ริโอะตอบทันควัน
“งั้นลอง... สมมติว่าตรงนี้มีหนังสืออยู่ 5 เล่ม ริโอะอ่านจบไปแล้ว3 เล่ม จะเหลือหนังสือที่ยังไม่ได้อ่านกี่เล่มจ๊ะ?”
เซเรียตั้งคำถามง่ายๆ เพื่อทดสอบว่าริโอะเข้าใจเื่ตัวเลขจริงอย่างที่บอกหรือเปล่า
“2 เล่มครับ”
ริโอะยังคงตอบทันควัน
“อุ๊ย รู้จริงๆ ด้วย”
เซเรียแปลกใจในตัวริโอะจนใบหน้าจิ้มลิ้มเผลอใ
“ถ้าลบเลขได้ก็ต้องบวกเลขได้ใช่ไหมจ๊ะ ถ้างั้นอันนี้ล่ะตอบอะไร?”
เซเรียพูดแล้วใช้ปากกาขนนกที่วางอยู่บนโตะเริ่มขีดเขียน
อาจารย์สาวกำลังเขียนโจทย์เลขบวกง่ายๆ ให้ริโอะอยู่
“เอ่อ... คือ ผมอ่านไม่ออกครับอาจารย์”
ริโอะตอบแบบลำบากใจ
“อ้อ อาจารย์ลืม แปลว่า...เธออ่านตัวเลขไม่ออกแต่คำนวณได้เหรอจ๊ะ?”
“ใช่ครับ”
“ฟังดูขัดแย้งชอบกล อืม... คงไม่ใช่เื่แปลกหรอกมั้งกระดาษก็ราคาแพงด้วย...”
เซเรียทำท่าครุ่นคิดก่อนจะพูดเองเออเอง
“งั้นเริ่มจากเรียนตัวเลขก่อนแล้วกันเนอะ จะได้สอนได้ง่ายขึ้นด้วยเดี๋ยวจะเขียนเลข 0 ถึง 9 ให้ดูแล้วจำนะจ๊ะ”
อาจารย์สาวบรรจงเขียนตัวเลขลงบนกระดาษ
“ครับ”
“นับจากทางซ้ายมือมาก็จะเป็เลข 0 1 2 ค่าของตัวเลขจะค่อยๆมากขึ้นเรื่อยๆ นะจ๊ะ เสร็จแล้วบอกนะจำได้ถึงตรงไหนเดี๋ยวอาจารย์จะตั้งคำถามให้จ้ะ”
“ครับ”
ริโอะขยับนิ้วเขียนเป็รูปตัวเลขเพื่อจดจำพลางพยักหน้าตอบเซเรีย
รูปร่างหน้าตาตัวเลขของที่นี่ก็หน้าตาธรรมดาใช้เวลาเพียงไม่นานเด็กชายก็สามารถจดจำได้ทั้งหมด
“จำได้แล้วครับ”
“เอ๊ะ? ได้แล้วเหรอ? งั้นลองเขียน 0 – 9 ตรงนี้ให้ดูหน่อยจ้ะ”
เซเรียพลิกหน้ากระดาษก่อนจะยื่นให้ริโอะ
ริโอะเขียนตัวเลขเสร็จอย่างรวดเร็ว
“ถูกต้องจ้ะ เขียนสวยจังเลยงั้นเรามาลองเข้าคำถามเลขบวกกันดูดีไหมจะได้สอนการเขียนเครื่องหมายด้วย”
เซเรียพูดอย่างชื่นชม
“ได้ครับอาจารย์ช่วยตั้งคำถามที่มีระดับความยากเท่าที่เรียนกันในห้องได้ไหมครับ? ผมอยากรู้ว่าผมทำได้แค่ไหน”
“ถ้าในระดับที่เราเรียนละก็ พวกพื้นฐานการคำนวณทั้ง4...จะมีคูณกับหารรวมอยู่ด้วยนะ ถือว่าเร็วไปไหมจ๊ะ?”
“น่าจะไม่เป็ไรครับ การคูณก็พวกคำถามเช่น มีเด็ก 5คนแบ่งแอปเปิ้ลให้คนละ 5 ลูก แปลว่าต้องใช้แอปเปิ้ลกี่ลูกอะไรประมาณนี้ใช่ไหมครับ? ส่วนหารก็ตรงกันข้าม”
“ช...ชะ...ใช่จ้ะ เรียนจากไหนมาจ๊ะ??”
เซเรียถามด้วยความประหลาดใจ
“แม่สอนไว้ก่อนจะเสียชีวิตครับ”
โกหกไปคำโตเลยเรา
ช่วยไม่ได้ พวกพื้นฐานการคำนวณเราเรียนมาจากชาติก่อนจะให้อธิบายยังไงได้ล่ะ
ถ้าบอกว่าแม่สอนเซเรียก็คงจะไม่ถามซอกแซก
ริโอะจึงเลือกใช้คำพูดที่ทำให้บทสนทนาจบลงได้ง่ายที่สุด
“งั้นเหรอจ๊ะ คุณแม่เป็คนเก่งมากเลยนะจ๊ะ”
เซเรียสีหน้าหมองลงเล็กน้อยเมื่อคิดได้ว่าตัวเองเพิ่งจะพลั้งปากเสียมารยาทไป
“ใช่ครับ ทั้งใจดีและอบอุ่น...”
สีหน้าของริโอะมืดลงเล็กน้อย
“เอ่อ... แสดงว่าพื้นฐานการคำนวณก็ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงเนอะอาจารย์จะลองตั้งคำถามในระดับเดียวกับที่ใช้ในห้องเรียนและลองให้แก้โจทย์ดูนะจ๊ะ”
พอริโอะพยักหน้าตอบรับว่า “ครับ” เซเรียก็นำกระดาษแผ่นใหม่ออกมา
ในกระดาษแผ่นนั้นมีโจทย์คณิตศาสตร์เรียงรายยาวลงมา
ทั้งหมดมีประมาณ 20 ข้อ บวกลบคูณหารคละกันไป
“สัญลักษณ์ที่เขียนไว้ข้างบนคือสัญลักษณ์ที่เอาไว้ใช้เวลาคำนวณ 4ทักษะพื้นฐานนะจ๊ะ จากทางซ้ายมาเป็คือเครื่องหมายบวก ลบ คูณ และหาร ไหนลองทำดูสิจ๊ะ”
หลังเซเรียให้สัญญาณ เด็กชายก็รีบลงมือสแกนคำถามทั้งหมดคร่าวๆด้วยสายตา
สำหรับฮารุโตะที่อยู่ในร่างริโอะแล้วถามพวกนี้ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
“เรียบร้อยครับ”
ริโอะใช้เวลาเพียงไม่กี่สิบวินาทีก็ทำเสร็จหมดทุกข้อ
เด็กชายมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการทำข้อสอบจนไม่ทันสังเกตเห็นใบหน้างามที่กำลังตื่นตะลึงของเซเรีย
“ถูก...ทุกข้อเลย...”
อาจารย์สาวคิดคำตอบในใจพร้อมกับริโอะจึงสามารถบอกคะแนนเขาได้ทันที
“ดูท่าว่าการคำนวณจะไม่มีปัญหานะครับ ต่อไปคือต้องจำตัวอักษรถ้าเทียบกับตัวเลขแล้วมันมีอะไรให้จำเยอะกว่ามากเลยสินะครับ?”
“เอ๊ะ! อ่อ ช...ใช่จ้ะ”
“เป็อะไรหรือเปล่าครับ?”
ริโอะถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทีที่ดูเลื่อนลอยของเซเรีย
“เปล่าจ้ะ เธอคิดเลขในใจได้เร็วมากเลยนะ ริโอะ”
“เหรอ...ครับ? ทุกคนในห้องก็เร็วประมาณนี้ไม่ใช่เหรอครับ”
“เร็วที่สุดก็เห็นจะเป็องค์หญิงคริสติน่า รองลงมาก็โรอาน่าแต่ถึงยังไงก็เร็วไม่เท่าเธออยู่ดีจ้ะ”
เซเรียพูดแล้วยิ้มแหยๆ
ริโอะเพิ่งรู้ตัวว่าเขาทำพลาด
เด็กชายเห็นว่าที่นี่เป็โรงเรียนที่มีการศึกษาดีที่สุดจึงคิดว่าจะมีคนเก่งๆเยอะ
และพวกนักเรียนของที่นี่ก็ชอบอวดความสามารถกันแถมยังได้ยินมาอีกว่าต้องคำนวณขั้นพื้นฐานได้ั้แ่ก่อนสอบเข้าเด็กชายจึงเข้าใจผิดคิดมาตลอดว่าเื่แค่นี้ใครๆ ที่นี่ก็ทำได้
“แม่บอกบ่อยๆ ว่าอีกหน่อยจะเป็ประโยชน์ ผมก็เลยคำนวณในใจบ่อยๆครับ”
ริโอะร้อนตัวจึงรีบหาข้ออ้าง
“งั้นเหรอจ๊ะ...”
อาจารย์สาวมองหน้านักเรียนใหม่อย่างคลางแคลงใจ
ริโอะทำเป็ไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกมอง
“อาจารย์ครับ มีหนังสือเริ่มเรียนอักษรสำหรับเด็กไหมครับ?”
ริโอะถาม
เซเรียมีสีหน้ากังวลเล็กน้อย แล้วจึงถอนหายใจเบาๆ ก่อนตอบ
“มีจ้ะ... เดี๋ยวจะแนะนำให้นะ ยืมตอนขากลับที่ห้องสมุดก็ได้จ้ะ”
“ขอบคุณครับ”
“ไม่เป็ไรจ้ะ เป็หน้าที่ของอาจารย์อยู่แล้ววันแรกของชีวิตในโรงเรียนเป็ยังไงบ้างจ๊ะ? มีอะไรไม่สบายใจก็บอกอาจารย์ได้นะ”
เซเรียถามตามหน้าที่ของอาจารย์ผู้รับผิดชอบ
เมื่อได้ยินคำถามภาพเมื่อตอนชั่วโมงพักของวันนี้ก็ผุดลอยขึ้นมาในหัวของริโอะ
แต่เขาไม่คิดว่าจำเป็จะต้องบอกเื่แค่นี้กับเซเรีย
ช่างเถอะ เราเพิ่งจะย้ายเข้ามาเรียนเป็วันแรกแล้วอีกฝ่ายก็เป็แค่เด็กด้วย
“ไม่มีครับ”
“จริงเหรอจ๊ะ?”
ริโอะส่ายหัว
ใบหน้างามเผยอไปเหมือนผิดคาด
อาจารย์สาวมีท่าทีเหมือนจะถามอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายก็กลืนคำพูดกลับไป
“เอ่อ..แล้วมีเพื่อนหรือยังล่ะจ๊ะ?”
เซเรียถามอย่างห่วงใย
“เพื่อนเหรอครับ? ไม่มีครับ ทุกคนเป็ขุนนางด้วย ผมคงจะไปตีสนิทด้วยไม่ได้”
ริโอะตอบตามที่คิด
สีหน้าของเซเรียแปรเปลี่ยนเป็ลำบากใจ
“อืมมม ก็จริงนะ แต่ว่า... เป็เื่ยากจริงๆ นั่นแหละ”
เซเรียตอบแล้วทอดถอนใจ
ริโอะก็เอียงคอสงสัย
“อะไรเหรอครับ?”
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ถ้าเป็ไปได้อาจารย์ก็อยากจะช่วยหาเพื่อนให้นะแต่อย่างที่รู้นั่นแหละความสัมพันธ์ของขุนนางนั้นมันซับซ้อนเด็กที่จู้จี้เื่ฐานะทางสังคมและความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นก็มีเยอะถ้าอาจารย์เข้าไปยุ่งคงจะมีนักเรียนหลายคนไม่พอใจแน่ๆ”
เซเรียตอบแบบคลุมเครือ
“อาจารย์ก็เป็ขุนนางไม่ใช่เหรอครับ?”
“ก็ใช่นะจ๊ะ”
เธอยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะถอนหายใจทีหนึ่ง
“สำหรับผมแล้วไม่มีเพื่อนก็ไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ ผมอยากตั้งใจเรียนมากกว่า”
“แหะๆ... ริโอะเนี่ย มีเหตุผลและดูเป็ผู้ใหญ่มากเลยเนอะ”
ริโอะพูดแบบตรงไปตรงมา
เซเรียจึงได้แต่หัวเราะแห้งๆ กลับไป