บทที่ 18
แผนการเพิ่มแต้มความดี
เสียงทอดถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้น “ เฮ้อ.. ”
ซูฉีนั่งกอดอกอยู่กลางบ้านแววตาครุ่นคิดบางอย่างอยู่ในใจ ลี่ถังที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานบ้านอยู่หันมองคุณหนูของตน
เมื่อหันมองไปพบเห็นคุณหนูกำลังถอดถอนหายใจเฮือกใหญ่ ราวกับว่ากำลังมีบางอย่างคิดอยู่ในใจ
“ คุณหนูเป็อันใดอย่างงั้นหรือเ้าคะ หรือว่ากำลังคิดเื่ของท่านแม่ทัพหวงอยู่ ”
ซูฉีส่ายหน้าไปมาตอบปฏิเสธ
เมื่อเห็นว่าไม่ใช่ลี่ถังมาต่อ “ ถ้าแบบนั้นเื่บ้านที่อยู่อาศัยของพวกเราอย่างงั้นหรือเ้าคะ แต่ว่าท่านช่างไม้ที่ไปติดต่อก็บอกว่าจะมาซ่อมแซมให้ในวันพรุ่งนี้ ”
“ ไม่น่าจะใช่เื่นี้ ถ้าแบบนั้นคุณหนูกำลังคิดหนักเื่อันใดอยู่อย่างนั้นหรือ? ” นางสงสัยคุณหนูของตนกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
ในตอนนี้แววตาและใบหน้าของคุณหนูของนางกำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่ในใจ ราวกับว่ามันเป็เื่สำคัญ
เมื่อตอบปฏิเสธว่าไม่ใช่เื่ของแม่ทัพหวงแล้วจะเป็เื่ของผู้ใด นับวันคุณหนูของนางยิ่งมีความคิดแปลกประหลาดมากขึ้นไปอีก
โดยเฉพาะบังความคิดนางไม่สามารถคาดเดาและก็หยั่งถึง
กล่าวถึงความคิดที่อยู่ภายในหัวของซูฉีในตอนนี้ นางกำลังขบคิดเกี่ยวกับเื่สำคัญ
‘ ในตอนนี้แต้มความดีไม่พอเลย มันเป็เื่ที่เป็ปัญหาเป็อย่างมาก ถ้าไม่มีแต้มความดีก็ไม่สามารถใช้ระบบแลกเปลี่ยนเป็พลังิญญาได้ และในตอนนี้จำนวนการ้าของสุราที่หมักด้วยพลังิญญาก็มากขึ้นเรื่อยเรื่อย ’
‘ เอาอย่างไรดีซูฉี!! คิดสิๆ ’
เื่ที่กำลังอยู่ภายในใจของซูฉีในตอนนี้เกี่ยวกับเื่พลังิญญาของตน
นางจำเป็จะต้องใช้แต้มความดีมาแลกเปลี่ยนกลายเป็พลังิญญา และในตอนนี้แต้มความดีที่มีอยู่ก็ขาดแคนเป็อย่างมาก
เพราะว่าการหมักสุรามันมีความ้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สุราในตอนนี้ที่ขายอยู่ภายในโรงสุราเป็ที่้าของผู้คนจำนวนมาก
มันเลยทำให้นางจำเป็แต่ต้องใช้พลังิญญามากขึ้นเรื่อยๆ และในตอนนี้เื่ที่คิดอยู่ภายในหัวก็คือจะทำอย่างไรถึงเก็บเกี่ยวแต้มความดีมาแลกเปลี่ยนกลายเป็พลังิญญาได้ในจำนวนมากๆ
สำหรับนางแล้วการทำหลายหลายอย่างมันไม่ใช่เื่ที่ง่ายดายนัก โดยเฉพาะการแสดงความดีอย่างออกนอกหน้า
ถ้าแสดงเจตนาชัดเจนเกินไปผู้คนจะระวังมากกว่า เพราะเมืองแห่งนี้มีผู้คนหยาบช้าอยู่มากมาย บางคนก็เกรงกลัวว่าการทำดีมันคือการหวังผลบางอย่างตอบแทน
‘ การช่วยเหลือคนภายในเมืองก็สามารถทำได้ แต่ว่าบางคนก็ไม่้าความช่วยเหลือแล้วจะทำอย่างไรซึ่งสามารถช่วยเหลือทุกคนได้ ’
นางใช้เวลาคิดมาสักพักใหญ่ใหญ่แล้วแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบ
หนึ่งวันผ่านไป สองวันผ่านไป สามวันผ่านไป สามวันแล้วนางก็ยังไม่ได้คำตอบ ซูฉีใช้สมองตัวเองจนจะะเิออกจากหัวแล้ว
“ โอ๊ย!!!! คิดไม่ออก ” หญิงสาววัยแรกรุ่นที่นั่งอยู่ในห้องบัญชีเอนหลังของตนไปพิงกับเก้าอี้ ใช้มือสองข้างยกขึ้นมากุมขมับ
ซูฉีนางกำลังจะเป็บ้า แต้มความดีไม่ใช่ว่าทุกคนจะ้าความช่วยเหลือ และถ้ามีคนที่ไม่้าความช่วยเหลือนางก็ไม่สามารถสร้างแต้มความดีได้
“ แต้มความดีเหลือเพียงแค่ไม่เท่าไหร่แล้ว ก่อนหน้านี้เก็บเกี่ยวมาประมาณนึงใช้ไปจนเกือบจะหมดเหลืออยู่เพียงแค่ห้าแต้ม ”
“ เฮ้อ~ ถ้ามันหมดแล้วก็ ก็จะไม่สามารถสร้างสุราได้ ” ซูฉีพึมพำ
นางกำลังจะถึงทางตัน เพราะไม่สามารถหาทางออกได้
“ เป็อันใดขอรับเ้า? ”
เสียงอันคุ้มเคยดังขึ้น ซูฉีหันไปมองตามต้นเสียงที่ดังขึ้นมา บริเวณด้านหน้าประตู พบเห็นนายหญิงจื่อยืนอยู่ด้านหน้ากำลังใช้แววตาที่สงสัยมองมาที่นาง
จื่อหรานเข้ามาั้แ่แรกพบเห็นซูฉีกำลังโวยวายแสดงท่าทางประหลาด ได้แต่ยืนมองอยู่อย่างเงียบๆกำลังวิเคราะห์ว่าซูฉีกำลังคิดอะไรอยู่หรือว่ากำลังทำอะไรอยู่
ซูฉีตื่นตระหนกเล็กน้อย นางทำท่าทางไม่ถูกหันใบหน้าไปซ้ายขวา ก่อนที่จะกระแอมหนึ่งครั้งตั้งสติและหันเผชิญหน้านายหญิงจื่อ
“ ท่านมาั้แ่เมื่อไหร่หรือเ้าคะ? ” นางปั้นหน้ายิ้มแล้วก็ถามกลับไป ในใจหวังเพียงว่านางคงจะไม่ได้ยินสิ่งที่ตนพูด
บางครั้งนายหญิงของซูฉีผู้นี้ก็มีตัวตนเลือนลางเกินไป อาจจะเป็เพราะว่าอีกฝ่ายมีท่าทางเงียบขรึมไม่ค่อยจะเปิดปากสนทนา มักจะเดินไปไหนมาไหนโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง
บางครั้งนางจึงปรากฏกายโดยตัวของพูดยืนอยู่ตรงนั้นไม่ล่วงรู้เลยด้วยซ้ำ เรียกได้ว่านางมีตัวตนเลือนลางเป็อย่างมาก
“ มาั้แ่แรกเห็นเ้ากำลังโวยวายท่าทางบางอย่างอยู่… ”
ซูฉีได้แต่ยิ้มกลบเกลื่อน “ งั้นหรือเ้าคะ ”
“ แล้วตัวของเ้ากำลังทำอะไรอยู่? ” จื่อหรานเอียงคอมองถามซูฉี
ซูฉีกลั้นใจแล้วก็ตอบกลับไป “ คือว่าข้ากำลังคิดอยู่เ้าข่าวว่าจะทำอย่างไรให้ช่วยเมืองแห่งนี้ได้”
“ เห็นผู้คนภายในเมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยความยากลำบากเลยคิดว่าจะมีหนทางไหนที่ทำให้พวกเขานั้นสบายขึ้นบ้าง ” ซูฉีตอบกลับ
“ ช่วยคนภายในเมืองอย่างนั้นเหรอ? ด้วยกำลังของเ้าในตอนนี้จะสามารถช่วยคนในเมืองได้อย่างไร ”
“ เมืองแห่งนี้เป็เมืองที่แห้งแล้งเ้าน่าจะรู้ดีที่สุดว่า พื้นที่ที่มีาเต็มไปด้วยความอดอยาก ผู้คนส่วนใหญ่ภายในเมืองแห่งนี้ประมาณเจ็ดส่วนล้วนแล้วเป็คนยากจน ”
“ เพราะแบบนั้นด้วยกำลังของคนตัวเล็กๆอย่างเ้าคิดว่าจะสามารถช่วยผู้คนภายในเมืองแห่งนี้ได้อย่างนั้นหรือ? ” จื่อหรานพูดตามความจริง
ไม่สามารถปฏิเสธได้เมืองที่เต็มไปด้วยาอย่างไม่หยุดไม่หย่อน มันเลยทำให้เมืองแห่งนี้ไม่มีการเจริญและก้าวหน้า
ทั้งทรัพยากรที่ต้องใช้ในการจุนเจือผู้คน ทั้งพื้นที่ที่เสียหายจากา ทั้งผืนดินที่แห้งแล้งและไม่สามารถปลูกพืชผลได้ ปัญหาทุกอย่างล้วนแล้วมีผลพวงมาจากาทั้งสิ้น
ลำพังคนหนุ่มสาวผู้หนึ่งอย่างซูฉีมีกำลังเพียงหยิบมือเดียวจะสามารถช่วยอะไรภายในเมืองแห่งนี้ได้
ที่นายหญิงจื่อพูดออกมาไม่ผิดเลยแม้แต่คำเดียว ซูฉีได้แต่ก้มหน้ายอมรับความจริงนางคงจะไม่สามารถหาแต้มความดีจำนวนมากได้
“ แต่ว่า… ” นายหญิงจื่อยังพูดไม่จบ
ซูฉีเงยหน้าขึ้นใช้ดวงตามองตรงไปที่นายหญิงจื่อมองดูนางที่กำลังจะอธิบายบางอย่าง
“ เ้ารู้หรือไม่ว่าเมืองแห่งนี้เป็เมืองที่แห้งแล้ง สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเหล่าผู้คนคืออะไร ”
“ สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างงั้นหรือเ้าคะ? ” ซูฉีครุ่นคิดบางอย่างในคำถามที่อีกฝ่ายให้มา
คิดอยู่สักพักจึงปรากฏความคิดขึ้นมา ใบหน้ากระจ่างแววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยคำตอบ “ น้ำ!!! ”
ซูฉีหาตัวหมากตัวสุดท้ายที่ตนเองกำลังตามหาเจอ เมืองแห่งนี้สิ่งที่มีค่าเป็อย่างมากคือน้ำ และก็พื้นดินที่แห้งแล้งจะสามารถเพาะปลูกได้
“ ต้องหาน้ำให้คนภายในเมือง… ” ซูฉีแววตาและใบหน้าดูเหมือนปรากฏความคิดบางอย่าง นางก้มหน้าของตนครุ่นคิดเกี่ยวกับแผนขั้นพวกนั้นภายในใจ
“ รู้แล้ว!!!! บางทีวิธีนี้อาจจะใช้ได้ ”
“ ขอบคุณมากเ้าค่ะนายหญิง!!! ” ซูฉีเงยหน้าขึ้นจะขอบคุณนายหญิงของตนที่ชี้แนะ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบเห็นว่านางไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว
เมื่อมองเห็นว่านางหายไปอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียงซูฉีได้แต่พึมพำกับตน “ เป็คนที่แปลกจริงๆ… ”
จบบท