“โจรขโมยเด็ก! เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” กู้เฟิงหมิงปิดประตูทันทีแล้วรีบวิ่งกลับมาหาบิดา “ท่านพ่อขอรับ มีโจรขโมยเด็กมายืนอยู่ที่หน้าบ้านของเราขอรับ”
“โจรขโมยเด็กหรือ เจ้ารู้ได้อย่างไร?” เฮ่อหลานจวินถาม
“ข้าเคยเห็นเขามาก่อนขอรับ” กู้เฟิงหมิงหันไปพูดกับพี่ชายกับน้องชาย “พี่ใหญ่ เจ้าสาม ข้าเคยเห็นเขามาก่อนจริงๆ นะ”
“โจรขโมยเด็กที่ไหนจะกล้ามาเคาะประตูบ้านผู้อื่นกลางวันแสกๆ” กู้เฟิงอวี่หันไปพูดกับบิดา “ท่านพ่อ ข้าจะออกไปดูเองขอรับ”
เฮ่อหลานจวินอนุญาต เขาก็คิดเหมือนลูกชายคนโต จะมีโจรมารยาทดีที่ไหนมาเคาะประตูก่อนที่จะมาขโมยเด็กกัน อีกอย่างเขายังนึกไปถึงที่ภรรยาเล่าเรื่องที่นางอยากทำการค้าร่วมกับเถ้าแก่อวิ๋น “ไปเถอะ บางทีอาจเป็นคนที่เถ้าแก่อวิ๋นส่งมาก็ได้”
กู้เฟิงอวี่รับคำแล้วเดินมาที่ประตูหน้าบ้าน เมื่อเขาเปิดประตูก็ต้องแปลกใจ “ผู้อาวุโส ท่านมาทำอะไรที่บ้านของข้าหรือขอรับ”
“เมื่อครู่ยังเรียกข้าว่าโจรขโมยเด็กอยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงเรียกข้าว่าผู้อาวุโสแล้วเล่า” กู้เทียนโหย่วมองกู้เฟิงอวี่ เมื่อไม่เห็นเด็กชายตอบคำถาม เขาจึงไม่ได้สนใจ ตอนนี้เขาอยากเจอน้องสาว น้องเขย แล้วก็หลานชายทั้งสามคนมากกว่า “ไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร แต่ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าที่นี่ใช่บ้านของเฮ่อหลานจวินกับกู้หยูม่านหรือเปล่า”
“ท่านรู้จักท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าด้วยหรือ?” กู้เฟิงอวี่ถาม
เมื่อได้ยินคำตอบของเด็กชาย เฮ่อซาง กู้เจี้ยน และกู้เทียนโหย่วจึงพูดขึ้นพร้อมกัน “หลานปู่/หลานตา/หลานลุง”
กู้เฟิงอวี่ตกใจที่เห็นปฏิกิริยาของคนแปลกหน้าทั้งสาม เขารีบวิ่งกลับไปหาบิดา ส่วนผู้อาวุโสทั้งสามคนก็ไม่รอช้า พวกเขาเดินตามเด็กชายเข้าบ้านทันที และเมื่อพวกเขาเดินตามมาจนถึงต้นก้ามปู ยังไม่ทันที่เฮ่อซางจะได้ทักลูกชาย เสียงเล็กๆ ก็ดึงดูดความสนใจของเขาก่อน
“ท่านลุง ท่านลุง ท่านจำข้าได้หรือไม่ขอรับ ข้าคือคนที่สอนให้ท่านท่องบทกลอนเอาไว้ล้างมืออย่างไรขอรับ” กู้เฟิงเฉิงเห็นกู้เทียนโหย่วเขารีบทักทาย “ตอนนี้ท่านล้างมือสะอาดดีแล้วใช่หรือไม่”
“ที่แท้พวกเจ้าก็เป็นฝาแฝดกันนี่เอง มิน่าแต่ละครั้งที่พวกเจ้าเจอข้า พวกเจ้าถึงทำเหมือนไม่เคยเจอข้ามาก่อน” กู้เทียนโหย่วมองเด็กชายทั้งสามคนแล้วหัวเราะออกมาเสียงดัง “เอาล่ะ ข้าจะแนะนำตัวอีกที ข้าเป็นพี่ชายแท้ๆ ของท่านแม่พวกเจ้า หรือข้าก็คือท่านลุงใหญ่ของพวกเจ้า ไหน...เรียกท่านลุงให้ข้าชื่นใจหน่อยสิ”
“เจ้าเคยเจอพวกเขามาก่อนรึ แล้วทำไมเจ้าไม่รู้ว่าพวกเขาคือหลานชายของตัวเอง เจ้านี่มันโง่จริงๆ” กู้เจี้ยนว่าลูกชาย
“ข้าเคยเจอพวกเขามาแล้วครั้งหนึ่งขอรับ ตอนนั้นข้าก็รู้สึกคุ้นหน้าพวกเขาอยู่เหมือนกัน แต่เพราะต้องเร่งเดินทางไปตำบลไห่ถง ข้าจึงปล่อยผ่านเรื่องของพวกเขาไป” กู้เทียนโหย่วตอบบิดา
“พวกเจ้าอย่าเอาแต่พูดมาก ข้าก็อยากทักทายหลานชายสุดที่รักของข้าเหมือนกันนะ” เฮ่อซางพูดขึ้น จากนั้นเขาก็บอกให้เฮ่อหลงวางกล่องขนาดใหญ่สามกล่องไว้ตรงหน้าหลานชาย “หลานรักของปู่ ปู่มีสี่สิ่งล้ำค่าในห้องหนังสือ[1] มาเป็นของขวัญวันพบหน้าให้พวกเจ้าด้วย ตระกูลบัณฑิตของเราให้ความสำคัญกับการศึกษาเล่าเรียน ปู่จึงเตรียมของเหล่านี้มาให้พวกเจ้าโดยเฉพาะ”
“ท่านเตรียมของขวัญมาให้หลานชายคนเดียวหรือไร ข้าก็เตรียมมาเหมือนกัน” กู้เจี้ยนเบียดสหายรุ่นพี่ออก จากนั้นเขาก็เอาจี้หยกห้อยเอวออกมา “ตาเตรียมจี้หยกห้อยเอวมาให้พวกเจ้าคนละอัน เป็นหยกจักรพรรดิเนื้อดีที่สุด พวกเจ้าชอบหรือไม่”
“ท่านลุงเฮ่อ ท่านพ่อ หลานชายของข้ายังตัวเล็กแค่นี้ พวกเขาจะไปสนใจของฟุ่มเฟือยนั้นได้อย่างไร” กู้เทียนโหย่วล้วงตั๋วแลกเงินใบละห้าพันตำลึงออกมาปึกหนึ่งแล้วยื่นให้หลานชาย “พวกเจ้ายังเด็กคงชอบกินขนม เก็บตั๋วแลกเงินพวกนี้ไว้ เมื่อเห็นอะไรที่อยากกิน พวกเจ้าก็ซื้อมากินได้เลย ไม่ต้องประหยัดไปล่ะ ใช้หมดแล้วให้มาบอกลุง เดี๋ยวลุงจะเอามาให้พวกเจ้าอีก”
“ท่านพ่อ ท่านพ่อตา พี่เทียนโหย่ว” เฮ่อหลานจวินยิ้มขำเมื่อเห็นคนเห่อหลานกำลังเรียกร้องความสนใจจากเจ้าลูกชายตัวแสบทั้งสามคนของเขาอยู่ “พวกท่านลืมว่ายังมีข้าอยู่ตรงนี้อีกคนนะขอรับ”
เฮ่อซางได้ยินเสียงลูกชายก็หันกลับไปมอง จากนั้นเขาก็น้ำตาคลอ “หลานจวิน พ่อดีใจเหลือเกินที่ได้เห็นเจ้าดูดีขึ้นมากเพียงนี้ พ่อไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่าอาการของเจ้าจะรักษาหาย ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณสวรรค์ที่ช่วยชีวิตลูกชายของข้าไว้”
“หากท่านพ่อจะขอบคุณ ท่านต้องขอบคุณม่านม่านขอรับ หากไม่ได้นาง ข้าจะมีสูตรยาถอนพิษมารักษาอาการป่วยของตัวเองได้อย่างไร” เฮ่อหลานจวินบอกกับบิดา
“ท่านพ่อ พวกเขาคือผู้ใดหรือขอรับ” กู้เฟิงอวี่ถามบิดา แม้จะรู้คำตอบแล้วจากบทสนทนา แต่เขาก็ยังอยากถามเพื่อความแน่ใจ
“ท่านพ่อ ท่านลุง พี่เทียนโหย่ว สามคนนี้คือลูกชายของข้ากับม่านม่านขอรับ คนโตชื่อเฟิงอวี่ คนรองชื่อเฟิงหมิง ส่วนคนเล็กชื่อเฟิงเฉิง” จากนั้นเฮ่อหลานจวินก็แนะนำลูกชายให้รู้จักผู้อาวุโส “ผู้อาวุโสทั้งสามท่านนี้คือท่านปู่ ท่านตา แล้วก็ท่านลุงใหญ่ของพวกเจ้า”
“คำนับท่านปู่ ท่านตา ท่านลุงใหญ่ขอรับ” สามแฝดทักทายผู้อาวุโสพร้อมกัน
“พวกเขาเหมือนเจ้าตอนเด็กไม่มีผิด” เฮ่อซางมองหลานชายทั้งสามคนแล้วยิ่งชอบใจ
“เฟิงอวี่มีท่าทางเหมือนผู้ใหญ่ เขาก็เหมือนกับหลานจวินตอนเด็กนั่นล่ะ เฟิงหมิงดูกล้าหาญและไม่กลัวใคร เหมือนกับม่านม่านตอนเด็กไม่มีผิด ส่วนเฟิงเฉิง...” กู้เจี้ยนมองหลานชายอย่างพิจารณา
“ท่านพ่อไม่ต้องพูดออกมาก็ได้ขอรับ เพราะข้ารู้ว่าท่านกำลังจะพูดอะไร” กู้เทียนโหย่วพูดแทรก “ท่านกำลังจะบอกว่าเฟิงเฉิงดูคล้ายกับข้ามากเลยใช่หรือไม่”
“ใช่สิ เขาเหมือนเจ้าตรงที่ชอบพูดพอๆ กัน” กู้เจี้ยนพูดจบก็ยกมือขึ้นเขกหัวลูกชายไปหนึ่งที “แต่ข้าก็ยังภาวนาขอให้เขาอย่าเป็นคนยั่วโมโหที่วอนแต่จะโดนมะเหงกอยู่ทุกวันเหมือนเจ้า”
“ท่านพ่อ! ข้าอายุยี่สิบห้าแล้วนะ ท่านจะมาเขกหัวข้าต่อหน้าหลานๆ ได้อย่างไร” กู้เทียนโหย่วโวยวาย
“ท่านพี่เฮ่อ มีแขกมาหาหรือเจ้าคะ” กู้หยูม่านเดินมาหาสามี ทีแรกนางมองไม่เห็นว่าเป็นใครเพราะแขกที่มายืนหันหลังให้นางอยู่ แต่เมื่อทุกคนหันหลังมา นางน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ จากนั้นนางก็รีบคุกเข่า “ท่านพ่อ พี่ใหญ่ ท่านลุงเฮ่อ หลายปีมานี้ทำให้พวกท่านต้องลำบากแล้ว ข้าขออภัยด้วยนะเจ้าคะ”
กู้เจี้ยนเข้าไปประคองลูกสาวให้ลุกขึ้น “จะโทษเจ้าได้อย่างไร ต้องโทษพ่อที่พาสตรีชั่วร้ายสองคนนั้นเข้าบ้าน หากไม่เป็นเพราะพวกนาง เจ้าจะเข้าใจผิดหลานจวินจนทำให้พวกเจ้าต้องพบเจอกับเรื่องร้ายเช่นนี้หรือ”
“นั่นสิน้องเล็ก มันไม่ใช่ความผิดของเจ้า แต่เป็นความผิดของจวงซูซิ่นกับจวงเหมยเหลียน หากพวกนางไม่คอยเป่าหู เจ้าจะหนีออกจากบ้านเพื่อต่อต้านงานแต่งได้อย่างไร แต่ตอนนี้เจ้าไม่ต้องกลัวว่าพวกนางจะกลับมาสร้างปัญหาให้เจ้าอีกแล้ว เพราะข้ากับท่านพ่อจัดการกับพวกนางไปแล้ว” กู้เทียนโหย่วบอกน้องสาว
“เจ้าหนุ่มคนนี้คงเป็นเจ้ารองกู้กระมัง” เฮ่อซางมองไปที่กู้เฉินซี “เจ้าคือกู้เฉินซีรึ?”
กู้เฉินซีเห็นผู้อาวุโสพูดถึงตนจึงรีบโค้งศีรษะ “ข้ามีนามว่ากู้เฉินซี ข้าขอคำนับผู้อาวุโสทุกท่านขอรับ”
กู้เจี้ยนมองลูกชายบุญธรรมอย่างชอบใจ “ยังจะเรียกผู้อาวุโสอีก ต่อไปเจ้าต้องเรียกข้าว่าท่านพ่อ”
กู้เทียนโหย่วก็มองน้องชายคนใหม่อย่างพอใจเช่นกัน “หากม่านม่านไม่บอกว่านางรับเฉินซีมาเป็นน้องชายบุญธรรม ข้าคงคิดว่าเขาเป็นลูกนอกสมรสที่ท่านพ่อไปมีไว้นอกบ้านแล้วแน่ พวกท่านดูสิ หน้าตาของเขามีส่วนคล้ายข้ากับม่านม่านมากทีเดียว”
“ไอ้ลูกบ้า! หาเรื่องให้ข้าแล้วไหมล่ะ ข้าจะไปมีลูกนอกสมรสมาจากที่ใดกัน” กู้เจี้ยนหันไปต่อว่าลูกชายคนโต
“จะว่าไปข้าก็เห็นด้วยกับเทียนโหย่วนะ หากไม่บอกว่าเฉินซีคือลูกชายบุญธรรม ข้าก็คิดว่าเขาเป็นลูกชายแท้ๆ ของเจ้าเหมือนกัน” เฮ่อซางสนับสนุน
กู้หยูม่านแอบยิ้มอย่างพอใจ ยาเปลี่ยนรูปลักษณ์ช่างได้ผลดียิ่ง ‘ขอบใจนะไฉไฉ แม้ว่ายาของเจ้าจะแพงไปหน่อย แต่มันก็ได้ผลมากทีเดียว’
‘ขอแค่โฮสต์ต้องการ ไฉไฉจะหาของดีมาขายให้อีกนะเจ้าคะ’
หลังจากทักทายกันเสร็จ กู้หยูม่านก็ให้ลูกชายทั้งสามคนพาท่านปู่ ท่านตา และท่านลุงของพวกเขาไปพักที่บ้านหลังใหม่ ส่วนนางก็ไปเตรียมทำอาหารเย็น
เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น เฮ่อซาง กู้เจี้ยน และกู้เทียนโหย่วต่างก็ตกตะลึง อาหารสิบอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะล้วนแต่น่ากิน หากไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของกู้หยูม่าน พวกเขาคงคิดว่าอาหารเหล่านี้ต้องถูกส่งมาจากเหลาอาหารเป็นแน่
“น้องเล็ก อาหารทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเจ้าจริงๆ หรือ” กู้เทียนโหย่วถามน้องสาว “เมื่อก่อนเจ้าไม่แม้แต่จะเดินไปใกล้ห้องครัว เดี๋ยวก็บ่นเรื่องกลิ่นเดี๋ยวก็บ่นเรื่องควัน แต่ดูตอนนี้สิ เจ้าถึงกับทำอาหารออกมาได้หน้าตาน่ากินมาก”
“ม่านม่านของพ่อ ที่ผ่านมาเจ้าคงลำบากมากเลยสินะ แม้แต่งานครัวที่เจ้าไม่ชอบ เจ้าก็ต้องฝืนใจทำ” กู้เจี้ยนจินตนาการถึงอดีตที่ลูกสาวต้องประสบ เขาน้ำตาคลอขึ้นอีกครั้ง
“พวกท่านอย่ามัวแต่พูดถึงเรื่องอดีตอยู่เลยเจ้าค่ะ รีบมาทานอาการกันก่อน ประเดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด” กู้หยูม่านกลัวว่าบิดาจะร้องไห้จนทำให้บรรยากาศเศร้า นางคีบอาหารใส่จานท่านพ่อ พ่อสามี และพี่ชาย “พวกท่านลองชิมฝีมือข้าดูเจ้าค่ะ”
จากนั้นบนโต๊ะอาหารก็เหมือนเกิดสงคราม ทั้งเฮ่อซาง กู้เจี้ยน และกู้เทียนโหย่วต่างก็แย่งกันกินอาหารจนเฮ่อหลานจวิน กู้หยูม่าน กู้เฉินซี และฝาแฝดทั้งสามคนได้แต่นั่งดู
“คุยกับท่านพ่อตาเสร็จแล้วหรือ” เฮ่อหลานจวินถาม
หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จ เฮ่อซางก็แยกตัวไปคุยกับลูกชาย กู้เทียนโหย่วแยกตัวไปคุยกับกู้เฉินซีและหลานชายทั้งสามคน ส่วนกู้หยูม่านแยกตัวไปคุยกับบิดา แต่เพราะกู้เจี้ยนยังไม่อยากแยกจากลูกสาว เขาจึงชวนนางพูดคุยอยู่จนดึก จนกระทั่งเห็นว่าลูกสาวมีอาการง่วง เขาจึงยอมปล่อยให้ลูกสาวกลับห้องนอน
“นี่ถ้าไม่เห็นว่าข้าหาวจนน้ำตาไหล ท่านพ่อคงรั้งข้าไว้คุยกับเขาจนสว่างแน่เจ้าค่ะ” กู้หยูม่านใช้มือปิดปากหาว “แล้วท่านเล่า พ่อสามีทำไมปล่อยท่านกลับมานอนเร็วจัง”
“ความจริงเขาก็อยากรั้งข้าไว้เหมือนกัน แต่ข้าบอกว่าร่างกายของข้ายังอ่อนแอจึงต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ท่านพ่อจึงยอมปล่อยข้ากลับมา” เฮ่อหลานจวินจับมือภรรยาแล้วอธิบายหน้าเครียด “ม่านม่าน ที่ท่านพ่อเดินทางมาพบเราครั้งนี้เพราะเขาจะบันทึกชื่อของลูกๆ เข้าผังตระกูลเฮ่อแล้ว แต่ก่อนที่จะบันทึกชื่อของพวกเขาอย่างเป็นทางการ ท่านลุงกำชับท่านพ่อว่าต้องให้ลูกชายของเราหยดเลือดพิสูจน์ความสัมพันธ์ก่อน”
“ท่านกลัวความลับเรื่องชาติกำเนิดของเด็กๆ จะถูกเปิดเผยหรือเจ้าคะ” กู้หยูม่านถามสามี จากนั้นนางก็ยิ้ม “ข้าลืมเล่าให้ท่านฟังอยู่เรื่องหนึ่ง ข้าเคยซื้อยาเปลี่ยนรูปลักษณ์จากไฉไฉให้เด็กๆ กินแล้วเจ้าค่ะ สรรพคุณของยา นอกจากจะทำให้พวกเขาหน้าตาคล้ายข้ากับท่านแล้ว เลือดในกายของพวกเขาก็เปลี่ยนเป็นสายเลือดตระกูลเฮ่อเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
เฮ่อหลายจวินถอนหายใจโล่ง “เป็นเช่นนั้นก็ดี ต้องขอบคุณไฉไฉที่ช่วยเราแก้ปัญหาสินะ”
“นางไม่ชอบคำขอบคุณหรอกเจ้าค่ะ นางชอบเงิน ขอแค่มีเงิน อะไรๆ นางก็ซื้อมาให้เราได้” กู้หยูม่านบอก “ใช่หรือไม่ไฉไฉ”
‘ไฉไฉก็ทำเพื่อโฮสต์ความสุขของโฮสต์ทั้งนั้นนะเจ้าคะ’
____________________
[1] สี่สมบัติล้ำค่าในห้องหนังสือ หรือ เหวินฝางซื่อเป่า หมายถึงเครื่องเขียนสี่อย่าง ประกอบไปด้วย พู่กัน หมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึก