ภายใต้สนามการทดสอบ
อาณาเขตเมืองชั้นในที่เต็มไปด้วยซากอาคารและถนนแตกพังกลับแปรสภาพเป็เวทีของการล่าอย่างแท้จริง
หวงเยี่ยในเวลานี้ไม่ต่างอะไรไปจากราชันย์แห่งพงไพรที่เข้ากวาดล้างสิ่งมีชีวิตซึ่งย่างกรายเข้ามาโดยไม่รู้ชะตากรรม
รากไม้สีม่วงเข้มแผ่ขยายออกจากแขนของเขาเป็สายยาวนับสิบเส้น พุ่งทะลวงอย่างแม่นยำและรวดเร็ว
สัตว์อสูรัระดับที่หนึ่งซึ่งเคยเป็ภัยคุกคามต่อผู้เข้าสอบคนอื่น กลับถูกตรึงกลางอากาศก่อนถูกฉีกทำลายลงสู่พื้นดิน
อาณาเขตเมืองชั้นในที่เคยรกร้างและน่าหวาดหวั่น บัดนี้กลายเป็ลานปะาที่เต็มไปด้วยเงาร่างไร้ชีวิต
นักเรียนจำนวนมากซึ่งกระจายตัวอยู่ตามตึกสูงหรือซอกถนนต่างมองภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาตื่นตะลึง
“นะ.. นั่นคือพลังอำนาจที่แท้จริงของเ้าชายน้อยเรอะ?!”
“สุดยอดเกินไป! เจตจำนงธาตุพฤกษาระดับาาสามารถทำอะไรแบบนี้ได้ด้วยเหรอเนี่ย”
“เพราะข้าได้ยินมาว่าเจตจำนงธาตุพฤกษาส่วนใหญ่ มันไม่มีพลังโจมตีไม่ใช่หรือไง?!”
คำถามนั้นสะท้อนความเข้าใจที่ถูกปลูกฝังมาเนิ่นนาน
“มันก็จริงอย่างที่ว่า.. มีบันทึกและประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน ว่าเจตจำนงธาตุพฤกษานั้นจะเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนเสียมากกว่า สร้างเถาวัลย์ขึ้นมาพันธนาการ ใช้กระแสพลังิญญาเยียวยาอาการาเ็และฟื้นฟูร่างกาย แต่ที่พวกเราเห็นนี่มันอะไรกัน!”
“เ้าชายน้อยคนนี้แปรเปลี่ยนร่างกายของตนเองเป็รากไม้สีม่วงที่ลุกโชนไปด้วยพลังิญญา!
“รากไม้เ่าั้แข็งแกร่งถึงขั้นทะลวงสัตว์อสูรัระดับหนึ่งได้อย่างง่ายดาย!
“แบบนี้มัน…”
คำพูดค้างอยู่ในลำคอ ไม่มีใครกล้าให้คำนิยามกับสิ่งที่เห็น
เพราะสิ่งนั้นกำลังทำลายกรอบความเข้าใจเดิมอย่างสิ้นเชิง
รากไม้สีม่วงพุ่งผ่านอากาศราวกับเส้นสายฟ้า เส้นหนึ่งฟาดลำตัวอสูรัจนเกล็ดแตกกระจาย อีกเส้นแทงทะลุอกของมันอย่างไม่ติดขัด การเคลื่อนไหวประสานกันราวกับมีจิตสำนึกเป็ของตนเอง
ทุกการโจมตีเฉียบขาด
ทุกการเคลื่อนไหวปราศจากความลังเล
ไล่ล่า
บดขยี้
กำจัด
คำเหล่านี้เหมือนถูกสลักลงบนภาพการต่อสู้
ซากร่างเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนพื้นถนนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง
ในระยะไกล เหยินเฟยและเย่ิเองก็ได้เห็นการลงมือของเขาเช่นเดียวกัน
ลมที่พัดผ่านพวกเขาเย็นลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
ขนหัวลุกซู่
ทั้งสองไม่คิดเลยว่าเมื่อหวงเยี่ยเอาจริงและปลดปล่อยเจตจำนงระดับาาออกมา มันจะแข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้
“นี่มัน…”
เย่ิเม้มริมฝีปาก
ส่วนตัวของเหยินเฟยไม่ตอบอะไร เพียงจ้องมองภาพเบื้องหน้าอย่างแน่วแน่ นางอดไม่ได้ที่จะกดเปิดหน้าจอคะแนนแบบเรียลไทม์
ตัวอักษรสว่างขึ้นกลางอากาศ
《คะแนนการทดสอบ》
《อันดับที่หนึ่ง หวงเยี่ยซื่อจื่อ 10,250 คะแนน》
《อันดับที่สอง เหยินเฟย 4,360 คะแนน》
《อันดับที่สาม เย่ิ 4,190 คะแนน》
《อันดับที่สี่ เย่ซันเป่ย 3,840 คะแนน》
ตัวเลขนั้นชัดเจนยิ่งกว่าคำอธิบายใด
“ร้ายกาจเกินไปจริงๆ”
“ผ่านไปกว่าห้าชั่วโมงแล้ว คะแนนของเราห่างกันเกือบหนึ่งเท่าตัวเชียวเหรอ!”
นางกัดริมฝีปาก ดวงตายังไม่ละไปจากร่างที่เคลื่อนไหวกลางซากเมือง
หวงเยี่ยพุ่งทะลวงเข้าไปลึกขึ้นอีก รากไม้สีม่วงกวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า
“เขาจะไปต่อกรกับสัตว์อสูรระดับสองเหรอ”
“งั้นเราก็ไป..”
ประโยคของเหยินเฟยชะงัก
“ไม่ดีกว่า!”
“ตอนนี้เราเป็เพียงนักล่าัระดับแรกเริ่มขั้นสูงสุดเท่านั้น!”
และแล้วคำถามหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจ
“แล้วเขาทำยังไงถึงได้พัฒนาตนเองจนแข็งแกร่งเช่นนี้กันนะ?”
“ถึงจะบอกว่าการต่อสู้กับพวกสัตว์อสูรัจะให้ผลลัพธ์ที่พัฒนาได้รวดเร็วก็เถอะ แต่แบบนี้มันจะเร็วเกินไปแล้วนะ!”
สายตาของนางทอดยาวตามเงาร่างของหวงเยี่ยที่กำลังเคลื่อนไปยังอาณาเขตส่วนกลางด้วยความซับซ้อน
..
ขณะเดียวกัน โดรนหลายตัวที่ลอยนิ่งอยู่เหนือท้องฟ้าของสนามการทดสอบที่เจ็ดก็กระพริบแสงสัญญาณเป็จังหวะ
ภาพจากเลนส์ความละเอียดสูงถูกส่งผ่านคลื่นข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เส้นทางสัญญาณพุ่งทะลุชั้นบรรยากาศจำลอง ก่อนจะถ่ายทอดกลับไปยังศูนย์ควบคุมภายในเมือง A แบบเรียลไทม์โดยไม่มีความคลาดเคลื่อนแม้แต่น้อย
ภายในอาคารบัญชาการซึ่งตั้งตระหง่านกลางเขตบริหาร แสงจากหน้าจอขนาดั์ส่องสะท้อนใบหน้าของเ้าหน้าที่ระดับสูงหลายสิบคนที่กำลังยืนเรียงรายอยู่เบื้องหน้า บางคนพนมมือไพล่หลัง บางคนกอดอกแน่น สีหน้าของแต่ละคนแฝงความตื่นตะลึงอย่างยากจะปกปิด
บนจอภาพ รากไม้สีม่วงเรืองรองกำลังพุ่งทะลวงร่างสัตว์อสูรอย่างดุดัน เศษซากกระจายเกลื่อน
ขณะที่ร่างของเด็กหนุ่มยังคงเคลื่อนไหวอย่างมั่นคงท่ามกลางความโกลาหล
“รากไม้สีม่วง?!”
เสียงหนึ่งหลุดออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ
“งั้นเด็กคนนี้ก็เป็คนที่ปลุกเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับาาและทำให้เกิดปรากฏการณ์บนท้องฟ้าเมื่อสองวันก่อนสินะ?”
คำถามนั้นถูกโยนเข้าสู่ห้องที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งเครียด
“ไม่ผิด! สามปีแล้วนะที่เมือง A ของพวกเราไม่ได้ให้กำเนิดนักล่าัที่เป็ดั่งยอดอัจฉริยะเช่นนี้!”
น้ำเสียงของเขาแฝงความภาคภูมิใจและความตื่นเต้นในคราวเดียวกัน
สายตาทุกคู่จับจ้องภาพบนหน้าจอ ราวกับไม่อยากพลาดรายละเอียดแม้เพียงเสี้ยววินาที
“มันน่าแปลกประหลาดใช่ไหมละ เมือง A ของเราอยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางของอารยธรรมไม่น้อย”
“แล้วการถือกำเนิดของผู้ถือครองเจตจำนงระดับสูงหรือาาก็ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร”
“มันก็จริง.. ถ้าไปอยู่ในอาณาเขตส่วนกลาง นักล่าัรุ่นใหม่ที่ปลุกเจตจำนงระดับาาขึ้นมาได้ก็มีพบเห็นอยู่บ่อยครั้ง”
“แต่ถึงจะบอกว่าเห็นอยู่บ่อยครั้งก็ตาม แต่อัตราเฉลี่ยของมันก็คือหนึ่งในสิบ ซึ่งมันก็ยังคงมากมายอยู่ดี!”
คำพูดนั้นทำให้หลายคนพยักหน้าเห็นพ้อง
หนึ่งในสิบ สำหรับเมืองชายขอบเช่นนี้ ตัวเลขนั้นแทบเป็ไปไม่ได้
ภาพบนจอเปลี่ยนมุมมอง ซูมเข้าไปยังแขนของหวงเยี่ยที่แปรเปลี่ยนเป็รากไม้สีม่วงเข้ม เส้นใยพลังิญญาหมุนวนอยู่ภายในอย่างชัดเจน
“นั่นคือเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับาารูปแบบไหน? รากไม้เ่าั้น่าสะพรึงกลัวมาก!”
“เขาถึงขั้นเปลี่ยนร่างกายของตนเองเป็รากไม้ ไม่ใช่ควบคุมรากไม้หรือสร้างต้นไม้ขึ้นมาจากพื้นดิน แต่เปลี่ยนตนเองเลยละ”
“ข้าเองก็ไม่เคยเห็นพลังรูปแบบนี้มาก่อน”
“การแปรสภาพตนเอง นั่นหมายถึงการหลอมรวมเจตจำนงเข้ากับร่างกายอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่เพียงควบคุมธาตุภายนอก”
“เหอะๆ ไว้เดี๋ยวค่อยใช้เครื่องตรวจสอบเจตจำนงระดับสูงกับเขาละกัน”
“พวกเราจะได้รับรู้ว่าเขากำลังเจตจำนงอะไรอยู่!”
คำกล่าวนั้นทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่แววตาของทุกคนยังคงเปล่งประกายด้วยความสนใจ
เ้าหน้าที่บางคนเริ่มกระซิบพูดคุยกันอย่างคึกคัก
“ถ้าเขายังรักษาระดับนี้ไว้ได้ เมือง A ของเราคงได้หน้าไม่น้อย”
“แค่ชื่อเสียงก็เพียงพอจะดึงทรัพยากรและการสนับสนุนจากส่วนกลางเข้ามาเพิ่มแล้ว”