เมียหรือปลิง
ปากกาจดลงในช่องว่างตามคำแนะนำของนายทะเบียนและเมื่อเธอเขียนชื่อตัวเองลงไป เอกสารฉบับนี้จะถือว่าสมบูรณ์ทางนิตินัยทันทีนั่นจึงทำให้วรรณรดาชะงักปากกาไว้เพียงแค่นั้นเพราะเธอกำลังชั่งใจว่าสิ่งที่ตัดสินใจนี้ถูกต้องหรือไม่การแต่งงานหากเพียงมีพิธีการแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เธอก็ยังถือว่าเป็สาวโสดแต่หากเธอเซ็นชื่อลงไป นั่นเท่ากับว่าระบบข้อมูลจะบันทึกทันทีว่าเธอเป็หญิงสาวที่ผ่านการแต่งงานมาแล้ว
เหมือนถูกมัดมือชกเพราะเธอไม่สามารถปรึกษาใครได้ จะถามพ่อก็ไม่สะดวกเมื่อเ้าของชื่อระบุฐานันดรที่ปรากฏอยู่เคียงข้างชื่อของเธอนั้นเร่งเร้าให้ทำทุกอย่างเสร็จสิ้นภายในวันนี้เท่านั้นด้วยเหตุผลที่เขาต้องเดินทางกลับอังกฤษใน่ค่ำของคืนนี้และเพราะหม่อมสุดาวดีขอร้อง เธอไม่อาจตัดสินใจอย่างอื่นได้เลย
‘คุณคะ...’
‘รดา ช่วยฉันนะ ช่วยจดทะเบียนกับคุณชาย’
นั่นคือสิ่งที่หม่อมสุดาวดีเอ่ยออกมาเป็ประโยคแรกในทันทีที่คุณชายธีรดนย์เดินออกไปทั้งที่ก่อนหน้านี้หม่อมยังกราดเกรี้ยวและไม่มีท่าทีที่จะยินยอมทำตามพินัยกรรมระบุอะไรทำให้หม่อมเปลี่ยนใจ ทั้งหมดนั้นเธอควรจะรู้ต้องเหตุผล
‘หนูขอทราบเหตุผลได้มั้ยคะ เอ่อ...การจดทะเบียนสมรสเป็เื่ใหญ่ และหนูก็ไม่เคยรู้จักกับคุณชายมาก่อน’
ใจจริงเธออยากพูดว่าไม่รู้จักใครที่นี่เลยด้วยซ้ำจู่ๆ เธอก็ถูกส่งตัวมาที่นี่ และก็ต้องมารับรู้เื่ราวชวนปวดหัวทั้งยังถูกคนที่ไม่เคยรู้จักกันเลยตลอดชีวิตมองอย่างเหยียดหยามอีกด้วยและหากเธอต้องจดทะเบียนสมรสกับเขาเขาจะไม่รังเกียจเธอชนิดที่มองเป็ไส้เดือนหรือกิ้งกือเลยหรือ สายตาของเขาที่มองมานั้นเธอช่างไร้ค่า
‘จดแค่ในนามเท่านั้นแหละเพราะคืนนี้คุณชายก็ต้องกลับอังกฤษแล้ว แค่ให้มันจบไปเสร็จแล้วถ้าเราอยากจะกลับไปอยู่กับพ่อตามเดิมก็ได้ หรือจะอยู่ที่นี่ ฉันก็...ฉันจะดูแลเธอเป็อย่างดี จากนั้นอีกหนึ่งปีทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเป็ของเรา’
นั่นคือประโยคที่ทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธได้ไม่ใช่ว่าเธออยากได้ทรัพย์สมบัติเ่าั้เพราะพ่อไม่เคยสอนให้เธออยากได้ของคนอื่น แต่เป็เพราะน้ำเสียงสั่นเครือกับดวงตาที่ฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำของหม่อมสุดาวดีที่ใช้มองเธอต่างหากทำไมเธอถึงรู้สึกว่านั่นมันคือความเ็ป ทำไมเธอต้องเห็นใจคนที่เพิ่งเคยเจอหน้ากันเป็ครั้งแรกเพราะพ่อบอกว่าเป็ญาติอย่างนั้นเหรอ ใช่ไหม
“เซ็นสักที ฉันไม่มีเวลาให้เธอจนถึงเช้าหรอกนะ”
วรรณรดาสะดุ้งเหลือบตามองเ้าของเสียงทุ้มด้านข้างพลางเอ่ยขอโทษเบาๆทั้งที่เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะขอโทษไปทำไมกัน เธอทำผิดงั้นเหรอไม่หรอกเธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลย เพียงแต่ไม่ถูกใจเขาเท่านั้น แต่ก็แค่วันนี้เท่านั้นแหละเพราะคงได้เจอกันอีกครั้งตอนที่เขากลับมาเซ็นใบหย่า ก็แค่ ‘ทะเบียนสมรสลวง’ เท่านั้น ไม่ใช่สิ่งผูกมัดที่แท้จริงหรอก
“จะเซ็นได้หรือยัง”
“เอ่อ... ค่ะ ซะ...เซ็นเดี๋ยวนี้ค่ะ”
วรรณรดาบังคับปลายปากกาให้ตรงตามจุดเพื่อจะได้เขียนชื่อของตัวเองลงไปทั้งที่มือของเธอสั่นจากน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจนั้น
“เสร็จแล้วค่ะ”
วรรณรดาหันบอกเขาก่อนจะก้มหน้างุดเมื่อเจอสายตาขุ่นมองกลับนึกว่าตัวเองในใจว่าไม่ควรไปบอกเขาคนที่เธอควรพูดด้วยคือเ้าหน้าที่ของอำเภอและคุณลุงทนายใจดีมากกว่า
เ้าหน้าที่รับเอกสารจากวรรณรดาก่อนจะมอบกระดาษสีนวลที่มีขอบเป็ลวดลายดอกกุหลาบสีชมพูให้เธอกับเขาคนละใบพร้อมทั้งเอ่ยอวยพร
“ขอให้ครองรักกันจนแก่เฒ่านะครับหนักนิดเบาหน่อยถ้าอภัยให้กันได้ก็ให้อภัยคู่ชีวิตต้องอาศัยความเข้าใจกันและกันนะครับ หมั่นเติมความหวานให้กันวันละนิดชีวิตรักจะได้หวานชื่นตลอดไป"
“ขอบคุณมากครับ”
เสียงคุณชายธีรดนย์เอ่ยขอบคุณเ้าหน้าที่ของเขตที่มาทำหน้าที่ให้อย่างเต็มปากเต็มคำราวกับว่านั่นคือคำอวยพรสำหรับเขาจริงๆแต่เธอล่ะแค่เพียงอ้อมแอ้มตอบเท่านั้นด้วยรู้อยู่แก่ใจว่าทั้งหมดนี่ไม่ใช่เื่จริงแค่รอเวลาให้สถานการณ์จำยอมนี้ผ่านพ้นไปเท่านั้น
เมื่อเ้าหน้าที่ของเขตเดินพ้นจากห้องรับรองแขกออกไปธีรดนย์ที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมทอดสายตาคมเข้มวาววาบไปที่ผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็เมียทางนิตินัยของเขาเรียบร้อยแล้วหากเธอคนนี้จะไม่เป็ญาติของหม่อมสุดาวดีเขาอาจคิดว่าใบหน้าใสซื่ออ่อนเยาว์นี้คงไร้พิษสงทุกอย่าง แต่เพราะไม่ใช่เมื่อใบหน้าสวยหวานของหม่อมสุดาวดียังกักเก็บความร้อนแรงไว้อย่างท่วมท้นเธอคนนี้คงไม่ต่างกันนัก
‘พวกชอบเอาตัวเข้าแลกกับสิ่งที่สาสมฉันจะให้สิ่งนั้นกับเธอเอง’
“เดี๋ยวตามฉันไปที่ห้องด้วยมีเื่จะตกลงกับเธอ”
วรรณรดาที่ช้อนสายตาขึ้นมองเขาอย่างอึ้งๆยิ่งทำให้ธีรดนย์าหัวเสียทั้งที่ปกติเขาก็ไม่ใช่คนใจร้อนอะไรเลยแต่แค่มองหน้าซื่อๆ ทั้งที่ใจไม่ได้ซื่อตามที่เห็น นั่นก็ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดวรรณรดาไม่น่ามีรูปเป็ทรัพย์ ธรรมชาติช่างจัดสรรได้ลงตัวของทุกอย่างในโลกต้องมีสมดุล ‘หน้าสวยมักใจคด’
“ได้ยินที่ฉันพูดมั้ย”
“ได้... ได้ยินได้ยินค่ะ”
“พูดให้มันเต็มปากเหมือนตอนกิน”
พูดจบก็เดินออกไปปล่อยให้เธอยืนอึ้งกับคำพูดของเขารับรู้ถึงความร้อนวูบวาบไปทั้งร่างกายโดยเฉพาะร้อนที่สุดที่ใบหูเพราะนั่นคือเขากำลัง ‘ด่า’ เธอใช่หรือไม่ แล้วเธอไปทำอะไรให้
วรรณรดากัดฟันกรอดพยายามที่จะข่มอารมณ์ให้มากที่สุดก่อนจะตัดสินใจเดินตามเขาไปอย่างหัวเสีย แต่นั่นเธอก็ต้องท่องไว้ว่า ‘อดทนๆ’ ให้มากที่สุดเพราะอีกแค่ไม่กี่ชั่วโมง เธอก็จะไม่ต้องพบเขาอีกตลอด 1 ปีเจอกันอีกทีก็ตอนเซ็นใบหย่าเท่านั้น