"อิ่มจนลุกไม่ขึ้นแล้ว!!" หลิวลี่ปี้พูดขึ้นให้ได้ยินกันทุกคนเลย
"ฮ่าๆๆ!!"
"ข้าก็จุกจนไม่อยากขยับตัวเลยเ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอนอนเล่าเื่สำคัญให้พวกท่านฟังนะเ้าคะ?" หลิวเหมยลี่ทิ้งตัวลงนอนหนุนตักท่านแม่ก่อนจะเปิดปากเล่าเื่มิติให้ทุกคนฟัง
นางเลือกที่จะบอกว่าเป็มิติเพราะอยากให้พวกเขาเข้าใจง่ายๆ หากบอกว่าเป็ระบบฟาร์มแล้วนางคงต้องใช้เวลาอธิบายยืดยาว ซึ่งนางไม่มั่นใจว่าพวกเขาจะเข้าใจหรือไม่? ดังนั้นเลือกบอกว่าเป็มิติที่ท่านเทพมอบให้ดูจะง่ายกว่ามาก
"มิติที่ท่านเทพมอบให้ข้าสามารถปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์หรือเก็บของได้เ้าค่ะ ทุกอย่างที่อยู่ในมิติจะคงสภาพเดิมไม่เน่าเสียแม้ว่าเก็บไว้นานเพียงใดก็ตาม" หลิวเหมยลี่พูดขึ้นด้วยท่าทางสบายๆ
แต่คนอื่นๆต่างก็พากันตกตะลึงค้างกันไปหมดแล้ว เื่เหนือธรรมชาติเช่นนี้พวกเขาไหนเลยจะคาดคิดว่าจะได้ยินหรือได้พบเห็นมาก่อน? แม้จะไม่ได้เห็นท่านเทพตัวเป็ๆ แต่การที่บุตรสาวน้องสาวของพวกเขาเล่าให้ฟังและนำของออกมาจากอากาศให้เห็นเช่นนี้ก็ทำให้พวกเขาใแทบลืมหายใจแล้วจริงๆ!
"หม่ะ เหมยเออร์…เื่นี้ลูกห้ามบอกคนอื่นนอกจากพวกเราเด็ดขาดนะลูก" หลิวห่าวอู๋ที่ได้สติก่อนใครรีบพูดขึ้นด้วยความเป็ห่วง เื่นี้แม้จะเป็เื่ที่ดี แต่หากมีคนนอกรู้จะนำภัยมาให้บุตรสาวของเขาอย่างแน่นอน!
ทุกคนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของหลิวห่าวอู๋พร้อมกับสัญญาว่าเื่นี้ทุกคนจะไม่พูดให้ใครรู้อีกเป็อันขาด หลิวเหมยลี่รู้สึกอบอุ่นในใจขึ้นมาทันทีที่เห็นว่าทุกคนล้วนเป็ห่วงนางมากขนาดไหน
"เอาล่ะเ้าค่ะ ข้ากับเหมยเออร์ต้องรีบไปหาเก็บผักป่าก่อนแล้ว หากมีคนมาเห็นพวกเราอยู่ที่นี่นานคงไม่ดี ข้ากลัวว่าจะมีคนเอาเื่พวกเราไปเล่าให้ท่านย่าฟังอีก" หลิวลี่ปี้พูดขึ้นพร้อมกับหันไปหยิบตระกร้าขึ้นมาสะพายหลังพร้อมกับเดินไปพร้อมกับหลิวเหมยลี่ ส่วนคนอื่นๆก็พากันลงแปลงนาไปทำงานกันต่อ
ที่บ้านใหญ่นางหวังซื่อกำลังนั่งพูดคุยกับสะใภ้ทั้งสอง ตอนนี้บ้านสามต่างก็พากันไปทำงานในแปลงนากันหมดแล้ว นางหวงซื่อจึงสบโอกาสมานั่งพูดคุยกับแม่สามี หลายวันก่อนนางกลับบ้านเดิมจึงได้รู้ข่าวเื่ที่มีพ่อหม้ายที่ร่ำรวยกำลังหาสตรีแต่งไปเป็เมีย อีกทั้งพ่อหม้ายเหลียวคนนั้นยังให้สินสอดถึงยี่สิบตำลึงเงิน!!
นางหวงซื่อที่มีนิสัยละโมบและเห็นแก่ตัวจะทำใจปล่อยเงินก้อนโตหลุดมือไปได้อย่างไร? นางนึกถึงหลิวลี่ปี้ของบ้านสามขึ้นมาทันที ดังนั้นนางที่มีแผนการจะขายลูกสาวบ้านสามจึงได้วิ่งแจ้นกลับบ้านมาเพื่อหาโอกาสเป่าหูแม่สามีที่มีนิสัยละโมบและเห็นแก่ตัวไม่ต่างกัน
"ท่านแม่ ข้าได้ยินข่าวมาว่าพ่อหม้ายเหลียวเศรษฐีจากในเมืองกำลังมองหาหญิงแต่งเข้าบ้านอยู่ ว่ากันว่าพ่อหม้ายเหลียวให้สินสอดถึงยี่สิบตำลึงเงินเชียวนะเ้าคะ" นางหวงซื่อหยุดพูดเล็กน้อย เมื่อเห็นว่านางหวังซื่อมีท่าทางสนใจก็รีบพูดต่อ "ท่านแม่ ไม่ใช่ว่าลี่ปี้ของบ้านเ้าสามอายุสิบสี่ปีแล้วหรอกหรือ? อีกแค่ปีเดียวนางก็สามารถพูดเื่แต่งงานได้แล้ว แต่ว่า…ให้ลี่ปี้แต่งเร็วขึ้นสักปีก็ไม่น่ามีปัญหากระมัง"
นางหวังซื่อได้ยินเช่นนั้นมีหรือจะไม่สนใจ เมื่อคิดตามคำพูดของลูกสะใภ้ใหญ่แล้วนางกลับเห็นด้วยกับความคิดของนางหวงซื่อ สินสอดตั้งยี่สิบตำลึงเงินเชียวนะ "อืม…เื่นี้ข้าจะพูดกับเ้าสามเอง หากขายนังตัวไร้ประโยชน์ไปได้ก็ดีกับเราไม่ใช่หรือ?"
"เฮ๊อะ! ท่านแม่กับพี่สะใภ้จะต้องวางแผนก่อนนะเ้าคะ พวกท่านก็รู้ว่าเ้าสามกับน้องสะใภ้รักใคร่บุตรสาวทั้งสองคนไม่น้อย หากเขารู้ว่าท่านแม่จะให้นังลี่ปี้นั่นแต่งให้กับพ่อหม้ายเขาจะยอมหรือ?" นางจินซื่อสะใภ้รองพูดขึ้น ในใจนางก็กำลังคิดหาประโยชน์จากเื่นี้อยู่เช่นกัน หากสามารถขายนังเด็กนั่นได้จริง อย่างน้อยๆบ้านรองของนางก็ควรจะได้ส่วนแบ่งด้วยไม่ใช่หรือ?
"พวกเขากล้าขัดคำสั่งของข้าหรือ? หากข้าจะให้แต่งนางเด็กไร้ประโยชน์นั่นก็ต้องแต่ง ถึงไม่อยากแต่งก็ต้องแต่งอยู่ดี หากใครกล้าขัดขวางข้าจะตีมันให้ตายเลย!" นางหวังซื่อที่เคยชินกับการใช้อำนาจกดข่มครอบครัวสามมาตลอดจะยินยอมได้อย่างไร?
สะใภ้ทั้งสองคนหันหน้าไปสบตากันครั้งหนึ่งก่อนจะแสยะยิ้มร้ายกาจขึ้นมา แน่นอนว่าทั้งสองคนทำเช่นนี้ย่อมหวังส่วนแบ่งในเงินก้อนโตนี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเพื่อให้เื่นี้สำเร็จพวกนางจะเป็คนสนับสนุนกับเื่นี้ให้ถึงที่สุดเอง!
"ท่านแม่ไม่ต้องกังวล ข้าจะให้ท่านแม่ของข้าไปพูดคุยเจรจากับพ่อหม้ายเหลียวเอง หากว่าเ้าสามยอมให้นังลี่ปี้แต่งออกไป เื่นี้จะต้องราบรื่นแน่นอนเ้าค่ะ" นางหวงซื่อพูดขึ้นด้วยความเ้าเล่ห์ หากว่านางจะขอเพิ่มสินสอดสักสี่ห้าตำลึงเข้ากระเป๋าตนเองก็คงจะได้กระมัง? อย่างไรนังเด็กนั่นก็เป็เด็กสาวบริสุทธิ์ หากต้องจ่ายสินสอดเพิ่มสักหน่อยจะไม่ได้เชียวหรือ?
นางจินซื่อมองสะใภ้ใหญ่อย่างรู้ทัน แต่นางกลับไม่พูดอะไรออกไป อย่างไรตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่นางควรจะพูดมาก ในเมื่อเื่นี้นางเองก็ได้รับประโยชน์เหมือนกัน เช่นนั้นก็มองผ่านไปสักครั้งก็แล้วกัน!
หลิวลี่ปี้ที่กำลังนั่งพูดคุยกับหลิวเหมยลี่อยู่ที่น้ำตกที่พวกนางมาเก็บมันเทศเมื่อวานอย่างสนุกสนานไม่ได้รู้ตัวเลยว่านางกำลังจะเจอปัญหาใหญ่เสียแล้ว ตอนนี้นางกำลังนั่งมองน้องสาวยกมือไปมากลางอากาศด้วยความขบขัน หลิวเหมยลี่บอกนางว่ากำลังปลูกผักอยู่!
ใช่แล้ว! หลิวเหมยลี่กำลังลงมือปลูกผักอยู่จริงๆ นางนำเหรียญทองที่ได้รางวัลมานั้นไปหาซื่อแม่ไก่ เป็ด หมูและวัว ทั้งวัวเนื้อและวัวนมอย่างล่ะสองตัว ซึ่งใช้เหรียญทองหมดไปไม่น้อยเลย ตอนนี้เหรียญทองของนางเหลือเพียงแค่สองร้อยเหรียญทองเท่านั้น ซึ่งซีเรียบอกว่าหากนางอยากจะได้เหรียญทองเพิ่มขึ้นจะต้องนำสินค้าของตัวเองไปวางขายในตระกร้า!
ซึ่งตอนนี้สินค้าของนางพึ่งจะลงปลูกเท่านั้น ดังนั้นคงต้องรอเวลาเก็บเกี่ยวก่อน ระหว่างที่รอก็แวะไปที่ร้านค้าของระบบเพื่อซื้ออาหารสัตว์ "อาหารสัตว์ในมิติแพงมากเลยเ้าค่ะ" หลิวเหมยลี่อดบ่นออกมาไม่ได้เมื่อเห็นราคาของอาหารสัตว์ที่ติดป้ายราคาอยู่
'อาหารไก่กระสอบเล็กห้าสิบเหรียญทอง กระสอบกลางหนึ่งร้อยเหรียญทองและกระสอบใหญ่หนึ่งร้อยห้าสิบเหรียญทอง!'
'อาหารเป็ดก็ราคาเท่ากันกับอาหารไก่'
'อาหารหมูกระสอบเล็กหนึ่งร้อยห้าสิบเหรียญทอง กระสอบกลางสองร้อยห้าสิบและกระสอบใหญ่สามร้อยห้าสิบ!!'
วิตามินเสริมอาหารให้กับวัวที่ซีเรียแนะนำก็ราคาแพงหูฉี่เลย แค่เห็นราคาหลิวเหมยลี่ก็แทบหลั่งน้ำตาออกมาเป็สายเืแล้ว!!!
"แพงอย่างไรหรือเหมยเออร์?" หลิวลี่ปี้เอ่ยถามออกไปด้วยความอยากรู้ ไม่ใช่ว่ามิติเทพนี้เป็ของที่ท่านเทพมอบให้น้องสาวของนางหรอกหรือ? แล้วของจากในมิติยังต้องซื้อด้วยหรือ?
"คืออย่างนี้เ้าค่ะ มิติที่ท่านเทพมอบให้ข้ามานั้นจำเป็ต้องให้ข้าลงมือปลูกผักเลี้ยงสัตว์เอง มันเป็มิติที่กว้างประมาณหนึ่ง ในมิติจะมีสิ่งของต่างๆมาขายโดยที่ข้าจะต้องใช้เหรียญทองที่เปรียบเสมือนเป็เงินตำลึงของพวกเราซื้อของพวกนั้นมา
ตอนนี้ข้าซื้อเมล็ดผักมาปลูก ซื้อแม่ไก่ เป็ด หมูและวัวมาเลี้ยงในมิติ แต่อาหารของพวกมันแพงมาก ข้าใช้เหรียญทองซื้อพวกมันมาแทบจะหมดแล้ว ดังนั้นข้าเลยไม่เหลือเหรียญพอจะซื้ออาหารให้พวกมันทุกตัวนะสิเ้าคะ" หลิวเหมยลี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงและท่าทางเศร้า
'โฮสต์ลืมไปแล้วเหรอว่าโฮสต์สามารถนำอาหารที่แถมมาให้ในครั้งแรกที่ซื้อสินค้ามาให้สัตว์พวกนั้นกินได้นะคะ' ซีเรียกลอกตาที่ไม่มีอยู่จริงพูดขึ้น
'จริงด้วย!! ฉันลืมไปแล้วจริงๆ ขอบคุณมากๆนะซีเรีย!' หลิวเหมยลี่ขอบคุณผู้ช่วยด้วยความดีใจ
หลิวลี่ปี้ได้ฟังที่น้องสาวบอกก็เริ่มจะเข้าใจขึ้นมาบ้าง ดังนั้นนางจึงถามออกไปอีกครั้ง "แล้วต้องทำอย่างไรเ้าถึงจะมีเหรียญทองเพิ่มหรือ?"
"ต้องรอให้ผลผลิตเติบโตจนสามารถนำไปขายได้เ้าค่ะ" หลิวเหมยลี่พูดขึ้นพร้อมกับมือที่เลื่อนไปมากลางอากาศ นางกำลังเก็บผักลงตระกร้าขายแล้วเริ่มปลูกใหม่
'ตอนนี้ต้องรีบหาเงินเติมใส่ระบบให้มากๆหน่อย เลเวลล์จะได้อัพเร็วๆ!'
หลิวลี่ปี้พยักหน้าเข้าใจแล้ว เมื่อเห็นว่าน้องสาวเริ่มขยับมือไม้อีกครั้งก็ไม่เอ่ยถามอะไรอีกเพราะกลัวจะรบกวนสมาธิของหลิวเหมยลี่
ทั้งสองคนใช้เวลาอยู่ในป่าจนถึงปลายยามเว่ย (13.00 - 14.59 นาที) เมื่อหลิวเหมยลี่เก็บเกี่ยวผักเสร็จและลงปลูกอีกครั้งเสร็จจึงชวนพี่สาวกลับบ้าน ก่อนกลับก็ไม่ลืมนำผักป่าที่เหลือจากเมื่อวานใส่ลงในตระกร้าของพี่สาว ส่วนตระกร้าของนางก็เตรียมเอาไว้ใส่ฟืนที่แวะเก็บระหว่างทางกลับ!
ระหว่างทางทั้งสองคนก็พบเจอกับชาวบ้านที่ลงมาจากเขาบ้าง หลังจากทักทายพูดคุยกันเล็กน้อยก็แยกย้ายกันเดินไป ไม่มีใครจะสนใจพวกนางสองคนพี่น้องมากนักเพราะเห็นแล้วว่าทั้งสองคนได้เพียงผักป่าน้อยนิดกับฟืนหนึ่งตระกร้าเท่านั้น!
"เหมยเออร์เ้าเอาฟืนไปเก็บก่อน ส่วนพี่จะเอาผักป่าพวกนี้ไปเก็บในครัวแล้วจะทำอาหารรอทุกคนเลย ท่านแม่กลับมาจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาทำอาหาร" หลิวลี่ปี่หันมาพูดกับน้องสาว
"เ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะตามไปช่วยพี่ทำอาหารนะเ้าคะ" หลิวเหมยลี่พยักหน้าพร้อมกับพูดขึ้นเบาๆ นางเห็นแล้วว่าท่านย่าและป้าสะใภ้ทั้งสองกำลังจ้องมองพวกนางสองพี่น้องอยู่ แต่หลิวเหมยลี่เลือกที่จะแกล้งมองไม่เห็นพวกนางไปเสีย!
นางหวงซื่อเดินเข้ามากระชากตระกร้าจากมือของหลิวลี่ปี้ก่อนจะพูดขึ้นเสียงดังด้วยความไม่พอใจ "อะไรกัน! พวกเ้าหายหัวไปทั้งวันกลับได้ผักป่ามาแค่หยิบมืออีกแล้วหรือ? เช่นนี้จะไปพอกินได้อย่างไร?"