แจ็คที่ออกไปทำหน้าที่หน่วยลาดตระเวน คอยออกสำรวจเส้นทางเบื้องหน้าทุกวัน
ครั้งนี้เขาไม่ได้ให้ฮอร์คบินส่งสัญญาณเหมือนปกติ แต่กลับวิ่งมารายงานด้วยตนเอง
“เลยทางโค้งด้านหน้าไป กองคาราวานเดิมหยุดพักอยู่”
“ข้าดูแล้วเหมือนได้รับาเ็กันเยอะพอสมควร มีร่องรอยการต่อสู้อยู่ทั่วกองคาราวานเลยหัวหน้า”
เขารีบรายงานสิ่งที่พบให้หัวหน้าอัศวินทราบในทันที
“เราจะเข้าไปพร้อมกันเลย หรือว่าให้ข้านำไปก่อนดีท่านพ่อ”
“พวกเราไปพร้อมกันเลย อย่างน้อยเขาเห็นเราทั้งหมดคงไม่กล้าทำอะไร แล้วเ้าค่อยเดินเข้าไปทักทายเขา”
“พวกเขาจะโกรธที่เราไม่ช่วยพวกเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้ ดังนั้นเราต้องปลอดภัยเอาไว้ก่อน”
ชายชราผู้มากประสบการณ์แนะนำลูกชายไป ก่อนที่จะออกเดินนำไปพร้อมกับวิคเตอร์ โดยทุกคนที่ตามหลังเตรียมพร้อมอยู่เสมอ
หลังจากเดินพ้นโค้งมาได้ไม่นาน พวกเขาพบกองคาราวานกำลังนั่งพักผ่อนกันอยู่
บางคนกำลังช่วยกันรักษาาแคนเจ็บ
“อังเดร นิโคไล หากพวกเ้าต้องช่วยรักษาคนเจ็บ เหลือมานาไว้หนึ่งในสามนะ อย่าใช้มานาจนหมด”
ชายหนุ่มเดินเข้าไปกระซิบใกล้ ๆ นักเวทสายสนับสนุนทั้งสองคน
“ขอรับนายน้อย”
ทั้งสองคนเข้าใจในทันที เพราะต่างก็ผ่านอะไรมามากมายเช่นกัน
เมื่อเดินไปถึงระยะพอที่เห็นกันชัดแล้ว วิคเตอร์และพ่อบ้านรอยเดินเข้าไปเพียงสองคน โดยให้คนอื่นรออยู่ห่าง ๆ
“ขอเทพคุ้มครอง”
วิคเตอร์และพ่อบ้านกล่าวทักทายก่อน เมื่อเดินเข้าไปใกล้คนที่ออกมารับ
หนุ่มใหญ่ร่างอ้วน หน้ากลม ผิวขาว แต่งกายภูมิฐานตามแบบพ่อค้า ยิ้มกว้างอย่างเป็มิตร เดินออกมาต้อนรับพวกเขาทั้งสองคน
“ขอเทพคุ้มครองพวกท่านทุกคนเช่นกัน”
“ข้า โอลิเวอร์ คาชารัน ผู้นำกองคาราวานนี้ และผู้นำกลุ่มการค้าเหรียญทอง”
“ข้าขอขอบคุณพวกท่านเป็อย่างมาก ที่ท่านได้แจ้งข่าวให้พวกเราทราบ ทำให้เราสามารถผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้มาได้โดยปลอดภัย”
กล่าวจบเขาทำการโค้งคารวะให้กับคนทั้งสอง
“พวกข้าไม่ได้ลำบากใด ๆ เพียงแค่ส่งข้อความเท่านั้น พวกท่านผ่านพ้นมาได้ด้วยความสามารถของตนเอง”
“ขอเพียงท่านไม่โกรธพวกเราที่ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว”
จอมเวทชรากล่าวคำขอโทษพร้อมน้อมศีรษะลงเล็กน้อย เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ขอรับความดีความชอบใด ๆ
“ไม่ได้ ไม่ได้ หากไม่ได้ข้อความจากพวกท่าน พวกข้าคงไม่อาจมายืนอยู่ตรงนี้ได้”
“หากเป็ข้าเอง ข้าก็เลี่ยงไปทางอื่นเช่นเดียวกัน ไม่มีใครอยากหาเื่ใส่ตัวแน่นอน ฮ่าฮ่าฮ่า”
ชายอ้วนกล่าวพลางหัวเราะอย่างเบิกบานใจ
“ครั้งนี้ พวกท่านช่วยเหลือพวกเราครั้งใหญ่ ทำให้เราสูญเสียคนไปเพียงสี่คนเท่านั้น มีาเ็สาหัสเพียงสองสามคนกำลังรักษาตัวอยู่ นอกนั้นก็าเ็เล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น”
“พวกท่านรีบไปกันหรือไม่ พวกเราอย่างเชิญพวกท่านแวะพัก ให้พวกเราได้ตอบแทนน้ำใจพวกท่านได้หรือไม่ขอรับ”
“ก็ดี นี่ก็เที่ยงแล้ว พวกเราได้เวลาพักแล้วเช่นกัน”
“ข้า รอย เป็หัวหน้าเขี้ยวอัสดง ยินดีที่ได้รู้จัก”
“ส่วนเ้านี่ วิคเตอร์ ลูกชายข้า ท่านคงรู้จักแล้ว และหนุ่มน้อยด้านนั้นหลานชายข้า นิโคลัส”
ชายชรากล่าวแนะนำตัวเองและนิโคลัส แล้วยืนมือไปจับมือทักทายกับพ่อค้าหนุ่มใหญ่
วิคเตอร์หันไปทางกลุ่มแล้วโบกมือเรียกทุกคนเข้ามา
เมื่อทุกคนเดินเข้าถึงตรงหน้ากองคาราวาน พลันได้ยินเสียงทักทายกลั้วเสียงหัวเราะและรอยยิ้มร่า
“ข้า โอลิเวอร์ ในนามตัวแทนของกลุ่มการค้าเหรียญทอง”
“ขอเรียนเชิญทุกท่าน ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน เพื่อเป็การแสดงขอบคุณจากใจของพวกเราทุกคน”
“ทุกคน เตรียมอาหารที่ดีทีสุดที่เรามี โดยด่วน”
เขาหันกลับไปะโสั่งกองคาราวานโดยทันที
“อังเดรกับนิโคไล เ้าสองคนช่วยไปช่วยรักษาคนเจ็บหน่อยได้ไหม?”
เสียงจอมเวทชรา หันไปเอ่ยกับนักเวททั้งสองคน
“ขอรับหัวหน้า”
ทั้งสองพลางชำเลืองไปทางนิโคลัสแล้วก้มหัวเล็กน้อยเป็สัญลักษณ์ว่าพวกเขาจำที่นายน้อยสั่งได้
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ จากนั้นเดินไปทางนกน้อยสีขาว
“เ้าขาว เ้ากับฮอร์ค ช่วยไปบินสำรวจรวบ ๆ นี้ ให้หน่อยนะ บินวนไปไกล ๆ ถึงระยะ ยอดไม้สูงลิบด้านโน้น หากมีอะไรผิดสังเกตรีบแจ้งพวกข้าทันที แล้วพวกเ้าก็หาอะไรกินไปเลยนะ”
“ได้เลย นิค”
“เ้าจะเอาหนูซักตัวไหม เดี๋ยวข้าเอามาเผื่อ”
นกน้อยรับคำด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว ตอนนี้ มันพูดเก่งมาก แถมยังฉลาดอีกด้วย
“ไม่เป็ไร ขอบใจมาก”
แล้วเ้านกน้อยก็บินไปจัดการตามที่เขาบอก
หากเป็เมื่อก่อน แจ็คจะสั่งงานเ้าฮอร์ค ผ่านการแสดงออกด้วยท่าทาง
แต่หลังจากมีนกน้อยช่างพูด เขามักฝากข้อความผ่านเ้านกน้อยไปบอกฮอร์ค เพราะได้รายละเอียดที่ดีกว่ามาก
จากนั้นฮอร์คจะกลับมารายงานผ่านนกน้อยถึงสิ่งที่มันพบเห็น
นกน้อยจึงได้รับหน้าที่เป็ผู้ประสานงานและล่าม ระหว่าง มนุษย์กับฮอร์ค ไปโดยปริยาย
แต่โดยปกติ นกสีขาวตัวนี้จะไม่ออกลาดตระเวนกับฮอร์ค ด้วยสีขาวที่ดูสะดุดตาเกินไปและความคล่องตัวที่น้อยกว่าฮอร์คมาก
จากสายตาของอดีตนักฆ่ายามเดินผ่านผู้คนในกองคาราวาน การต่อสู้ที่ผ่านมาค่อนข้างรุนแรง แม้มีคนาเ็สาหัสเพียงไม่กี่คนก็ตาม
หากพวกเขาไม่ทราบถึงการซุ่มโจมตี กองคาราวานนี้คงไม่มีใครรอดแน่นอน
ผู้คุ้มกันส่วนใหญ่ได้รับาเ็เล็กน้อย แต่เนื่องจากกองคาราวานนี้ มีผู้รักษาเพียงคนเดียว จึงทำให้การรักษาช้าลงมาก
โชคดีที่ได้ อังเดรและนิโคไล เข้าไปช่วยเหลือ ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น
นิโคไล นักเวทสนับสนุน ที่มีเวทรักษาเพียงขั้นแรกเท่านั้น ทำให้รักษาคนที่มีาแเล็กๆ น้อยๆ
ส่วนอังเดร นักเวทรักษาสายตรง รับหน้าที่รักษาผู้าเ็สาหัส ทำให้อาการพวกเขาดีขึ้นมาก
ไม่นานอาหารก็พร้อมสำหรับทุกคน
วงในสุดประกอบด้วยกลุ่มผู้นำของทั้งสองฝ่าย
โดยมี พ่อบ้านรอย อยู่ตรงกลาง และ วิคเตอร์ กับ นิโคลัสนั่งอยู่ข้าง ๆ
ส่วนกลุ่มการค้าเหรียญทองมี โอลิเวอร์ และ โดรัน หัวหน้ากลุ่มคุ้มกันโดยมีชายหนุ่ม หน้าตาหล่อเหลา ผมสีบรอนซ์ ั์ตาสีเขียว อายุใกล้เคียงกับนิโคลัส นั่งอยู่อีกข้างของโอลิเวอร์
“ท่านนี้คือ โดรัน หัวหน้ากลุ่มคุ้มกันกองคาราวาน และหนุ่มน้อยคนนี้ อเล็กซ์ หลานชายของข้าเอง”
“ข้าให้เขาออกมาหาประสบการณ์ แล้วข้าคิดว่า พวกเราอาจได้พบกันอีก ที่สถาบันวาลเดียลา ่ที่มีการสอบ เพราะหลานชายข้าก็กำลังจะไปสอบเหมือนกัน อ๊ะ!”
เขาหยุดพูดในทันทีพลางหันไปมองชายหนุ่มที่ด้านข้าง ด้วยสีหน้ากังวลชัดเจน
ชายหนุ่มยิ้มให้เขาบาง ๆ พลางหันไปทางชายชราและนิโคลัส
“หากเราพบกันที่สถาบัน อย่าลืมทักทายข้าด้วยนะ หวังว่าเราจะสอบเข้าไปได้ด้วยกัน”
โอลิเวอร์รู้สึกเหงื่อชุ่มหลังเลยทีเดียว เขาหลุดพูดออกไป แม้ไม่ได้เป็เื่ใหญ่ แต่มันก็ยังเป็เื่ส่วนตัวอยู่ดี
“เอาหล่ะ เรามาเริ่มรับประทานอาหารกันเลย”
ชายอ้วนรีบเชิญทันทีเพื่อเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
แต่สายตาที่ดูลุกลี้ลุกล้นและตระหนกนั้น ไม่อาจรอดพ้นการสังเกตของ ตาและหลาน คู่นี้ไปได้
‘อาทั่วไปต้องกลัวหลานตัวเองขนาดนี้ด้วยเหรอ คิดว่าข้าโง่นักหรือไง’
ประสบการณ์กว่าสามสิบปีท่ามกลางกลิ่นคาวเืและควันปืนของหนุ่มใหญ่ ที่ตอนนี้อยู่ในร่างหนุ่มน้อย ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ
ในระหว่างมื้ออาหาร โอลิเวอร์ไม่พูดถึงการต่อสู้ที่ผ่านมาเลยแม้แต่น้อย
เขาพยายามชวนคุยเื่การค้าขายของเขามากกว่า
แม้นิโคลัสจะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ไม่ติดใจอะไรเพราะทุกคนย่อมมีความลับ
อย่างน้อยการพูดคุยถึงเื่การค้าขายก็ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าตอนนี้สถานการณ์ในตลาดการค้าไม่ค่อยปกตินัก
มีกลุ่มการค้าบางกลุ่มพยายามรวมตัวเข้ายึดครองตลาดเพื่อหวังผูกขาดทางการค้าของทั้งอาณาจักร
ทำให้กลุ่มการค้าเล็ก ๆ หลายกลุ่มต้องปิดตัวเองหากไม่ยอมเข้าร่วม
‘แล้วกลุ่มการค้าความหวังจะเป็ยังไงบ้าง’
เขาเริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมาแล้ว หากแต่เขาไม่คิดสอบถามเพราะเกรงคนอื่นจะสังเกตเห็นถึงความสัมพันธ์ของพวกเขากับกลุ่มการค้าความหวัง
“ท่านรอยขอรับ ที่กองคาราวานของเรารอดพ้นภัยครั้งนี้มาได้ เพราะความเมตตาจากท่าน ดังนั้นได้โปรดรับสินน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ด้วยเถิดขอรับ”
จากนั้นเขาประคองถุงเงินด้วยสองมือยื่นให้กับชายชรา
“เมื่อท่านมีน้ำใจ ข้าไม่ขอบ่ายเบี่ยง”
พ่อบ้านยื่นสองมือออกไปรับถุงเงินนั้นไว้พลางกล่าวต่อ
“จากนี้เราสองฝ่ายไม่ติดค้างน้ำใจกันแล้ว ท่านโปรดวางใจ”
“ท่านช่างตรงไปตรงมายิ่งนัก ขอบคุณ ขอบคุณ”
"หากวันหน้าท่าน้าความช่วยเหลือใด ๆ โปรดติดต่อข้าน้อยได้เลย หากไม่เหลือบ่ากว่าแรง ข้าน้อยยินดีช่วยขอรับ"
พ่อค้าร่างใหญ่กล่าวพลางโค้งคารวะให้แก่ชายชราด้วยรอยยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริแตก
เหตุผลที่เขายินดียิ่ง เนื่องจากเหล่าผู้ค้าขายไม่หวั่นการติดหนี้เงินผู้อื่น แต่เกรงกลัวการติดหนี้บุญคุณเป็อย่างยิ่ง
เพราะไม่สามารถบอกได้ว่าเ้าหนี้จะกลับมาอ้างบุญคุณเมื่อไหร่และมากแค่ไหน
ดังนั้นเมื่อชายชรายอมรับถุงเงินจากเขาอย่างง่ายดาย แสดงให้เห็นว่านักเวทชราผู้นี้ไม่้าผูกบุญคุณใดๆ กับเขาอีก
“เรามาทานให้เสร็จกันเถอะ แล้วพวกข้าจะได้เดินทางกันต่อ”
พ่อบ้านชราเอ่ยชวนเพราะเขาเองไม่ค่อยอยากอยู่กับกลุ่มนี้นานเท่าไหร่ เขารู้สึกแปลก ๆ คาดว่ากลุ่มนี้ต้องมีบางสิ่งบางอย่างแน่นอน
“ขอรับ”
จากนั้นทุกคนต่างรับประทานอาหารจนเรียบร้อย และกลุ่มเขี้ยวอัสดง กำลังจะเตรียมตัวออกเดินทาง
ทันใดนั้น จากที่ไกล ๆ เ้านกน้อยรีบบินเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว พลางร้องด้วยความตื่นตระหนก
“นิค แย่แล้ว นิค แย่แล้ว”
“เกิดอะไรขึ้น ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ เล่า”
ชายหนุ่มพยายามปลอบนกน้อย พลางยื่นมือออกไปให้มันเกาะบนแขน แล้วแอบปล่อยพลังจากตำราสรรพสัตว์ให้กับมัน
“มีกลุ่มคนจากทิศที่เรามา กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ไม่ใช่เพียงทิศเดียวด้วย”
“ข้ากับฮอร์ค เห็นคนกลุ่มใหญ่ประมาณร้อยคนกับสัตว์เวทสี่ตัวมุ่งหน้ามาทางนี้ แล้วพวกมันแยกเป็สองกลุ่ม ตีวงโอบล้อมพวกเราไว้”
“ข้าจึงรีบกลับมารายงาน ส่วนฮอร์คกำลังตรวจรอบนอกต่อ เดี๋ยวมันจะตามมา”
ทันทีที่มันพูดจบ บรรยากาศในที่นั้นหนักขึ้นทันใด ทุกคนต่างคิ้วขมวดตึงเครียดขึ้นฉับพลัน
จอมเวทชราคิ้วขมวดขึ้นทันที แล้วเรียกคทาเวทออกมากำไว้แน่น
จากนั้นหันไปจ้องหัวหน้ากลุ่มเหรียญทอง พลันกล่าว
“ท่านมีอะไรจะบอกข้าไหม”
น้ำเสียงเ็าของจอมเวทชรา บวกกับคทาเวทเริ่มสั่นไหวน้อยๆ ด้วยความโกรธ ยากนักที่คนทั่วไปจะรับไหว
ร่างอ้วน ๆ ถึงกับสั่นเทิ้มด้วยความกลัว
“ท่านตาโปรดใจเย็นขอรับ”
นิโคลัสรีบเข้ามากุมมือจอมเวทชราเอาไว้ พลางทำสีหน้าใสซื่อราวกับหลานชายที่ไม่อยากให้คุณตาโมโห
“ยามนี้เราต้องรีบวางแผนรับมือกันก่อน ใช่ไหมขอรับท่านตา”
นายน้อยรีบเตือนชายชราและขอให้เขาช่วยรับผิดชอบศึกนี้
ที่พวกเขาไม่หนีเพราะหนีไม่ได้ หากหนีไปแล้วโดนดักโจมตีระหว่างทางจะกลายเป็โดนปิดล้อมโดยง่าย
แต่หากตั้งรับ พวกเขายังพอหาวิธีตั้งรับที่ทำให้ได้เปรียบศัตรูอยู่บ้าง
“เสร็จจากนี้ เรามีเื่ต้องคุยกัน เพราะเ้าดึงพวกข้าไว้ ทำให้ต้องมาเกี่ยวข้องด้วย”
แรงกดดันจากจอมเวท ทำให้ชายร่างอ้วนแทบหายใจไม่ออก
“แล้วเ้าจะยืนทำอะไร ไม่รีบไปสั่งการคนของเ้าเหรอ อยากตายไวกันนักหรือไง!”
จอมเวทเริ่มโกรธแล้ว หันไปตวาดใส่โดรันที่ยืนอึ้งอยู่ข้างๆ
หัวหน้าหน่วยคุ้มกันใตื่นจากภวังค์ในทันใด รีบวิ่งออกไปสั่งการคนของเขาที่มีราวหกสิบคน ให้กระจายกำลังกันออกไป
พวกเขานำเกวียนขนสินค้าและรถม้าที่ว่างเปล่า มาทำเป็แนวกำบังรอบนอก
เนื่องจากสิ่งเหล่านี้สร้างมาแข็งแรงมาก มีอักขระเวทป้องกันสลักไว้ที่ตัวรถ สามารถป้องกันการโจมตีได้ระดับหนึ่ง
มีรถม้าสองสามคันที่อยู่ตรงกลางภายในวงล้อม ให้คนที่ต่อสู้ไม่ได้เข้าไปหลบภัย
ในขณะเดียวกัน บนฟ้าเหนือกองคาราวาน ปรากฏเหยี่ยวตัวหนึ่งพุ่งดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว
“ฮอร์ค! มานี่”
แจ็คะโเรียกฮอร์คที่กำลังพุ่งลงมา พร้อมชูแขนขึ้นรอให้มันเกาะ
เมื่อเพื่อนมีปีกตัวนี้มาถึงแจ็ค มันกลับบินเลยแขนที่ยกรออยู่ไปเฉยๆ
“อ๊ะ! เ้ากล้าทำเมินข้าอีกแล้วรึ!”
แจ็คผู้น่าสงสารที่ระยะหลังนี้ มักจะโดนเหยี่ยวคู่ใจหมางเมินบ่อยๆ
ั้แ่มีนายน้อยคนใหม่กับนกน้อยสีขาว ยามพักผ่อนทีไร เ้าเหยี่ยวตัวนี้ก็มักไปขลุกอยู่กับทั้งสองเสมอ
“เคียะ เคียะ”
เสียงร้องของเ้าฮอร์คดังระงม เมื่อมาถึงนิโคลัสและนกสีขาว
มันพยายามบอกข้อมูลทั้งหมดให้แก่นกน้อย เพื่อที่จะได้บอกต่อคนอื่น
ในอันที่จริง เขาไม่ต้องให้นกน้อยบอกเลยเพราะเขาฟังที่ฮอร์คพูดเข้าใจอยู่แล้ว
แต่ที่ต้องให้เ้าตัวเล็กถ่ายทอดให้ฟังเพื่อปกปิดความสามารถของตนเอง
“นิค ห้าสิบคนและสัตว์เวทสองตัว มาจากเส้นทางรถม้าทางใต้ที่เราผ่านมา”
“อีกห้าสิบคนและสัตว์เวทสองตัวมาทางป่าตะวันออกทางด้านนั้น”
“และอีกสามสิบคนมาตามทางรถม้าจากทางเหนือ”
“ไม่เกินสิบนาทีจะมาถึงเรา”
นกน้อยรีบรายงานข่าวที่ได้รับมาให้กับชายหนุ่มทราบ และทุกคนในบริเวณนั้นได้ยินกันทุกคน
คิ้วที่ขมวดเข้าหากันปรากฏบนใบหน้าของทุกคน จำนวนคนโจมตีครั้งนี้มากกว่าชุดที่ดักโจมตีกองคาราวานก่อนหน้านี้มาก
ชายชรายิ่งโกรธมากขึ้นเมื่อรู้ถึงจำนวนศัตรูในครั้งนี้ พ่อค้าพวกนี้ทำให้พวกเขาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ไม่ว่าโดยเจตนาหรือไม่ แต่พวกเขาต้องรับผิดชอบ
“พวกเ้าทำได้ดีมาก! เื่ครั้งนี้ไม่จบลงง่าย ๆ แน่”
สายตาโกรธจัดของจอมเวทชรา จ้องเขม็งไปที่พ่อค้าร่างอ้วนที่ตอนนี้ยืนตัวสั่นก้มหน้าอยู่ข้างๆ ไม่กล้าสบตาเขาแม้แต่น้อย
คนกลุ่มนี้ต้องมีเื่สำคัญปิดบังไว้แน่นอน
“แสดงว่าทางทิศตะวันตกไม่มีกองกำลัง เช่นนั้นเราหนีไปทางนั้นดีกว่าไหม”
โดรันหัวหน้าหน่วยคุ้มกันเสนอความเห็นทันที
‘โง่เง่า’
นิโคลัสคิดในใจ หากมีคนมากขนาดนั้นแล้วจะเปิดช่องให้พวกเราหนีทำไม
ในขณะที่เสียงชราดังขึ้น
“เ้าอยากตายไวนักหรือ!”
พูดพลางไม่สนใจอะไรอีก รีบสั่งการทันที
“เขี้ยวอัสดงจะรับผิดชอบฝั่งด้านใต้ ที่เหลือพวกเ้าไปจัดการเอาเอง”
ไม้เท้าเวทในมือเริ่มเปล่งแสงสีน้ำตาลจาง ๆ ออกมา
พื้นดินใต้เท้าจอมเวทเริ่มสั่นไหว เศษก้อนกรวดและก้อนหินเล็ก ๆ เริ่มกระเด้งขึ้นลงเบาๆ ราวกับมีมือใหญ่กำลังทุบผิวดินอยู่
“เขี้ยวอัสดง จัดขบวน”
เสียงชราดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ฝุ่นผงฟุ้งกระจายไปรอบข้าง คล้ายกับถูกลมกระพือขึ้นในฉับพลัน..