กุบกับ กุบ กับ ซ่า ซ่า ~
ปลายยามอิ๋น(03.00-04.59)ปรากฎรถม้าคันงามสกุลหลี่แล่นมาท่ามกลางฝนตกปรอย ๆ เพื่อไปสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำแคว้น
เ้าของรถม้าคันนั้นคงจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากหลี่ฮูหยิน หรือฝูเพ่ยเหยา มารดาของแม่ทัพใหญ่ หลี่หยางเฉิง ที่้าไปขอพรให้บุตรชายเดินทางไปประจำการยังชายแดนเหนืออย่างปลอดภัย
"ท่านแม่ น้ำชาเ้าค่ะ" หลี่หลินเหยา บุตรสาวคนสุดท้องประจำจวนเอ่ยขึ้นพลางส่งจอกน้ำชาให้แก่มารดาของตน เนื่องจากเห็นว่าอากาศเย็นนักเกรงว่านางจะไม่สบาย
"ขอบใจหลินเอ๋อร์ขอ.... ว๊าย!!!"
"กรี๊ด!!!"
เอี๊ยดดดดดดแอ๊ดดดดดด
รถม้าคันงามกระตุกจอดอย่างกระทันหันจนสตรีทั้งสองด้านในกรีดร้องออกมาด้วยความใน้ำชาในมือที่หกเลอะเทอะกำลังลวกผิวไม่ได้ทำให้รู้สึกแสบเลยแม้แต่น้อย
"เกิดอันใดขึ้นอาห่าว" ฮูหยินหลี่ไถ่ถามพ่อบ้านของจวน ด้วยความร้อนใจถึงจะอยู่ในแคว้นของตนเองก็เถอะ แต่ตนเองก็เป็ถึงมารดาของท่านแม่ทัพใหญ่ หากมีคนเกิดคิดร้ายขึ้นมาจริงๆ จะป้องกันอย่างไร
"เรียนฮูหยิน มีสตรีที่ใดก็ไม่ทราบนอนตายอยู่ด้านหน้าขอรับ"
สองแม่ลูกประสานสายตากันอย่างรวดเร็วแล้วเร่งลงมาดูสภาพของนางด้านล่าง บรรดาองครักษ์เงาต่างกำดาบในมือเตรียมพร้อมรบเต็มกำลัง
ร่างเล็กบอบบาง หน้าตาซีดเซียว เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยเื ไร้ซึ่งเครื่องประดับมีค่า บนศรีษะมีเพียงปิ่นไม้แท่งยาวเสียบไว้เท่านั้นหาก... ล้างหน้าล้างตาดี ๆ คงจะน่าชมไม่น้อย
"อนิจจา คงจะเป็สาวใช้ของคณะพ่อค้าที่โดนปล้นหลับให้สบายเถิดเด็กดี"
หลี่ฮูหยินพูดพลางสวดมนต์ในใจลูกประคำในมือถูกนับไล่ไปทีละรอบ ทันใดนั้นหลี่หลินเหยาพบเจอความปกติ นั่นน่ะ คิ้วของสตรีนางนั้นขมวดเข้าหากันอยู่ !!!
"ประเดี๋ยวก่อน ข้าขอดูนางซักครู่"เสียงหวานเอ่ยทัดทานพ่อบ้านที่กำลังจะอุ้มนางไปฝัง เส้นชีพจรบนลำคอถูกคลำ เหตุเพราะมันเต้นช้ายิ่งนักหลี่หลินเหยายิ่งหาไม่เจอ
"ท่านแม่เ้าคะ นางยังมีชีวิตอยู่ แต่ชีพจรอ่อนจนแทบจะไม่เต้นเลยเ้าค่ะ"
ด้วยความเมตตาและจิตใจดีเป็ทุนเดิม หลี่ฮูหยินจึงยกขบวนหันหัวรถม้ากลับจวนอย่างเร่งด่วนเพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ นั่นไว้....
"เดินทางปลอดภัยนะลูกรัก แม่กับน้องจะรอเ้าที่จวนของเรา"
"ขอรับท่านแม่"
"พี่ใหญ่รีบ ๆ กลับมานะเ้าคะหลินเอ๋อร์จะรอพี่ใหญ่มาปักปิ่นให้เ้าค่ะ"
"พี่ไปเพียง 3 เดือนเท่านั้นกว่าเ้าจะปักปิ่นอีกตั้งครึ่งปี"
และถ้อยคำร่ำลาอีกมากมายก่ายกองจากหญิงทั้งสองที่แม่ทัพใหญ่ทั้งรักทั้งเกรงใจพรั่งพรูออกมาไม่หยุด เกือบ 2เค่อนั่นแหละ จนได้ฤกษ์เคลื่อนพลจึงสบายหูขึ้นมาหน่อย....
ยามอยู่กับครอบครัวเขาก็เป็เพียงเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่ง แต่ยามอยู่ในสนามรบ ใครเลยจะรู้ว่าเขาเป็ดั่งพญามัจจุราชบิดาผู้ล่วงลับดุร้ายเพียงใด คนคนนี้ดุร้ายยิ่งกว่าตวัดดาบหนึ่งครั้งสังหารฝ่ายตรงข้ามได้ถึงสาม
เทพแห่งความตายนั่นแหละสามัญญานามของเขา หลี่หยางเฉิง
กองกำลังของบุตรชายลับสายตาไปแล้วหญิงทั้งสองก็ประคองกันมาที่เรือนด้านหลัง
ใช่แล้วแม่ทัพใหญ่หลี่ไม่รู้ว่ามารดาพาสตรีลึกลับมาอยู่ในจวน ขืนรู้เข้านางได้ตายจากโลกนี้ไปจริง ๆ ั้แ่จิบชาแรกแน่
"คนป่วยเป็อย่างไรบ้าง"
"เรียนฮูหยิน บากแผลฉกรรจ์ยิ่งนักเ้าค่ะ แต่ข้าน้อยหยุดเืไว้ได้แล้วหลังจากนี้นางอาจจะไข้ขึ้นนะเ้าคะ อาจจะต้องหาคนคอยดูแลนางเ้าค่ะส่วนจะฟื้นหรือไม่ แล้วแต่บุญแต่กรรมเ้าค่ะ"หมอหญิงกล่าวตอบนางด้วยความนอบน้อมแล้วจึงเดินร่นถอยหลังออกไป
หลี่หลินเหยาค่อยๆ เดินไปสำรวจร่างเล็กบนเตียงนอนทันที แต่กลับพบความประหลาดใจมากกว่านั้น
"นี่มัน!!! ท่านแม่ นางงามยิ่งนักเ้าค่ะ"
เมื่อลูกสาวตัวน้อยเอ่ยเช่นนั้นมีหรือที่นางจะไม่ใส่ใจ
และใช่เป็อย่างนั้น...
ใบหน้าซีดขาวตรงหน้ามองเพียงเท่านี้ยังรู้ว่างาม งามเหนือสตรีใดบนแคว้น แพขนตางามงอน ปากจิ้มลิ้มจมูกโด่งรั้น
"หรือว่า พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จะทำให้ข้าได้ลูกสะใภ้!!!"
ไม่รู้ว่าคนที่ชีวิตกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาลคือตะกูลหลี่ หรือหญิงปริศนานางนี้กันแน่....
----
ฝากกดติดตามด้วยนะฮ้าบ