวจากที่มืดทั้งสี่ทิศทางจากนั้นก็พูดด้วยอย่างหนักแน่นว่า “พร้อมแล้ว”

            —-------------------------------

            [1]จั้งชี่(瘴气)คือ ไข้จับสั่นเป็นโรคระบาดที่น่ากลัวและรุนแรงมากในยุคสมัยจีนโบราณ โดยจะมีอาการหนาวสั่น ไข้สูงและเหงื่อออกมาก ปวดเมื่อยตามร่างกายระบาดโดยการถูกยุงก้นปล่องตัวเมียที่มีเชื้อมาลาเรียกัด ในปี 754 ที่เมืองยูนนานมีทหารเสียชีวิตด้วยโรคนี้ไปกว่าสองแสนคน

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199