“ข้าทำตามที่ท่านบอกทุกอย่าง ไม่ต้องกังวล”
“ดี! นี่รางวัลของเ้า”
คนโลภรีบคว้าถุงมาเปิดออกก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อจำนวนของมันไม่เป็ไปตามที่ตกลงกันไว้
“อีกครึ่งหนึ่ง ข้าจะให้เ้าก็ต่อเมื่องานสำเร็จ”
“ข้าจะรู้ใดอย่างไรว่าท่านจะไม่บิดพลิ้ว”
“เ้ามีสิทธิ์สงสัยข้า ข้าเองก็มีสิทธิ์สงสัยเ้าเช่นกัน พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้วดังนั้นพบกันครึ่งทางดีหรือไม่ หากงานนี้สำเร็จ ทั้งเ้าและข้าก็จะได้รับผลประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่”
“ได้ ตกลง เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”
สตรีสวมหน้ากากมองตามหลังเขาไปอย่างไม่วางตา
“เพราะยังมีประโยชน์ ข้าจึงยังปล่อยเ้ามีลมหายใจ รอให้องค์รัชทายาทหรงซิ่งรับโทษเมื่อใด วันนั้นก็คือวันตายของเ้า”
ตำหนักอี้เทียน
"ยังไม่บรรทมอีกหรือเพคะ"
"ข้านอนไม่หลับ" อู๋ิเงยหน้ามองท้องฟ้า้าอย่างครุ่นคิด
"แต่พรุ่งนี้ทรงมีหน้าที่สำคัญ ลืมไปแล้วหรือเพคะ” มู่หลานเอ่ยเตือน
“เื่นี้ก็มีส่วนทำให้ข้านอนไม่หลับ” คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ตกว่าองค์รัชทายาทซิ่งเฉิงกำลังคิดสิ่งใดอยู่ เขาไม่ได้ชอบพอนางอย่างแน่นอนแต่ก็ยังพยายามเอาตัวเข้ามาใกล้ ตัวนางก็ไม่ได้มีประโยชน์หรือส่งเสริมอำนาจแก่เขาเสียหน่อย
“หม่อมฉันว่าองค์รัชทายาทซิ่งเฉิงอาจชื่นชอบองค์หญิง อาจเป็รักแรกพบก็ได้นะเพคะ” มู่หลานบิดตัวไปมาด้วยความขวยเขินกับการคาดเดาของตนเอง
“รักแรกพบ? หน้าข้าเขายังไม่อยากมองเลยกระมัง”
“เป็ไปไม่ได้ องค์หญิงงดงามไม่เป็สองรองใคร”
“ข้ากับลู่เอิน เ้าว่าใครสวยกว่ากัน”
“พรุ่งนี้พวกเราพาองค์รัชทายาทซิ่งเฉิงไปเยี่ยมชมอารามไหวจี๋ ดีหรือไม่เพคะ นอกจากจะมีสถาปัตยกรรมอันงดงามแล้ว ผู้คนมากมายต่างก็เดินทางไปขอพรที่นั่น ได้ข่าวว่าศักดิ์สิทธิ์มากเลยนะเพคะ”
“เช่นนั้นข้ากับเจียวมี่ล่ะ”
“หม่อมฉันนึกออกอีกที่หนึ่งเพคะ ทะเลสาบเจียงเหอ ตอนนี้ที่นั่นทะเลสาบยังคงเป็น้ำแข็ง เหมาะมากทีเดียวกับไถลน้ำแข็ง อะ... โอ๊ยยย องค์หญิงทรงทำร้ายหม่อมฉันทำไมหรือเพคะ”
อู๋ิเคาะศีรษะของนางกำนัลคนสนิทไปอีกครั้งเพื่อทำโทษ
“เ้าเนี่ยจะโกหกให้ข้ารู้สึกดีสักหน่อยก็ไม่ได้ เช่นนี้แล้วยังคิดอีกหรือว่าองค์รัชทายาทซิ่งเฉิงเกิดรักแรกพบกับคนอย่างข้า”
“องค์หญิงก็ทรงงดงาม... เอ่อ... ในแบบของตัวเองไงเพคะ” มู่หลานรีบแถหลังถูกเ้านายถลึงตาใส่
“ช่างเื่หน้าตาของข้าเถิด ข้ารู้ว่าข้าสวยสู้ลู่เอินกับเจียวมี่ไม่ได้.. นึกออกแล้ว ข้าไม่จำเป็ต้องไปเดตกับเขาสองต่อสองก็ได้นี่นา”
“ไปเดตคือสิ่งใดเพคะ”
“เดตก็คือ... ช่างเถอะ ข้าี้เีอธิบายแล้ว พรุ่งนี้ถึงจะไม่สวยเท่าพวกนาง ก็ต้องไม่ขี้เหร่กว่าที่เป็อยู่ ดังนั้นพวกเรารีบนอนกันเถิด”
“แต่องค์หญิงเพคะ...” มู่หลาน้าคำอธิบายเพิ่มเติม หาไม่นางจะสามารถปกป้ององค์หญิงจากอันตรายได้อย่างไร
ฟี้ ๆ ๆ
เสียงกรนบอกให้ทราบว่าคนบนเตียงเข้าสู่นิทราเป็ที่เรียบร้อยแล้ว มู่หลานจึงไม่กล้าเอ่ยปากถามต่อ
“บทจะนอนก็นอนหลับง่ายเหลือเกินนะเพคะ”
ผ้าห่มถูกดึงขึ้นมาคลุมให้ผู้เป็นายอย่างเรียบร้อย ริมฝีปากบางยกยิ้มเมื่อสังเกตเห็นว่าแก้มตอบมีน้ำนวลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งยังมีเืฝาดให้ได้เห็น
“หม่อมฉันจะขอพรให้องค์หญิงมีแต่ความสุขตลอดไปนะเพคะ”
วันรุ่งขึ้น
"เ้าให้คนไปแจ้งเวลาแล้วแน่นะ" เมื่อคนที่รอคอยไม่ปรากฏตัวเสียที อู๋ิจึงหันไปถามคนสนิทอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
"หม่อมฉันส่งเวลานัดหมายให้กับองครักษ์คนสนิทขององค์รัชทายาทซิ่งเฉิงกับมือเลยเพคะ"
"คนผู้นี้เหตุใดมักให้ผู้อื่นต้องคอยอยู่เรื่อย"
“องค์รัชทายาทซิ่งเฉิงเป็แขก เ้าจะรอสักหน่อยไม่ได้เลยหรือ” องค์หญิงเจียวมี่ตำหนิคนบ่นทั้งที่ตัวของนางเองก็สั่นด้วยความหนาวเพราะยืนรอด้านนอกเป็เวลานานพอสมควร
“พวกเรารอเขามาเกือบสองเค่อแล้ว รู้ไว้เสียด้วย! แล้วองค์หญิงลู่เอินเล่า นางอยู่ที่ไหน” อู๋ิบ่นอย่างหงุดหงิด อาคันตุกะยังพอทน เ้าบ้านสายเสียเองพอเลย
“นางก็ไปด้วยงั้นหรือ” องค์หญิงเจียวมี่ถามอย่างไม่เชื่อหู นางนึกว่าอู๋ิชวนนางคนเดียวเสียอีก
“ก็ใช่น่ะสิ”
“เ้า! ข้านึกว่าเ้าอยากญาติดีกับข้า จึงเปิดโอกาสให้ข้าได้ใกล้ชิดกับองค์รัชทายาทซิ่งเฉิง ไม่นึกว่าเ้าก็ชวนลู่เอินมาด้วย”
อู๋ิอยากตอบโต้ใจจะขาดแต่พยายามระงับเอาไว้เพราะอย่างไรก็อยากให้อีกฝ่ายติดตามไปด้วยวันนี้
“ในสายตาของข้า ทั้งเ้าและลู่เอินต่างก็เหมาะสมกับองค์รัชทายาทซิ่งเฉิงทั้งคู่ ข้าเป็คนกลางเลือกใครคนหนึ่ง อีกฝ่ายก็ต้องไม่พอใจ มิสู้ชวนพวกเ้าไปด้วยกันทั้งคู่ แต่ข้าจะบอกอะไรเ้าให้ ข้าน่ะส่งจดหมายไปให้เ้าเป็คนแรกเลยนะ”
“จริงหรือ”
“จริง ๆ สาบานได้” อู๋ิยกสามนิ้วสาบานทว่าอีกมือแอบไขว้นิ้วด้านหลัง
มู่หลานและรองแม่ทัพฉีที่เห็นการกระทำนั้นลอบทำตามอย่างสงสัยและส่งสายตาคำถามไปให้ผู้เป็นาย
อู๋ิที่เห็นดังนั้นรีบส่งสัญญาณให้พวกเขาหยุดและดึงเจียวมี่ให้หันไปอีกทาง
“เ้าเล่นไถลน้ำแข็งเป็หรือไม่”
“เป็สิ ข้าจะบอกเ้าให้ ข้าน่ะเก่งกีฬาทุกประเภท” องค์หญิงเจียวมี่ยืดอกภูมิใจ
“แล้วลู่เอินเล่า”
“เหอะ ลู่เอินน่ะหรือ นอกจากการเรียนกับศาสตร์ศิลป์ของสตรี อย่างอื่นนางสู้ข้าไม่ได้เลย”
“อย่างอื่นที่ว่าก็แค่เื่กีฬาอย่างเดียวมิใช่หรือไง” อู๋ิพึมพำอย่างหมั่นไส้
“เ้าพูดว่าอะไร”
“อ๋อออ คือ... ฟังข้านะ เ้าห้ามแสดงความเก่งกาจออกมาเด็ดขาด เ้าต้องแสร้งว่าเล่นไม่เป็และ้าความช่วยเหลืออย่างมาก ๆ ๆ เข้าใจหรือไม่”
“แต่ข้าอยากให้องค์รัชทายาทซิ่งเฉิงเห็นลีลาการไถลน้ำแข็งอันงดงามของข้านี่นา”
“ข้าว่าเขาน่าจะทุ่มความสนใจไปให้องค์หญิงลู่เอินที่กำลังล้มลุกคลุกคลานเสียมากกว่า ต่อให้เ้าตีลังกา หมุนตัวสี่ห้ารอบ เขาก็คงไม่สนหรอก”
ขณะที่องค์หญิงเจียวมี่ครุ่นคิดตามคำพูดของคู่สนทนา พลันสายตาก็เหลือบแลเห็นองค์รัชทายาทซิ่งเฉิงที่กำลังช่วยรับตัวองค์หญิงลู่เอินที่สะดุดเกือบล้มพอดี
"ขอบใจเ้ามากที่เตือนข้า"
อู๋ิขมวดคิ้วเมื่อจู่ ๆ อีกฝ่ายก็ทำตัวมีมารยาทกับนางขึ้นมาแต่เมื่อมองตามสายตาโกรธเกรี้ยวของเ้าตัวก็เข้าใจทันที
"ขอโทษที่พวกเรามาสาย ทั้งหมดเป็ความผิดของข้าเอง ขออย่าโทษองค์รัชทายาทซิ่งเฉิงเลย" องค์หญิงลู่เอินก้มหน้าด้วยสีหน้าสำนึกผิด
"พวกเรา?" องค์หญิงเจียวมี่ทวนคำและจ้องมือขาวสะอาดที่กำลังช่วยประคองศัตรูหัวใจตาเขม็ง
องค์หญิงลู่เอินรู้สึกตัวจึงรีบขยับออกห่าง
“เจียวมี่ เ้าใจเย็นก่อนนะ” อู๋ิกระซิบบอกบอกพร้อมกับกระตุกแขนเสื้ออีกฝ่ายเพื่อเรียกสติและรีบเปลี่ยนเื่
“ในเมื่อมากันครบแล้ว พวกเราก็ออกเดินทางเถิด ไป ๆ ขึ้นรถ”
อู๋ิปาดเหงื่อหลังสามารถเกณฑ์ทุกคนขึ้นรถจนหมด ขณะที่กำลังจะก้าวขึ้นตามไปจู่ ๆ มือของนางก็ถูกนางกำนัลคว้าไปกุมไว้แน่น
“อย่าทรงกังวลไปเลยเพคะ พวกเราสาบานจะปกป้ององค์หญิงด้วยชีวิตเพคะ” มู่หลานให้คำสัญญาก่อนจะช่วยพยุงร่างบางขึ้นรถด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด
อู๋ิเกาศีรษะอย่างงง ๆ แต่เพราะสายมากแล้วจึงไม่คิดกวดขันเอาคำตอบได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ
มู่หลานหันไปมองรองแม่ทัพฉี ทั้งสองพยักหน้าให้กันก่อนมู่หลานจะขึ้นไปประจำตำแหน่งด้านหน้ารถม้า ส่วนรองแม่ทัพฉีก็ะโขึ้นหลังม้าที่อยู่หน้าขบวนอีกทีเพื่อทำหน้าที่อารักขาอย่างแข็งขัน พลางนึกถึงคำพูดของฮูหยินเหมยฮวาที่ได้กลับมาเล่าให้มู่หลานฟังอีกครั้ง
“ออกเดตหรือ? แน่ใจนะว่าเ้าฟังไม่ผิด”
“ไม่ผิด มู่หลานเองก็ได้ยินเหมือนกันกับข้า หาไม่ข้าคงไม่มารบกวนฮูหยินในยามดึกเล่นนี้”
“ขอข้านึกก่อนนะ”
“ว่าอย่างไร คิดออกหรือไม่ขอรับ”
“ใจเย็นก่อนได้หรือไม่ ยิ่งเร่งข้าจะยิ่งสับสน ออกเดต... เดด... เด๊ด! ในที่สุดข้าก็นึกออกแล้ว”
“มันมีหมายความว่าอย่างไรขอรับ”
“ไม่ได้การ ๆ เ้าจะต้องระวังองค์รัชทายาทซิ่งเฉิงให้ดี เด๊ด คำนี้มีความหมายว่าตาย องค์หญิงกำลังเตือนพวกเ้าว่าพรุ่งนี้อาจจะต้องเสียงอันตรายถึงชีวิต พวกเ้าจะต้องดูแลองค์หญิงอู๋ิให้ดีอย่าให้มีแม้แต่รอยขีดข่วน เข้าใจหรือไม่ ขะ... ข้าจะให้บีหนึ่งและบีสองตามไปด้วย”
“ใช่แน่หรือขอรับ หากอันตรายถึงเพียงนั้น เหตุใดองค์หญิงถึงไม่บอกออกมาตรง ๆ”
“หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง องค์หญิงอาจกลัวว่าจะมีคนได้ยิน จึงได้ใช้ภาษาต่างถิ่นที่มีแต่ข้าเท่านั้นที่เข้าใจ ทรงคาดการณ์อย่างแม่นยำไว้แล้วว่าอย่างไรเ้าก็ต้องนำความนี้มาถามข้าอย่างแน่นอน”
“แต่ข้าว่า...”
“เชื่อข้าสิ ข้าเชี่ยวชาญภาษาต่างถิ่นมากเ้าเองก็ทราบดีมิใช่หรือ”
รองแม่ทัพฉีพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ในอดีตฮูหยินสามารถคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำดังนั้น...
“ออกเดตหมายถึงไปตาย”