เช้าตรู่วันอังคาร วันแรกของการขับพิษ "โอ๊ย! เหม็น! นี่มันกลิ่นอะไรเนี่ย!?" เสียงร้องโวยวายของซูอิ๋วดังลั่นบ้านั้แ่ฟ้ายังไม่สว่าง ปลุกทุกคนให้สะดุ้งตื่นจากภวังค์
ทันทีที่ซูเหยาลืมตา เธอก็ได้กลิ่นเหม็นเปรี้ยวคล้ายโคลนเน่าลอยคละคลุ้งไปทั่วห้อง เมื่อก้มมองแขนตัวเองก็พบว่ามีคราบเมือกสีเทาดำเหนียวเหนอะหนะเกาะอยู่เต็มิั ผ้าปูที่นอนมีรอยคราบดำเป็ดวงๆ
"ย่า! พ่อ! แม่! ทำไมตัวเหนียวไปหมดเลย" ซูอิ๋ววิ่งออกมาจากม่านกั้นในสภาพดูไม่ได้ ไม่ใช่แค่ซูอิ๋ว แต่ทุกคนในบ้าน ทั้งปู่ ย่า พ่อ และแม่ ต่างก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน คือมีเหงื่อกาฬสีดำคล้ำส่งกลิ่นเหม็นถูกขับออกมาตามรูขุมขนทั่วร่างกาย แถมทุกคนยังรู้สึกปวดท้องอยากเข้าห้องน้าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
"โอ๊ย! ปวดท้อง! ขอเข้าห้องน้ำก่อนนะ!" พ่อหลิงวิ่งแน่บไปที่ห้องน้ำเป็คนแรก "ฉันก็ปวด!" แม่เสิ่นหน้าเขียววิ่งไปต่อคิว
เช้านั้นบ้านตระกูลหลิงโกลาหลวุ่นวายกับการแย่งกันเข้าห้องน้ำและอาบน้ำขัดตัวนานเป็พิเศษ เพื่อขัดเอาคราบไคลสีดำๆ ออกจากตัว
แต่ทว่า... หลังจากชำระล้างคราบสกปรกออกจนหมดและเดินออกมาจากห้องน้ำ ความรู้สึกที่ตามมากลับเป็ความ "เบาสบาย" อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน!
"แปลกจริง..." ปู่หลิงบิดเอวซ้ายขวาเสียงกระดูกลั่นกร๊อบ "ปกติปู่ตื่นมาจะปวดหลังปวดเอว แต่วันนี้ตัวเบาหวิวเลย ไม่ปวดตรงไหนสักนิด ขาก็มีแรง"
"ฉันก็เหมือนกันตาแก่" ย่าจู จับแก้มตัวเองหน้ากระจก "ดูสิพ่อ! ผิวฉันดูลื่นขึ้นนะ หน้าตาก็ดูสดใสขึ้น มองอะไรก็ชัดแจ๋วไปหมด ไม่ต้องเพ่งเลย"
ซูเหยาแอบยิ้มกริ่ม "สงสัยยาขับสารพิษของคุณปู่หลี่จะเริ่มออกฤทธิ์แล้วค่ะ ขับของเสียออกมาขนาดนี้ ร่างกายต้องแข็งแรงขึ้นแน่ๆ"
เย็นวันอังคาร ณ บ้านหลิง บรรยากาศมื้อค่ำยังคงคึกคักมีความสุข แต่วันนี้ย่าจูกลับดูซึมๆ เงียบๆ บนโต๊ะอาหารมีผัดผักที่เหลือจากที่ขายไม่ออก นำกลับมาทำกับข้าวกินกันหลายจาน อร่อยเหาะเหมือนเดิม ทุกคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย
แต่ย่าจูวางตะเกียบลงแล้วถอนหายใจยาวเหยียด "เฮ้อ..."
"เป็อะไรครับแม่? อาหารไม่ถูกปากเหรอ?" พ่อหลิงถามด้วยความเป็ห่วง
"เปล่าหรอก... อาหารน่ะอร่อย เพราะฝีมือฉันทำเองนี่นา แถม่นี้ทำอะไรก็อร่อยไปหมด" ย่าจูพูดติดตลกฝืดๆ ก่อนจะปรับสีหน้าเป็กังวล
"แต่่นี้ผักที่ตลาดขายยากเหลือเกิน คู่แข่งก็เยอะ ตัดราคากันแหลกลาญ วันนี้ฉันเหลือผักกลับมาตั้งครึ่งเข่ง กำไรแทบไม่เหลือเลย"
ย่าจูมองหน้าทุกคนในครอบครัว "ฉันกำลังคิดว่า... อยากจะเลิกขายผัก แล้วเปลี่ยนไปขายของกินปรุงสุกแทน ตอนนี้รสมือฉันดีขึ้นมาก น่าจะพอทำขายได้ แต่ก็ไม่รู้จะขายอะไรดี ทุนรอนเราก็ไม่ได้มีมากขนาดจะเปิดร้านใหญ่โต"
ทุกคนนั่งเงียบพยายามช่วยกันคิด ซูเหยาสบตาปิ๊งกับหลิงอวี้ในใจ 'โอกาสมาถึงแล้ว!'
"ย่าคะ..." ซูเหยาเอ่ยขึ้น "ถ้าจะเปลี่ยนมาขายของกิน หนูแนะนำให้ขาย 'ซาลาเปา' ค่ะ"
"ซาลาเปา?" ย่าจูเลิกคิ้ว "คนขายเยอะแยะไปหมด จะไปสู้เขาได้เหรอ?"
"ได้แน่นอนค่ะ!" ซูเหยายืนยันหนักแน่น "หนูเคยไปเจอ 'สูตรลับ' ในอินเทอร์เน็ตมาค่ะ เป็เว็บรวมสูตรอาหารโบราณที่หลุดออกมา เห็นเขาว่าเป็สูตรลับประจำตระกูลกุ๊กฮ่องเต้เลยนะคะ แต่ตอนนี้เว็บนั้นโดนลบไปแล้วเพราะเ้าของสูตรมาทวงลิขสิทธิ์คืน โชคดีที่หนูจดสูตรทันพอดี!"
"สูตรนี้เด็ดที่ 'ตัวแป้ง' ค่ะ เขาใช้แป้งสาลีหลายชนิดมาผสมกันในอัตราส่วนพิเศษ ทำให้แป้งนุ่ม หนึบ ฟู และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ส่วนไส้ก็มีเคล็ดลับการหมักที่ทำให้ชุ่มฉ่ำ... หนูว่าถ้าเราทำตามสูตรนี้ รับรองว่าไม่มีเ้าไหนในตลาดสู้ได้แน่ค่ะ!"
คำว่า "สูตรลับฮ่องเต้" ฟังดูขลังจนทุกคนตาโต พ่อหลิงพยักหน้าสนับสนุน
"น่าสนใจนะแม่ ตอนนี้ฝีมือแม่กับพ่อก็พัฒนาขึ้นมาก ถ้าได้สูตรดีๆ มาเสริม น่าจะขายดีนะ"
"งั้น... เอาอย่างนี้" ย่าจูตบโต๊ะตัดสินใจ
"พรุ่งนี้ย่าจะหยุดขายผัก ลองทำซาลาเปากินกันเองดูก่อน! ถ้าอร่อยจริง ค่อยว่ากันเื่ขาย"
คืนนั้น ทุกคนเข้านอนด้วยความหวังใหม่ และไม่ลืมที่จะดื่ม ยาขับพิษก่อนนอนตามกำชับของซูเหยา
เช้าถัดมา วันที่ 2 ของการขับพิษ เช้านี้ทุกคนตื่นมาพร้อมกับคราบเมือกสีดำอีกครั้ง แต่น้อยลงกว่าเมื่อวาน และทุกคนรู้สึกว่าเรี่ยวแรงกลับ
มาฟิตปั๋งยิ่งกว่าเดิม ผมหงอกของย่าเริ่มมีโคนดำแซมขึ้นมาให้เห็นจนย่าตื่นเต้นใหญ่
่บ่าย ย่าจูออกไปซื้อแป้งและหมูสับมาลองทำตามสูตรที่ซูเหยาจดไว้ให้ เมื่อซูเหยากลับมาจากโรงเรียนก็รีบมาช่วยกำกับขั้นตอนการนวดแป้งและปรุงไส้ทันที
"ย่าคะ นวดแบบนี้ค่ะ ดึง... แล้วพับ... ดึง... แล้วพับ..." ย่าจูเรียนรู้ไวมาก เพียงครู่เดียวก้อนแป้งก็เนียนนุ่ม ยืดหยุ่นราวกับมีชีวิต
ตกเย็น... ซึ้งนึ่งใบเก่าถูกตั้งบนเตาไฟ ไอน้ำพวยพุ่งออกมาพร้อมกับกลิ่นหอมของแป้งที่สุกใหม่ๆ "สุกแล้ว!" ย่าจูเปิดฝาหม้อ ควันสีขาวพวยพุ่งออกมา เผยให้เห็นซาลาเปาลูกขาวอวบ ค่ำนี้ไม่ทำกับข้าว ทุกคนกินซาลาเปาแทนอาหารเย็น
พ่อหลิงหยิบซาลาเปาไส้หมูสับไข่เค็มขึ้นมาชิม เขากัดลงไปคำแรก... กรึบ น้ำซุปในไส้หมูไหลเยิ้มออกมาเล็กน้อย
"อร่อย!!! แม่! นี่มันอร่อยกว่าร้านดังในเมืองอีก! แป้งนุ่มมาก ไม่ติดฟันเลย หวานนิดๆ ไส้ก็ฉ่ำมาก!"
ซูอิ๋วหยิบไส้ครีมลาวามากัด ไส้ครีมสีเหลืองทองไหลเยิ้มออกมา "หูยยยย! หวานมัน! ไม่เลี่ยนเลย อร่อยสุดยอด!"
"ผ่าน! ผ่านฉลุย!" ปู่หลิงฟันธง "อร่อยขนาดนี้ ขายไม่ออกให้มันรู้ไป!"
เมื่อมั่นใจในรสชาติ ย่าจูจึงตัดสินใจเด็ดขาด "ตกลง! ย่าจะขายซาลาเปา! พรุ่งนี้เตรียมของขายจริงเลย!"
"งั้นพรุ่งนี้ผมจะลางาน 1 วันครับแม่" พ่อหลิงอาสา "เดี๋ยวผมไปหาซื้อรถเข็นมือสองมาให้ แล้วจะไปคุยกับนิติบุคคลขอที่จอดรถเข็นไว้ใต้ถุนตึกเราด้วย"
"หนูก็จะลางานไปช่วยแม่จ่ายตลาดเตรียมวัตถุดิบล็อตใหญ่ค่ะ" แม่เสิ่นเสริม
ส่วนปู่หลิง ทุกคนในบ้านต่างรู้กันดี ว่าหยุดงานมาช่วยไม่ได้ เพราะว่าตอนนี้เป็มือวางอันดับหนึ่งเื่การผัดผักของภัตตาคาร และยังได้เลื่อนตำแหน่งคุมเตาผัก สิ้นเดือนนี้น่าจะมีปรับเงินเดือนอีกด้วย
เช้าอีกวัน ทุกคนตื่นมาด้วยความสดใส คราบดำแทบไม่มีเหลือแล้ว ผิวพรรณของแม่เสิ่นดูเปล่งปลั่งมีน้ามีนวลขึ้นจนพ่อหลิงแอบชมไม่ขาดปาก
ซูเหยาไปโรงเรียนอย่างสบายใจ ปล่อยให้ที่บ้านจัดการเื่เตรียมร้าน พ่อหลิงออกไปตระเวนหาซื้อรถเข็นมือสองสภาพดี นำมาขัดล้าง ทาสีใหม่ และไปเจรจาขอเช่าที่จอดกับนิติบุคคลจนสำเร็จ แม่เสิ่นพาย่าจูไปตลาดค้าส่ง เลือกซื้อแป้งสาลีเกรดพรีเมียมและวัตถุดิบทำไส้จำนวนมาก
ตกเย็น เมื่อทุกคนกลับมาพร้อมหน้ากัน ปฏิบัติการ 'ปั้นแป้งครั้งใหญ่' ก็เริ่มขึ้นที่โต๊ะกินข้าวกลางบ้าน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและสามัคคี ด้วยฤทธิ์ของวารีพร์
และร่างกายที่แข็งแรงจากการขับพิษ ทำให้ทุกคนทำงานได้อย่างว่องไวและไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จีบซาลาเปาออกมาสวยงามเท่ากันเป๊ะทุกรูปแบบ
"พรุ่งนี้วันแรก เอาแค่ 5 ไส้ก่อน ไส้ละ 30 ลูก รวม 150 ลูก พอลองตลาดดูก่อน" ย่าจูสั่งการอย่างผู้นำ ห่อเสร็จก็นำไปพักแป้งไว้ เตรียมพร้อมสำหรับการนึ่งขายในเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
วันนี้เปิดร้านรถเข็นวันแรก ฟ้ายังไม่ทันสาง ย่าจูตื่นมานึ่งซาลาเปาแต่เช้า แม่เสิ่นออกมาช่วยทำโจ๊กเป็อาหารเช้าสำหรับทุกคน โจ๊กแม่เสิ่นทำวันนี้ ก็อร่อยเหาะไม่แพ้ย่าจูทำ จนแม่เสิ่นก็อดรู้สึกภูมิใจไม่ได้ หลังจากทุกคนกินอาหารเช้าเสร็จ ก็ช่วยย่าจูขนซาลาเปาลงไปจัดรถเข็นด้านล่าง จากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำงาน ไปโรงเรียน
ย่าจูเข็นรถเข็นคู่ใจคันใหม่ออกจากใต้ถุนตึก มุ่งหน้าไปยังตลาดสด ย่าเข็นไปจอดที่ "จุดเดิมที่ย่าเคยนั่งขายผัก" ซึ่งลูกค้าประจำคุ้นเคยดี
ทันทีที่เปิดฝาซึ้งนึ่ง... ฟุ่บ! ไอน้าสีขาวพวยพุ่งออกมาพร้อมกลิ่นหอมของแป้งหมักยีสต์ธรรมชาติ และกลิ่นไส้หมูสับเครื่องเทศที่อบอวลไปทั่วบริเวณ
"อ้าว ป้าจู! วันนี้ไม่ขายผักเหรอ?" ลูกค้าประจำทักทาย "ไม่ขายแล้วจ้ะ เปลี่ยนมาขายซาลาเปาสูตรเด็ดแทน ลองชิมดูไหมจ๊ะ ลูกละ 2 หยวนเอง" ย่าจูตอบยิ้มแย้ม
ลูกค้าลองซื้อไปชิม... เดินไปได้ไม่กี่ก้าว กัดคำแรก... ก็ต้องเดินถอยหลังกลับมา! "ป้า! ซาลาเปาอะไรเนี่ย! แป้งนุ่มมาก! ไส้ก็อร่อยสุดๆ! เอามาอีก 5 ลูก! ผมจะเอาไปฝากลูกเมีย!"
จากปากต่อปาก กลายเป็ลูกค้ามุง... ซาลาเปา 150 ลูกที่กะว่าจะขายถึงเที่ยง... ปรากฏว่า เริ่มขายั้แ่ 7 โมงเช้า 8 โมงกว่าๆ ก็ขายหมดเกลี้ยง!
ย่าจูเข็นรถเปล่ากลับบ้านด้วยหัวใจที่เต้นแรง เมื่อถึงบ้าน ย่าจูนั่งลงที่โต๊ะกินข้าว ควักกระเป๋าหน้าท้องเทเงินออกมานับทันที มือไม้ย่าสั่นด้วยความตื่นเต้น
"หนึ่งร้อย... สองร้อย... สามร้อยหยวน!" ย่าจูอุทานออกมาคนเดียวในห้องโถง "ขายแค่ชั่วโมงกว่า ได้ตั้ง 300 หยวน! กำไรครึ่งต่อครึ่ง!"
ย่าจูนั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกพรวดพราดขึ้นมาด้วยแววตามุ่งมั่น
"ไม่ได้การล่ะ... ขายดีขนาดนี้ 150 ลูกไม่พอขายแน่ๆ ต้องเพิ่มของ!"
ย่าจูไม่รอช้า รีบคว้าตะกร้าใบเก่ง เดินจ้ำอ้าวออกจากบ้านไปตลาดอีกรอบเพื่อซื้อแป้งและวัตถุดิบเพิ่มทันที โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย
ตลอดบ่าย ย่าจูง่วนอยู่กับการหมักแป้งและเตรียมไส้ชุดใหญ่ ลำพังคนเดียวก็ทำได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวด้วยร่างกายที่แข็งแรงผิดวัย จากการดื่มยาชำระไขกระดูกด้วย
ค่ำวันศุกร์ ที่บ้านหลิง เมื่อทุกคนกลับมาถึงบ้าน ก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นกะละมังใส่แป้งและไส้กองโตกว่าเมื่อวานวางรออยู่
"แม่! ทำไมเตรียมเยอะขนาดนี้ล่ะครับ?" พ่อหลิงถาม
"ก็เมื่อเช้า 9 โมงก็ขายหมดเกลี้ยงแล้วน่ะสิ!" ย่าจูเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ลูกค้าบ่นกันอุบว่าซื้อไม่ทัน พรุ่งนี้แม่เลยกะว่าจะเพิ่มเป็ 300 ลูก ไปเลย!"
"โห... 300 ลูก!" ซูอิ๋วตาโต "งั้น คืนนี้เราต้องช่วยกันห่อมือระวิงเลยนะครับย่า"
"ช่วยกันแป๊บเดียวก็เสร็จ ร่างกายพวกเราฟิตปั๋งขนาดนี้" ย่าจูหัวเราะร่า
บรรยากาศในบ้านเต็มไปด้วยความหวังและความสุข ทุกคนช่วยกันห่อซาลาเปา 300 ลูกอย่างขยันขันแข็ง เสียงหัวเราะพูดคุยดังเคล้าคลอไปกับการทำงาน
หลังจากเสร็จงานจนดึก ซูเหยาก็กลับมาที่เตียง แอบเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเล่นเกม ตัวละคร 'เฉี่ยนเฉียน' เข้าปาร์ตี้กับ 'มือปราบเย่โม่' และแก๊งเพื่อน เพื่อลงดันเจี้ยนคลายเครียด
ชีวิตตอนนี้ช่างลงตัว... ครอบครัวมีรายได้ ธุรกิจซาลาเปากำลังไปได้สวย และเธอก็มีความสุขกับการสร้างอนาคตใหม่ให้ทุกคน!