ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 20:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 15/08/68 ราคาเบา ๆ เพียง 59฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————

นักเขียนทักทาย
สวัสดีค่า นักอ่านที่น่ารักทุกคนนน~
สำหรับเื่ แค่เพื่อนจะยั่วได้ไง เป็เื่ที่หยกตั้งใจเขียนมาก ๆ เลยค่ะ ถือเป็การคัมแบ็กกลับมาเขียนในมุมมองบุรุษที่ 1 อีกครั้ง หลังจากที่แอบปันใจไปเขียนบุรุษที่ 3 มาหลายเื่เลย (แอบสารภาพว่าตอนแรกคิดว่าจะเป็เื่สุดท้ายที่เขียนแบบนี้แล้วด้วยซ้ำ!)
แต่ถ้าใครชอบหรือคิดถึงการเล่าเื่สไตล์นี้ก็บอกกันได้น้า คอมเมนต์มาคุยกันได้เลย หยกจะได้เก็บไปเป็ไอเดียสลับ ๆ กันไปในเื่ต่อๆ ไปค่ะ
แล้วก็ถ้าการบรรยายหรือการใช้ภาษามีติดขัดไปบ้างต้องขออภัยล่วงหน้านะคะ แต่รับรองว่าความตั้งใจในการถ่ายทอดเื่ราวของคิวกับปีโป้เต็มร้อยแน่นอน หวังว่าทุกคนจะสนุกและอินไปกับายั่วประสาทของเพื่อนรักคู่นี้กันนะคะ
สามารถแนะนำหรือติชมกันได้เลยนะคะ หยกยินดีนำทุกความคิดเห็นไปปรับปรุงและพัฒนาในเื่ต่อๆ ไปค่า แต่ขอความกรุณานักอ่านที่น่ารักทุกคนใช้คำพูดที่สุภาพและถนอมน้ำใจกันนิดนึงน้า คำพูดไม่น่ารัก คำหยาบคาย หรือการดุด่าที่บั่นทอนจิตใจ หยกขออนุญาตลบและบล็อกโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้านะคะ (ติเพื่อก่อนะคะ ไม่ใช่ติเพื่อด่าเนาะ >.<)
เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา เราไปทำความรู้จักกับเื่ราวของพวกเขากันเลยดีกว่าว่าจะยั่วกันไปยั่วกันมาจนได้กัน เอ้ย! จนได้รักกันได้ยังไง ไปกันเลย!
SUNISAYOK
บทนำ
ปีโป้ Talk
“ของของฉัน ใครอนุญาตให้นายยุ่ง!”
เสียงฉันแผดดังขึ้นจนคนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ หันมามองเป็ตาเดียว แต่ฉันไม่สนใจหรอกนะ ก็ไอ้คนตรงหน้านี่มันน่าโมโหจริงๆ นี่นา
“โวยวายอะไรนักหนา แค่นี้ทำเป็งก” ไอ้คนตัวสูงที่นั่งฝั่งตรงข้ามพูดพลางทำหน้ากวนประสาท มือหนาของมันยังคงจับแก้วชานมไข่มุกของฉันไว้มั่น ราวกับจะประกาศให้โลกรู้ว่านี่คือสมบัติชิ้นใหม่ของมัน
ไอ้คิว...คิรากร ธาราธิป เพื่อนสนิทในกลุ่มที่ฉันอยากจะหยุมหัวมันวันละสามเวลาหลังอาหาร!
“ก็มันของฉัน! นายอยากกินทำไมไม่ไปสั่งเอง” ฉันเถียงกลับ พลางขยับตัวจะเอื้อมไปแย่งแก้วคืน แต่ก็ช้ากว่ามันที่ยกแก้วหนีไปอีกทาง
“ก็เราี้เีเดินนี่น่า ขอกินหน่อยไม่ได้เหรอ” มันว่าพลางทำตาปริบๆ ซึ่งเป็ท่าไม้ตายที่มันชอบใช้กับสาวๆ แต่ขอโทษทีเถอะ มันใช้กับฉันไม่ได้ผลหรอก!
“ไม่ได้!” ฉันตอบเสียงแข็ง
“โถ่...โป้...ใจร้ายจังเลยนะ”
“พอเลยทั้งคู่!” เสียงของไบร์ท [1] ดังขัดขึ้นมา “พวกแกจะทะเลาะกันอีกนานไหม ฉันอายคนอื่นเขา”
ฉันหันไปมองเพื่อนสาวคนสวยที่นั่งข้างๆ ก่อนจะเหลือบไปเห็นสายตาเอือมระอาของเพื่อนอีกสามชีวิตที่เหลือ ทั้งออม [2] ชาน [3] และโนวา [4] ทุกคนต่างมองมาที่เราสองคนเป็ตาเดียว เหมือนกำลังดูละครลิงฉากเดิมๆ ที่เล่นซ้ำมาเป็ร้อยรอบ
ก็จริง...เราสองคนเป็แบบนี้ประจำ
ณ คาเฟ่เ้าประจำใกล้มหาวิทยาลัยพีรมิตรแห่งนี้ คือสถานที่รวมตัวของพวกเราหลังเลิกเรียน และทุกครั้งที่มารวมตัวกัน ก็ต้องมีเื่ให้ฉันกับไอ้คิวได้ปะทะคารมกันเสมอ
“ก็ไอ้คิวมันเริ่มก่อนนี่” ฉันฟ้องเพื่อน แต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย
“เอ้า มาโทษเราได้ไง ก็เราแค่อยากชิมดูหน่อยเดียวเอง” ไอ้คิวแก้ตัวหน้าตาย
“หน่อยเดียวของนายคือจะดูดหมดแก้วนะเหรอ!”
“เอาน่าๆ” ชาน หนุ่มหล่อมาดนิ่งแฟนของยัยออม เอ่ยขึ้นเรียบๆ “เดี๋ยวเราไปสั่งให้ใหม่ก็ได้ จบนะ”
“ไม่ต้อง!” ฉันกับไอ้คิวพูดขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ก่อนจะหันมามองหน้ากันอย่างเอาเื่
“เออ...ไม่จบก็เื่ของพวกแกแล้ว” โนวา หนุ่มขี้เซาแฟนของยัยไบร์ทพูดแทรกขึ้นมาบ้าง ก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะตามเดิม เหมือนเปลืองพลังงานที่จะสนใจพวกเราต่อ
ฉันถอนหายใจอย่างหัวเสีย ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าคู่กรณีตัวฉกาจอีกครั้ง
“เอาคืนมานะไอ้คิว” ฉันกดเสียงต่ำ
“ถ้าเราไม่คืนล่ะ” มันยักคิ้วกวนๆ ก่อนจะยกแก้วชานมขึ้นทำท่าจะดูดเข้าไปจริงๆ
วินาทีนั้นฉันไม่คิดอะไรอีกแล้ว!
พรึ่บ!
ฉันพุ่งตัวข้ามโต๊ะไปหมายจะแย่งแก้วคืนมาให้ได้ แต่ดูเหมือนไอ้คนตัวสูงจะไวกว่า มันเบี่ยงตัวหลบพร้อมกับดึงแก้วหนี แต่การกระทำนั้นกลับทำให้เราสองคนเสียหลัก
“เฮ้ย!”
“ว้าย!”
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก รู้ตัวอีกทีร่างของฉันก็กำลังจะล้มลงไปกองกับพื้น แต่แล้ว...หมับ! วงแขนแข็งแรงของใครบางคนก็คว้าเอวฉันไว้ได้ทัน
กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยลอยมาเตะจมูก ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่คมที่กำลังจ้องมองฉันอยู่ก่อนแล้วในระยะประชิด...ใกล้จนฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่เป่ารดใบหน้า
ไอ้คิว...
เสียงจอแจรอบข้างพลันเงียบงันไปชั่วขณะ โลกทั้งใบของฉันเหมือนหยุดหมุนไปดื้อๆ มีเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวอยู่ในอกเหมือนกลองชุด แววตาขี้เล่นที่ฉันเคยเห็นเป็ประจำ ตอนนี้กลับฉายแววจริงจังบางอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน...บางอย่างที่ทำให้แก้มของฉันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
‘ทำไม...ทำไมใจต้องเต้นแรงขนาดนี้ด้วย’
“อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมของชานดังขึ้นทำลายความเงียบ ฉันสะดุ้งสุดตัวรีบผละออกจากอ้อมแขนของไอ้คิวทันที
“เอ่อ...ขอบใจ” ฉันพูดเสียงอ่อย พลางเสยผมบ๊อบสั้นของตัวเองแก้เก้อ
“ไม่เป็ไร” เขาตอบเสียงเรียบ แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ฉันไม่วางตา
ฉันรู้สึกเหมือนกำลังถูกแช่แข็ง ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งๆ ก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ
“เลอะหมดแล้วยัยบ๊อง” จู่ๆ เสียงทุ้มก็ดังขึ้นใกล้ๆ ก่อนที่ฉันจะรู้สึกถึงััอุ่นๆ ที่มุมปาก
ฉันเงยหน้าขึ้นอย่างใ ก่อนจะเห็นว่าปลายนิ้วโป้งของไอ้คิวกำลังเช็ดคราบฟองนมออกจากมุมปากของฉันอย่างแ่เบา
หัวใจฉันกระตุกวูบ...
การกระทำที่แสนจะธรรมดา แต่ทำไมมันถึงได้ส่งผลต่อหัวใจของฉันรุนแรงขนาดนี้!
“อะ...เอามือออกไปนะ!” ฉันปัดมือเขาออกอย่างแรงด้วยความเขินอาย ก่อนจะรีบหันหลังให้เพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำของตัวเอง
“หึ” เสียงหัวเราะในลำคอดังมาจากด้านหลัง “ทำเป็เก่ง...ทีแบบนี้ล่ะเขินหน้าแดงเลยนะ”
“ใครเขิน! ไม่ได้เขินสักหน่อย!” ฉันเถียงกลับทั้งที่ยังไม่ยอมหันไปมองหน้าเขา
“จ้าๆ ไม่เขินก็ไม่เขิน” เขายอมแพ้แต่โดยดี แต่ฉันรู้ว่าในน้ำเสียงนั้นมันแฝงไปด้วยความขบขันแค่ไหน
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมสติ ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง คราวนี้ฉันเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามทำตัวให้เป็ปกติที่สุด
“สรุป...ชานมแก้วนั้นน่ะ จะคืนให้ฉันได้หรือยัง” ฉันเปลี่ยนเื่กลับมาที่ประเด็นเดิม
ไอ้คิวยกแก้วชานมขึ้นมามอง ก่อนจะยื่นมันส่งคืนให้ฉันแต่โดยดี
“อ่ะ...เอาไปเลย เรายกให้”
ฉันรับแก้วคืนมาอย่างงงๆ ไม่คิดว่ามันจะยอมง่ายขนาดนี้
าสงบลงชั่วคราว...แต่ฉันกลับรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างในแววตาของเขา สายตาที่ท้าทาย...สายตาที่เหมือนจะบอกเป็นัยๆ ว่า...
‘เื่ของเรา...มันยังไม่จบแค่นี้หรอกนะ’
[1] นางเอกจากเื่ “แค่เพื่อนจะอ้อนได้ไง” (จบแล้ว มีอีบุ๊ก)
[2] นางเอกจากเื่ “แค่เพื่อนจะรักได้ไง” (จบแล้ว มีอีบุ๊ก)
[3] พระเอกจากเื่ “แค่เพื่อนจะรักได้ไง” (จบแล้ว มีอีบุ๊ก)
[4] พระเอกจากเื่ “แค่เพื่อนจะอ้อนได้ไง” (จบแล้ว มีอีบุ๊ก)