หลิงผูเถาลุกขึ้นมาอบขนมเค้กและทำอาหารโปรดให้เย่จื่อหานั้แ่เช้า เพราะวันนี้เป็วันเกิดของเขา เธอกับเขาจึงนัดพบกันที่สวนสาธารณะที่พวกเขามักจะนัดออกมาพบกันในชีวิตที่แล้ว
“ไม่ให้คนขับรถรอรับหนูกลับจริงๆ เหรอลูก” จินลี่ซือถามลูกสาว เธอมองดูลูกสาวแล้วยิ้ม “ไม่ผอมเหมือนแต่ก่อนแล้ว”
“เป็เพราะอาหารฝีมือคุณแม่ทั้งนั้นเลยค่ะ หนูคิดว่าอีกไม่นานหนูคงจะอ้วนขึ้นอีกแน่ๆ” หลิงผูเถาทำท่าจับไปรอบๆ เอวของตัวเอง “เสื้อผ้าเริ่มคับแล้ว สงสัยคงต้องได้เปลี่ยนไซซ์แล้วล่ะค่ะ”
หลิงผูเถาพยายามพูดให้เป็เื่ตลกเพราะกลัวคุณแม่จะเสียใจ ตอนที่เธอกลับมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ เธอทั้งผอมทั้งคล้ำ ผมก็แห้งเสียยิ่งกว่าไม้กวาดเพราะขาดการบำรุง ทั้งหมดเป็ผลพวงมาจากการขาดสารอาหารทั้งนั้น
“คับก็เปลี่ยนใหม่สิจ๊ะ แม่อยากให้หนูเปลี่ยนไซซ์เสื้อผ้าสักเดือนละสองสามครั้งเลยด้วยซ้ำ” จินลี่ซือจับลูกสาวหมุนตัวอีกรอบ “วันนี้จื่อหานจะปล่อยลูกสาวคนสวยของแม่กลับบ้านหรือเปล่าเนี่ย”
“ถ้าเขากล้าทำอย่างนั้น เขาคงไม่มีโอกาสพาหนูไปเที่ยวข้างนอกอีกแล้วล่ะค่ะ”
สองแม่ลูกพูดคุยกันอย่างมีความสุข เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงเวลานัด หลิงผูเถาจึงให้คนขับรถพาเธอไปส่งยังสถานที่นัดหมาย
“หลิงผูเถาเหรอ?” หวงเหมยลี่เดินหน้าบึ้งเข้ามาหา “เธอมารอใคร? เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันกับพี่ซ่งเฉวียนนัดกันมาออกกำลังกายที่นี่”
หลิงผูเถาถอนหายใจอย่างเซ็ง “ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าวันนี้เธอจะมีนัดกับใคร อีกอย่างนะสวนสาธารณะแห่งนี้ก็ไม่ใช่ของเธอ ฉันอยากจะมาเมื่อไหร่ก็ได้”
“เธอยอมรับแล้วใช่ไหมว่าเธอตั้งใจมาดักรอพี่ซ่งเฉวียน ฉันจะบอกให้นะว่าฉันไม่ยอมยกพี่ซ่งเฉวียนให้เธอเป็อันขาด หรือแม้ว่าเธออยากจะคบกับเขา แต่สุดท้ายคุณลุงหานกับคุณป้าหานก็คงไม่ยอมรับผู้หญิงจนๆ อย่างเธอเข้าไปเป็สะใภ้อยู่ดี”
“นี่คุณหนูหวง ฉันบอกเธอเมื่อไหร่ว่าฉันอยากได้พี่ซ่งเฉวียนของเธอ ผู้ชายพรรค์นั้นฉันจะเอามาทำอะไร คนขับรถหรือแม้แต่คนทำสวนที่บ้านฉันยังดูดีกว่าเขาเสียอีก”
“ฮ่าๆๆ เธอกำลังพูดตลกอะไรอยู่ไม่ทราบ คนขับรถ? คนทำสวน? ที่เธอพูดมานั่นมันอาชีพของพ่อแม่เธอไม่ใช่เหรอ” หวงเหมยลี่หัวเราะเสียงดัง “อ๋อ...หรือเธอจะบอกว่าคนที่พาเธอไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าวันนั้นคือแม่ของเธอ ฉันคิดว่าคุณป้าคนนั้นคงเป็เ้านายของพ่อกับแม่เธอมากกว่า ฉันพูดถูกไหม?”
หลิงผูเถาไม่อยากอารมณ์เสียก่อนที่จะได้ฉลองวันเกิดกับคนรัก เธอหยิบตะกร้าใส่เค้กและอาหารขึ้นมาถือไว้เพื่อเตรียมจะไปยืนรอคนรักที่ตำแหน่งอื่น
หวงเหมยลี่มองเลยไปด้านหลังของหลิงผูเถาก็เห็นหวงิเฉินกับหานซ่งเฉวียนที่เพิ่งวิ่งออกกำลังกายเสร็จเดินตรงมาหาเธอพอดี “หลิงผูเถา ในเมื่อเธอบอกว่าเธอจะไม่ยุ่งกับพี่ซ่งเฉวียน เธอยืนยันให้ฉันฟังอีกรอบได้ไหมล่ะ”
“ทำไมฉันต้องยืนยันให้เธอฟังอีกรอบด้วย ในเมื่อฉันไม่เคยคิดอะไรกับหานซ่งเฉวียน”
หวงเหมยลี่เริ่มตาแดงแล้วร้องไห้ “พี่ซูเซียว ที่แท้ที่พี่เกลียดฉันเพราะฉันกลับมาแย่งความรักของคุณพ่อ คุณแม่ พี่ชาย แล้วพี่ก็คิดว่าฉันมาแย่งงานหมั้นของพี่กับพี่ซ่งเฉวียนไปใช่ไหม ถ้าฉันคืนทุกอย่างให้พี่ พี่จะไม่เกลียดฉันใช่ไหม”
“ลี่ลี่! น้องร้องไห้ทำไม” หวงิเฉินวิ่งเข้ามาหาน้องสาว เมื่อเห็นหลิงผูเถายืนอยู่เขาคว้าตะกร้าที่อยู่ในมือหลิงผูเถาขว้างลงพื้นอย่างโมโห “เธอทำอะไรลี่ลี่!”
“พี่ใหญ่ พี่อย่าดุพี่ซูเซียวเลยค่ะ ยิ่งพี่ต่อว่าเธอมากเท่าไหร่ เธอก็จะยิ่งเกลียดฉัน” หวงเหมยลี่เกาะแขนพี่ชายไว้แล้วร้องให้ “อย่างน้อยฉันก็อยู่กับเธอมาตั้งห้าปี ถึงแม้เธอจะเกลียดฉัน แต่ฉันก็ยังเห็นว่าเธอเป็พี่สาวของฉันเหมือนเดิม”
หวงิเฉินได้ยินคำพูดน้องสาวก็ยิ่งโมโห เขาชี้หน้าหลิงผูเถา “เธอดู! ลี่ลี่ดีกับเธอขนาดนี้ แต่ทำไมเธอถึงคอยทำให้น้องร้องไห้ ถ้าฉันเห็นว่าเธอมารังแกลี่ลี่อีกล่ะก็ ครั้งหน้าฉันไม่ปล่อยเธอแน่”
หานซ่งเฉวียนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลก็เดินเข้ามา เขาได้ยินคำพูดของหลิงผูเถาอย่างชัดเจนว่าเธอไม่เคยรู้สึกอะไรกับเขา แต่พอเขาเห็นเค้กที่หล่นออกมาจากตะกร้า แม้หน้าเค้กจะเละไปแล้วบางส่วน แต่บางข้อความเขาก็พอจะเดาได้ว่าเค้กก้อนนี้คือเค้กวันเกิด และวันพรุ่งนี้ก็คือวันเกิดของเขา หรือว่า...
“เซียวเซียว เค้กพวกนี้...” หานซ่งเฉวียนตั้งใจจะเข้าไปช่วยหลิงผูเถาเก็บเศษอาหารที่กระจายอยู่เกลื่อนพื้น “เธอตั้งใจทำเค้กก้อนนี้มาให้ฉันเหรอ?”
“ใช่จริงๆ ด้วย พี่ซูเซียว พี่ตั้งใจทำเค้กวันเกิดมาให้พี่ซ่งเฉวียนใช่ไหมคะ” คราวนี้หวงเหมยลี่ร้องไห้ออกมาจริงๆ แล้ว มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสแสร้ง แต่เป็น้ำตาของความอิจฉา เธอลืมไปได้ยังไงว่าพรุ่งนี้จะเป็วันเกิดของหานซ่งเฉวียน ถ้าเธอปล่อยให้หลิงผูเถาเดินจากไปดีๆ หวงิเฉินก็จะไม่ปัดตะกร้าทิ้ง และหานซ่งเฉวียนก็จะไม่เห็นเค้กวันเกิดก้อนนี้ แล้วทีนี้จะทำยังไงล่ะ
“เหอะ...ปากก็บอกว่าไม่สนใจและไม่เคยคิดจะแย่งคนรักของน้องสาว แล้วนี่อะไร!” หวงิเฉินชี้ไปที่พื้น “สุดท้ายเธอก็ทำเค้กวันเกิดมาให้คู่หมั้นของน้องสาว เธอมันหน้าด้านจริงๆ”
หลิงผูเถาเก็บเศษอาหารใส่ตะกร้าจนหมด จากนั้นเธอก็ยืนขึ้นแล้วมองไปยังบุคคลทั้งสามด้วยสายตาเ็า “ฉันบอกเมื่อไหร่ว่าฉันทำเค้กก้อนนี้มาให้หานซ่งเฉวียน”
“แล้วพี่ทำเค้กมาให้ใครล่ะคะ ในเมื่อวันเกิดของพี่ซ่งเฉวียนคือวันพรุ่งนี้ ถ้าพี่ไม่ได้ทำเค้กมาให้เขาล่วงหน้าแล้วพี่ทำเค้กมาให้ใคร พี่ตอบเรามาสิ” หวงเหมยลี่เค้นถาม
“เธอจะทำเค้กมาให้ใครแล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกคุณ” เย่จื่อหานรีบเดินเข้ามาหาคนรัก “พวกเขาทำร้ายเธอหรือเปล่า ขอโทษนะ พอดีก่อนหน้านี้มีอุบัติเหตุ ถนนถูกปิด ฉันถึงได้มาช้า”
“พวกเราไปจากที่นี่กันเถอะ ฉันไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว” หลิงผูเถาอยากร้องไห้ออกมาจริงๆ เธอจับมือชายหนุ่มไว้แน่นอย่างกลั้นน้ำตา เค้กก้อนนี้เธอตั้งใจทำให้เย่จื่อหานโดยเฉพาะ เธออยากทำให้เย่จื่อหานมีความสุขในวันเกิดแรกที่เขากับเธอได้ฉลองด้วยกัน แต่สุดท้ายกลับมาถูกคนพาลพวกนี้ทำลายไปหมด
“นายปล่อยเซียวเซียวเดี๋ยวนี้ นายเป็ใครทำไมถึงกล้ามาจับมือเธอ” หานซ่งเฉวียนตั้งใจจะเดินเข้าไปจับมือเย่จื่อหานกับหลิงผูเถาแยกออกจากกัน
“พี่ซ่งเฉวียน” หวงเหมยลี่รีบฉุดแขนคู่หมั้นไว้ “บางทีผู้ชายคนนี้อาจจะเป็คนอุปการะใหม่ของพี่เซียวเซียวก็ได้นะคะ”
“คนอุปการะ?” เย่จื่อหานหันไปมองหวงเหมยลี่อย่างไม่พอใจ “เธอสิมีคนอุปการะ พูดจาอะไรหัดใช้สมองและให้เกียรติคนอื่นเขาบ้าง อย่าเอาความคิดต่ำๆ ของเธอมาตัดสินคนอื่น”
“ไอ้หน้าอ่อนนี่สงสัยอยากจะโดนหมัดฉันสินะ กล้ามาว่าน้องสาวฉันเหรอ” หวงิเฉินตั้งท่าง้างหมัดหวังจะเข้าไปต่อยหน้าเย่จื่อหาน แต่กลับถูกเย่จื่อหานเตะตัดขาจนล้มไปเสียก่อน “แก!”
เย่จื่อหานพูดเสียงดัง “ถ้ายังไม่หุบปาก ฉันจะเตะสูงกว่านี้”
“ไอ้อันธพาล! แกกล้าทำร้ายพี่ชายฉันเหรอ?” หวงเหมยลี่วิ่งเข้าไปประคองพี่ชาย จากนั้นเธอก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรออก “คุณแม่คะ มีคนทำร้ายพี่ใหญ่ค่ะ ตอนนี้เราอยู่ที่สวนสาธารณะ คุณแม่รีบมานะคะ”
เย่จื่อหานถอนหายใจ เขายกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออกบ้าง “พ่อ ผมอยู่ที่สวนสาธารณะแถวๆ ถนนฉางหยาง ผมอยากได้ภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีคนจะเข้ามาทำร้ายผม ภายในสิบนาทีนี้พ่อส่งมาให้ผมได้ไหม? อ้อ...พ่อจะส่งทนายความมาด้วยใช่ไหมครับ ใช่ครับ ผมแค่ป้องกันตัว พ่อส่งทนายความกับนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาได้เลยครับ”
“อย่ามาแสดงละครหน่อยเลย กล้องวงจรปิดแถวนี้อยู่ในความดูแลของเ้าหน้าที่ตำรวจ แกบอกว่าอยากได้ก็จะได้มาง่ายๆ เหรอ” หวงิเฉินชี้หน้าเย่จื่อหาน “รอให้แม่ฉันมาก่อนเถอะ ฉันจะให้แม่แจ้งความจับแก ปล่อยให้แกเข้าไปนอนในห้องขังสักหลายๆ คืน”
เป็เพราะสวนสาธารณะแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากบ้านตระกูลหวงและบ้านตระกูลหาน ไม่นานคุณแม่หวงกับคุณแม่หานก็มาถึง
“ซ่งเฉวียน ลูกาเ็ตรงไหนหรือเปล่า? ไม่ได้ถูกใครทำร้ายใช่ไหม” หลี่ซูหว่านหรือคุณแม่หานถามลูกชาย
“ไม่ครับแม่ ผมไม่ได้าเ็ตรงไหน” หานซ่งเฉวียนตอบ “แต่คนที่าเ็เป็พี่ิเฉินครับ”
“ไหน! ใครกล้ามาทำร้ายลูกชายฉัน” ฉั่วลี่อิงหรือคุณแม่หวงได้ยินก็วิ่งเข้าไปดูอาการของลูกชาย “ิเฉิน ลูกเป็ยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนรีบบอกแม่มา แล้วจะให้แม่พาไปหาหมอหรือเปล่า?”
“ผู้ชายคนนี้เป็คนทำร้ายพี่ใหญ่ค่ะแม่” หวงเหมยลี่ชี้ไปที่เย่จื่อหานก่อนจะชี้ไปที่หลิงผูเถา จากนั้นเธอก็ร้องไห้ออกมาอย่างเสียใจ “เธอเป็คนบอกให้เขามาทำร้ายพี่ใหญ่ค่ะ หนูไม่เข้าใจเลย ทั้งๆ ที่หนูกับพี่ใหญ่แค่เข้ามาทักทายเธอตามประสาพี่น้องที่เคยอยู่บ้านเดียวกันเท่านั้น แต่ทำไมเธอต้องให้คนมาทำร้ายพี่ใหญ่ด้วย”
“แก...นังเด็กอกตัญญู ฉันอุตส่าห์เลี้ยงดูแกมาตั้งหลายปี นอกจากแกจะไม่ตอบแทนบุญคุณฉันแล้ว แกยังให้คนมาทำร้ายลูกชายฉันอีก ดี! วันนี้ฉันจะแจ้งความจับแกกับไอ้กุ๊ยนี่เข้าคุกเสียให้เข็ด” ฉั่วลี่อิงชี้หน้าหลิงผูเถาอย่างโมโห
“ไม่ทราบว่าคุณจะแจ้งความจับใครนะครับ” ทนายเกาเดินเข้ามาพร้อมตำรวจนายหนึ่ง “อย่างที่ผมบอกคุณตำรวจไปนั่นล่ะครับ คลิปจากกล้องวงจรปิดก็แสดงให้เห็นแล้วว่าผู้ชายคนนั้นจะเข้ามาทำร้ายลูกความของผมก่อน ลูกความผมก็เลยต้องป้องกันตัว”
คุณตำรวจหันไปพูดกับฉั่วลี่อิง จากนั้นเขาก็เปิดคลิปให้เธอดู “คุณผู้หญิงกรุณาดูคลิปนี้ก่อนนะครับ”
ฉั่วลี่อิงดูคลิปในมือถือคุณตำรวจแล้วก็หันไปมองลูกชาย “ลูก...ลูกเป็คนเริ่มก่อนจริงๆ เหรอิเฉิน”
ทนายเกาบอกกับตำรวจ “แม้ลูกความของผมจะไม่ได้รับาเ็ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหวงิเฉินพยายามจะเข้ามาทำร้ายลูกความของผม ผมขอแจ้งความจับเขาในข้อหาทำร้ายร่างกายครับ”