ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 4 บทที่ 98 เขาต้องการกำจัดภัยร้ายเพื่อประชาชน

            จิ่งเยี่ยนกุยก็รู้ว่าวิธีการป้องกันตัวเองนั้นค่อนข้างง่าย เพราะการใช้พละกำลังคือสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด แต่ร่างกายของเธอถึงจะไม่ได้นับว่ามีพละกำลังน้อยในหมู่เด็กผู้หญิง แต่ก็เทียบกับผู้ชายไม่ได้เลย ดังนั้นจึงทำได้เพียงใช้วิธีอื่นแทน

            หลังจากปิดประตู เธอก็รีบเข้าไปในมิติ ถึงแม้ว่ามิตินี้จะเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ แต่ในเวลาคับขันก็ยังพอมีประโยชน์ อย่างน้อยก็มีสมุนไพรอยู่มากมาย สามารถปรุงยาอะไรได้บ้าง

            เนื่องจากเวลาในมิติต่างกับเวลาข้างนอก แถมดินและอากาศข้างในยังดีกว่ามาก ทำให้เวลาอยู่ในมิติจึงไม่ค่อยรู้สึกถึงความผิดปกติของพืช แต่ความจริงก็คือเธอไม่ได้เข้ามิติหลายวันแล้ว แต่พืชพวกนั้นกลับพากันโตเร็วจนเกินไป

            ซึ่งตัวจิ่งเยี่ยนกุยเองก็ไม่ค่อยอยากจะเข้ามามากนัก เพราะมันมีกฎเกณฑ์และเรื่องวุ่นวายมากมาย แต่เธอก็ยังนึกถึงสมุนไพรในมิติอยู่เสมอ ถึงจะเบื่อหน่าย แต่ก็จะแวะเข้าไปดูทุกสามถึงห้าวัน

            แต่ทุกครั้งที่เข้าไป เธอก็อดใจกับสิ่งล่อตาล่อใจข้างในไม่ได้ ต้องจัดเรียงสมุนไพร อ่านตำราแพทย์ หลังจากนั้นก็ถูกขังอยู่ในมิติระยะหนึ่ง จนกระทั่งปรุงยาสำเร็จแล้ว มิติก็ถึงจะปล่อยเธอออกมา

            ครั้งแรกที่ถูกขังในมิติ เธอรู้สึกประหม่าและหวาดกลัว แต่พอมีครั้งที่สอง เธอก็เริ่มใจเย็นขึ้น แล้วพอเจอเป็นครั้งที่สามสี่ เธอก็พบว่าตัวเองเริ่มชินกับเงื่อนไขอันเลวร้ายของมิตินี้แล้ว

            ดังนั้นจากการสะสมในช่วงเวลาที่ผ่านมา สมุนไพรข้างในนับได้ว่าถูกเธอปลูกไปแล้วหลายรอบ อีกทั้งยังเก็บเกี่ยวสมุนไพรที่โตเร็วไปอีกหลายต้นแล้วเช่นกัน ส่วนสมุนไพรที่ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเก็บเกี่ยวได้ เธอก็ปล่อยให้มันเติบโตเองตามธรรมชาติ อย่างโสมตัวเล็กๆ ตอนนี้ ก็ดูอวบอ้วนขึ้นกว่าที่เห็นครั้งก่อนมาก

            เนื่องจากปลูกสมุนไพรหลายชนิด ในบรรดาสมุนไพรเหล่านี้มีบางชนิดที่มีพิษ ยกตัวอย่างเช่น  ต้นมือเซียนชนิดพิเศษชนิดหนึ่ง

            ตอนนั้นเธอพบเมล็ดต้นมือเซียนชนิดนั้นในตู้ตรงมุมในสุดของบ้าน เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมากตอนที่ปลูก เพียงแค่โรยไปสองสามเมล็ดที่ขอบแปลงสมุนไพร จนถึงตอนนี้เมื่อเข้าไปดูก็พบว่ามันเติบโตดีมาก

            เธอเก็บมาต้นหนึ่งแล้วเอาเข้าไปในบ้าน หลังอ่านตำราอยู่สักพัก ก็ใช้ต้นมือเซียนนี้กับยาสมุนไพรอื่นปรุงยาขึ้นมา เมื่อปรุงเสร็จเธอก็ออกจากมิติ ถ้าไอ้โรคจิตนั่นไม่มายุ่งกับเธอก็ดีไป แต่ถ้ามันยังมายุ่งอีก เธอจะสอนบทเรียนให้มันต้องจดจำไปชั่วชีวิต

            คืนนั้นจิ่งเยี่ยนกุยนอนหลับสบาย พอตื่นเช้ามาก็ปั่นจักรยานตระเวนไปทั่วเมืองเอกเหมือนเดิม

            แล้วเธอก็พบว่าไอ้โรคจิตที่ตามเธอเมื่อวานนี้ วันนี้ไม่เพียงแต่จะตามเธอมา แต่ยังมีชายอีกสองคนเพิ่มตามมาด้วย

            คิ้วของจิ่งเยี่ยนกุยขมวดเล็กน้อย พอมีพวกนั้นตามมา เธอก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะลงมือเมื่อไหร่ ความรู้สึกไม่สบายใจทำให้ยากที่จะมีสมาธิในการสำรวจตลาด

            เมื่อคิดได้ดังนั้น ภายในใจพลันผุดแผนการ เธอจอดจักรยานตรงสี่แยกที่มีคนพลุกพล่านที่สุด ท่าทางดูเหมือนลังเลว่าจะไปทางไหน

            ไม่ไกลนัก ลู่เฉียวตงคุณชายใหญ่แห่งตระกูลลู่จากเมืองหลวงบังเอิญเห็นภาพนี้พอดี เขาเห็นชายโรคจิตสามคนตามหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งมาตลอดทาง แต่หญิงสาวคนนั้นกลับไม่รู้ตัว

            เขาไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องคนอื่นนัก อันที่จริงที่สังเกตเห็นเรื่องนี้ก็เป็นเพราะหญิงสาวคนนั้นสวยเกินไป ถึงแม้จะใส่เสื้อผ้าสีเทาเรียบๆ แต่ก็ไม่อาจปิดบังรูปร่างหน้าตาที่งดงามราวกับเทพธิดาได้

            เขาคิดว่าครอบครัวของหญิงสาวคนนั้นก็ช่างไม่ระวังเสียเลย ปล่อยให้หญิงสาวหน้าตาดีขนาดนี้มาเดินไปเดินมาคนเดียว นี่ไม่ต่างกับกำลังล่อตาล่อใจพวกที่ใจไม่ซื่อหรือยังไง

            วันนี้ลู่เฉียวตงจัดการธุระเสร็จแล้ว ตอนนี้กำลังรอใครบางคนอยู่ แต่คนที่รอนั้นก็ยังไม่มา ตอนนี้จึงพอมีเวลาว่าง

            ถ้าเขาจะยุ่งเรื่องนี้ วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการขวางพวกอันธพาลสามคนนั้นไว้ แต่พวกอันธพาลสามคนนั้นยังไม่ได้ทำความผิดจริงๆ ถึงแม้จะขวางไว้ก็เปล่าประโยชน์ ไม่สามารถลงโทษตามกฎหมายได้ วันนี้ถึงจะช่วยหญิงสาวไว้ได้ วันหน้าพวกมันก็ไปก่อความเดือดร้อนให้หญิงสาวคนอื่นอยู่ดี

            และเขายังรู้สึกว่าหญิงสาวสวยคนนี้ดูจะไม่ระมัดระวังเลย ครั้งนี้ก็ควรจะให้บทเรียนเธอสักหน่อย จะได้ไม่ไปวิ่งเล่นให้เกิดเรื่องอีก

            ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจว่าจะรอให้พวกอันธพาลลงมือกับหญิงสาวคนนั้นก่อน แล้วค่อยปรากฏตัวออกมา แบบนี้ก็จะได้กำจัดภัยเพื่อประชาชนพร้อมให้บทเรียนแก่หญิงสาวคนนั้นด้วย

            แต่เรื่องราวกลับไม่ได้เป็นไปตามที่เขาคิด เมื่อเห็นหญิงสาวหน้าตาดีคนนั้นมองซ้ายมองขวาที่สี่แยก ท่าทางดูเหมือนว่าจะสับสนไม่รู้จะไปทางไหน และคล้ายเธอจะอยากถามทางใครสักคน

            จากนั้นลู่เฉียวตงก็เห็นว่าหญิงสาวที่ดูเหมือนคนโง่คนนั้นมองหาผู้คนในฝูงชน แล้วก็เดินเข้าไปถามทางพวกอันธพาลสามคนเสียอย่างนั้น!

            ลู่เฉียวตงรู้สึกว่าเขาคงเจอคนโง่เข้าให้แล้ว เพราะอยู่ไกลกันจึงได้ยินหญิงสาวพูดเพียงคร่าวๆ ว่า "...พวกพี่ดูใจดี ช่วยฉันหน่อยได้ไหม..."

            ลู่เฉียวตงรู้สึกขำไม่ออก น้องสาวเพียงคนเดียวของเขาหายไปตั้งแต่เพิ่งเกิด ถ้าเขามีน้องสาวที่โง่แบบนี้ เขาคงต้องตายเพราะความโมโหแน่นอน เธอเอาตาไหนมองว่าพวกอันธพาลสามคนนั้นใจดีกันนะ?

            พวกอันธพาลสามคนนั้นก็ดีใจมากที่หญิงสาวเดินเข้ามาหาเอง พวกมันพูดจาพาทีกันสารพัด คนทั้งสามล้อมเธอไว้ ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนเยอะแยะรอบข้าง พวกมันคงลงมือลวนลามเธอไปแล้ว แต่เธอกลับไม่รู้ตัวสักนิด

            ลู่เฉียวตงโมโหจนหัวเราะออกมา แบบนี้ก็ช่างกล้าออกมาเดินเล่นคนเดียวเน้อ!

            จากนั้นเขาก็ได้ยินว่าพวกอันธพาลบอกทางเธอ ซึ่งแม้เขาไม่ค่อยจะคุ้นเคยกับเมืองเอกนัก แต่ก็พอรู้ทิศรู้ทาง ถนนสายนี้ค่อนข้างที่จะเปลี่ยว และจากที่สังเกตเมื่อสักครู่ หญิงสาวคนนั้นคงต้องหลงกลแน่ๆ พอถึงที่เปลี่ยว พวกมันก็คงลงมือ

            เป็นไปตามที่เขาคาด หญิงสาวคนนั้นรู้สึกขอบคุณที่พวกอันธพาลบอกทางให้ จึงหยิบเอาของกลมๆ สีเขียวออกมาจากกระเป๋า บอกว่าเป็นของดีประจำบ้านเกิด พวกเขาช่วยเธอไว้มาก เธอจึงอยากจะตอบแทนสักหน่อย

            พวกอันธพาลสามคนมองหน้ากันไปมา ก่อนจะยกยิ้มแล้วรับของกลมๆ สีเขียวนั้นไปกินทันทีอย่างมีความสุข มีอันธพาลคนหนึ่งบอกกับเธอว่า "น้องสาวเกรงใจเกินไปแล้ว ไหนๆ พวกเราก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว งั้นเราไปส่งดีกว่า!"

            หญิงสาวคนนั้นพูดอย่างขัดเขินว่า "จะรบกวนพวกพี่เกินไปหรือเปล่าคะ?"

            อันธพาลที่ดูเหมือนหัวโจกยกมือขึ้นอย่างกล้าหาญแล้วพูดว่า "ไม่หรอก พวกเราชอบช่วยเหลือคนอื่นอยู่แล้ว ไหนๆ ก็กินของดีบ้านน้องสาวเข้าไปแล้ว เพราะอย่างนั้นก็ต้องทำความดีให้ถึงที่สุด"

            หญิงสาวท่าทางมีความสุข ขณะกำลังจะเดินไปกับพวกเขา จู่ๆ เธอก็เอามือกุมท้องแล้วบอกว่า "ปวดท้องจังเลย ฉันไม่ไหวแล้ว ต้องไปเข้าห้องน้ำหน่อย!"

            พูดจบก็บอกให้พวกเขาช่วยดูจักรยานให้แล้วรีบเข้าไปในห้องน้ำสาธารณะข้างๆ พวกอันธพาลสามคนจะตามเข้าไป แต่ถูกป้าคนเฝ้าห้องน้ำขวางไว้ "เข้าห้องน้ำต้องจ่ายเงินก่อน คนละห้าเฟิน! ไม่จ่ายก็ไป!"

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592