ตอนนี้ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่กำลังจ้องมา บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในพริบตา ราวกับฉันเดินหลงเข้าไปในสนามรบโดยไม่ตั้งใจ
ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ ขณะค่อย ๆ ก้าวเดินไปหาคู่ของตัวเอง แม้จะพยายามไม่สนใจสายตาใคร แต่ก็ยังรู้สึกถึงแรงกดดันที่โอบล้อมอยู่รอบข้างอย่างชัดเจน ดวงตาของเพื่อนร่วมรุ่นผู้หญิงบางคนเต็มไปด้วยความไม่พอใจ พวกเธอมองฉันเหมือนจะเผาให้มอดไหม้ตรงนั้น ส่วนรุ่นพี่สาว ๆ ก็แอบซุบซิบกันออกนอกหน้าจนน่าอึดอัด ราวกับฉันไปแย่งบางสิ่งของพวกเธอมา
เดี๋ยวนะ? ฉันทำอะไรผิดเหรอ!?
ฉันไม่ได้เลือกจับคู่เองซะหน่อย!
แต่สิ่งที่กดดันยิ่งกว่าสายตาเ่าั้ คือสีหน้าของ ชาน ที่บอกชัดว่าไม่พอใจอย่างสุด ๆ เขายืนกอดอก เม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคมเข้มจ้องมาที่ฉัน และทันทีที่เราสบตากัน เขาก็ขมวดคิ้วแน่นคล้ายหงุดหงิดบางอย่าง ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
เขาไม่อยากคู่กับฉันถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?
ฉันเม้มปากและพยายามรักษาสีหน้าให้เป็ปกติ ในเมื่อเขาไม่โอเคกับการเป็บัดดี้ ฉันเองก็ไม่จำเป็ต้องไปสนใจอะไรให้เปลืองความรู้สึก!
แต่ถึงอย่างนั้น ทุกครั้งที่มองเขา ฉันกลับรู้สึกแปลก ๆ เหมือนเคยเห็นใบหน้านี้มาก่อน ทั้งแววตา ทั้งเสียงทุ้ม ๆ มันชวนให้คุ้นอย่างประหลาด แต่ฉันก็นึกไม่ออก
คงคิดมากไปเองล่ะมั้ง...
ฉันสะบัดความคิดนั้นทิ้ง ก่อนจะสูดหายใจเฮือกแล้วก้าวไปหยุดตรงหน้าหมอนั่น
"เธอชื่ออะไรนะ?" เสียงทุ้มของเขาดังขึ้น ทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นมองโดยอัตโนมัติ ฉันกะพริบตาปริบ ๆ ไม่คิดว่าเขาจะลืมชื่อฉันเร็วขนาดนี้ แต่เพราะไม่อยากหาเื่ทะเลาะ ฉันจึงตอบกลับเรียบ ๆ
"ออม"
"ออม?" เขาทวนชื่อช้า ๆ เหมือนกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่าง
ฉันเก็บความไม่พอใจไว้ก่อน แล้วเอ่ยถามกลับ "แล้วนายล่ะ?"
ในเมื่อเขาแกล้งลืมชื่อฉัน ฉันก็จะแสร้งทำเป็ไม่รู้ชื่อเขาเหมือนกัน
ใบหน้าหล่อเหลาของชานปรากฏรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะพูดชัดถ้อยชัดคำ
"ชื่อชาน"
"หืม?" ฉันเผลอครางในคอเบา ๆ ขณะจ้องเขาด้วยสายตาครุ่นคิด
"มีอะไรเหรอ?" ชานถามพลางเอนตัวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเราลดลงอย่างไม่ทันตั้งตัว ฉันเผลอถอยออกเล็กน้อยโดยอัตโนมัติ แต่ก็พยายามทำให้ดูเป็ธรรมชาติที่สุด
"อ้อ...เปล่า แค่คิดว่า..."
"ว่าอะไรเหรอ?"
"ชื่อชาน...เหมือนกับเพื่อนสมัยเด็กของฉันเลย" ฉันพูดไปตามตรงก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ ใช่แล้ว...ฉันเคยมีเพื่อนวัยเด็กชื่อชานเหมือนกัน แต่ั้แ่เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ก็ไม่ได้ข่าวอีกเลย
ทำไมตอนแรกถึงนึกไม่ออกนะ...ฉันนี่มันแย่จริง ๆ
แต่ก่อนที่ฉันจะคิดอะไรต่อ ก็เห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไป แววตาเหมือนกำลังลุ้นหรือคาดหวังอะไรสักอย่างจากฉัน
"หืม? นายทำหน้าแบบนั้นทำไม?" ฉันถามอย่างสงสัย
"แบบไหน?"
"แบบ..." ฉันนิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะหลุดขำเล็ก ๆ
"อะไรเหรอ?" ชานเลิกคิ้ว แต่ก็ยังมองฉันด้วยแววตาแบบเดิม
"นายทำหน้าเหมือนเด็กน้อยเวลาอยากขอขนมเพิ่มเลยน่ะสิ" ฉันพูดออกไปโดยไม่ทันคิด
"หา?"
"ก็เพื่อนสมัยเด็กของฉัน...หมอนั่นเคยอ้วนกลมด้วยนะ เวลาขนมหมดก็มักทำหน้าประมาณนี้ทุกที" ฉันยิ้ม เมื่อนึกถึงเื่เก่า แต่อย่างชานคนนี้ ดูยังไงก็ไม่มีทางเป็เด็กอ้วนขี้แยแบบนั้นได้หรอก
ฉันพูดขำ ๆ แต่ชานกลับจ้องฉันเงียบ ๆ ราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง ฉันกระพริบตา ก่อนจะเอียงคอถาม
"เป็อะไรอีกแล้ว?"
"เปล่า..." ชานตอบสั้น ๆ แต่ยังคงยิ้มอยู่ ซึ่งฉันกลับรู้สึกว่ารอยยิ้มนี้มีอะไรบางอย่างแฝงไว้
ทำไมเขาต้องจ้องฉันด้วยสายตาแบบนี้? ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างซ่อนอยู่ในรอยยิ้มนั้น?
ฉันสะบัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปเบา ๆ เอาจริง ๆ ฉันไม่ใช่คนชอบคิดอะไรยุ่งยาก แต่พอมาเจอเหตุการณ์ั้แ่เช้าวันแรกของมหา’ ลัยแบบนี้ ก็อดคิดไม่ได้
และพอพูดถึงเื่แปลก ๆ ในอดีต ฉันก็นึกถึงใครบางคนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
เพื่อนสมัยเด็กที่เป็เด็กชายตัวอ้วนกลมคนนั้น...
“ออม...” เสียงสะอื้นดังขึ้นข้างหู ฉันถอนหายใจนิด ๆ ก่อนจะหันไปมองเด็กชายตัวอ้วนกลมที่ก้มหน้าขยี้ตาอยู่
"ร้องไห้อีกแล้วเหรอ?" ฉันถามเสียงเหนื่อย ๆ พร้อมล้วงกระเป๋าหยิบผ้าเช็ดหน้าแล้วยื่นให้
"ฮึก...กะ ก็พวกนั้นมันแกล้งอ่ะ"
"กี่ครั้งแล้วที่นายโดนแกล้งแล้วมาร้องไห้ให้ฉันดู?" เขาเบะปากน้อย ๆ ก่อนจะรับผ้าเช็ดหน้าไปซับน้ำตา เสียงสะอื้นยังคงดัง ขณะที่ฉันทำได้แค่ส่ายหัวเบา ๆ
"เฮ้อ... ถ้าพวกนั้นแกล้งอีกก็ตีมันกลับไปเลยสิ"
"ฮึก...แม่บอกว่าใช้ความรุนแรงไม่ดี"
"แล้วร้องไห้แบบนี้มันดีเหรอ?"
"..." เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ "ขอบคุณนะ...ออม"
ฉันถอนหายใจพลางยิ้มอ่อนใจ ยื่นขนมในมือให้เขา "เอ้า กินนี่ซะ แล้วเลิกร้องได้แล้ว"
"โอ๊ย! ออมใจดีที่สุดในโลกเลย!" เด็กชายตัวอ้วนคนนั้นยิ้มกว้าง ดวงตาเป็ประกายเหมือนได้ของวิเศษ ก่อนจะแกะขนมยัดใส่ปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
"ทีเื่กินไม่เคยเศร้าเลยนะ..." ฉันหัวเราะออกมาเบา ๆ
ฉันอมยิ้ม เมื่อนึกถึงความทรงจำในอดีต ป่านนี้เขาจะเป็ยังไงบ้างนะ? ยังขี้แยให้คนแกล้งอยู่ไหม?
ฉันเม้มปากพลางถอนหายใจแ่ ๆ ถ้าวันนั้นครอบครัวฉันไม่ต้องย้ายเข้าเมืองกรุง เราอาจยังเป็เพื่อนสนิทกันเหมือนเดิมก็ได้ แต่โลกนี้ไม่มีอะไรย้อนคืนได้ และฉันก็ไม่ได้ติดต่อกับเขาอีกเลยหลังย้ายมา
บางทีเราคงไม่มีโชคชะตาให้เจอกันอีก...
ฉันสะบัดความคิดนั้นออกจากหัว ก่อนจะสูดหายใจแล้วหันไปมองชานที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาเป็หนุ่มหล่อระดับเดือนมหา’ ลัย จะไปเกี่ยวอะไรกับเด็กอ้วนขี้แยคนนั้นได้ล่ะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
นิยาย Set 'แค่เพื่อน' มีทั้งหมด 3 เื่ได้แก่...
เื่ที่ 1 แค่เพื่อนจะรักได้ไง [รายตอนยังไม่จบ / EBOOK รอก่อนนะคะ] ✅
เื่ที่ 2 แค่เพื่อนจะอ้อนได้ไง [~ Coming Soon ~] ❌
เื่ที่ 3 แค่เพื่อนจะยั่วได้ไง [~ Coming Soon ~] ❌
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————