ตอนที่ 85 :เกรียนเน็ตชื่อดัง
ทางเหนือเขตหมิงฉงมีบ้านโบราณแบบเรือนสี่ประสานอยู่หลังหนึ่ง บ้านหลังนั้นใหญ่มาก มีลานบ้าน 3ลานทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ในห้องนั่งเล่นใหญ่ด้านในสุดของบ้านชายหญิงวัยกลางคนหลายคนกำลังดูทีวีเป็นเพื่อนคนชราคู่หนึ่งซึ่งมีผมขาวแต่แผ่นหลังยังคงตั้งตรง
สิ่งที่กำลังฉายอยู่ในทีวีคือรายการ‘ฮัวเซียนิววอยซ์ ’ ของสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงและคนที่กำลังร้องเพลงอยู่ในตอนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือหลิวจือเซียนั่นเอง !
“ครั้งนี้เสี่ยวเซียสร้างชื่อให้ตระกูลหลิวเราจริงๆ หลายปีมาแล้วที่ตระกูลหลิวเราไม่มีคนที่ไปเป็นดารา”
ชายอายุประมาณ55-56 ปี ที่สวมชุดจีนอยู่ หัวเราะออกมา
“ซู่เหรินตอนนั้นแกให้เสี่ยวเซียไปเรียนแพทย์ เสี่ยวเซียไม่ยอมไป สุดท้ายก็ทะเลาะกันจนหนีออกจากบ้านไปเป็นไงล่ะ ทีนี้รู้สึกเสียใจขึ้นมารึยัง ? ”
ชายวัยกลางคนท่าทางสง่างามดูเหมือนอายุประมาณ 40 กว่าปีที่นั่งอยู่ด้านหลัง พูดขึ้นด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “พี่ใหญ่ตระกูลหลิวเราเป็นตระกูลหมอ เจ้าลูกชายไม่รักดีมันไม่ยอมเรียนหมอ ก็ต้องไล่มันออกจากบ้านสิฉันจะเสียใจทำไม ? ”
“พี่รองเสี่ยวเซียเป็นเด็กที่ยอดเยี่ยมที่สุดในบรรดาเด็ก ๆ ตระกูลเราเลยนะ ถ้าตอนนั้นพี่ตามเขากลับมา…”ผู้หญิงที่ดูเหมือนอายุประมาณ 35-36 ปี มีน้ำเสียงอ่อนโยน ขอบตาของเธอแดงเรื่อเล็กน้อย“ไม่แน่ว่า…”
“ไม่แน่อะไร? ” ซู่เหรินโกรธ “ตระกูลหลิวแห่งเซี่ยงไฮ้อันสง่างามมีลูกหลานเป็นนักแสดงเร่ร่อนเนี่ยนะจะให้ตระกูลหลิวฉันทำหน้าชื่นมื่นได้ยังไง ? ”
ตระกูลหลิวเป็นตระกูลแพทย์และเคารพยึดถือธรรมเนียมจีนความจริง ในรุ่นของหลิวซู่เหรินนั้น ความคิดได้เปลี่ยนไปมากแล้ว แต่หลิวซู่เหรินยังคงโกรธลูกชายมาตลอดจะให้ยอมพูดดี ๆ ได้ยังไง
“พี่รองนั่นลูกชายพี่นะ ! ” ผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าลุกขึ้นจ้องหลิวซู่เหริน “ผ่านมาตั้งหลายปีแล้วพี่รู้ไหมว่าเขาต้องลำบากขนาดไหนตอนอยู่ข้างนอกนั่น ? พี่ไม่ยอมรับเขา แล้วพี่สะใภ้ล่ะ ก็ไม่อยากยอมรับเสี่ยวเซียเหมือนกันหรือ? ”
พูดถึงตรงนี้ผู้หญิงวัยกลางคนคนนั้นก็ชี้ไปที่ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หลิวซู่เหริน
ผู้หญิงคนนี้ดูคล้ายกับหลิวจือเซียใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเศร้า ความกังวล และความคิดถึง
“ครอบครัวนี้ทุกคนต้องฟังคำฉัน ! ” หลิวซู่เหรินทิ้งคำพูดหัวแข็งนั่นไว้แล้วหันหลังเดินออกไป
“ปึงปึง ปึง ! ”
ขณะที่เขากำลังจะออกจากห้องก็มีเสียงดังขึ้น
ชายชราที่นั่งอยู่ข้างหน้าสุดนั่นเองเขากระแทกไม้เท้าในมือลงบนพื้น
“พ่อ! ” หลิวซู่เหรินหยุดและกลับมามองชายชรา
“กลับมาดูจบแล้วค่อยไป ! ” เสียงของชายชราสงบนิ่งและทรงอำนาจ ไม่มีใครปฏิเสธเขาได้ !
“ครับ! ” หลิวซู่เหรินมีสีหน้าซับซ้อนและเดินกลับไปนั่งที่
………………
การแข่งขันของนิววอยซ์ยังคงดำเนินต่อไปเมื่อถึงฉากที่หลี่ตงวิ่งขึ้นไปบนเวทีและหลิวจือเซียกระแทกหลี่ตงกระเด็น ทั้งโลกออนไลน์ก็เดือดพล่าน
แอคเคาท์เวย์ป๋อทางการของสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงก็ไม่ได้นิ่งเฉยอีกต่อไปและได้เปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดของเหตุการณ์ในวันนั้น
“พระเจ้าเจ๋งโคตร หลี่ตงนี่ทำร้ายตัวเองชัด ๆ ! ”
“ไอ้กากนี่อะไร ๆ ก็เป็นความผิดชาวบ้านเค้าเนอะ ? ถ้าแกไม่ลอกผลงานคนอื่น ผลจะออกมาเป็นแบบนี้ไหมล่ะ ? ”
“พี่เซียของฉันจัดการได้ดีมากแถมยังช่วยเคอซินด้วย สองคนนี้ต้องเป็นคู่จิ้นกันแล้ว ! ”
“อู่ฉินซี่นี่แรงขนาดนี้เลยหรือ? ใครทำเป็นบ้าง ๆ สอนฉันหน่อย ! ”
“อะไรกันพนักงานรักษาความปลอดภัยของสถานีเจียงซูและเจ้อเจียงมัวทำอะไรอยู่ ? โชคดีนะที่มีพี่เซียของฉัน ! ”
พวกชาวเน็ตไม่ได้แคร์ขนาดนั้นหรอกแม้ว่าบางคนจะมีการเห็นอกเห็นใจสำหรับประสบการณ์ของหลี่ตง แต่สำหรับการกระทำที่ไร้เหตุผลเช่นนี้ชาวเน็ตทุกคนที่เต็มไปด้วยความคาดหวังล้วนแสดงการต่อต้านอย่างรุนแรง
ผลก็คือความนิยมของหลิวจือเซียพุ่งทะยานขึ้นอีกครั้ง และแฟนคลับบนเวย์ป๋อก็เพิ่มขึ้น
แน่นอนว่ารสนิยมของผู้ชมก็แตกต่างกันไปยากที่จะถูกใจคนทุกคน
หลังจากดูหลิวจือเซียร้องเพลงแล้วบางคนก็ชอบเขา บางคนก็คิดว่าการร้องของหลิวจือเซียไม่ดีเท่าคนอื่น แต่อย่างไรเสีย ผู้ชมบางคนก็ค่อนข้างตื้นเขินเรื่องดนตรีพวกเขาสนใจแค่หน้าตา ไม่สนใจทักษะการร้องเพลงหรือลูกเล่นใด ๆ อยู่แล้ว
“เอ๋? ทำไมทุกคนถึงได้คิดว่าหลิวจือเซียร้องเพลงดีนักล่ะ ?เขาดังขึ้นมาได้เพราะเรื่องตีคนอะไรนี่ไม่ใช่หรือ ? เผิงชูของเราร้องดีจะตาย ยังไงฉันก็ชอบเผิงชู”
“เสือลูบหัวหมา! เห็นแล้วว่าเธอเป็นพวกคลั่งหน้าตา ฉันชอบฟางปู๋อี้ ไม่ชอบผู้เข้าแข่งขันชายคนอื่นหรอกฮ่า ๆ ! ”
“ครั้งนี้ยังเป็นรอบคัดออกภายในทีมรอให้ถึงรอบตัดสินกันจริง ๆ ก่อนเถอะ จะให้พวกเธอได้เห็นว่าเผิงชูของเราเก่งแค่ไหน”
ผู้คนต่างพากันพูดคุยถึงเรื่อง‘หลิวจือเซียกระแทกหลี่ตงกระเด็น’ ไปจนถึงเรื่องที่ว่าใครจะถูกคัดออกในรอบต่อไป และใครจะได้ผ่านเข้ารอบ
คนที่ถูกพูดถึงก็คือหลิวจือเซีย จ้าวเผิงชู และผู้เข้าแข่งขันชายชื่อฟางปู๋อี้ ทั้งสามคนนี้มีคนเชียร์เยอะมากทีเดียว
ในขณะที่เหล่าผู้ชมทายผลการแข่งขันไปต่างๆ นานาในโลกออนไลน์อยู่นั้น บล็อกเกอร์คนหนึ่งที่ชื่อ จินฉือถัง ผู้ได้รับการรับรองว่าเป็น‘นักวิจารณ์สื่ออิสระ’ บนเวย์ป๋อ ก็ได้ทำการโพสต์ลงบนเวย์ป๋อของตัวเองทันที
“นักเขียนนิทานอวดดีที่คิดว่าตัวเองถูกตลอดเวลาเพียงแค่ได้รับคำชมนิดหน่อยจากหน่วยงานการศึกษาแห่งหนึ่งกับนักร้องสายมืดที่แต่งเพลงเปิดเผยด้านมืดของนิทาน… สมคบคิดกันทำให้หลี่ตงผู้บริสุทธิ์บ้านแตกสาแหรกขาดและถูกขังคุก ! นักเขียนเช่นนี้ นักร้องเช่นนี้ พวกคุณยังจะดูจะฟังคนแบบนี้ต่อไปอีกหรือ? จิตสำนึกอยู่ที่ไหนกัน ? @เซียเยว่@หลิวจือเซีย”
จินฉือถังคนนี้เป็น‘นักวิจารณ์สื่อ’ มืออาชีพ ทั้งด้านวรรณกรรมและศิลปะ ด้านความบันเทิง ด้านธุรกิจ… แม้กระทั่งการเมืองเขากล้าที่จะยุ่งเรื่องชาวบ้านไปซะทุกอย่าง
ในด้านคำพูดนั้นร้ายเอาเรื่องทีเดียวและไม่เคยกลัวที่จะล่วงเกินคนอื่น
เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยโพสต์ลงบนเวย์ป๋อเกี่ยวกับ‘โรงงานแปรรูปอาหารใจดำ’ ‘การอนุมัติที่ดินผิดกฎหมายในหมู่บ้าน’ ‘อาชีพอิสระยุค90’..... และอะไรแบบนี้ที่สามารถกระตุ้นความรู้สึกรักความยุติธรรมของผู้คนได้ ซึ่งสอดคล้องกับเวย์ป๋อที่มีค่านิยมสังคมนิยมดึงดูดแฟนคลับที่ภักดีได้เป็นจำนวนมาก
สามปีก่อนอาจเป็นเพราะในที่สุดแฟนคลับของเขาก็เกิน 5 ล้านคนแล้ว เขาจึงเริ่มได้ใจมากเกินไป และเริ่มสร้างเรื่องมั่วซั่วขึ้นบนเวย์ป๋อคำพูดต่ำช้าสารพัดรูปแบบปรากฏออกมามากขึ้น และได้กลายเป็น ‘นักวิจารณ์สื่ออิสระ’มืออาชีพ
ในปีที่ผ่านมาเขายิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เกือบทุกโพสบนเวย์ป๋อของเขาเป็นการวิจารณ์‘บทความหมาไม่แดกที่เขียนโดยนักเขียน…’ ‘หนัง… สเปเชียลเอฟเฟ็กต์สุดกาก’ … เรียกว่าใครดังก็โจมตีคนนั้น
ผลที่ได้จากการ‘เกาะคนอื่นกิน’ ก็คือ แฟนคลับของเขาเพิ่มขึ้นอีก 1 ล้านคน
เมื่อโพสต์ใหม่ปรากฏขึ้นบนเวย์ป๋อของจินฉือถังชาวเน็ตก็พากันแชร์และตอบกลับทันที
“อาจารย์จินรู้ข้อมูลภายในอะไรอีกแน่ๆ ! ฮ่า ๆๆ รออาจารย์จินแฉนะครับ ! ”
“เกาะรอจินฉือถังคนเดียวนี่แหละไม่รู้ว่าคราวนี้พี่ฉือถังจะได้เงินเท่าไร รอดูโชว์เลย ! ”
“ศัตรูของลุงเซียเยว่ต้องเป็นเหอปิซูแน่! แต่ศัตรูของพี่เซียของฉัน ฉันคิดไม่ออกจริง ๆ ! ”
ไม่ว่าจะในวงการวรรณกรรมวงการบันเทิง หรือวงการธุรกิจ จินฉือถังมักจะพูดเรื่องไร้สาระอยู่เสมอ ดังนั้น ศัตรูของเขาจึงมีตั้งแต่หัวหน้าพรรคการเมืองที่มีอำนาจไปจนถึงคนทำงานทั่วไป…ทุกคนเกลียดเขามาก ชื่อเสียงของเขาฉาวโฉ่มานานแล้ว
ก็แค่คนที่ชอบโหนกระแสคนอื่นทุกวันแต่ครั้งนี้พิเศษหน่อย เพราะคนสองคนที่ถูกเขาด่านั้น คนหนึ่งคือเซียเยว่ นักเขียนนิทานที่ขายดีที่สุดในประเทศและอีกหนึ่งคือหลิวจือเซีย นักร้องนักแต่งเพลงที่โด่งดังที่สุดในช่วงนี้
สองคนนี้ไม่ว่าจะคนไหนก็มีแฟนคลับไม่น้อยไปกว่าจินฉือถัง เมื่อเหล่าแฟนคลับเห็นชายคนนี้เปิดประเด็นเล่นงานศิลปินของพวกเขาเหล่าแฟนคลับก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ หลังจากบอกต่อ ๆ กันไปแล้ว พวกเขาก็พากันหันปากกระบอกปืนมาทางจินฉือถัง
“จินฉือถังนายป่วยรึไง คิดจะกัดใครกันห๊ะ ? ”
“พี่ฉือถังฉันเห็นตาคุณไร้แววพิกล ใต้ตาก็หมองคล้ำ ช่วงนี้ระวังเคราะห์ร้ายเลือดตกยางออกนะ !”
“ไอ้ชาติหมาจินใครกันนะที่ไม่ระวังปล่อยหมาออกมาด่าลุงเซียเยว่ของฉัน ! ”
เวย์ป๋อของจินฉือถังเพิ่งโพสต์ไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแฟนคลับของนักเขียนเซียเยว่และหลิวจือเซียก็ไปถล่มคอมเม้นท์บนเวย์ป๋อของชายคนนี้กันอย่างบ้าคลั่งและส่วนใหญ่คือไปด่า
พวกแฟนคลับสมองพิการของจินฉือถังเหมือนจะคุยกันมาแล้วพวกเขารออยู่หน้าเวย์ป๋อก่อนแล้ว และตอบโต้ทันทีที่เห็นคนเข้ามาด่าไอดอลของพวกเขา
และพอแฟนคลับของหลิวจือเซียและเซียเยว่เห็นเข้าก็ตอบโต้กลับด้วย จะเอาใช่ไหม ?
แล้วก็มีคนเข้ามาร่วมมหกรรมด่ามากขึ้นเรื่อยๆ สงครามออนไลน์ 2 ต่อ 1 จึงเริ่มต้นขึ้น
………………
เมืองปักกิ่งชุมชนซานสุ่ย
รายการ ‘ฮัวเซียนิววอยซ์ ’ ดำเนินมาเป็นเวลา2 ชั่วโมงและใกล้จะจบแล้ว การรวมตัวของหลิวจือเซียและพวกซ่งจิงจ้านก็ใกล้จะเลิกแล้วเช่นกัน
“สตูดิโอของเราจะตัดริบบิ้นเปิดวันที่4 เดือนหน้า ถึงตอนนั้นพวกนายก็ไปที่นั่นได้ ! ”
คืนนี้หลิวจือเซียดื่มเหล้าไปเยอะแต่ด้วยลำคออันแข็งแกร่งที่เขาฝึกมาในชีวิตก่อน ต่อให้มีอีกครึ่งขวดก็ยังดื่มไหว
“ฉันไม่… ไม่มีปัญหา ! ” เจ้าอ้วนเมาเล็กน้อย “ถึงตอนนั้น จะเอาซองแดงซองใหญ่ๆ ไปให้ ! ”
“เจ้าอ้วนนี่ดื่มได้ไม่มากเท่าตอนกินนี่หว่า ! ” ซ่งจิงจ้านมองอ้วนซูอย่างไม่สบอารมณ์ “จือเซียฉันเป็นคนจน เอาไว้คราวหลังจะส่งดอกไม้มาให้สองตะกร้าแล้วกัน”
“พี่ใหญ่จะเกรงใจกันไปทำไม ? ” หลิวจือเซียโบกไม้โบกมือ “แค่พวกพี่มาได้ก็เป็นการไว้หน้าฉันแล้ว ! ”
“น้องสามฉันคิดว่าวันนั้นพี่กังน่าจะมาด้วยนะ ! ” ไป่เหลียนเฉิงพูด “นายไม่รู้หรอก หลังจากที่นายแต่งเพลงให้พี่กังเขาก็มีความสุขมากจนนอนไม่หลับไป 3 วัน ! ครั้งนี้นายช่วยเขาไว้มากจริง ๆ ”
“กริ๊งๆๆ ! ”
“พวกเรา…”หลิวจือเซียกำลังจะพูด เสียงโทรศัพท์ที่เขาพกติดตัวอยู่ก็ดังขึ้น
เขายังไม่ทันจะรับโทรศัพท์มือถือของหวางเสี่ยวถงก็ดังขึ้นเช่นกัน
“พี่ซิง? ”
“บก.? ”
ทั้งสองก้มมองมือถือด้วยความงุนงง
“ฮัลโหล? ” หลิวจือเซียกดปุ่มรับ “พี่ซิง ดึกป่านนี้ยังไม่พักผ่อนอีกหรือ? ”
“จือเซียนายได้เข้าโซเชียลรึเปล่า ? ” เสียงของหลางเวิ่นซิงเต็มไปด้วยความโกรธ
“ไม่ได้เข้าเลย”หลิวจือเซียส่ายหน้า “เกิดอะไรขึ้น ? ในโซเชียลพูดอะไรถึงฉันอีกหรือ ? ”
“รู้จักจินฉือถังไหม? ” หลางเวิ่นซิงพูด
“รู้จักนักวิจารณ์ชื่อดังคนนั้น เหมือนพวกหมาบ้ากัดไม่เลือกหน้า ! ” หลิวจือเซียตอบ และไหวตัวขึ้นมาทันที“คงไม่ใช่ว่าคราวนี้มากัดฉันหรอกนะ ? ”
“ไม่ใช่แค่นาย! ” หลางเวิ่นซิงพูดเสียงต่ำ “เซียเยว่ก็โดนเหมือนกัน”
“อะไรนะ? ” หลิวจือเซียชะงัก
“เอาล่ะๆ นายไปเช็คเวย์ป๋อก่อนไป แล้วโทรกลับหาฉันนะ ! ” หลางเวิ่นซิงวางสาย
อีกด้านหนึ่งหวางเสี่ยวถงก็วางสายเช่นกัน
“น้องสามฉันมีเรื่องจะบอก” สีหน้าของหวางเสี่ยวถงดูเป็นกังวลอย่างมาก “พี่เกาเพิ่งบอกฉันว่า…”
“เรื่องจินฉือถังด่าฉันบนเวย์ป๋อใช่ไหม? ” หลิวจือเซียพูดแทรกหวังเสี่ยวถง “พี่สะใภ้ รบกวนพี่ไปเอาโน๊ตบุ๊คมาให้หน่อย”
“ได้! ” หวางเสี่ยวถงพยักหน้า ครู่หนึ่งเธอก็นำโน๊ตบุ๊คกลับมา