ฉันะโเรียกพ่อกับแม่และน้องชายอยู่หลายครั้งและแล้วไทเลอร์ก็หันมา
“ห๊ะ เฮเลน เฮเลน”
ฉันเห็นปากเขาขยับก่อนจะะโเสียงน้องชายฉันเรียกอยู่ด้านนอกจากระยะไกลในขณะที่ทหารฉุดฉันเข้าด้านในได้พอดี เป็เวลาเดียวกันที่ฉันเห็นพ่อกับแม่หันมาดูน้องชายที่กำลังพยายามบอกว่าเจอฉัน เขาชี้นิ้วเล็กๆ มาทางฉันแล้วประตูบานใหญ่ที่ดูแ่ามีการ์ดยืนเฝ้าทั้งด้านนอกและด้านในอีกชั้นก็ปิดลง
“หุบปาก อย่าสร้างปัญหา ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” ทหารคนหนึ่งตะคอกเสียงดังลั่นออกคำสั่งใส่หน้าฉันอย่างฉุนเฉียว
“แต่ว่าด้านนอกนั่นมีพ่อแม่กับน้องชายฉันนะ” ฉันะโเถียงจนคอขึ้นเอ็นแล้วใครคนหนึ่งก็ทำลายบรรยากาศอันแสนตึงเครียดและมืดมน
“เฮเลน...งั้นเหรอ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งใส่ส้นสูงราวสี่นิ้วเดินกระแทกส้นเท้าเข้ามาขณะที่เปิดแฟ้มอ่านประวัติของฉัน
“สูงร้อยหกสิบเจ็ดเิเน้ำหนักหกสิบสุขภาพดีสุขภาพจิตดี ฉลาดซื่อสัตย์มีไหวพริบ หืม เป็นักกีฬาของมหาวิทยาลัยด้วยงั้นเหรอ”เธออ่านแล้วเลิกคิ้วเบ้หน้ามุมปากคว่ำทั้งผงกโยกหัวเล็กน้อย
“เอาล่ะสาวน้อย ฉันชื่อเอลิน่า”
เธอเงยหน้าขึ้นมองและยื่นมือมาทางฉัน ทว่าฉันยังคงยืนนิ่งไม่ยอมยกแขนขึ้นเพื่อจับมือเธอมันคงดูเสียมารยาทมากแล้วเธอก็ชักมือกลับก่อนจะเริ่มบทสนทนา
“ฉันมีงานให้เธอทำถ้าเธอตกลงเธอจะไม่ต้องทนอดอยากและอยู่อย่างแออัดหรือทุกข์ทรมานและเจ็บป่วยแบบผู้คนด้านนอกนั่น”
“หมายความว่ายังไง” ฉันถามเธอ
“หมายความว่า เธอจะมีที่พักดีๆ อาหารครบสามมื้อ”
“แล้วพ่อแม่กับน้องชายฉันล่ะ” ฉันถามเธอต่อ นั่นทำให้เธอมองฉันอย่างสงสัยแล้วถามกลับ
“เธอยังมีญาติหลงเหลืออยู่เหรอ”
“มีสิ พวกเขาอยู่ด้านนอกนั่น เดิมทีฉันก็คิดว่าพวกเขาตายหมดแล้ว”ฉันรีบบอกอธิบายเสริมถึงสิ่งที่ต้องประสบอยู่เพียงลำพังและแสดงให้เห็นว่าตอนนี้้าเจอครอบครัวมากแค่ไหน
“เอาอย่างนี้” เอลิน่าพูดแทรกหลังจากครุ่นคิดสักพัก
“เธอตามฉันขึ้น้าก่อนฉันมีเื่ต้องคุยกับเธอยาวเหยียดถ้าเธอรับข้อเสนอฉันจะให้พ่อแม่เธอเข้ามาอยู่ชั้นหนึ่งรวมทั้งน้องชายของเธอด้วยแต่อาหารอาจไม่ได้ถึงสามมื้อ อาจได้แค่สองมื้อแต่มันก็ดีกว่าที่จะอยู่ตรงนั้นมากโขเพราะตรงนั้นได้อาหารเพียงมื้อเดียว”
ฉันรู้สึกอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน คิดไปว่าตลอดสองเดือนมานี่พ่อแม่และน้องชายของฉันเจออะไรมาบ้าง
“ตามฉันมาสิ” เธอพูดแล้วหันหลังกลับไปบอกทหาร
“หมดหน้าที่ตรงนี้แล้ว พวกคุณไปทำงานของพวกคุณได้เลยขอบใจมาก”
ทหารตะเบ๊ะ ตบเท้าทำความเคารพให้เธอแล้วหันหลังกลับเปิดประตูออกไปยังด้านนอกของตึก เอลิน่าหันมาหาฉันส่งสัญญาณให้ตามเธอไปเธอนำทางฉันเดินตรงไปยังลิฟต์ กดลิฟต์แล้วให้ฉันเดินเข้าไปก่อนหลังประตูลิฟต์ปิดลงเธอกดมันให้ขึ้นไปยังชั้นสิบเจ็ด
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เธอก็แนะนำว่าทั้งชั้นเป็สำนักงานและแบ่งเป็ที่พักของเธอแต่พาฉันเข้าออฟฟิศก่อนเพื่อทำข้อตกลง
“นั่งลงสิเฮเลน”
เธอผายมือ ฉันหันมองเก้าอี้ก่อนนั่งลงอย่างไม่ขัดขืนและหันหน้ากวาดสายตาทั่วบริเวณโดยรอบมันช่างกว้างใหญ่และหรูหรา
“เธอพร้อมจะฟังข้อเสนอหรือยัง” เอลิน่าถาม ฉันพยักหน้าให้เธอพลางเอ่ยอย่างไม่ไยดีเท่าไรนัก
“งานที่จะให้ฉันทำมีอะไรว่ามาเลย” ขณะนั้นเราสองคนก็จ้องกันไม่วางตา
“ง่ายมาก แค่ยอมอยู่ในฮาเร็มของฉัน”
เธอเดินไปเปิดผ้าม่านที่คลุมแผนที่ขนาดใหญ่เอาไว้ออกกดสวิตช์เล็กๆ ตรงผนังข้างกรอบแผนที่ส่งมันให้ลอยม้วนขึ้น เผยให้เห็นกระจกบานใหญ่อยู่ด้านหลังห้องลับด้านในหลังกระจกโปร่งใสนั้นมีเตียงนอนขนาดคิงไซซ์ โซฟาชุดใหญ่อย่างดี รอบห้องถูกตกแต่งด้วยผ้าม่านสีขาวข้าวของอื่นๆ ถูกจัดวางสไตล์โรมันราวกับห้องพักของราชินีในยุคนั้น คำพูดของเธอกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้ฉันสงสัยหนักจนกดหัวคิ้วย่น
“ฮาเร็มอย่างงั้นเหรอ”
“ใช่เธอฟังไม่ผิดหรอก” เธอตอบ
“คุณเป็เลสเบี้ยนเหรอ”ฉันโพล่งถามเธอออกไปแต่เธอกลับ หัวเราะร่า
“ไม่ใช่แบบนั้น”
“แล้วคุณจะมีฮาเร็มไว้ทำไมล่ะ หรือคุณสะสมสาวๆ”ฉันยังคงสงสัยและถามเธอต่อ
“ใช่ฉันสะสมสาวๆ แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน”นั่นคือคำตอบของเธอมันทำให้ฉันเอียงหน้ามองผู้หญิงที่เพิ่งเจอและเสนอให้ฉันอยู่ในฮาเร็มอย่างครุ่นคิด
“ฉันจะบอกเธอทั้งหมด แต่เธอต้องสัญญาก่อนว่าจะเก็บเื่นี้เป็ความลับ ไม่ว่าจะตกลงรับงานหรือไม่รับงานก็ตาม”
“หมายความว่ายังไง” ฉันถามอีก
“เธอต้องรูดซิปปากถ้าไม่อยากตาย” เอลิน่ากล่าวทำให้ฉันสูดหายใจจนโพรงจมูกขยายก่อนพูดต่อ
“คุณขู่ฉันเหรอ”
“ฉันไม่ได้ขู่เธอแม้แต่น้อยเฮเลนฉันให้เวลาเธอคิดว่าเธอจะฟังไหม”
“พูดมาเลย” ฉันบอก “มาถึงขั้นนี้แล้วฉันอยากรู้ว่างานอะไร แล้วทำไมต้องเก็บเป็ความลับ"
“ดี ตัดสินใจได้เร็วดีฉันชอบ” เอลิน่าพูดก่อนหันไปมองด้านใน
“เธอเห็นผู้ชายคนนั้นไหม”
เอลิน่ายกมือชี้นิ้วไปยังผู้ชายร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลาที่กำลังเดินมาทางเราเขาหยุดมองผ่านกระจกจากอีกฝั่งในห้องนั้น ยิ้มให้เอลิน่าและเอลิน่าก็ยิ้มตอบ
“โดยปกติแล้ว กระจกบานนี้มองเห็นแค่ฝั่งเดียวคือฝั่งที่เราอยู่แต่มีแค่เขาที่มองเห็นได้สองฝั่งคนปกติธรรมดาทั่วไปแบบพวกเรามองไม่เห็นแบบเขาหรอก”
“หมายความว่ายังไง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฮาเร็ม”
“เกี่ยวสิ มันเกี่ยวแน่นอน”เอลิน่าพูดอย่างมั่นใจในขณะที่ผู้ชายคนนั้นหันมายิ้มให้ฉัน แล้วฉันรู้สึกว่าเืในร่างกายพุ่งขึ้นมาจากปลายเท้าถึงใบหน้าจนหน้าฉันร้อนผ่าว
ฉันนิยามได้คำเดียวว่า Perfect เขาใส่กางเกงสกินนี่หนังสีดำ เป็มันขลับเพียงตัวเดียวเปลือยท่อนบนผิวพรรณขาวผ่องกล้ามเนื้อหน้าอกและซิกแพ็คสวยงามสมส่วน รูปร่างหน้าตาของเขาลงตัวไปหมด
“ทำไม...”
“ฉันยังพูดไม่จบ” เสียงของเอลิน่าพูดแทรกขึ้นก่อนที่ฉันจะปิดคำถาม
“เพราะเขาไม่ใช่มนุษย์ฉันเลยอยากให้เธอปรนเปรอเขา” นั่นคือสิ่งที่เธอโพล่งออกมา
“หา..ทำไมคุณไม่ทำเองล่ะ” ฉันถามในสิ่งที่อยากถาม