
--ปัจจุบัน--
ณ ห้องประชุม
เอิร์ลเอลลิส แอมเมอร์รี่(เมืองมิลาด้า): “น่าสงสารจังสาวน้อย”
เอิร์ลอีธาน กัส(เมืองโบการ์ด) : “แล้วเื่ราวของท่านละ...เอิร์ลครูส...เป็เช่นไร”
“ของข้างั้นหรอ...ก็คล้ายกับเอิร์ลโอซามุนี่แหละ...แต่ว่านั้นไม่ใช่ประเด็นประเด็นก็คือข้าจับคนที่รอบเข้าเมืองได้”
เอิร์ลจอห์น ฮัดสัน(เมืองแกนนอน):“จับได้งั้นหรอ...”
เอิร์ลอีธาน กัส(เมืองโบการ์ด) : “ที่ว่าจับได้นี่...จับเป็ๆงั้นหรอ?”
“อ่า...ฟินน์ไปเจอหมอนั่นในตัวเมืองน่ะ...เ้าหมอนั่นพยายามหนีหลังเข้าบุกห้องของลูกสาวข้าและมุ่งหน้าเข้าไปในตัวเมืองเพื่อจะได้เนียนกับผู้คน...แต่ว่าฟินน์มีความสา...”
“ท่านครับ...”
ฟินน์แทรกขึ้นมาในระหว่างที่เอิร์ลครูสกำลังจะพูดถึงความสามารถของเขาเพราะฟินน์ไม่้าให้ใครรู้ความสามารถของเขาเพื่อป้องกันการเสียเปรียบ
เอิร์ลโอซามุ(เมืองอิซูมิ): “ว่าแต่รูปลักษณ์ของเ้านั่นเป็อย่างไรงั้นหรอ?”
“ข้าว่าท่านไปดูเองดีกว่า”
กษัคริย์เดอร์ริค แอรอน: “หือ...เ้าพามาที่นี่งั้นหรอ?”
“ครับ เผื่อท่าน้าสอบปากคำมัน”
เอิร์ลอาแจ๊ก ริกเกอร์(เมืองฟินิกซ์) : “พาศัตรูเข้าเมืองหลวงนี่นะฉันว่ามันอันตรายนะ”
เอิร์ลเอลลิส เมอร์รี่(เมืองมิลาด้า) : “หึ...ท่านนี่ขี้กังวลเช่นเคยนะ”
“ฉันแค่รู้สึกว่าอากาศมันชวนขนลุกน่ะ”
เอิร์ลจอห์น ฮัดสัน(เมืองแกนนอน): “อย่ากงวัลไปเลยเอิร์ลริกเกอร์เราก็อยู่กันครับเ้านั่นทำอะไรไม่ได้หรอก”
กษัตริย์เดอร์ริค แอรอนลุกจากเก้าอี้และพูดกล่าวทุกคน
“งั้นเราไปเยี่ยมเ้านักโทษนั่นกัน”
ระหว่างที่เอิร์ลและเหล่าผู้ติดตามทั้งหลาย(ไปหมดยกเว้นคาร์สันแอดดิสันดยุกหรือมือขวาของกษัตริย์ที่ยังคงอยู่ที่ปราสาท)กำลังเดินออกไปที่ลานกว้างข้างๆปราสาทก็ได้เห็นเคนคาชิยะยืนพิงกำแพงอยู่หน้าปราสาทเคนที่เห็นเหล่าเอิร์ลและกษัตริย์กำลังเดินมาก็ได้ยืนตรงและโค้งคำนับกษัตริย์เดอร์ริคหยุดอยู่ตรงหน้าเคนเหล่าเอิร์ลและทหารเห็นกษัตริย์หยุดจึงได้หยุดตาม
“กษัตริย์แอรอน...ท่านเอิร์ลทั้งหลาย”
“ข้าเสียใจด้วยนะเื่ลูกสาวเ้า”
“ขอบคุณครับท่านแอรอน”
“ข้าสัญญาข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยลูกสาวเ้า”
“ครับ”
บารอนเมโกะ คาชิยะ(พี่สาวเคน): “เ้าก็ไปด้วยกันสิ”
“ไปไหนหรอครับ?”
อัลฟี่ บรู๊ค(บารอนเมืองหลวงโอลิเวอร์): “พวกเราจะไปดูผู้ที่รอบทำร้ายลูกสาวเอิร์ลทาดิโอ้น่ะ”
“ห่ะ...งั้นหรอครับ...งั้นข้าขอไปด้วยคน”
ณลานกว้างข้างปราสาทที่เต็มไปด้วยทหารที่เฝ้านักโทษอยู่และมีกลุ่มคนใส่ฮู้ดสีแดงยืนรอบนักโทษที่นอนหมดสติอยู่รอบๆกลุ่มคนใส่ฮู้ดมีวงเวทเรืองแสงอยู่รอบตัวพวกเขา นั้นคือเวทย์คลุมขังขั้นสูงคนยิ่งเยอะยิ่งมีประสิทธิภาพในกันคลุมขังสูง ร่ายเวทย์โดยการยืนล้อมรอบเป้าหมายและชูมือหนึ่งข้างไว้ที่อกพร้อมพูดว่า “มันนัสธูลีลัส” จะปรากฏวงเวทย์ที่เท้าและรอบตัวเป้าหมายจะเป็กำแพงอากาศ แต่ทว่าต้องยืนอยู่กับจะได้มีสมาธิเพราะต้องทำให้พลังเวทย์เป็หนึ่งเดียวกันไม่เช่นนั้นเวทย์คลุมขังจะไม่สมบูรณ์.
ทุกคนได้เดินมาถึงลานกว้าง
กษัตริย์เดอร์ริค: “คุ้มกันแน่นเชียวนะ”
เอิร์ลครูช ทาดิโอ้(เมืองแอชรี่ย์): “พวกแบบนี้เล่ห์เหลี่ยมมันเยอะ เยอะไว้จะดีกว่าครับ”
กลุ่มฮู้ดแดงได้ยืนล้อมนักโทษอยู่ทำให้มองไม่เห็นนักโทษ
กษัตริย์เดอร์ริค: “พวกเ้าพอแล้วเดี๋ยวพวกข้าจัดการต่อเอง”
ชายฮู้ดดำคนหนึ่ง: “แต่ว่า...”
เอิร์ลครูช ทาดิโอ้(เมืองแอชรี่ย์): “ทำตามที่กษัตริย์สั่งซะ”
“ครับ”
กลุ่มฮู้ดแดงที่มีทั้งชายและหญิงก็ได้หยุดร่ายเวทย์คลุมขังลงพร้อมลีกทางให้พวกของกษัตริย์ที่อยู่ตรงหน้าคือ ชายอ้วนท้วมหัวโล้นวัยกลางคนสวมฮู้ดดำขาดๆร่างกายมีาแจากการต่อสู้ทั่วร่างกายที่กำลังนอนหมดสติอยู่
เคน คาชิยะเห็นชายคนนั้นพร้อมมองด้วยสายตาโกรธแค้นและกำมัดแน่น
กษัตริย์เดอร์ริคที่อยู่ข้างหน้าสุดได้พูดกับเคนที่ยืนอยู่ด้านหลังสุดด้วยน้ำเสียงปกติ
“ใจเย็นเคนเ้านี่ยังมีประโยชน์อยู่”
เอิร์ลอาแจ็กซ์ที่ยืนอยู่ข้างๆเคนยื่นมือมาแตะไหล่เคนเบาๆด้วยความเขาใจเคนจึงหันไปมองเอิร์ลอาแจ๊กซ์และพยักหน้าให้พร้อมหันกลับมาและตอบกษัตริย์เดอร์ริคด้วยเสียงเศร้าๆเบาๆ
“ครับ...”
กษัตริย์เดอร์ริคเดินไปใกล้ๆชายคนนั้นและนั่งยองๆลงตรงหน้าและนำมือไปจับเืที่อยู่ข้างชายคนนั้น
“ตื่น”
สิ้นสุดเสียงของกษัตริย์เดอร์ริค ชายคนนั้นก็สดุ้งตื่นขึ้นและหงายหน้ามองกษัตริย์ด้วยสภาพที่ไร้เรียวแรง
เอิร์ลอีธาน แอนสัน(เมืองโบการ์ด) : “เล่นแรงจังเลยนะ เอิร์ลทาดิโอ้”
“ข้าไว้ชีวิตมันก็ถือว่ามากพอแล้ว”
“ช่ว..ว..ย..ข้าด้...ว..ย”
นักโทษชายที่นอนพร้อมเงยหน้ามองอยู่นั้นพยายามยื่นมือมาจับที่ขาของกษัตริย์เดอร์ริคแต่ก็ไม่มีแรงยื่นมาถึงและมือก็ร่วงลงที่พื้น เขาหายใจช้าๆเหมือนคนใกล้ตาย. กษัตริย์เดอร์ริคลุกขึ้น
“นั่งคุกเข่า”
ชายคนนั้นอยู่ๆก็นั่งคุกเข่าตามที่กษัตริย์เดอร์ริคบอกแต่ร่างกายของเขายังไม่พร้อมทำให้อยู่ในท่านั่งคุกเข่าที่ไร้เรี่ยวแรงและเหมือนเขากำลังจะตายลงตาของเขาค่อยๆหลับลงร่างกายของเขากำลังจะล่วงลงที่พื่นในระหว่างนั้น
“ห้ามตาย.....ลืมตาซะ”
อยู่ๆชายคนนั้นก็ตื่นลืมตาและกลับมานั่งท่าคุกเข่าอีกครั้ง กษตริย์เดอร์ริคได้เหลือบมองชายคนนั้นที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าที่ขึมและเ็าพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงช้าๆเ็า
“ทำตัวให้แข็งแรงซะ ถ้าข้าไม่สั่งให้ตาย....ก็ห้ามตาย”
ชายคนนั้นพยักหน้าช้าๆ
“เอาหล่ะ...เ้าชื่ออะไร”
“ฟินน์ แฟรงเกอร์”
เอิร์ลครูช ทาดิโอ้: “ฟินน์ เป็เ้าเองหรอเนี่ย(ทำหน้ากวนๆ)”
ฟินน์ อีเมอร์สัน: “ขำตายแหละครับ(สีหน้านิ่ง)”
“เ้าไปที่เมืองแอชรีย์มาใช่หรือไม่”
“ใช่”
“เ้าไปที่เมืองอิซูมิมาใช่หรือไม่”
“ไม่”
เคนพูดสวนขึ้นมาทันที
“ห่ะ...ไงนะ ไม่ใช่แกแล้วเป็ใคร!”
“พรรคพวกของเ้าไปที่เมืองอิซูมิใช่หรอไม่”
“ใช่”
ฟินน์อีเมอร์สันจ้องมองชายคนั้นด้วยดวงตาสีน้ำตาลเรืองแสงได้เมื่อใช้มัน เป็ดวงตาวิเศษที่มองเห็นด้านมืดหรือด้านสว่างของคนได้รวมถึงด้านเวทย์ด้วย น้อยคนนักที่จะรู้
“ใครเป็คนส่งเ้ามา”
“อ...”
“เดี๋ยวก่อนฝ่าา”
“หึ...หยุดพูด!”
อยู่ๆฟินน์ก็ะโขึ้นมา
“มีบางอย่าง...ด้านมืด ตอนที่ท่านถามเกี่ยวกับคนที่ส่งมา ควันดำในร่างกายเ้านี่ก็ขยายชัดขึ้นตอนที่ท่านบอกให้หยุดพูดควันดำนั้นก็หายไป”
เอิร์ลครูช: “(คิดในใจ)และเ้าก็บอกไม่ให้ข้าพูดความสามารถของเ้าแต่เ้าดันโชว์ซะเองเนี่ยนะ”
“หึ...งี้นี่เอง”
เอิร์ลโอซามุ: “เหมือนเ้านั้นจะรอบคอบอยู่นะ”
เอิร์ลอีธาน กัส(เมืองโบการ์ด): “ใช้เวทย์คำต้องห้าม ป้องกันเพื่อไม่ให้พวกพ้องพูดชื่อของตัวเองออกมางั้นหรอไม่ไว้ใจแม้กระทั่งพวกพวกตัวเองหรอเนี่ย”
เอิร์ลเอลลิส แอมเมอร์รี่(เมืองมิลาด้า): “เ้านั่นก็คงไม่คิดว่าเ้าพวกนี้เป็พวกพ้องหรอก คงใช้แล้วทิ้งมากกว่า”
เอิร์ลจอห์น ฮัดสัน(เมืองแกนนอน): “เอาไงดีหล่ะทีนี้”
“เขียนซะ...เขียนชื่อคนที่ส่งเ้ามา”
อัลฟี่ บรู๊ค(บารอนเมืองโอลิเวอร์): “ทหาร...ไปเอากระดาษมา”
“ไม่ต้อง…จงใช้เืของเ้าเขียนลงที่ก้อนหินนั้นซะ”
เอิร์ลเอลลิส: “ยังโหดไม่เปลี่ยนสินะกษัตริย์ของข้า((คิดในใจ))”
เหล่าทหารบริเวณนั้นอึ้งกับความโหดของกษัตริย์แต่ต่างกับเหล่าเอิร์ลที่บางคนก็หน้านิ่งเพราะชินหรือบางคนยิ้มเพราะชอบด้วยซ้ำนักโทษได้เริ่มเขียนตัวอักษรทีละตัว แ...อแอ...
ฟินน์ที่จ้องหน้านักโทษอยู่ทำตาโตขึ้นมา
“ทุกคนถอยออกมาๆ!!!”
“ห้ามะเิ!!”
กษัตริย์เดอร์ริคสั่งร่างกายนักโทษห้ามะเิตัวเองแต่ทว่าร่างกายนั้นไม่ได้ะเิตั้งแรกอยู่แล้วแต่กายเป็ตั้นพุ่งออกมาจากร่างกายของนักโทษคนนั้นทำให้ร่างกายฉีกขนาดและตั้นไม้ก็ได้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆกษัตริย์และเหล่าพวกเอิร์ลได้ะโถอยออกมาอยู่ตรงทหารนักรบบริเวณใกล้ๆกำแพงปราสาทต้นไม้ใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆจนใกล้จะถึงกำแพงปราสาทที่มีกษัตริย์อยู่ด้านหน้าสุดกษัตริย์พร้อมจะใช้แรงทุกส่วนเพื่อหยุดตั้นไม้นั้นแต่สุดท้ายต้นไม้นั้นก็ได้หยุดเอง.
ทุกคนต่างใกับเื่ที่เกิดขึ้น
วิกตอเรีย เมเบล(มาร์ควิสเมืองมิลาด้า):“มันหยุดแล้ว?”
เอิร์ลโอซามุ: “ไม่ใช่...มันกำลังจะเริ่มต่างหาก...”
“อ๊างงงงงงงง”
เสียงคำรวมของต้นไม้ชีวิตดังกึ่งก้องทั่วเมืองเหล่าขุนนางที่เห็นตางวิ่งแตกตื่นเหล่าลูกๆของกษัตริย์แอรอนที่อยู่ในปราสาทเห็น จึงหวังจะออกมาช่วย
อัลเจอร์ แอรอน: “เกิดอะไรขึ้น”
ลูกชายคนโตอายุ25ปี ตัวสูงผมทองวิ่งไปส่องที่หน้าต่างและได้เห็นต้นไม้ต้นใหญ่เท่าปราสาท
“นะ..นั้นมันอะไรกัน”
“ท่านพี่เกิดอะไรขึ้นหรอคะ!”
น้องสาวผมยาวทองอายุ22ปีวิ่งมาหาพี่ที่ห้องเพราะห้องของอัลเจอร์ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุดอัลเจอร์ที่มองหน้าต่างอยู่หันไปหาโอเรียนน่าแล้ววิ่งไปหา
“โอเรียนน่า! พาแม่และอีวานไปยังห้องใต้ดิน!”
“แล้วท่านพี่ล่ะ ท่านพี่ก็ต้องไปด้วยสิ”
“พี่จะไปช่วยท่านพ่อ...มันคือหน้าที่ของพี่...มันคือหน้าที่ของนักรบ”
“ท่านพี่รีบกลับมานะ พาท่านพ่อกลับมาด้วย!”
“อือ...เชื่อใจพี่ได้เลย”
โอเรียนน่าวิ่งลงบรรไดไปตามแม่และอีวานซึ่งเป็เป็น้องเล็กสุด ส่วนทางอัลเจอร์ได้สวมชุดรบของเขาพร้อมดาบประจำกายและวิ่งขึ้นไปดาดฟ้าของปราสาท
โอเรียนน่าวิ่งตามหาแม่ที่ชั้น2ระหว่างที่วิ่งหาแม่ของเขาก็วิ่งหาเขาเช่นกัน
“ท่านแม่!!”
“โอเรียนน่า!! เป็อะไรรึป่าวลูก”
“ไม่ค่ะ”
“แล้วคนอื่นๆหล่ะ”
“ท่านพี่ไปช่วยท่านพ่อค่ะ...ท่านแม่...มันเกิดอะไรขึ้นหรอค่ะ”
“ไม่มีอะไรหรอกลูกแค่มีความมืดดวงเล็กๆหลงเข้ามาในแสงสว่างหน่ะ...เดี๋ยวท่านพ่อแล้วก็พี่ของลูกรวมถึงเหล่าเอิร์ลจะไล่มันออกไปให้...ไม่ต้องกลัวนะ”
“ค่ะท่านแม่”
“ว่าแต่อีวานหล่ะ”
“หนูคิดว่าอยู่กับท่านแม่ซะอีก”
“ไปตามหากันแถอะ...เราต้องไปหลบที่ห้องใต้ดิน”
“ตึกๆๆ”
ทหารยาม: “ราชินีแอนเจลีก้า!! องหญิงโอเรียนน่า!!..ปลอดภัยสินะครับ”
“อือ...มีใครเห็นอีวานลูกชายข้าบ้าง”
“เอ่อ...เห็นไหม”
“ไม่เห็นนะ”
“ไม่”
“ไม่ๆ”
คนรับใช้:“ครั้งล่าสุดที่ข้าเห็นอยู่ในห้องนะคะ”
“หนูไปดูแล้วค่ะไม่เจอ”
“โอเรียนน่าลูกไปกับพวกเค้านะ...แม่จะไปตามหาอีวาน”
“ไม่เอาค่ะ!!...ไปก็ต้องไปด้วยกันค่ะ...หนูจะไม่ไปโดยไม่มีแม่หรอกค่ะ…อีวานหน่ะไม่เป็อะไรง่ายๆหรอกค่ะ อีวานน่ะเก่งพอๆกับท่านพี่เลยนะ”
“แต่ว่า...”
“พวกเ้า4คน(ทหาร)รวมถึงพวกเ้าด้วย(คนรับใช้)!!พาราชินีกับองค์หญิงไปที่ปลอดภัย...พวกข้าที่เหลือจะไปตามเ้าชายเองครับ”
“ฝากด้วยนะ”
แอนเจลีก้านำมือทั้ง2ข้างวางที่กลางอกและหลับตาอวยพรให้กับทหารที่ไปตามหาอีวาน
“ขอให้เทพทุกองค์สถิตอยู่กับพวกท่านและนำพาความโชคดีความปลอดภัยมาแก่พวกท่าน พวกท่านทั้งหลายของให้ปลอดภัย”
เหล่าทหารทุกคนวางมือไว้ที่อกข้างนึงและก้มหน้าลงเพื่อรับพรจากราชินี
“ครับ”
ณ ห้องก่อนถึงดาดฟ้าของปราสาท
“ห่ะ...เกิดอะไรขึ้น”
อีวานชายอายุ18ปี ตัวสูงใหญ่กล้ามผมดีทองได้หลับอยู่ห้องก่อนถึงดาดฟ้าและตื่นขึ้นเพราะเสียงคำรามของต้นไม้ชีวิตอีวานได้ค่อยๆลุกขึ้นเดินไปส่องหน้าต่างดู
“ห่ะ!!...ตะ...ตัวอะไรหน่ะ”
“ตึกๆๆ”(เสียงวิ่ง)
อัลเจอร์ที่กำลังวิ่งขึ้นมาดาดฟ้าและก็ได้เห็นอีวานที่กำลังยืนส่องหน้าต่างอยู่
“เอ๋...อีวาน!!”
“ท่านพี่!!”
“ทำไมนายมาอยู่ที่นี่ได้!!”
“เอ่อ..”
อัลเจอร์หันไปเห็นถังเหล้าที่ล้มอยู่ที่พื้น
“นี่...นี่นายแอบกินเหล้างั้นหรอ!!”
“เอาน่าทันพี่อย่าบอกท่านแม่นะ...นะๆๆๆ”
“ลงไปหาท่านแม่ที่ชั้นใต้ดินแล้วก็ห้ามออกมาจนกว่าเสียงจะเงียบ”
“เอ่ออ..อ่า..ว่าแต่เกิดอะไรขึ้น...ต้นไม้นั้น..คืออะไรน่ะ...มีคนบุกเมืองหรอ!!”
“ฉันยังไม่รู้ฉันต้องขึ้นไปดูให้แน่ใจก่อน....เหมือนกับ...”
“เหมือนกับอะไรงั้นหรอ?”
“ต้นไม้ชีวิตน่ะ”
“ต้นไม้ชีวิต?”
“ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาถาม ฉันต้องรีบไปช่วยท่านพ่อแล้ว!!”
“ช่วยท่านพ่อหรอ..งั้นฉันขอ...”
“นาย...ต้องลงไปอยู่กับท่านแม่และท่านพี่ของนายเข้าใจไหม”
“ค้าบ...เข้าใจแล้ว”
“ฝากดูแลท่านแม่แล้วก็โอเรียนน่าด้วย”(พร้อมจับไหล่ทั้ง2ข้าง)
“อ่าๆ..เข้าใจแล้ว”
อัลเจอร์ปีนขึ้นบันไดได้ครึ่งนึงและหันมาพูด
“หึ...ต้องงี้สิถึงเหมาะจะเป็น้องชายฉัน”
และปีนขึ้นไปบนดาดฟ้า พลังของต้นไม้ชีวิตทำให้บรรยากาศบนท้องฟ้ามืดครึ่มและลมแรงราวกับพายุเข้าอัลเจอร์เดินไปที่ขอบดาดฟ้าพร้อมชักดาบที่อยู่ข้างกายออกมา
“เอาหล่ะมาดูสิ ว่าแกคือตัวอะไร”.