ที่ใดมีสาวงาม...ที่นั่นคือแดน์ นั่นคือความจริงที่ใคร ๆ ก็คัดค้านไม่ได้ ไม่ว่าหนุ่มหรือแก่มีความเห็นสอดคล้องต้องกันทั้งนั้น
สาวงามคนที่ว่านี้ งามจริง ๆ งามทั้งใบหน้าและส่วนสัดในเรือนร่าง ใครได้พบเห็นแล้วจะต้องเก็บเอามาคิดมาฝันถึงเธอไปอีกนาน
ชุมศรีคือสาวงามผู้มีเสน่ห์ชอบให้ใฝ่ฝัน เธอมีอายุได้ 27 ปีเศษ แต่ถ้าใครไม่ทราบความจริงแล้ว จะคิดว่าเธอมีอายุเพียง 20 กว่าปีเท่านั้นเอง
เป็ที่น่าเสียดายที่เธอเป็หม้าย สามีตายั้แ่วัยนี้ ทิ้งให้เธอผจญกับความว้าเหว่กับลูกชายวัย 5 ขวบเศษ มันเป็ของแน่ที่เธอจะต้องคร่ำครวญถึงชีวิตรักอันหวานชื่นของเธอซึ่งได้สลายตัวไปอย่างปัจจุบันทันด่วน วัยของเธอเป็วัยที่กำลัง้าความรักความทะนุถนอมอย่างแท้จริง เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้ท่านลองคิดดูสิว่า ชุมศรีจะปวดร้าวและว้าเหว่เพียงไร เธอโศกสลดรันทดกับการตายของสามีได้ถึงปีกว่า เ้าความเศร้าก็บินไปจากเธอทีละน้อย ๆ จนบัดนี้ เธอร่าเริงแจ่มใสมีชีวิตชีวาเหมือนผีเสื้อแสนสวยที่บินโฉบไปมาเพื่อหาความหวานชื่นจากเกสรดอกไม้
เธอเริ่มทำตนเป็นักสังคมสงเคราะห์ เริ่มออกงานสังคมต่าง ๆ ยิ่งเธอเป็คนสวยมีเสน่ห์อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเยื้องกรายไปที่ใด ก็งามเด่นสะดุดตาอยู่เสมอ ถ้าใครไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน จะมิทราบเป็อันขาดว่าเธอเคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว
ด้วยความหงอยเหงาั้แ่แรก เธอจึงชวนน้องสาวร่วมบิดามารดามาอยู่เป็เพื่อนถึงสองคน โดยการส่งเสียให้เรียนเสริมสวย คือคนพี่ชื่อชวนชื่นเรียนตัดเสื้อ คนหนึ่งชื่อชวนชมเรียนตัดผม
อันอุปนิสัยของสองพี่น้องนี้ ก็แตกต่างกันยิ่งนัก ชวนชื่นคนพี่นั้นมีนิสัยเยือกเย็นสุขุมละเอียดอ่อน เหมาะแก่วิชาที่เรียนอยู่แล้ว ส่วนชวนชมคนน้องนั้นมีนิสัยสนุก เ้าอารมณ์ เปรี้ยวปรูดปราด เหมาะแก่สมัยนิยมปัจจุบัน แต่พี่น้องก็มีความรักใคร่กันเป็อย่างดี
ชุมศรีจัดให้น้องทั้งสองขึ้นไปพักบนชั้นบนใกล้ ๆ กับห้องของเธอและลูกชาย ไม่ปะปนกับคนใช้ซึ่งอยู่เรือนแถวข้างล่าง อาศัยที่สามีที่ตายเป็คนมีสมบัติมรดกมหาศาลจากบรรพบุรุษ สมบัติอันนั้นจึงตกทอดมาถึงเธอและบุตร อาศัยที่เธอเป็คนฉลาด รู้จักสะสมและหารายได้จากสิ่งที่มีอยู่แล้วมาใช้จ่ายประจำเดือน ค่าเช่าบ้านและค่าเช่าที่ และรายได้อื่น ๆ เมื่อรวมกันเข้าแล้ว เธอก็มีพอที่จะใช้จ่ายได้อย่างสบาย เธอจึงไม่มีทุกข์มีร้อน ดิ้นรนหากินเหมือนแม่หม้ายเป็ส่วนมาก
วันนี้เป็วันอาทิตย์ ทุกคนอยู่บ้านกันอย่างพร้อมเพรียง นาฬิกาตีบอกเวลา 10 นาฬิกาพอดี เด็กรับใช้คลานเข้ามาบอกว่ามีแขก้าพบคุณชุมศรีพร้อมกับยื่นนามบัตรให้
ไพศาล กาญจนเดช เป็ชื่อสกุลของเขา ชุมศรีรับมาอ่านอย่างงง ๆ ด้วยเธอไม่รู้จักชื่อนี้มาก่อนเลย สั่งให้เด็กรับใช้เชิญเขาเข้าไปยังห้องรับแขก แล้วเธอก็ตรงไปยังกระจกเงาเพื่อสำรวจความงามของใบหน้าและเครื่องแต่งกายอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเห็นว่าพร้อมแล้ว เธอจึงตรงไปยังห้องรับแขกทันที
ชายผู้นั้นลุกขึ้นต้อนรับเธออย่างอ่อนน้อม พร้อมกับยกมือคารวะเธอก่อนทั้ง ๆ ที่รู้สึกว่าวัยของเขาจะไม่น้อยนัก
"เอ้อ สวัสดีครับคุณชุมศรี"
"ค่ะ สวัสดีคุณไพศาล เชิญนั่งสิคะ ตามสบายเถอะค่ะ ถือเป็กันเอง"
เธอหยุดเว้นระยะเมื่อเด็กรับใช้นำเครื่องดื่มเข้ามาให้
"เชิญดื่มสิคะ วันนี้อากาศค่อนข้างอบอ้าวซะด้วย"
"คุณมีธุระอะไรที่จะให้ดิฉันรับใช้คุณหรือคะ คุณไพศาล"
"ครับ ผมมีธุระที่้าจะปรึกษาและขอคำแนะนำจากคุณ"
"เชิญเลยค่ะ ดิฉันยินดีจะช่วยเหลือและขอบคุณที่ให้เกียรติดิฉันค่ะ"
"คือยังงี้ครับ ผมขอแนะนำตัวของผมก่อนว่าผมเป็ชาวปักษ์ใต้ เป็เ้าของเหมืองแร่ที่มีรายได้พอประมาณ ขณะนี้ภรรยาของผม้าจะหย่าร้างกับผม แต่ผมรักเธอมากและคิดว่าจะอยู่โดยปราศจากเธอไม่ได้ ผมจึงมาขอความกรุณาคุณ ด้วยมีผู้แนะนำว่า คุณเป็นักสังคมสงเคราะห์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง โปรดให้คำแนะนำผมด้วยจะเป็พระคุณที่สุด"
ชุมศรีนั่งฟังปัญหาชีวิตของเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ เมื่อเขาเล่าจบ เธอก็พูดชมเขาอย่างอ่อนหวาน
"ขอประทานโทษนะคะ ถ้าหากว่าดิฉันจะถามซอกแซกไปหน่อย แต่ก็จำเป็ เพราะบางทีสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราไม่คิดว่าจะเป็สิ่งก่อความแตกร้าว แต่มันก็เป็"
"ไม่เป็ไรครับ ผมยินดีตอบคำถามของคุณทุกประโยค เชิญถามได้เลยครับ"
"ภรรยาของคุณอายุเท่าไรไม่ทราบคะ แก่หรืออ่อนกว่าคุณกี่ปี"
เขาทำท่านิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบว่า
"จงจิต ภรรยาของผมอายุ 35 ปีครับ อ่อนกว่าผม 4 ปี ผม 39"
"อ้อ วัยก็สมกันดีนี่คะ มีการทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยรึเปล่าคะ"
"ไม่เคยทะเลาะกันเลยครับ เป็ความจริง"
"เอ น่าแปลก"
"มาระยะประมาณเดือนเศษ ๆ นี่แหละครับ ดูเธอเฉย ๆ ขรึม ๆ ไม่ค่อยช่างพูดและยิ้มหัวเราะเหมือนก่อน ๆ"
"ขอโทษคะ มีบุตรกี่คนคะ"
"คนเดียวครับ ผู้ชายอายุได้ 18 ปีพอดี"
เธอทำท่าอย่างใช้ความคิด เขานิ่งด้วยอาการอันสงบราวกับจำเลยกำลังรอฟังคำพิพากษาจากศาล
"จะรังเกียจมั้ยคะ ถ้าดิฉันจะขอเป็แขกไปพักที่บ้านสัก 2-3 วัน เพื่อจะดูเหตุการณ์อะไรบางอย่าง"
"โอ ด้วยความยินดียิ่งเชียวครับ จะไปกับผมเลยรึไงครับ จะได้สะดวก"
"ไม่ดีหรอกค่ะ คุณกลับไปก่อน และอีกสองวัน ดิฉันจะตามไป ขอตำบลที่อยู่ให้ดิฉันด้วย"
เขาจัดการตามที่เธอบอกด้วยใบหน้าแช่มชื่นขึ้น และบอกแก่เธอว่า เขาจะมารับเธอที่สถานีรถไฟ แล้วเธอก็นัดหมายกับเขาให้บอกแก่ภรรยาว่า เธอเป็ญาติผู้น้อง ้าจะไปพักผ่อนตากอากาศสักหนึ่งอาทิตย์
แล้วไพศาลก็ลาเธอกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
อีกสองวันต่อมา ชุมศรีก็ได้ไปปรากฏตัวที่ปัตตานีอันเป็ที่อยู่ของไพศาล เขามารับเธอตรงตามที่นัดไว้ และได้แนะนำแก่ภริยาของเขาว่าเธอเป็ญาติผู้น้องตามที่ตกลงกันไว้ ชุมศรีเรียกเขาว่าพี่อย่างสนิทสนม ทำให้มีความเป็กันเองมากขึ้น
จงจิตเป็คนสวยคมซึ้ง แววตาของเธอแสดงว่ามีอารมณ์ร้อนแรงอยู่มิใช่น้อย แต่ขณะนี้เธอดูเศร้าซึมไปเล็กน้อย เพราะเธอพยายามปกปิดอารมณ์ของเธอไว้มิแสดงออกมาโดยมารยาทของเ้าของบ้าน
ชุมศรีกระซิบสั่งไพศาลว่า ขอให้เธอมีเวลาอยู่กับจงจิตให้มากที่สุดเพื่อเธอจะได้ทราบถึงสาเหตุที่ทำให้ภริยาของเขา้าจะหย่าร้าง
ดังนั้นไพศาลจึงออกไปทำงานในเหมืองเสียทั้งวัน จะกลับมาก็เฉพาะเวลารับประทานอาหารเท่านั้น และกลางคืนจงจิตก็จัดให้ชุมศรีได้นอนร่วมกับตนตามที่เธอ้า
ในห้องนอนอันรโหฐาน บนเตียงอันกว้างใหญ่ซึ่งรองรับฟูกอันอ่อนนุ่ม สองหญิงต่างก็ซ่อนร่างอยู่ในชุดนอนอันพราวพริ้ง นอนคุยกันอย่างถูกคอกัน ชุมศรีชวนสนทนาตามจุดที่ตน้า เป็การดีอยู่อย่างหนึ่งที่จงจิตเป็คนเปิดเผย เธอถามอะไรก็เล่าให้ฟังตามตรงไม่ปิดบังอำพรางแม้แต่น้อย
ในที่สุด เธอก็จับจุดได้ว่า เป็เพราะไพศาลรักงานมากเกินไปจนลืมเอาใจใส่ภรรยาของตน แม้กระทั่งเวลานอน ความเหน็ดเหนื่อยทำให้เขาหลับอย่างสนิท ซึ่งตรงข้ามกับเมียซึ่งแสนจะว้าเหว่นอนลืมตาโพลงเพื่อจะรอรับความรักความอบอุ่นจากเขาเหมือนเมื่อแต่งงานใหม่ ๆ แต่เขาก็มิได้รู้สึกถึงความ้าของเมียเลยสักนิด บางคราวเป็เวลาถึงเดือนเศษที่เขามิได้ยุ่งเกี่ยวหลับนอนฉันท์ผัวเมียทั้งหลาย ทั้ง ๆ ที่ก็นอนอยู่ด้วยกันทุกคืน อกเธอแทบจะะเิตายเสียให้ได้ แต่ความเป็ผู้หญิง ให้เร่าร้อนร่านระริกเพียงไร ก็สุดที่จะบอกให้ใครรู้ได้ แม้ว่าคนนั้นจะเป็ผัวของตนก็ตาม
"อือม์ ดู ๆ พี่ศาลไม่น่าจะเป็ถึงขนาดนี้เลยนะคะ เห็นออกเป็สุภาพบุรุษ ดี๊ ดี พี่จิตก็ยังสาวและสวยด้วย ทำไมถึงไม่มีอารมณ์เอาซะเลยน้อ"
เธอเปรยขึ้นอย่างสงสัย พร้อมทั้งลูบไล้่แขนของเธอไปมาอย่างแ่ ๆ
"ค่ะ มอง ๆ ดูคุณศาลก็เป็คนน่ารักอยู่มาก แต่น่าแปลก ทำไมไม่มีอารมณ์เอาซะเลย พี่ก็เจ็บใจตัวพี่เหลือเกินนะน้องชุม ทำไมถึงเกิดอารมณ์เมื่อเข้าใกล้เขาทุกที"
"มันเป็ของธรรมดาค่ะ พี่จิต ผัวกันเมียกันมันก็ต้องยังงั้นแหละ"
"รึคุณศาลจะนอกใจพี่ก็ไม่รู้"
"เคยไปค้างที่อื่นเสมอรึคะ"
"ไม่เคยเลยค่ะ"