"ถ้าไปช้ากว่านี้คงได้ยืนรออยู่ด้านหน้านั่นนานเป็แน่ดีที่ข้ารีบตามท่านหานไปไม่เช่นนั้นขาของข้าได้บวมเพราะยืนนานเกินไปเป็แน่เลยเ้าค่ะ"
ป๋ายฮ่าวเยว่ที่กลับถึงบ้านก็พูดถึงแต่อาหารที่นางได้กินเข้าไปว่ามันรสเลิศเพียงไหน ป๋ายเคอได้แต่พยักยอมรับว่ามันอร่อยมากแต่หากต้องไปกินเช่นนั้นทุกวันเขาคงต้องขยันทำงานให้มากกว่านี้แถมยังต้องรับงานสานตระกร้าที่เขาไม่อยากทำอีกแล้วกลับมาทำอีกครา
"ท่านพ่อพรุ่งนี้ท่านไม่ได้จองคิวไว้เช่นนั้นพวกเราควรลงนาไปเก็บพวกหอยออกจากนาดีหรือไม่ขอรับ"
"ดีๆ นั่นเป็สิ่งที่ควรทำ"
ป๋ายเคอรีบตอบป๋ายรุ่ยฉีบุตรชายของตนไป หากพรุ่งนี้ไม่ลงนามีหวังภรรยาอันเป็ที่รักคงชวนเขาไปร้านนั่งกินอย่างแน่นอน ป๋ายฮ่าวเยว่ได้แต่ทำเสียงฮึดฮัดแล้วเดินเข้าบ้านไป ส่วนกลุ่มที่ไปด้วยวันนี้ต่างยิ้มอย่างพอใจถึงอาหารจะแพงไปแต่ว่าหากไปกินหลายคนและช่วยกันออกเช่นวันนี้ก็ใช่ว่าจะแพงเกินไป แถมรสชาติที่ติดลิ้นยิ่งทำให้คนอยากกลับไปกินอีกครั้งเรียกได้ว่าเป็อาหารที่อร่อยและราคาจับต้องได้
"เอาล่ะนี่ก็มืดมากแล้ววันนี้ข้าขอตัวไปอาบน้ำอาบท่าก่อนพรุ่งนี้ยังมีงานแต่เช้า"
"งั้นพวกข้าขอลา"
กลุ่มคนที่ไปด้วยครานี้เมื่อได้ยินว่าพวกเขาจะลงนาไปเก็บหอยเก็บปูจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน
แม่นางน้อยผู้นั้นเป็คนทำอาหารจริงๆหน่ะหรือ ป๋ายรุ่ยฉีที่เตรียมจะเข้านอนก็เห็นภาพแม่นางน้อยหน้าเปื้อนยิ้มมองมาทางเขาจนหัวใจที่แข็งดุจหินผาสั่นไหว
"ที่แท้ข้าก็ชอบแบบนี้สินะ"
ป๋ายรุ่ยฉีอมยิ้มน้อยๆก่อนจะปิดตาลงนอน
'หลี่หลิวเ้ายิ่งโตก็ยิ่งสวยขึ้นทุกวันในเมื่อวันนี้เราแต่งงานกันแล้ว ต่อไปข้าจะดีกับเ้าให้มาก'
สองชายหญิงโอบกอดรักกันแล้วค่อยๆทิ้งตัวลงนอน แสงเทียนพริ้วไหวกระพริบเบาตามแรงลมที่เล็ดลอดเข้ามาในห้องกลิ่นอายความคลื้นเครงและวาบหวิวกระจัดกระจายไปทั่วทั้งห้อง
ก็อกๆๆๆ
เสียงเคาะประตูห้องดังมาเป็พักๆทำให้ผู้ที่ได้ยินสะดุ้งตื่นเข้าอย่างจัง เขาปาดเหงื่อออกจากใบหน้าหล่อเหลาดวงตาคมดั่งเหยี่ยวจ้องมองไปที่ประตูอย่างเอาเื่ เมื่อครู่ข้าเกือบจะ...
"ใคร?"
"ข้าน้อยเองขอรับ"
เว่ยหนิงตอบไป
"มีอันใดถึงได้มาปลุกข้าแต่เช้ามืดเช่นนี้"
"นายน้อยบอกข้าว่าจะไปช่วยแม่นางน้อยทำแปลงผัก จึงบอกให้ข้าน้อยผู้นี้มาปลุกท่านก่อนฟ้าสางขอรับ"
"เ้าไปรอข้างล่างก่อน"
"ขอรับนายน้อย"
สือไท่เปิดผ้าห่มออกแล้วรู้สึกถึงความเปียกโชกจึงสบถออกมาพร้อมกัดฟันดังกรอด!!!
"นี่ข้าฝัน...โถ่เอ่ย ข้ามิน่าเก็บคำพูดของพ่อใหญ่มาใส่ใจจนเก็บไปฝันเป็เื่เป็ราวเช่นนี้เลย"
สือไท่รีบถอดชุดนอนที่เปียกชุ่มออกไป แล้วเอาน้ำในอ่างล้างหน้าล้างตาก่อนจะเช็ดตัวให้สะอาดแล้วเปลี่ยนชุดเป็สีน้ำเงินเข้มที่ไม่ใช่เสื้อผ้าใหม่นัก เขารวบผมมัดตึงแล้วใช้ปิ่นไม้ปักผมที่ม้วนไว้กลางศีรษะอย่างแ่าแลดูทะมัดทะแมงแต่ไม่สามารถซ่อนความหล่อคมคายของเขาไปได้เลย สื่อไท่มองไปที่กองเสื้อผ้าที่เขาพึ่งถอดไว้ในตระกร้าเมื่อครู่อย่างอายๆ ข้าเป็ชายคลั่งรักไปแล้วรึเหตุใดข้าต้องคนึงหาเ้าทั้งยามกินยามนอนเช่นนี้แม้แต่ในฝันยังมีเ้าอยู่ในนั้น หรือจะเป็เช่นที่หนุ่มสาวชอบพูดจากันว่าคนึงหานางทุกวี่วันหากไม่พบเจอเหมือนใจจะขาด ซึ่งเมื่อก่อนข้าสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าข้าแทบอ้วกออกมา ทว่าบัดนี้ข้าได้รู้รสชาติของการคิดถึงใครคนหนึ่งเข้าให้เสียแล้ว
"นั่นเ้าจะแต่งตัวเช่นนั้นไปไหนกัน"
สือหานร้องทักสือไท่จนเขาเดินแทบสะดุดเพราะมัวแต่เดินใจลอย
"ข้าจะไปช่วยหลี่หลิวทำแปลงผักขอรับ"
"เ้าไม่รอกินมื้อเช้าก่อนหรือ"
"ไม่ขอรับข้าจะไปฝากมื้อเช้าที่นาง"
สือหานยกมือชี้นิ้วเขย่าเบาๆอย่ารู้ทัน เด็กนี่มันร้ายเสียจริงนอกจากจะได้กินอาหารแล้วยังได้ใช้เวลากับนางมากขึ้นอีกด้วย
"เอาเถอะเ้าพาเว่ยหนิงไปกับเ้าด้วยล่ะ"
"ขอรับพ่อใหญ่"
"นายท่าน...แล้วข้าน้อยล่ะขอรับ"
จางปิงกุมมือวาง่เอวอย่างนอบน้อม หากเว่ยหนิงได้ไปใยข้าถึงไม่ได้ไปกัน
"วันนี้ข้าจักไปที่ร้านเ้าต้องไปกับข้า หรือจะให้ข้าไปคนเดียวงั้นข้าจะเลี้ยงดูพวกเ้าไว้ทำไมกัน"
สือหานถึงกับบ่นออกมาเพราะปกติแล้วจางปิงจะทำตามเพียงแต่ที่ได้รับคำสั่งเท่านั้นหรือเ้านี่ก็อยากไปฝากท้องที่บ้านสกุลหลี่เช่นกัน จะติดบ้านนั้นทั้งนายทั้งบ่าวหรือหรือไง เขาส่ายหน้าแล้วสบัดมือไล่เ้าลูกชายคลั่งรักออกไปอย่างจนใจ
"เ้าก็รีบไปเตรียมรถม้าตอนนี้ไม่เช้าแล้วรอท่านหญิงเ้าลงมาเราก็จะไปกันทันที"
"ขอรับ"
จางปิงขานรับและรีบออกไปเตรียมรถม้าสำหรับนายท่าน ถึงในใจจะอยากไปกับนายน้อยมากกว่าก็ตาม
เพียงแค่เสียงฉ่า ฉ่า และเสียงเคาะกะทะดังมาชาวบ้านที่ได้เปิดหูเปิดตากับอาหารเมื่อวานก็ถึงกับน้ำลายสอไปตามๆกัน สายลมยามเช้าพัดพากลิ่นหอมฉุนจมูกรอยมาเป็ละลอกตามแรงลมได้แต่นึกคิดว่าจะได้ลิ้มลองอีกทีคราไหน เพราะบ้านหลี่เปิดรับเฉพาะคนที่จองโต๊ะไว้แล้วเพียงเท่านั้น บางคนที่จองโต๊ะไว้ถึงกับยอมอดข้าวเช้าเพื่อที่จะได้กินมื้อสายอย่างจุกใจ
กุบกับๆ
เสียงรถม้าดังมาั้แ่ฟ้ายังไม่สาง เมื่อมาถึงหน้าบ้านนางนวลสือไท่มองเห็นแสงตะวันส่องผ่านยอดไม้งดงามราวกับสีกุหลาบในภาพฝันทำให้ใจเขาสั่นสะท้านใบหน้าแดงก่ำ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆปรับลมหายใจที่เร็วถี่ให้กลับมาเป็ดังเดิมก่อนที่จะก้าวลงรถม้าด้วยความมั่นคง
"นายน้อยประตูหน้าบ้านเปิดอยู่ขอรับเราเข้าไปเลยหรือไม่"
สือไท่ก้าวลงจากรถม้าอย่างองอาจ นำทางเว่ยหนิงที่จูงมือม้าสองตัวตามเข้าไปในรั้วบ้านก่อนจะได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
"ท่านพี่สือไท่ขอรับ"
เสียงแหลมเล็กวิ่งมาพร้อมกับร่างนุ่มนิ่มของหลี่เฉิน เขารีบวิ่งมาหน้าบ้านเมื่อเห็นว่าผู้ใดเป็คนมา
สือไท่นั่งย่อตัวลงแล้วอุ้มเ้าแก้มป่องเช่นหลี่เฉินอย่างเอ็นดู เด็กน้อยวัยสี่ขวบได้รับความรักจากสือไท่ก็ยิ้มร่าเริงอย่างพอใจแล้วชี้มือชี้ไม้บอกว่าพี่ใหญ่กับท่านพ่ออยู่ที่แปลงผักหลังบ้านกำลังรดน้ำผักและต้นไม้ สือไท่พูดคุยกับเ้าเล็กแล้วอุ้มเขาเดินผ่านครัวไปทว่าเห็นเพียงท่านป้าหลี่ที่เข้าครัวอยู่จึงกล่าวทักทาย และบอกว่าตนจะมาช่วยงานสวนในวันนี้ หวังลู่จึงบอกว่าพวกเขากำลังรดน้ำผักอยู่หลังบ้านหลังทานมื้อเช้าเสร็จถึงจะเริ่มทำแปลงผัก สือไท่พยักหน้ารับทราบอย่างเข้าใจก่อนจะขอตัวไปช่วยงานท่านลุ่งหลี่พร้อมกับอุ้มเ้าเล็กโดยมีเว่ยหนิงเดินตามหลังไปอย่างเงียบๆ
"ท่านพ่อ"
เสียงเ้าเล็กร้องเรียกผู้เป็บิดาพร้อมเสียงหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี
"สือไท่!"
หลี่จงและหลี่หงอุทานออกมาพร้อมกัน
เขามาทำอันใดที่บ้านข้าแต่เช้าถึงเพียงนี้หลี่จงมองชายที่สวมชุดทะมัดทะแมงด้วยใบหน้าราบเรียบ ทว่าดวงตาของเขากับจองมองสือไท่ไม่ว่างตา
"ท่านลุงหลี่ น้องชายหลี่วันนี้ข้าอาสามาช่วยทำแปลงผักขอรับ"
สือไท่กล่าววาจาอ่อนน้อมแม้ว่าจะถูกสายตาทิ่มแทงจากหลี่จงอยู่ก็ตาม ดูท่าตอนนี้หลี่จงคงคาดเดาได้แล้วว่าข้าอยากจับจองแม่นางน้อยที่เป็น้องสาวของเขา เขาจึงมีที่ท่าไม่รับแขกเช่นข้าอีกต่อไป
"ดีๆ แต่ต้องรอหลังมื้อเช้าก่อนตอนนี้ต้องรดน้ำผักพวกนี้ก่อนหากโดนแดดโดยไม่รดน้ำมันอาจจะเฉาเอาได้"
สือไท่วางเ้าเล็กลงแล้วบอกว่าตนจะไปช่วยรดน้ำผัก ทว่าหลี่จงตอบกลับมาว่าจะเสร็จแล้ว ให้พาน้องเล็กของข้าเข้าบ้านไปเสียใกล้เวลาอาหารเช้าแล้วเขาควรไปล้างมือล้างไม้รอที่โต๊ะได้แล้ว
"ได้ๆข้าจะพาน้องเล็กของเ้าเข้าบ้านไปล้างมือรอ"
สือไท่ถอยหลังเล็กน้อยก่อนจะหันตัวเดินช้าๆกลับไปที่บ้าน แล้วพาเ้าเล็กไปล้างหน้าล้างตาก่อนที่จะล้างมือให้เขาด้วย
"ท่านมาทำอันใดที่นี่ ร้านอาหารของข้ายังไม่เปิดหรอกนะ"
หลี่หลิวที่ไปรดน้ำต้นไม้ในมิติแล้วพึ่งออกมา พบว่าสือไท่มาที่บ้านนางแต่เช้าจึงบอกไปว่าร้านยังไม่เปิด นางรู้ว่าสือไท่ใช้ความพยายามอย่างมากในการสนับสนุนนาง ทว่านางก็ไม่ได้ชอบชายหน้าตาตามหล่อเหลาเช่นสือไท่นัก
พวกหนุ่มหล่อหน้าตาดีส่วนใหญ่ในเมืองมักเ้าชู้ และไม่จริงใจจากประสบการณ์ตรงจากโลกก่อนสอนให้นางรู้ว่าหากจะคบใครควรมองให้นาน เพราะบางคนที่คบกันนับสิบปียังเลิกลากันแถมยังทำร้ายใจกันจนย่ำยีก็มีถมไป นางมองไปที่สือไท่แวบนึงก่อนจะล่ะสายตาจากเขาแล้วหันไปมองเ้าเล็กที่ดูจะมีความสุขอยู่ไม่น้อย
"วันนี้ข้าจะมาช่วยเ้าทำแปลงผัก"
สือไท่ตอบด้วยใบหน้ายิ้ม ถึงเขาจะไม่สามารถััได้ถึงคิดความถึงคนึงหาจากนางได้แต่เขายังคงมีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้าไว้ได้อย่างดี แม้ว่าภายในใจจะบังเกิดความกระวนกระวายแปลกๆผุดขึ้นวูบหนึ่งพานให้เขาอดขมวดคิ้วตรึกตรองไม่ได้ก็ตาม
"เช่นนั้นรึ"
"ใช่แล้วล่ะ ข้าได้หารือกับท่านพ่อแล้วหากเ้าจะไปชิงเต่าก็ใช้เวลาไม่นานนัก ยิ่งเราใช้รถม้าในการเดินทางจะทำให้เราถึงเร็วขึ้นในสามถึงสี่วันอย่างแน่นอน"
"ใครบอกท่านหรือว่าข้าจะไปชิงเต่า หากข้าจะไปชิงเต่ามิสู้ข้าแวะที่เทียนจวินจะไม่ดีกว่ารึ"
"ข้าได้บอกท่านพ่อไปแล้ว ท่านจะช่วยนำทางเ้าไปเอง"
"ข้าเพียงแค่ไม่รู้เส้นทาง ท่านเพียงแค่หาคนนำทางให้ข้าก็เพียงพอแล้วไม้ต้องให้ท่านสือมานำทางข้าหรอก ส่วนที่เหลือเป็หน้าที่ของข้ากับครอบครัวจัดการเอง"
หลี่หลิวเพียงถามเขาไปว่าจะหากจะเดินทางไปทางชิงเต่าจะต้องหาคนนำทางจากที่ไหน พอนางถามสือไท่เขาก็ได้ถามต่อจากข้าว่าจะไปทำอันใด ข้าก็ได้ตอบไปแล้วว่าข้าจะไปหาซื้อหอยนางรมเพียงแค่นั้น แต่นี่เขาถึงกับต้องไปรบกวนพ่อของเขาด้วยเื่ของครอบครัวข้าด้วยงั้นหรือ ดูท่าข้าต้องบอกเขาให้รู้ไว้เสียแล้วว่าข้าไม่ได้คิดอันใดกับเขา
"อย่าเกรงใจไปเลย ท่านพ่ออยากพาท่านแม่ไปพักผ่อนอยู่ก่อนแล้ว พอได้โอกาสเหมาะพอดีเลยจะถือโอกาสนี้ไปพร้อมกับเ้าเพียงเท่านั้น"
หลี่หลิวได้ฟังเช่นนั้นก็รู้ว่าเขาอยากสานสัมพันธ์มีหรือที่นางจะยอมรับเื่พวกนี้ง่ายๆจึงบอกเขาไปว่านางจะหาช่องทางไปเองและยังบอกให้สือไท่และครอบครัวไปพักผ่อนให้เต็มที่
"เ้าไม่อยากให้ข้าไปกับเ้าถึงเพียงนั้นเลยรึ"
สือไท่คงใบหน้ายิ้มแย้มไม่อยู่จึงถามนางด้วยใบหน้าเรียบเฉย ข้าทำเพื่อเ้ามากถึงเพียงนี้เหตุใดเ้าไม่รับรู้ความรู้สึกของข้างบ้างเลยนะ
"ข้าไม่อยากพึ่งพาท่านไปตลอดหรอกนะ"
หลี่หลิวเอ่ยถ้อยคำทำร้ายจิตใจของเขาออกมาอย่างหน้าตาเฉยทำให้เขาจุกอก หลี่หงกับหลี่จงมาได้ยินที่นางกับสือไท่พูดกับก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปเก้าก่ายจึงได้แต่ยืนฟังอย่างเงียบๆ
น้องสาวข้าเ้าทำได้ดีมาก หลี่จงยืนยิ้มมุมปากอย่างพอใจในคำตอบของน้องสาว ส่วนท่านพ่อก็ได้แต่กลืนน้ำลายเหนียวๆลงคงไปอย่างยากลำบาก ครอบครัวของสือไท่ช่วยครอบครัวของพวกเขามากก็จริงแต่บุตรสาวข้าไม่ใช่ผักปลา ถึงพวกเขาจักมีความยิ่งใหญ่เพียงใดหากบุตรสาวข้าไม่ชอบเขาก็จะสนับสนุนนาง เพียงแต่พวกเขามีอิทธิพลมากในระดับนึงทีเดียวข้าควรทำเช่นไรดี
"แต่ข้ายินดีนะ"
"ท่านชอบข้างั้นหรือ"
หลี่หลิวถามออกไปด้วยใบหน้างงงวย ทำเหมือนกับว่าที่ผ่านมานางไม่รับรู้อันใดเลย
"ข้าทำให้เ้ามากมายเ้าไม่รับรู้ถึงมันเลยรึ"
"ข้าคิดว่าท่านทำไปเพื่อตอบแทนบุญคุณที่ข้าช่วยชีวิตเ้าท่านไว้เสียอีก มันต้องเป็เช่นนั้นมิใช่หรือ"
เมื่อหลี่หลิวเอ่ยปากออกมาใจของสือไท่ก็แทบแตกสลาย นางไม่เคยคิดเื่พวกนั้นเลยมีแต่ข้าที่คิดเองเออเองอย่างนั้นหรือ
"ใช่แล้ว ข้าเพียงทำเพื่อตอบแทนผู้มีพระคุณ"
สือไท่ตอบไปด้วยน้ำเสียงทุ้มกดลงต่ำ
"แน่นอนมันต้องเป็เช่นนั้น ข้าก็คิดอยู่แล้วว่าท่านคงไม่มีความคิดที่ไม่ดีกับข้าและครอบครัวหรอกใช่ไหม"
หลี่หลิวยิ้มกว้างก่อนจะเดินเข้าควรไปช่วยท่านแม่ต่อ สือไท่เดินออกจากบ้านหลี่หลิวและให้เว่ยหนิงพากลับบ้านไปโดยที่เขาบอกท่านลุงหลี่ที่ยืนอยู่หน้าบ้านว่าข้าคงอยู่ช่วยไม่ได้แล้วข้าจำได้ว่าข้าจะต้องไปช่วยท่านพ่อตรวจสมุนไพรชุดใหม่ที่พึ่งนำเข้ามา
รถม้าของสือไท่จากไปอย่างช้าๆ หวังลู่แอบมองบุตรสาวก่อนจะถามนางว่าเ้าไม่ชอบสือไท่หรือ
"ข้าพึ่งอายุเพียงแค่นี้ ชีวิตจะไม่สามารถเลือกคู่ได้เองเลยงั้นหรือเ้าคะ เหตุใดเขาชอบข้าแต่ข้าต้องชอบเขา ที่ข้าทำอยู่ทุกวันเพียงหวังให้ครอบครัวได้ลืมตาอ้าปากเพียงเท่านนั้น"
"แต่ว่าเขา"
"ท่านแม่ เขาเคยบอกท่านหรือข้าว่าชอบข้าหรือไม่ก็หาได้เคยกล่าว ที่เขาทำอาจเพราะผลประโยชน์จากน้ำสมุนไพรของข้าก็เป็ได้"
"ลูกพ่อเ้าจะพูดช่นนั้นก็ไม่ถูกเขา ไม่น่าจะเป็คนเช่นนั้นหรอกหากเ้าลองเปิดใจเ้าอาจได้เรียนรู้ความรู้สึกจากเขามากขึ้นก็เป็ได้"
"ท่านพ่อ ข้าอายุเท่าใดหรือเ้าคะ"
"ปีนี้เ้าก็หกขวบปีอีกสองเดือนเ้าก็จะครบเจ็ดปีเต็ม"
"มีใครที่อายุเท่าข้าต้องคบหากับผู้ชายด้วยหรือเ้าคะ"
"ข้าไม่เคยเห็นนะ"
หลี่จงเดินเข้าครัวมาแล้วตอบด้วยเสียงดังฟังชัด
มันก็จริงเหตุใดเราต้องเอาเื่รักใคร่มาให้บุตรสาวที่ยังไม่ถึงอายสิบห้าปีได้ครุ่นคิดเร็วถึงเพียงนี้กัน ข้านี่คิดอันใดบ้าๆอยู่ในหัวกันนะ
"ได้ๆพ่อจะไม่พูดถึงเื่พวกนี้อีก"
"ท่านพ่อพูดแล้วห้ามคืนคำนะเ้าคะ หากใครมาพูดเื่นี้อีกท่านก็ต้องตอบไปว่าข้าพึ่งหกปีเพียงเท่านั้นเื่รักใคร่ควรเป็เื่ภายหน้าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ต้องมาคิด"
"ได้ๆฮ่าๆๆ"
เมื่อเขารับรู้แล้วว่าตนคิดมากเกินไปจึงหัวเราะอย่างเขินอายออกมา
ท่านแม่ก็ถึงกล่าวขอโทษบุตรสาวที่ลืมนึกไปว่านางมีอายุเพียงเท่านี้ไม่ควรที่จะมาปวดหัวกับเื่พวกนี้เลย
"น้องรองเ้าจะทำเช่นไรหากสือไท่ไม่หาคนนำทางมาให้เ้า"
"ท่านไม่ควรคิดมาก แค่ไปในตัวเมืองแล้วสอบถามหรือจะถามผู้นำชุมชนก็ได้แล้ว ทะเลก็ไม่ได้อยู่ไกลถึงข้ามขอบฟ้า ยังไงเสียข้าก็หาทางไปเองได้อยู่แล้วอีกอย่างข้ายังมีพวกท่านและเ้าเล็กหากช่วยกันมีรึเราจะหาทางออกไม่เจอ"
หลี่หงที่คอยแต่พึ่งพาสือไท่มากเกินไปถึงกับต้องคิดทบทวนตนเองเสียใหม่ ข้าเป็ถึงผู้นำครอบครัวแต่ข้ายังอ่อนแอเกินไปข้าคิดว่าข้ากำลังทำเพื่อครอบครัวแต่กลายเป็ว่าทำลายความรู้สึกบุตรสาว ข้าคิดผิดไปแล้วจริงๆ
"เอาตามที่เ้าว่า พ่อยกหน้าที่ผู้นำให้เ้าเลยเป็เช่นไร"
"ดีเ้าค่ะ ต่อไปพวกท่านต้องทำตามข้าหาทางเพิ่มพูนความสุขให้ครอบครัวและให้พี่ใหญ่น้องเล็กได้เรียนที่ดีๆ"
"ใช่แล้วล่ะลูกพ่อต้องได้เข้าเรียนที่ดีๆอย่างแน่นอน"
"หลี่หลิวแล้ววันนี้เราจะหาคนงานมาจากไหน หากสือไท่ไม่ส่งคนมาเล่า"
"เรากินข้าวเสร็จ ท่านพ่อท่านแม่ก็ทำแปลงผักรอข้านะเ้าคะ ข้ากับเ้าเล็กจะไปถามผู้นำชุมชนว่ามีคนอยากร่วมงานกับเราบ้างหรือไม่ หากคนไม่พอจริงๆเราก็รับเพียงห้าสิบโต๊ะต่อวันก็เพียงพอให้ท่านพ่อนับเงินจนมือปวิงได้แล้วล่ะเ้าค่ะ"
"ที่ลูกพูดนั่นถูกแล้ว มาๆรีบยกอาหารมากินกันเถอะ"
เมื่อสือไท่กลับถึงบ้านเขาเดินตรงขึ้นห้องนอนอย่างเงียบๆ ทว่าสือหานกับภรรยาเปลี่ยนใจอยู่กินมื้อเช้าก่อนถึงได้เห็นเขาเดินเหมือนร่างไร้ิญญาขึ้นห้องไป
"เว่ยหนิง!!"
สือหานเค้นเสียงดังจนผู้ติดตามอย่างเว่ยหนิงสะดุ้งตัวโยนด้วยความใ
"บอกมา เกิดอันใดขึ้น"
เมื่อเว่ยหนิงเล่าเื่ลาวให้นายท่านสือฟัง นายท่านสือก็บอกให้เขาขึ้นไปอยู่เป็เพื่อนนายน้อยเขาจึงรีบเดินขึ้นบ้านไปด้วยความเร่งรีบ
"ท่านพี่ ทำเช่นไรดีบุตรชายเรารักนางมากเลยนะเ้าคะ"
"จะโทษใครก็ไม่ได้ เป็ที่ลูกชายเราเองไม่เคยบอกความในใจกับนางแม้แต่น้อย นางจะคิดว่าเขาอยากตอบแทนก็ใช่ว่าจะผิดอีกทั้งนางพึ่งอายุได้เพียงหกปี เ้าว่าเด็กที่อายุเท่านั้นต้องมาคิดเื่ไร้สาระพวกนี้ด้วยหรือ"
"ไร้สาระอันใดกัน บุตรชายข้าทั้งเพียบพร้อมและคอยช่วยงานนางสาระพัด ทั้งข้าก็อาสาไปช่วยแม้นกระทั่งงานครัวยังไม่รับรู้อีกมันจะไม่เกินไปหน่อยรึเ้าคะ"
สืออิงเป้ปากหันหน้าหนีสามีที่ไม่เข้าข้างบุตรชายของนาง
"งั้นข้าถามเ้านะ ตอนที่เราพาคนไปมากมายพวกเขาต้องเหนื่อยล้าเพียงใด ดูหน้าแม่นางน้อยผู้นั้นสินางบอกเองมิใช่หรือว่าอยากเปิดร้านเล็กๆ แต่เป็เราเองที่พาเพื่อนฝูงไปทำให้นางต้องยุ่งยาก"
"แต่พวกเขาก็ยิ้มยินดีกันนิเ้าคะ"
"เ้าก็ว่าไป หากพวกเขาทำหน้าบึ้งและไล่เรากลับในวันนั้นเ้านั่นแหละที่จะเสียหน้า"
"บุตรชายเราแค่ไม่รู้วิธี และไม่รู้จักรอคอยหวังเพียงทุ่มเทแล้วจะได้รับผลตอบแทน แต่เขาก็ลืมไปว่านางก็เป็คนไม่ใช่ผักปลาที่สามารถจ่ายเงินแล้วได้มา ตอนเ้าเป็สาวก็ไม่ใช่ว่าจะเล่นตัวอยู่นานกว่าจะตอบรับข้าหรือเช่นไร"
เมื่อได้ยินคำลงท้ายของสามีทำให้นางต้องอมยิ้มน้อยๆก่อนจะพูดว่า หึ! แล้วยิ้มบางๆ
ก็จริงอย่างท่านพี่ว่ามานางก็มีสิทธิ์เลือกเช่นกันเหมือนกับข้า ขึ้นอยู่กับบุตรชายข้าแล้วล่ะว่าจะถอดใจหรือบุกลุยน้ำไฟต่อไปเพื่อนาง