ก๊อกๆๆๆ
เสียงเคาะประตูห้องที่ดังขึ้นทำให้ร่างโปร่งบางที่กำลังนั่งอยู่ตรงมุมทำงานเล็กๆภายในห้องส่วนตัวนี้ต้องลุกขึ้น แล้วเดินไปเปิดประตูออก มันได้ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เธอได้ลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถไปด้วยในตัว หลังจากที่นั่งอยู่ตรงนั้นมานานร่วมชั่วโมงแล้ว
“นอนหรือยังลูก”
เสียงของคุณนายลดาซึ่งเป็มารดาของเธอเองเอ่ยถามขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในห้อง
“ยังเลยคะคุณแม่ นารีตรวจการบ้านของเด็กๆอยู่”
ลลิตนารี หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีตอบเธอเป็หญิงสาวที่มีใบหน้าสวยหวานซึ้งใจ แต่ก็มีรูปร่างโปร่งบางจนแทบจะปลิวลมได้เธอเป็บุตรสาวคนเดียวของคุณนายลดากับคุณนฤเบศ ซึ่งทั้งสองมีฐานะอยู่ในระดับที่เรียกว่าเศรษฐีอีกคนหนึ่งก็ว่าได้ เธอเรียนจบปริญญาโทมาเมื่อปีที่แล้ว และพึ่งได้บรรจุเป็อาจารย์สอนอยู่ในโรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาลักษณะนิสัยส่วนตัวของเธอก็เป็ผู้หญิงที่เรียบร้อยไม่ได้เปรี้ยวจี๋จ๋าเหมือนสาวยุคใหม่ทั่วๆไป
“แม่มีเื่ที่อยากจะคุยกับหนู พอจะมีเวลาคุยกับแม่สักครู่ได้ไหมลูก”
คุณนายลดาถามเมื่อเข้าไปนั่งลงที่เตียงนอนของบุตรสาว
“ได้คะคุณแม่”
ลลิตนารีตอบพร้อมกับเข้าไปนั่งลงข้างๆมารดา
“เอ่อ ก่อนอื่นแม่ต้องขอถามนารีก่อนนะลูก ว่าตอนนี้ลูกมีแฟนหรือยัง”
คุณนายลดาเริ่มต้นด้วยท่าทางเกรงอกเกรงใจมากกว่าปกติ จนดูเหมือนกับมีพิรุธ
“คุณแม่ถามแปลกจังค่ะ มีเื่อะไรงั้นหรือคะ”
หญิงสาวถามกลั้วหัวเราะ ไม่ได้คิดอะไรจริงจัง
“นารีบอกแม่มาก่อนสิลูก”
คุณนายลดาต่อรองอย่างรู้สึกลำบากใจกับสิ่งที่คิดจะพูดอยู่เหมือนกัน กลัวว่าอะไรๆจะไม่เป็ไปอย่างที่หวัง
“ยังไม่มีหรอกคะคุณแม่ และนารีก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็เื่สำคัญอะไร”
หญิงสาวตอบอย่างไม่สนใจจริงๆนั้นแหละ ใครจะว่าเธอผิดปกติยังไงก็ช่าง ที่อายุป่านนี้แล้วแต่ยังไม่มีแฟน แต่เธอก็ไม่เห็นว่ามันจะจำเป็อะไรสำหรับเื่แบบนี้ มีหรือไม่มีก็ได้
“อุ้ย จะไม่สนใจได้ไงล่ะลูก ผู้หญิงเราไม่แต่งงาน อยู่เป็โสดไปนานๆก็จะถูกติฉินนินทาว่าขึ้นคานขายไม่ออก ต้องอับอายเขาไปทั่ว”
“คุณแม่คิดไปเองหรือเปล่าค่ะ สมัยนี้มีผู้หญิงครองตัวอยู่เป็โสดไปจนตายก็มีออกถมไป หรือหากจะมีคนนินทาอย่างนั้นจริง นารีก็ยอมถูกนินทา มากกว่าจะยอมไปไล่หาจับผู้ชายมาแต่งงานด้วยเพื่อป้องกันคำครหา แล้วสุดท้ายก็อยู่กันไม่ยืด เพราะไม่ได้รักกันจริง”
หญิงสาวอธิบายมุมมองของตนให้มารดาได้เข้าใจ
“ลูกสาวของแม่ไม่จำเป็ต้องไปหาไล่จับใครหรอกจ๊ะมีคนเข้าคิวรอขอไปเป็ลูกสะใภ้กันยาวเหยียด”
“นี่คุณแม่คิดจะมาพูดเื่อะไรกับนารีกันแน่ค่ะ นารียิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ”
หญิงสาวถามมารดาพร้อมกับมองสบตาท่านอย่างจริงจังขึ้น ซึ่งมันทำให้คุณนายลดาถึงกับวางท่าทางลำบากขึ้นมาทันที
“เอ่อ...คือ...แม่ขอพูดอย่างตรงๆเลยนะลูก คือ...มีคนเขามาพูดจาทาบทามสู่ขอหนูไปเป็ลูกสะใภ้ของเขา แล้วแม่ก็...เอ่อ...แม่ก็เห็นดีด้วย”
“อะไรนะคะคุณแม่”
หญิงสาวอุทานเสียงดังออกมาทันที ทำเอาผู้เป็มารดาถึงกับสะดุ้งทีเดียว
“แหม...ยัยนารี แม่ใหมด”
คุณนายยิ้มเจื่อนๆเอาใจบุตรสาว