ขณะที่ปิงกับจอยกำลังสาละวนอยู่กับหญิงหลานสาวตัวน้อยที่ดึงดันจะออกจากบ้านท่าเดียว ปรากฏว่า หยวนและคิมหลานชายทั้งสองที่นอนอยู่ในห้องนอนก็ตื่นขึ้นร้องไห้จ้าพร้อมกันพลางเรียกหาแต่พ่อกับแม่ของตัวเอง บอกว่ามีคนจะมากินเืพวกเขา ปิงทั้งกอดหญิงเอาไว้แล้วก็คว้าเอาตัวหยวนไว้ด้วยอีกคนทั้งหมดรีบพากันเข้าบ้านล็อกประตูหนาแน่น ขณะเดียวกันหญิงก็ดิ้นแรงขึ้นทุกขณะทั้งยังบอกปิงกับจอยว่าจะออกไปหาน้าหนิง น้าหนิงกำลังกวักมือเรียกเธออยู่ สองสามีภรรยาทั้งหวาดกลัวทั้งเป็ห่วงหลานๆของตัวเอง พลัน...
“ก็อกๆๆ”เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทั้งสองสะดุ้งโหยง แต่เสียงเรียกนอกประตูก็ทำให้พวกเขาโล่งใจ
“พี่ปิง พี่จอยเป๋ามาแล้วค่ะ” ปิงรีบเปิดประตูทันที เมื่อเป๋าเข้ามาในบ้าน อาการของเด็กน้อยทั้งสามก็สงบลงโดยพลันเป๋ากับยิ้มเข้ามาในห้องนอนของพี่ชายกับพี่สะใภ้ กวาดตามองฝาแฝดชายหญิงลูกๆ ของพวกเขาด้วยความเป็ห่วงิเองก็เช่นเดียวกัน เขารีบเข้าไปลูบศีรษะคิมเบาๆ ก่อนจะหันไปมองยิ้มยิ้มพยักหน้าเข้าใจ ยิ้มหันมาสั่งเป๋า ปิงและจอย
“เดี๋ยวผมจะไปกับิทุกคนอยู่ที่นี่ล็อกบ้านให้แ่าถ้าพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นอย่าเปิดประตูให้ใครเด็ดขาด”เป๋าได้ยินยิ้มสั่งเช่นนั้นก็รีบถามทันที
“แล้วนายล่ะยิ้ม จะกลับมาบ้านอีกไหม?” ยิ้มรีบส่ายศีรษะปฏิเสธ
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะอยู่กับิจนถึงเช้า มีอะไรให้ติดกันทางโทรศัทพ์ทางไลน์นะ” ยิ้มตบไหล่เป๋าเมียรักเบาๆ จากนั้นก็เดินตามิออกไปอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน ภายในบริเวณวัดต้น เด็กชายตัวน้อยเดินเตร่ไปมา ไม่มีเพื่อน ไม่มีของเล่นต้นอ้อเข้ามาดูต้นเป็ครั้งคราว จนกระทั่งเห็นว่าดึกแล้วต้นอ้อจึงบอกลูกชายมานอนตรงที่เธอจัดเตรียมเครื่องนอนไว้ให้ ต้นทำตามที่แม่บอกอย่างว่างายแต่ต้นก็นอนไม่หลับ เด็กชายตัวน้อยนอนพลิกไปพลิกมา
ทว่าจังหวะที่ต้นกำลังพลิกตัวหันไปทางด้านหลังศาลาพลัน หางตาก็เห็นเงาดำปริศนาเคลื่อนตัวผ่านโลงศพออกไปทางด้านหลังศาลาเป็เงาตะคุ่มไหวๆ เด็กชายต้นลุกนั่งทันใด ก่อนจะหันมองซ้ายมองขวา แล้วเห็นว่าแม่ของตนกำลังนั่งห่อของชำร่วยกับคนที่มาช่วยงานแม้จะหวั่นใจ แต่ด้วยความที่เป็เด็กค่อนข้างใจใหญ่ ต้นจึงรีบลุกแล้วแอบตามเงานั้นไปอย่างรวดเร็ว
เด็กชายตัวน้อยเดินลงบันไดมาทางด้านหลังศาลาแล้วหยุดยืนในมุมมืดติดกับเสาศาลา พลางเพ่งมองไปยังใต้ศาลาที่มืดมิดเมื่อสายตาปรับสภาพเข้ากับความมืดได้ ต้นก็พบร่างที่คุ้นตา กำลังนั่งยองๆหันหน้าเข้ามุมมืดอีกฝั่งของศาลา ต้นเรียกเ้าของเงาร่างนั้นทันที
“ตาครับ ตาอ่อนมาทำอะไรตรงนี้ครับ” อดีตผู้ใหญ่บ้านพ่อของต้นอ้อสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินหลานชายสุดรักมาเรียก ตาอ่อนค่อยๆ หันมาช้าๆก่อนจะยิ้มแล้วตอบกลับหลานรัก
“มะ ไม่มีอะไรตาเห็นหนูมันวิ่งผ่านมา ว่าจะทำกรงดักสักหน่อย แล้วทำไมเอ็งไม่ไปอยู่กับแม่ของเอ็งล่ะไอ้ต้นอย่าออกมาเดินเพ่นพ่านสิวะ เป็เด็กเป็เล็ก เผื่อเจอพวกจับเด็กไปขายเอ็งจะลำบากนา” ต้นพยักหน้า แต่สายตายังเพ่งมอง จับจ้องไปยังผู้เป็ตาของตัวเองวันนี้ตาอ่อนดูแปลกๆ ตัวสูงใหญ่ผิดปกติ ผิวซีดจนออกเหลือง อีกพอมองไปมองหน้ากลับดูดำคล้ำกลืนไปกับความมืดแบบนั้นก็ไม่รู้แต่กระนั้นต้นก็ยังอุตส่าห์นึกไปถึงคำพูดของิที่เตือนว่าอย่าออกไปนอกศาลาอย่างเด็ดขาดต้นรีบพูดขึ้นทันที
“คร้าบบบ..งั้นต้นไปนอนก่อนนะครับตา” ผู้เป็ตาไม่ตอบแต่ค่อยๆ หันกลับมายังมุมมืดมุมเดิมและโดยที่ต้นไม่เห็นว่าสีหน้าของตาอ่อนตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ตาอ่อนของต้นแสยะยิ้มร้าย! ร่างกายเริ่มดำขึ้นเรื่อยๆจนเหมือนดำเกรียมราวกับโดนไฟคลอก ตรงหน้ามีธูปกำหนึ่งปักอยู่ในกระถางซึ่งไร้ต้นไม้! มีแต่ดินร่วนซุยในกระถางนั้น ขณะเดียวกันอดีตผู้ใหญ่บ้านก็บ่นพึมพำอะไรบางอย่าง พลางใช้นิ้วโป้ง กดดินในกระถางไปด้วย เมื่อพึมพำคาถาจบตาอ่อนก็พูดด้วยเสียงที่ดุดันระคนเคียดแค้น
“พวกมึงต้องตายพวกมึงต้องฉิบหายตายตกไปตามๆ กัน คนแก่เด็กน้อยกูไม่สน!” จากนั้นตาอ่อนก็เงิยหน้าราวกับมองใครในความมืด!
“มึง..! จงไปเอาพวกมันมาอยู่เป็เพื่อนพวกมึงเดี๋ยวนี้!!” น้ำเสียงเกรี้ยวกราด อย่างอาฆาตแค้น
ขณะเดียวกัน ิกับยิ้มก็มาถึงบ้านของิในเวลาอันรวดเร็วทั้งสองคนกระโจนขึ้นไปบนบ้าน ทำเอาป้าสร้อยกับลุงมั่นใในความอึกทึกครึกโครมนั้น
“อ้าวบักิเกิดอะไรขึ้น? ทำไมวิ่งโครมครามมาแบบนี้ มีอะไร?”น้ำเสียงค่อนข้างกังวล ิหันไปถามพ่อกับแม่ของตนทันที
“หนิงอยู่บ้านไหมพ่อ?” ลุงมั่นพยักหน้าป้าสร้อยรีบตอบ
“ดึกป่านนี้น้องมันก็ต้องอยู่บ้านสิวะไอ้นี่ถามแปลกๆ โน่น นอนอยู่ในห้องมันโน่น มีอะไรกับไอ้หนิงมันงั้นเรอะ?” ิไม่ตอบ เขารีบเดินไปยังห้องของหนิงแล้วพังประตูห้องเข้าไปก่อนจะพุ่งตัวไปบนเตียงนอนที่หนิงนอนอยู่และภาพตรงหน้าก็ทำเอาทุกคนต้องตกตะลึงและใอย่างยิ่ง
จริงอยู่ที่หนิงนอนอยู่บนเตียงแต่ทว่าสภาพของหนิงนั้นราวกับคนที่ตายไปแล้ว หนิงนอนหงาย มือซีดๆ ของเธอวางขนาบข้างลำตัวทั้งยังกำมือแน่น ิัซีดขาวราวกับไม่มีเืไหลเวียนอยู่ในตัวเลยแม้แต่น้อย ป้าสร้อยใรีบเข้าไปปลุกหนิงแต่.. หนิงไม่ตื่น!
ิกับยิ้มมองหน้ากันทันที ิหวั่นใจมีลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดีนักพลางก็คิดไปถึงอลินตา อดีตเ้านายของเขา ‘คุณอลินครับ ช่วยน้องสาวผมด้วย’และเมื่อิคิดถึงอลินตา เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ชายหนุ่มรีบเดินไปห้องพระเข้าไปหยิบด้ายสายสิญจน์สีน้ำเงินที่วางอยู่ในกล่องใกล้ๆ หิ้งพระออกมาอย่างรวดเร็วหนิงเอาสายสิญจน์นั้นไปผูกข้อมือหนิงเอาไว้ ฉับพลันหนิงก็เริ่มมีอาการหายใจแรงขึ้น แรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งในที่สุด
“กรี๊ดดดด!!” หนิงลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะมองหน้าพี่ชายของเธอแล้วโผเข้ากอดพี่ชายเอาไว้แน่นราวกับกลัวอะไรบางอย่าง!ิกอดปลอบใจหนิงได้สักพักก็ถามน้องสาว
“เกิดอะไรขึ้น?มีอะไรจะบอกพี่หรือเปล่า?” หนิงร้องไห้ตัวสั่นก่อนจะพูดออกมาในที่สุด
“พี่ิ..หนิงกลัว มันจะมาเอาหนิงไปอยู่ด้วย!! มันมาแล้ว.. พี่ิมันมาแล้ว...!!!” หนิงไม่ได้พูดอย่างเดียวแต่เธอเกร็งไปหมดทั้งตัว หยิกสาวจิกมือจิกเท้าราวกับทรมานในร่างกายอย่างยิ่ง ิรับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่น้องสาวของเขาเจอมันไม่ธรรมดาเสียแล้ว!!ิหันไปมองยิ้มสองคนสบตากัน สีหน้ากังวลแต่ยังไม่ทันจะพูดหรือบอกเล่าอะไร หนิงก็รีบละล่ำละลัก
“ไป..พี่ิ.. พี่รีบไปช่วยหลาน มันจะกินเืเด็กๆ มัน้าเืเด็กน้อยมันจะล้างแค้นเรา!!” ิมองหน้ายิ้มทันที ลุงมั่น ป้าสร้อยทำอะไรไม่ถูกมันยังไม่จบหรือนี่ เื่ราวร้ายๆ มันยังไม่จบไม่หายไปจากครอบครัวพวกเขาอีกหรือ? ทำไมจงเกลียดจงชังกันนักกันหนาิมองหนิงก่อนจะเค้นถามน้องสาวตนเองอีกครั้ง
“ใคร? ใครมันจะกินเืเด็ก!?” หนิงรีบบอกทันที
“ผีดิบ! ผีดิบกินเื!! ผู้ใหญ่อ่อนปลุกผีดิบมาล้างแค้นบ้านเรา!!” ิกัดฟันอย่างเหลืออดหันไปบอกพ่อกับแม่ของตนเสียงหนัก
“พ่อครับแม่ครับ เฝ้าหนิงไว้นะครับแล้วก็ล็อกบ้านให้ดีๆ ใครมาเรียกไม่ต้องเปิดประตูนะครับจนกว่าเช้า” ลุงมั่นป้าสร้อยพยักหน้ารับคำอย่างแข็งขันเมื่อสั่งความพ่อกับแม่ของตนเสร็จิกับยิ้มก็ลงจากบ้าน มุ่งหน้าไปงานศพของทิดเทิดอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันภายในงานศพของทิดเทิดสามีคนที่สองของต้นอ้อเมื่อตาอ่อนจุดธูปพึมพำคาถาเสร็จเรียบร้อย อดีตผู้ใหญ่บ้านก็เดินช้าๆ แล้วไปนั่งมวนยาสูบอยู่ในมุมมืดไม่ไกลจากศาลาสวดศพมากนักตาอ่อนสูบยาไปก็นั่งยิ้มไปด้วยความสบายอกสบายใจ ซึ่งรอยยิ้มนั้นมันแฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมด้วยความสะใจอะไรบางอย่าง ควันจากยาสูบลอยพวยพุ่งราวกับเป็ม่านบังตาให้คนที่ยังอยู่ในงานศพมองไม่เห็นว่ากำลังมีความเคลื่อนไหวบางอย่างที่โลงศพของทิดเทิด!!
ภายในศาลาสวดศพ โลงศพของทิดเทิดตั้งงตระหง่านนิ่งอยู่ริมผนังศาลาด้านหลังโลงศพเป็ที่นอนของต้นอ้อและเด็กชายต้น ลูกชายคนเดียวของเธอต้นอ้อนอนกอดลูกหลับไปแล้ว มีเพียงดอกไม้ประดับโลงศพที่อยู่ๆ ก็เริ่มเคลื่อนที่ได้เอง! พร้อมกับไฟในศาลาที่กระพริบวิบๆราวกับเกิดเหตุขัดข้องทางไฟฟ้า สักพักทุกอย่างก็กลับมาเป็ปกติแต่สิ่งผิดปกติอย่างเดียวที่เกิดขึ้นนั่นคือ ฝาโลงที่เผยอแง้มออกมา!! ซึ่งเหตุการณ์บ้านเกิดของิและเป๋าที่กำลังเกิดวิกฤติอยู่นั้นก็อยู่ในสายตาของใครบางคนตลอดเวลา!!
และใครบางคนที่ว่า นั่นคือ อาจารย์สินยเวทย์..ที่ตอนนี้นอนซมไข้อยู่บนเตียง ห่างออกไปหน้าประตูห้องนอนปรากฏร่างสาวน้อยนางหนึ่งนั่งคุกเข่าสงบนิ่ง อาจารย์สินยเวทย์ไม่ได้หันไปมองร่างหญิงสาวที่นั่งอยู่นอกประตูแต่อาจารย์สินยเวทย์กลับพูดอะไรบางอย่างออกมา
“กรรมใดใครก่อกรรมนั้นกำลังจะตามสนองทุกผู้คนที่ก่อขึ้นแล้วล่ะ แม่หนิงนั่นถึงเวลาที่จะเดินทางไปชดใช้กรรมของตนเองส่วนเ้าก็จะต้องชดใช้กรรมให้กับอิ่นเอิงเช่นกัน! จงไปเถอะ ได้เวลาของเ้าแล้วพิมพ์จันทร์!!” พูดจบผู้เฒ่าจอมขมังเวทย์ก็หลับตาลงช้าๆไร้ซึ่งอาการสะทกสะท้านหวาดกลัวต่อปลายทางแห่งความชราวัยที่นกำลังพบเจอ เมื่ออาจารย์สิยเวทย์หลับตาลงร่างตรงหน้าประตูก็ค่อยๆ จางหายไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงหัวเราะที่อยู่ต่างภพ เป็เสียงของตาอ่อนแกกำลังหัวเราะราวกับคนเสียสติ พร้อมเสียงกระซิบเบาๆ ข้างหูที่ฟังไม่ได้ศัพท์ จากนั้นตาอ่อนก็ค่อยๆลุกขึ้น พลางพูดกับตัวเอง
“ฮ่าๆๆๆๆ ข้าล่ะสะใจจริงๆมันต้องฉิบหายกันทั้งหมดทั้งสิ้น ถึงจะสาแก่ใจกว่านี้โว้ย!” พูดยังไม่ทันจบิกับยิ้มก็วิ่งเข้ามาในศาลางานศพ ต้นอ้อที่ไม่รู้เื่เมื่อได้ยินเสียงโครมครามของทั้งสองคนก็ลุกขึ้นจากที่นอนด้วยความใ
เมื่อิกับยิ้มวิ่งมาถึงศาลา ก็พุ่งพรวดไปที่โลงศพทั้งสองคนช่วยกันดันฝาโลงออกอย่างรวดเร็ว ในความแปลกใจ วิบหนึ่งแห่งความสงสัยก็คิดขึ้นพร้อมกันว่าทำไมฝาโลงมันดันออกง่ายจังราวกับว่ามีคนเปิดฝาโลงรอท่าไว้อยู่แล้ว! และไม่ต้องสงสัยนาน เมื่อสองคนดันฝาโลงศพเปิดออกลางสังหรณ์ของิกับยิ้มก็ถูกเผง เพราะในโลงหาได้มีศพนอนอยู่ไม่!!