ตอนที่ 44มีวิธีที่ทำให้เจ้าร้องขอความเมตตา
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านมือของท่านพี่เจ็บเพียงนี้ มิว่าเยี่ยงไรก็ต้องให้หลินหร่วนเป็นคนจ่ายค่ายาอีกอย่าง...มิเพียงแค่ต้องจ่ายค่ายาเท่านั้น ทว่าต้องให้นางมาช่วยทำงานในบ้านของข้าด้วยนางทำสามีของข้าเจ็บเพียงนี้ งานที่ไร่ก็มิมีผู้ใดทำเยี่ยงไรนางก็ต้องไปทำงานที่บ้านข้า ! ”
ป้าโจวโกรธจนควันออกหูดังนั้นจึงด่านางอีกครา “จางชุ่ยฮวา เจ้ายังมียางอายอยู่หรือไม่ ? มือของผัวเจ้าจะเจ็บได้เยี่ยงไรหากเขามิลงมือตีผู้อื่นก่อน ? สตรีทะเลาะกัน ทว่าเขาที่เป็นบุรุษกลับรีบร้อนลงมือเช่นนี้ตีให้ตายก็มิเสียดายหรอก ! ”
มีชาวบ้านหลายคนที่ทนมิได้เข้ามาช่วยเจรจาเช่นกัน
“เถี่ยเกินพอได้แล้ว เดิมทีก็เป็นพวกเจ้าสองคนที่ทำผิดก่อน ต่างก็เป็นคนในตระกูลเดียวกันแท้ๆ อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยากไปมากกว่านี้เลย ประเดี๋ยวผู้อื่นจะหัวเราะเยาะเอา”
หลินเถี่ยเกินราวกับคนหูหนวกเขาเอาแต่ร้องโหยหวนมิหยุด
นางจางยังมิยอมหยุดเช่นกันนางคิดว่าตนเองเป็นคนมีเหตุผล ดังนั้นจึงยังยืนกรานต่อไป “พวกเจ้าก็เอ่ยได้สิพวกเจ้ามิได้เจ็บปวดอันใดนี่ ดูท่านพี่ของข้าสิ มือของเขากลายเป็นแบบนี้ไปแล้วหากมิรีบทำการรักษาเขาคงจะพิการเป็นแน่ ดังนั้นการที่ข้าให้นางจ่ายค่ายาให้นางมาทำงานในบ้านของข้าสักสองสามวัน มันมากเกินไปเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
หลินหร่วนหัวเราะด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ“จะให้ข้าจ่ายค่ายาและจะให้ข้าไปทำงานที่ของบ้านเจ้าเยี่ยงนั้นหรือ ? พวกเจ้าแน่ใจนะ ? ”
นางจางพยักหน้าอย่างเต็มใจ“แน่สิ ! เจ้าทำท่านพี่ของข้าเจ็บเจ้าย่อมต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว”
หลินหร่วนขยับคอพลางหักมืออีกคราได้ยินเสียงข้อต่อส่งเสียงดังกรอบแกรบ “เยี่ยงนั้นก็ได้ ข้าจะไปทำงานให้เจ้าสองสามวันตราบเท่าที่พวกเจ้ารับไหว”
เมื่อเอ่ยจบจึงเดินผ่านนางจางไป
นางจางเห็นใบหน้าที่ยิ้มเหมือนมิยิ้มของหลินหร่วนทั้งยังได้ยินเสียงกระดูกลั่น จึงทำให้นางรู้สึกเย็นวาบไปทั้งหลัง “เจ้าจะทำอันใด? อย่าคิดทำอันใดบ้า ๆ นะ ! ”
หลินหร่วนหัวเราะเย้ยหยัน“ข้าจะทำอันใดได้เล่า ? ข้าก็ต้องไปทำงานของบ้านเจ้าน่ะสิรีบมาเร็ว ๆ เข้า อย่ามัวเสียเวลาไปเลยข้ายังต้องรีบกลับมาเก็บข้าวโพดของตนเองต่ออีก”
เมื่อกล่าวจบจึงหันหน้าไปสั่งกับหลินหานว่า“เจ้าจงไปตามหมอมาดูอาการบาดเจ็บของลุงเถี่ยเกินสักหน่อยมิเงินหรือมิมีเงินไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญคือต้องรักษามือของเขาให้หายดี”
หลินหานพยักหน้ารับพลางจ้องมองไปยังหลินหร่วนที่หมุนตัวไปทางนางจางจากนั้นก็คว้าแขนของนางจางมุ่งหน้าไปยังไร่ข้าวโพดของหลินเถี่ยเกิน
นางจางที่ถูกลากเดินเซไปชั่วขณะนางสัมผัสได้ถึงความพยาบาทที่มาจากตัวของหลินหร่วนนางเด็กเหลือขอผู้นี้ต้องไว้ใจมิได้อย่างแน่นอน ดูที่จากที่นางใจร้อนและดูจากไร่ข้าวโพดที่อยู่มิไกล ดังนั้นนางจึงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
นางเด็กเหลือขอนี่คงมิได้ฉวยโอกาสตอนที่มิมีคนแล้วฆ่านางหมกไร่ข้าวโพดหรอกใช่หรือไม่!
เห็นหลินหร่วนจ้องมองนางพร้อมด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายที่มุมปากนางจางแข็งทื่อไปทั้งร่าง ขนอ่อนที่หลังคอต่างก็ลุกชูชัน
มิได้ ! นางจะเข้าไปในไร่ข้าวมิได้ เยี่ยงไรก็ห้ามเข้าไปเด็ดขาด !
ดังนั้นนางจางจึงใช้ส้นเท้ายันพื้นเอาไว้มิว่าเยี่ยงไรก็มิยอมเดินต่อ
แต่ต่อหน้าหลินหร่วนแล้วกำลังอันน้อยนิดของนางจางนับเป็นอันใดได้กันดังนั้นนางจางจึงถูกลากไปทั้งอย่างนั้น บนนถนนปรากฏรอยเท้าของนางจางเป็นทางยาว
นางจางตกใจกลัวจนแทบฉี่ราดจากนั้นก็ร้องตะโกนเสียงดังลั่น “ท่านพี่ ท่านช่วยข้าด้วยท่านรีบมาช่วยข้าเร็วเข้า !”
หลินเถี่ยเกินทราบว่าหลินหร่วนมีเจตนาที่มิดีดังนั้นเขาจึงเลิกแกล้งทำเป็นพิการ แล้วเร่งรีบเข้าไปขวางหลินหร่วนเอาไว้
หลินหร่วนผลักเขาออกไป“ลุงเถี่ยเกิน ท่านมิต้องเกรงใจข้าหรอก ข้าเป็นคนทำลุงเจ็บประเดี๋ยวข้าไปช่วยท่านลุงทำงานเอง ท่านลุงวางใจเถิด ข้าแรงเยอะย่อมสามารถทำงานได้อย่างคล่องแคล่วรวดเร็วอยู่แล้ว”
ยิ่งหลินหร่วนเอ่ยออกมาเช่นนี้ในใจของนางจางก็ยิ่งเกิดความหวาดกลัว นางเกือบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว
หลินเถี่ยเกินมิมีทางเลือกเช่นกันดังนั้นจึงทำได้เพียงเอ่ยว่า “ก็ได้ ๆ เจ้ามิต้องไปช่วยงานของบ้านข้าแล้วงานของบ้านข้า หากค่อย ๆ ทำประเดี๋ยวคงเสร็จ”
ทว่าหลินหร่วนกลับมิได้หยุดอย่างที่คิดนางยังคงลากนางจางให้เดินต่อไป
“มิได้ข้าเป็นคนเอ่ยคำไหนคำนั้น มือของท่านคงมิหายภายในหนึ่งวันเป็นแน่ ข้าจะทำงานให้บ้านท่านสักวันทำจนกว่ามือของท่านจะดีขึ้น”
หลินเถี่ยเกินกัดฟันด้วยความโมโหทั้งยังพุ่งเข้าไปดึงตัวหลินหร่วน
หลินหร่วนเอ่ยเสียงดังว่า“ลุงเถี่ยเกิน มีคนมองดูอยู่มากมาย ท่านคิดจะทำอันใดกันแน่ ? ท่านอย่าได้ลงมือกับข้าเชียว มิเช่นนั้นข้าจะร้องตะโกนว่าถูกลวนลาม”
หลินเถี่ยเกินหยุดมือลงทันใดทำได้เพียงกระทืบเท้า สุดท้ายก็เอ่ยว่า “บัดนี้มือของข้ามิค่อยเจ็บแล้วคาดว่าน่าจะมิเป็นอันใดแล้วเช่นกัน”
หลินหร่วนยังคงส่ายศีรษะอย่างสุดกำลัง“ลุงเถี่ยเกิน เหตุใดถึงได้เกรงใจกันนักเล่า ? พวกเราต่างก็เป็นคนตระกูลเดียวกันพวกท่านเป็นผู้อาวุโส ส่วนข้าเป็นคนรุ่นหลังที่ทำผิดเยี่ยงไรก็ต้องชดใช้ให้พวกท่านอยู่แล้ว”
นางจางแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ“พวกข้ามิเอาเรื่องเจ้าแล้ว เจ้ายังมิพอใจอีกหรือ ? ”
“มิได้หากพวกท่านมิเอาเรื่อง เช่นนั้นมันคงเป็นเรื่องที่ติดค้างอยู่ในใจของข้า”
หลินเถี่ยเกินขบกรามแน่นด้วยความโมโห“แล้วเจ้าจะเอาเยี่ยงไร ? ”
หลินหร่วนที่ยิ้มดูเหมือนมิยิ้มจ้องมองเขา“แล้วท่านเล่า ? ”
“หลินหร่วนเจ้าต้องทำให้เรื่องมันย่ำแย่ถึงเพียงนี้เลยหรือ ? ”
“ลุงเถี่ยเกินดูท่านเอ่ยเข้าสิ มิใช่ว่าพวกท่านขอให้ข้าทำสิ่งนี้เยี่ยงนั้นหรือ ? เรื่องในวันนี้พวกท่านเป็นคนก่อ ท่านย่อมรู้อยู่แก่ใจตนเองมิว่าจะไร้ยางอายเยี่ยงไรก็ต้องการให้ข้าตอบแทน ต้องการให้ข้าทำงานชดใช้แล้วเหตุใดบัดนี้ถึงกลับคำมาว่าข้าเป็นผู้ที่ทำให้เรื่องมันย่ำแย่ได้เล่า ? ”
เมื่อครู่ตอนที่นางรับหมัดของหลินเถี่ยเกินเอาไว้นางมิได้ใช้กำลังอันใดมากมาย เพียงแค่ทำให้เขาเจ็บสักหน่อยก็เท่านั้นนี่มิได้เป็นปัญหาใหญ่อันใด
เดิมทีหากเมื่อครู่นี้นางจางกล่าวขอโทษออกมาอย่างจริงใจเรื่องนี้ก็คงผ่านไปแล้ว ทว่าพวกเขาทั้งสองคนกลับยังมิสำนึก ทั้งยังใช้โอกาสนี้กล่าวหานางอีกหึ ๆ ดังนั้นนางจะยอมให้พวกเขาง่าย ๆ ได้เยี่ยงไร ?
หลินเถี่ยเกินผงะตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของนางจางซีดเป็นไก่ต้ม ในใจอดที่จะเจ็บปวดขึ้นมามิได้นางจางอายุน้อยกว่าเขาเกือบสิบปี นางมักจะเอาใจเขาอยู่เสมอและเขาก็รักนางมากจริง ๆวันนี้เห็นนางได้รับความคับข้องใจ เขาแทบอยากเข้าไปกัดหลินหร่วนให้ตกตายไปเสีย
ทว่าเขาก็มิอาจทำได้
เขาพบว่าหลินหร่วนผู้นี้เปลี่ยนไปตั้งแต่นางแยกครอบครัวออกไปเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน
เมื่อทราบว่าตนเองมิอาจใช้ไม้แข็งกับหลินหร่วนได้ในตอนนี้เขาจึงทำได้เพียงกระซิบเสียงต่ำว่า “หลินหร่วนเยี่ยงไรพวกเราก็มาจากตระกูลเดียวกัน เห็นแก่หน้าพ่อของเจ้าเถิด ครานี้เจ้า...”
“แล้วเยี่ยงไร ? ”
หลินหร่วนส่งยิ้มปลอมๆ ไปให้เขา “เจ้ากล่าวเช่นนี้ เจ้าลองถามตนเองหน่อยสิว่า...ตอนที่พวกเจ้ารังแกข้าพวกเจ้าได้นึกบ้างหรือไม่ว่าพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันพวกเจ้าได้ไว้หน้าท่านพ่อของข้าบ้างหรือไม่ ? ”
“คิดว่าข้ามิทราบหรือเยี่ยงไรว่าเหตุใดภรรยาตัวน้อยของเจ้าถึงได้กระโดดออกมารังแกข้า? มิใช่ว่านางต้องการจะผูกมิตรกับนางหวังหรอกหรือ? มิใช่ว่านางต้องการระบายโทสะแทนนางหวังหรอกหรือ ? ทำตัวเป็นคนมีคุณธรรมทว่าน่าเสียดายที่ไร้สมอง ! ”
“ครานี้เก็บไว้เป็นบทเรียนของพวกเจ้าเถิดหากมีคราหน้า ข้ามิยอมจบง่าย ๆ เช่นนี้เป็นแน่ !”
เมื่อกล่าวจบหลินหร่วนจึงปล่อยแขนนางจางออก จากนั้นก็หันหลังแล้วเดินกลับมาเบื้องหน้ากลุ่มคนพร้อมเอ่ยเสียงดังว่า
“เมื่อครู่ลุงเถี่ยเกินกล่าวว่าอยู่ ๆ มือของเขาก็หายเจ็บกะทันหัน ทั้งยังกล่าวขอโทษข้าไปแล้วด้วยกล่าวว่าตนเองลงมือกับสตรีและเด็ก ทำนิสัยแย่ยิ่งกว่าหมูกว่าสุนัขเมื่อเห็นว่าลุงเถี่ยเกินสำนึกผิดอย่างจริงใจแล้ว ข้าจึงมิอยากเอาเรื่องเขาแล้วล่ะถึงเยี่ยงไรก็เป็นคนในตระกูลเดียวกัน ทะเลาะกันไปก็เท่านั้น เอาล่ะ...ทุกท่านกลับไปทำงานต่อเถิด”