“ตัก ตัก ตัก กะต๊ากกก” จู่ ๆ เสียงก็ดังขึ้นมาในโสตประสาท เขาลืมตาขึ้นช้า ๆ ภาพที่เห็นคือไก่อ้วนฝูงหนึ่งเดินโหวกเหวกไปมาในรั้วไม้ เ้าตัวอยู่หน้าสุดท่าทางเย่อหยิ่งวางมาด มันคงคิดว่าตนเองคือนกยูงที่สูงศักดิ์ แต่ละก้าวเดินของมันชมดชม้อยลอยตาแต่พริบตาที่ประตูรั้วถูกเปิดออก ฝูงไก่อ้วนแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง เหลือแต่มันที่ยืนอยู่หน้าสุดจึงตกเป็เป้าหมายแรกของการจับกุม
ชายหนุ่มละสายตาจากเ้าไก่ย่างพลางสำรวจบรรยากาศโดยรอบจึงเข้าใจได้ว่าตอนนี้อยู่ในโลกของ The World Must Survive แล้ว รอบตัวของเขาคือหมู่บ้านขนาดเล็ก สิ่งปลูกสร้างทำจากหินและไม้ถูกประดับด้วยปล่องไฟ มองเผิน ๆ คงไม่เกินสิบห้าหลัง สถาปัตยกรรมยุคกลางเหล่านี้แตกต่างจากโลกปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง แสงไฟจากตะเกียงเป็สิ่งให้ความสว่างในยามนี้ มันวูบไหวไปมาตามกระแสลมอ่อน อากาศตอนกลางคืนของที่นี่ช่างแตกต่างจากที่โลกนัก ไม่มีทางที่มนุษย์จะออกมายืนรับลมเงียบ ๆ แบบนี้ได้ในโลกแห่งความจริง แต่สำหรับที่นี่... ตอนนี้... เขากำลังปลดปล่อยความรู้สึกให้ล่องลอยไปกับสายลมและแสงจันทร์
“เอี๊ยด...” หญิงสาวตัวเล็กผลักประตูไม้ออกมา เธอสังเกตเห็นร่างของชายแปลกหน้า เธอมองอย่างสงสัยใคร่รู้ว่าเขาอาจจะเป็ใครบางคนที่เธอรู้จักหรือไม่ แต่เมื่อเธอเห็นว่าชายคนนั้นมีผมสีเทาที่ถูกรวบไว้ด้านหลังราวกับหางม้า มันกำลังปลิวไสวราวกับอาชาเล่นน้ำ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าและกางเกงขายาวธรรมดาสามัญสวมทับไว้ด้วยรองเท้าบูตเก่า ๆ ซึ่งไม่เข้ากับผิวพรรณที่งดงามและหน้าตาอันหล่อเหลาของเขาผู้นั้น เธอรู้ได้ทันทีว่าเขาไม่ใช่คนในหมู่บ้าน
“ปัง!” เสียงประตูทำให้โคลน (Clone) หลุดออกจากภวังค์ ชายหนุ่มสังเกตเห็นหลังไว ๆ ของหญิงสาวที่วิ่งกลับเข้าไปในบ้าน
‘NPC (Non-Player Character) สินะ’ เขาคิด
“เอี๊ยด...” ไม่นานเสียงประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง ชายชราและกลุ่มชาวบ้านสิบกว่าคนเดินออกมาพร้อมกับหญิงสาวตัวเล็กเมื่อครู่ พวกนั้นมองไปทางโคลน (Clone) ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน
“เ้าเป็ใคร ทำไมถึงได้มาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้” ชายชราะโถามด้วยสีหน้ากังวล
“สวัสดีทุกคน ผมชื่อโคลน (Clone)” เขาเดินเข้าไปหากลุ่มชาวบ้านเพื่อหวังทักทาย “ไม่ต้องห่วง ผมไม่ได้มีเจตนาร้าย” โคลน (Clone) รีบบอกเมื่อเขาสังเกตเห็นสีหน้าของชาวบ้าน
“หยุดอยู่ตรงนั้น! ชิ้ง! ห้ามขยับเด็ดขาด อย่าหาว่าพวกเราไม่เตือน” ชายวัยกลางคนที่มีผิวสีเข้มรูปร่างใหญ่โตรีบะโพร้อมดึงขวานสั้นออกมา เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ
“ฉิบหายล่ะสิ...” โคลน (Clone) หน้าซีด เขาไม่คิดว่าจะเกิดการตอบสนองรูปแบบนี้จากพวก NPC ชายหนุ่มยกมือยืนนิ่งไม่ไหวติง หากเขาขยับแม้แต่ก้าวเดียวคงไม่มีใครรับรองได้ว่าพวกชาวบ้านจะไม่สติแตกแล้วรุมสังหารเขา
‘ฉันเข้ามาที่ TWMS (The World Must Survive) ก็เพราะ้าหนีจากความตาย’ เขาคิด ‘แต่ใครจะเชื่อ...วินาทีแรกที่ฉันเข้ามา กลับมีกลุ่มคนจ้องจะฆ่าฉัน โชคยังดีที่มันเป็แค่เกม ตายไปก็ยังฟื้นขึ้นมาใหม่ได้’ ชายหนุ่มได้แต่คิดถึงความซวยของตนอยู่ในใจ
‘เอ๊ะ? ตาย...ฟื้น... ในกรณีของฉันถ้าตายขึ้นมาจริง ๆ จะฟื้นได้หรือ’ ชายหนุ่มเริ่มไม่มั่นใจ
‘ตัวฉันที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับเครื่อง CR-8 หากตายขึ้นมา เป็ไปได้ว่าจะถูกลบไปตลอดกาล’ เมื่อคิดได้ดังนั้น ร่างกายก็เริ่มสั่นโดยไม่รู้ตัว
“เอ่อ...ถะ ๆ ถ้าทุกคนไม่ต้อนรับ อะ ๆ เอาอย่างนี้เป็ไง ผมจะออก ๆ ไปจากหมู่บ้านนี้” โคลน (Clone) ยื่นข้อเสนอออกไปมั่ว ๆ เพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตตรงหน้า แต่ชาวบ้านไม่สนใจคำพูดของเขาทำเหมือนกับว่าเป็อากาศธาตุ ไม่นานชายหนุ่มก็ถูกห้อมล้อมไว้โดยชาวบ้าน
“เฮ้ พวก ได้ยินฉันไหม ฉันจะออกไป... โว ๆ ๆ จะทำอะไรน่ะ” พวกชาวบ้านมองหน้ากันและหยิบเชือกขึ้นมา
“อะอำอะไออะ อ่อยอั้นไออ๊ะ...ไออ้าเอ๊ย (จะทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันไปนะ ไอบ้าเอ๊ย)” หลังจากโคลน (Clone) ถูกจับชาวบ้านก็พาเขาไปมัดไว้กับเสาไม้ใกล้ ๆ กับคอกของไก่อ้วน โดยมีชายผิวเข้มรูปร่างใหญ่เหน็บขวานไว้ที่เอวนั่งเฝ้าอยู่เงียบ ๆ
“อ่อยอั้นอิอะ !อั้นเอยไออ้า#$%$#^%& (ปล่อยฉันสิวะ ฉันเคยไปฆ่าพ่อแกหรือไง ถึงมาจับฉันไว้)”
“แอ่อิง ถุย แน่จริงก็ปล่อยฉันสิวะ แล้วมาเจอกันตัว ๆ กล้าหรือเปล่าไอเ้าหมีั์” ด่าไปด่ามาเชือกที่รัดปากก็หลุด โคลน (Clone) ได้ใจด่าเข้าไปอีกชุดใหญ่ แต่ชายผิวเข้มไม่สนใจเขาเลยสักนิดสักนิด เพียงแค่เฝ้าอยู่เงียบ ๆ เท่านั้น
“ไอบ้าเอ๊ย แกเป็ใบ้หรือยังไง เอางี้ไหมในฐานะที่แกเป็ใบ้ ฉันจะต่อให้โดยการใช้มือซ้ายข้างเดียว แต่ฉันก็มีมือซ้ายข้างเดียวอยู่แล้วนี่นะ เพราะงั้นฉันจึงใช้มือขวาได้ด้วย ฟังดูเป็ไงบ้างล่ะเ้าหมีน้อย กล้าแก้มัดเชือกแล้วมาเจอกันหน่อยไหม” ไม่ว่าโคลน (Clone) จะยั่วโมโหอย่างไรก็ไม่มีการตอบสนองใด ๆ กลับมาจากชายร่างใหญ่ มันทำให้เขาถอดใจและเริ่มคิดหาวิธีอื่น
ระหว่างที่เขากำลังคิดหาวิธี บังเอิญมีเสียงบทสนทนาของชาวบ้านที่เล็ดลอดออกมาจากผนัง โคลน (Clone) ลองเอียงหูฟังเพื่อจับใจความ
“ทำไมถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้”
“พวกนั้นรู้ตัวแล้วเหรอ”
“เงียบซะพวกแกจะแหกปากโวยวายทำไม”
“แล้วเราจะทำยังไงกันดี หรือว่าพวกนั้นรู้ตัวแล้ว เลยส่งเ้าหนุ่มนั่นมา”
“ไม่มีทาง มันเร็วเกินไป พวกนั้นไม่น่าจะรู้ตัวเร็วขนาดนี้”
“ที่เราทำก็เพื่อความอยู่รอด ฉันไม่ได้้าให้มันเป็แบบนี้เลย”
โคลน (Clone) แอบฟังอยู่สักพักหนึ่ง จึงจับใจความได้ว่าพวกนี้กำลังทำเื่เลวร้ายบางอย่างอยู่ และเข้าใจผิดคิดว่าตัวเขาถูกส่งมาจัดการหรือสืบข้อมูลของคนพวกนี้
ระหว่างที่โคลน (Clone) กำลังปะติดปะต่อเื่ราวอยู่นั้น สายตาของเขาเหลือบไปเห็นชายผิวเข้มร่างใหญ่ที่เคยนั่งเฝ้ายามอยู่เผลอหลับไปตอนไหนไม่ทราบ หนุ่มผมสีเทารอโอกาสอยู่นานแล้ว เขายื่นมือไปด้านหน้าเพื่อเรียกหน้าต่างช่องเก็บของทันที
อันที่จริงแล้วโคลน (Clone) ปลดเชือกที่ข้อมือได้นานแล้ว เพียงแต่เ้าคนตัวใหญ่นั้นนั่งเฝ้าอยู่ ทำให้เขาไม่มีโอกาสได้เรียกใช้ช่องเก็บของ เมื่อชายหนุ่มเปิดหน้าต่างช่องเก็บของ เขาก็ทำหน้าราวกับว่า “คิดไว้แล้วว่าในนี้อาจจะมีอาวุธให้ใช้”
พริบตาที่โคลน (Clone) ใช้มือััรูปภาพอาวุธ ก็ปรากฏมีดสั้นในมือทันที ดวงตาสีน้ำตาลจ้องไปที่ร่างใหญ่ตรงหน้า
‘มันยังหลับอยู่’ โคลน (Clone) คิดพลางเคลื่อนตัวช้า ๆ แต่ละก้าวนั้นสุขุมไร้สุ้มเสียง เขาเดินอ้อมไปด้านหลังของชายร่างใหญ่ เงาสีดำของชายหนุ่มหางม้าทาบทับกับแผ่นหลังของเหยื่อช้า ๆ เขาย่อตัวกางแขนเล็กน้อยเพื่อให้อยู่ในระนาบเดียวกับคอของเหยื่อ ทุกขั้นตอนเป็ไปด้วยความเงียบเชียบ มือขวาโอบอ้อมจากด้านข้างและค่อย ๆ หยุดลงเมื่อใบมีดมาจ่อที่คอหอย ตามมาด้วยมือซ้ายที่กำลังยึดกุมมือขวาอย่างแ่า โคลน (Clone) กดใบมีดลงช้า ๆ
วินาทีที่ปลายมีดกำลังจมลงไป ชายหนุ่มส่ายหัวและถอนตัวออกมาอย่างไร้สุ้มเสียง เขาเปลี่ยนใจไม่้าสังหารคนตรงหน้า รีบวิ่งไปตามทางจนพบกับประตูทางออก
“ฟู่...” ชายผิวเข้มร่างั์ถอนหายใจ พลางลูบลำคอ เขาลุกขึ้นเดินเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งด้วยดวงตาที่แน่วแน่
“เ้าเด็กนั่นหนีไปแล้ว” เขาพูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่ใช่ความผิดของตนเอง
“มันหนีไปได้อย่างไร” ชายใบหน้ายาวถามอย่างสงสัย
“ฉันเผลอหลับไป มันแอบหนีไปตอนนั้น” เขาตอบไม่ยี่หระ
“มันคงยังหนีไปได้ไม่ไกล” ชายรูปร่างผอมพูดขึ้นบ้าง
“ฉันคิดว่าเ้านั่นไม่ใช่คนที่พวกเราคิด” เขาพูดพลางลูบไปที่คอ
“ใช่หรือไม่ใช่ ลองฆ่ามันดูเดี๋ยวก็รู้” ชายที่ถือขวดเหล้าในมือพูดขึ้น
“เอาล่ะ แก... แก... แก... และก็แก ไปทำให้แน่ใจซะว่ามันจะพูดอะไรไม่ได้อีก” ชายหน้าแหลมชี้ไปที่กลุ่มคนด้านหน้า
“เฮนรี่ แกก็ต้องไปกับพวกนั้นด้วย ไปแก้ไขความผิดพลาดของแกซะ อย่าให้มันเกิดขึ้นอีก” ชายหน้ายาวหันมาพูดกับเขา ทำให้คนชราตรงมุมห้องมองพูดออกคำสั่งพลางถอนหายใจ
“แฮ่ก ๆ ๆ” โคลน (Clone) วิ่งผ่านทุ่งหญ้าอย่างรวดเร็ว ผมสีเทาส่ายสะบัดไปมาไม่หยุด ที่ตามหลังมาคือชายฉกรรจ์ห้าคน หนึ่งในนั้นเป็ชายผิวเข้มร่างใหญ่ที่ชื่อว่าเฮนรี่
“บ้าจริง! ทำไมพวกนั้นถึงตามฉันเจอได้” ชายหนุ่มบ่นอุบ นึกเสียดายที่ไม่ได้สังหารเ้าหมีน้อยที่กำลังไล่ตามหลังเขามาอย่างรวดเร็ว
“ต้องเป็มันแน่ ๆ ที่คาบข่าวของฉันไปบอกพวกนี้ ชิ”
“แกหนีไม่รอดหรอก ไม่ว่าแกจะหนีไปไหน พวกฉันก็จะตามแกไปจนเจออยู่ดี ฮ่า ๆ” หนึ่งในพวกนั้นะโตามหลังเขามา
“ฮ่า ๆ แกจะบอกว่าพวกแกเป็อะไรที่เหมือนหมาใช่ไหม จมูกเลยดีแบบนี้” โคลน (Clone) ะโกลับไปโดยไม่แม้แต่จะหันหน้าไปมอง
‘หรือว่าพวกนั้นมีความสามารถในการค้นหา’ โคลน (Clone) คาดเดาจากคำพูดของพวกนั้น
“นี้มันเื่บ้าบออะไรกันเนี้ย ฉันไม่ได้หนีมาที่ TWMS เพื่อเจอเื่บ้า ๆ แบบนี้เสียหน่อย” เมื่อวิ่งไปสักพักเขาก็เจอกับแนวป่าที่อยู่ห่างไปไม่ไกล ชายหนุ่ม้าพาตัวเองออกจากทุ่งหญ้าบริเวณนี้อย่างเร่งด่วน เพราะเขาเริ่มมีอาการอ่อนล้าให้เห็นแล้ว ขืนเป็แบบนี้ต่อไปเขาคงวิ่งไม่ไหว ทางเดียวคือต้องหนีเข้าไปซ่อนตัวในป่า
“ย๊ากกก” โคลน (Clone) ะโไล่ความเหนื่อยล้า
“ดูนั่น มันกำลังจะหนีเข้าไปในป่า รีบตามไปเร็ว” ชายขี้เมาพูดขึ้น
“แน่จริงก็ตามให้ทันสิเ้าพวกลูกหมา ดูซิแกจะดมก้นฉันไปถึงเมื่อไหร่ ฮ่า ๆ”
“ปากดีไปก่อนเถอะ มาดูกันว่าตอนที่ฉันจับแกได้จะยังปากดีอยู่ไหม หึหึ” พูดเสร็จชายร่างผอมก็วิ่งนำไปทันที
เมื่อโคลน (Clone) เข้ามาในป่าสำเร็จ ชายหนุ่มไม่ผลีผลามซ่อนตัว เขาวิ่งลึกเข้าไปในป่าทันที เมื่อคิดว่าพอสมควรแล้วจึงค่อยเริ่มหาที่ซ่อนตัว
ดวงตาซุกซนมองไปรอบ ๆ ก็พบกับต้นไม้สูง ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบปีนขึ้นไปทันที อาจจะลำบากอยู่บ้างแต่เขาก็ขึ้นมาจนได้
“แฮ่ก ๆ ๆ ๆ” โคลน (Clone) ทิ้งตัวลงบนยอดไม้ เขาหายใจถี่รัวจนใบไม้สั่นไหว ใบหน้าแดงก่ำร่างกายร้อนผ่าวราวตู้อบ เขาลองเปิดหน้าต่างเมนูขึ้นมาตรวจสอบเป็ครั้งแรก ั้แ่เข้าเกมมาก็เกิดเื่ทันทีทำให้เขาไม่มีเวลาตรวจสอบมันมาก่อน มันมีทั้งแผนที่ (ใช้การไม่ได้) หน้าต่างทักษะ (ไม่มีทักษะให้ใช้) ช่องเก็บของ (ว่างเปล่า) ช่วยไม่ได้เขาจึงได้แต่ััไปที่หน้าต่างสถานะ

“ให้ตายเถอะ SP (แรงกาย) เหลืออีกแค่สิบหน่วย” เขาได้แต่ขอบคุณในความโชคดีที่พบแนวป่าแห่งนี้ได้ทันท่วงที หากเขาเคลื่อนไหวจน SP (แรงกาย) หมดเมื่อไหร่จะทำให้ค่าสถานะทุกอย่างลดลงอย่างมาก นั่นรวมไปถึงความเร็วในการวิ่งด้วย และพวกนั้นคงใช้โอกาสนี้จัดการเขา
ห่างออกไปไม่ไกลนัก ชายห้าคนวิ่งลึกเข้ามาในป่า เมื่อหนึ่งในนั้นหยุดเคลื่อนไหว คนอื่น ๆ จึงทำตามโดยปริยาย ชายที่มีรูปร่างผอมแห้งก้าวออกมาด้านหน้าและเอื้อมมือไปแตะที่พื้นดิน
“สะกดรอย!” ชายร่างผอมมองซ้ายทีขวาทีเพื่อค้นหาร่องรอยของโคลน ผ่านไปครู่เดียวเขายกดาบสั้นชี้ไปที่ทิศทางหนึ่ง
“มันไปทางนั้น รีบตามไปเร็วเข้า”
“เยี่ยมมากสกิน ฉันอิจฉานายจริง ๆ ที่มีทักษะใช้” ชายขี้เมาพูด
“นายพูดเื่อะไร เ้าสกินมันเคยเป็พรานป่ามาก่อน ไม่แปลกที่จะมีทักษะใช้ แต่สำหรับแก วัน ๆ เอาแต่ดื่มเหล้าจะไปมีทักษะได้อย่างไร ถ้าจะมีก็คงเป็ทักษะดื่มเหล้าไม่เมาละมั้ง ฮ่า ๆ ๆ” ชายขี้เมาอีกคนพูดติดตลก
“แกบ้าหรือเปล่า ถ้าฉันมีทักษะแบบนั้น ฉันขอตายดีกว่า ดื่มเหล้าแล้วไม่เมาจะดื่มทำไม จริงไหม ฮ่า ๆ ๆ”
“เออจริงของแก ดื่มก็ต้องดื่มให้เมา หัวราน้ำยิ่งดี ฮ่า ๆ ๆ”
“พวกแกสองคนเลิกพูดถึงเหล้าได้แล้ว ทักษะของฉันมีข้อเสียคือมันจะทำงานได้ดีกับเฉพาะรอยเท้าใหม่ ๆ เท่านั้น ยิ่งนานไปประสิทธิภาพยิ่งลดลง ฉะนั้นเราต้องรีบเร่งความเร็ว”
ได้ยินดังนั้นทั้งห้าคนจึงรีบวิ่งตามการนำทางของชายร่างผอมที่ชื่อสกิน พวกมันใช้เวลาวิ่งตามรอยเท้ากว่าสิบห้านาทีก็หยุดลงอีกครั้ง
“สกิน เกิดอะไรขึ้น”
“ร่องรอยของเด็กเวรนั่นหายไป” สกินตอบอย่างหัวเสีย
“ว่าไงนะ! เป็ไงล่ะไอขี้เมา เพราะแกนั่นแหละชักช้าอืดอาด เราเลยตามเด็กนั่นไม่ทัน”
“ช่วยไม่ได้ ฉันก็วิ่งเต็มที่แล้ว เอายังไงดี แยกกันหาไหม” ชายขี้เมาเสนอ
“ดี! พวกเราจะแยกกันหา แต่เอาแบบนี้เป็ไง ใครหาเ้าเด็กเวรนั่นเจอก่อนคืนนี้จะได้เลือกสาวสวยคนแรก” ชายขี้เมาอีกคนเสริม
“ฮ่า ๆ ๆ พูดแบบนี้ก็สวยสิ ตกลง พวกเราแยกกันหา” ชายขี้เมาชอบใจในข้อเสนอของเพื่อนขี้เมา
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังจะแยกย้ายกันออกไป หนึ่งในกลุ่มคนทั้งห้าที่เงียบมาตลอดทางก็ก้าวเท้าออกมาขวาง รูปร่างของชายคนนี้พอ ๆ กับเฮนรี่แต่แผลเป็ตามใบหน้าและลำตัวมากมายจนไม่เหลือพื้นที่ว่าง ประกอบกับดวงตาคู่ใหญ่ทำให้มันดูดุร้ายราวกับสัตว์ป่า
“เดี๋ยวก่อน” ดวงตาดุร้ายกวาดมองไปมาอย่างระมัดระวัง
“อะไรของแกฮัลค์” ชายขี้เมาพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “บอกไว้ก่อนนะ ถึงจะเป็นาย ฉันก็ไม่ยอมให้...”
“ฟุบ”
“ฉูด!!” ชายขี้เมารู้สึกเย็น ๆ บริเวณไหปลาร้า พริบตาที่รู้ตัวว่าถูกลอบโจมตี ของเหลวสีแดงสาดกระเซ็นอาบย้อมใบหน้าขี้เมาราวกับบ่อน้ำพุ สายตาเลือนรางลมหายใจเริ่มติดขัด มันสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างไรก็ไม่รู้สึกเต็มอิ่ม ชายขี้เมาบังคับั์ตาสีดำที่หนักอึ้งเพื่อมองร่างเงาตรงหน้า มันเพ่งสายตาจนเห็นร่างของชายผู้หนึ่ง ชายคนที่ควรจะเป็เหยื่อของมัน แต่กลายเป็มันเสียเองที่กลายเป็เหยื่อของชายคนนั้น
‘นี่ฉัน…’ ชายขี้เมาคิด ‘ต้องมาตายเพราะไอเด็กเวรนี่น่ะเหรอ... ฟุบ’ ร่างที่ชโลมไปด้วยของเหลวสีแดงล้มฟุบลงไปกองกับพื้น
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 217 หน่วย”
“LEVEL UP! : 2”