กลับมาทางด้านเสี่ยวหลางกับอสรพิษเพลิงเมื่อทั้งสองเห็นการสังหารหมู่ของลี่หงต่างก็ใและรู้หวาดกลัวเป็อย่างมาก
แม้เสี่ยวหลางจะเห็นการสังหารของเ้านายสาวมาแล้วสองครั้งสองคราแต่ก็ไม่สามารถควบคุมร่างกายตนเองให้หยุดสั่นได้ ในใจพ่อหมาป่าวายุก็ได้แต่ร่ำร้อง‘อย่าทำให้เ้านายโกรธ อย่าทำให้เ้านายโกรธ อย่าทำให้เ้านายโกรธ’
“เป็ปราณกระบี่ที่น่ากลัวมาก” อสรพิษเพลิงพูดขึ้นหลังจากได้สติกลับคืนมาพร้อมกับจ้องมองไปยังร่างระหงของมนุษย์น้อยที่เข้ามาช่วยเหลือตนด้วยสายตาเทิดทูน
“นี่เ้าหมาลมเ้ารู้ไหมวิชาที่เ้านายของเ้าใช้มันคือวิชาอะไร ทำไมมันถึงได้ร้ายกาจยิ่งนัก”
‘ข้าก็พึ่งเห็นเ้านายใช้วิชานี้เป็ครั้งแรกเหมือนกันครั้งก่อนที่นางสังหารหมู่หมาป่าขนเหล็กนางใช้อีกวิชาหนึ่ง’ ได้ยินดังนั้นอสรพิษเพลิงก็หวนนึกถึงเสียงร้องคำรามของสัตว์อสูรก่อนหน้านี้
“นี่เ้าหมาลมอย่าบอกนะว่าเสียงคำรามของสัตว์อสูรเมื่อชั่วยามก่อนเป็ฝีมือของเ้านายเ้า”พูดถึงตอนนี้อสรพิษเพลิงก็หันไปทางลี่หงด้วยแววตาระยิบระยับกว่าเดิม
‘เป็อย่างที่เ้าคิดนั่นแหละ’เสี่ยวหลางพูดขึ้นพร้อมกับจ้องมองไปยังเ้านายของตน ด้วยสายตาเทิดทูนยิ่งกว่าอสรพิษเพลิงเสียอีก
ผ่านไปครึ่งชั่วยามการไล่สังหารฝูงหมาป่าขนเหล็กหลายร้อยตัวก็จบลงแต่เหลืออยู่หนึ่งตัวที่ยืนสั่นด้วยความหวาดกลัว จะหลบหนีก็ไม่สามารถทำได้เพราะทั่วร่างถูกพันธนาการไว้ด้วยรากไม้มากมาย
หลังจากจัดการฝูงหมาป่าขนเหล็กเสร็จลี่หงก็ทำการเก็บซากหมาป่าขนเหล็กทุกตัวไว้ในมิติ
“หืม!!! เราสังหารไปมากกว่าสามร้อยตัวเลยหรอเนี่ย”เมื่อตรวจสอบจำนวนหมาป่าขนเหล็กที่ถูกสังหาร ลี่หงก็ขมวดคิ้วมุ่นเพราะไม่คิดว่าตนจะสังหารหมาป่าขนเหล็กไปมากขนาดนี้
หากเป็ตัวตนของลี่หงในโลกก่อนย่อมไม่สามารถทำใจได้แน่นอนทว่าั้แ่ลี่หงได้รับความทรงจำมาจากท่านมหาเทพีแห่งพฤกษา หนึ่งในนั้นมีความทรงจำถึงาและเหตุการณ์ฆ่าฟันต่างๆในหลากหลายดินแดน
คราแรกที่ความทรงจำนี้ผุดขึ้นมาทำให้ลี่หงพะอืดพะอมอยู่หลายวันแต่เมื่อมาตรึงตรองดูแล้วหากตนไม่สังหาร หากตนยังอ่อนแออ่อนไหวย่อมไม่สามารถปกป้องตนเองและคนที่รักได้
ทั้งยังทำให้เ้าตัวหวนนึกถึงเื่ราวที่เลวร้ายในชีวิตก่อนหน้าที่มีเพียงตนและลุงเท่านั้นที่รับรู้ด้วยเหตุนี้ทำให้ลี่หงตระหนักได้และเลือกเดินใสเส้นทางที่ทำให้ตนแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องคนที่รักในชีวิตใหม่นี้
เมื่อเสร็จสิ้นทุกอย่าง ลี่หงก็เดินไปทางเสี่ยวหลางและอสรพิษเพลิง
“พวกตัวเกะกะก็หายไปหมดแล้วเ้างูน้อยเ้าอยากจัดการมันด้วยตัวเองไหม” ได้ยินดังนั้นอสรพิษเพลิงก็จ้องมองไปยังร่างอันสั่นเทาของจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กด้วยสายตาอำมหิตและเคียดแค้น
“นั่นคือสิ่งที่ข้า้าที่สุดในตอนนี้”อสรพิษเพลิงพูดขึ้นพร้อมปลดปล่อยแรงกดดันและรังสีอำมหิตออกมาเกล็ดสีแดงเพลิงของอสรพิษเพลิงก็ลุกโชติ่ไปด้วยเปลวไฟที่ร้อนแรง ทำให้ร่างกายอันใหญ่โตของอสรพิษเพลิงในตอนนี้ลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟ
เมื่อเห็นดังนั้นลี่หงก็ไม่พูดอะไรต่อเพียงแค่สะบัดมือคราหนึ่งก็ปรากฏมวลน้ำขนาดเท่ากำปั้นที่อัดแน่นไปด้วยลมปราณที่บริสุทธิ์ลอยอยู่บนฝ่ามือ
“เ้ากินนี่ก่อนแล้วค่อยไปจัดการมัน”เมื่อเห็นลูกบอลน้ำที่ลอยอยู่บนฝ่ามือของมนุษย์ตรงหน้าดวงตาของอสรพิษเพลิงก็เบิกกว้าง
“นะ นั่นมัน น้ำทิพย์ใช่ไหม ถะ แถมยังมากขนาดนี้ด้วยท่านไปเอามาจากไหนแล้วเอามาให้ข้าดื่มมันจะดีรึ ทะ ท่านเก็บเอาไว้ใช้เองเถอะ” แม้จะอยากดื่มมากเพียงใดแต่อสรพิษเพลิงก็รู้ดีว่าน้ำทิพย์ตรงหน้ามันล้ำค่ามากแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจรับของล้ำค่านี้ไว้ได้เพราะมนุษย์ตรงหน้านั้นช่วยเหลือตนมามากพอแล้ว
เมื่อเห็นท่าทางของอสรพิษเพลิงลี่หงก็ยกยิ้มขึ้นมาด้วยความพึงพอใจแม้ดวงตาบอกว่าอยากดื่มน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์ในมือของตนมากเพียงใด แต่ก็ยังรู้จักยับยั้งชั่งใจเห็นดังนั้นลี่หงก็พึงพอใจในตัวของอสรพิษเพลิงเป็อย่างมาก
“เ้าดื่มเถอะข้ามีอีกเยอะ” ได้ยินดังนั้นอสรพิษเพลิงก็อ้าปากขึ้นเพื่อจะคัดค้านแต่ไม่ทันได้พูดอะไรลี่หงก็สบโอกาสส่งน้ำทิพย์เข้าปากอสรพิษเพลิงในทันที
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า แค่นี้ก็เรียบร้อย”หลังจากได้กลั่นแกล้งอสรพิษเพลิงแล้วลี่หงก็หันไปสนใจกับไข่ทั้งห้าฟอง โดยไม่สนใจกับท่าทางตกตะลึงของอสรพิษเพลิงและจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กแม้แต่น้อย
ทางด้านอสรพิษเพลิงนั้นใเป็อย่างมากที่มนุษย์น้อยยอมเสียสละน้ำทิพย์ที่แสนล้ำค่าให้ตนแต่จะคัดค้านก็ไม่สามารถทำได้เพราะตอนนี้น้ำทิพย์ทั้งหมดลงไปนอนเล่นอยู่ในท้องตนแล้วแถมยังมีลมปราณที่บริสุทธิ์มหาศาลจากน้ำทิพย์หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของตน
เมื่อไม่สามารถทำอะไรได้อสรพิษเพลิงก็ได้แต่ดูดซับลมปราณจากน้ำทิพย์ด้วยน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์ที่ลี่หงใส่ลมปราณแห่งพฤกษาที่ช่วยเยียวยาาแเข้าไปด้วยทำให้าแของอสรพิษเพลิงค่อยๆสมานตัวทั้งยังช่วยฟื้นฟูลมปราณที่สูญเสียไปให้กลับคืนมาด้วยระยะเวลาที่รวดเร็ว
ผ่านไปเพียงหนึ่งเค่อาแทั่วร่างของอสรพิษเพลิงก็ไม่หลงเหลือให้เห็นอีกต่อไป จากนั้นอสรพิษเพลิงก็หันมาพูดกับลี่หง
“ขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือ แต่ท่านช่วยคลายพันธนาการให้มันได้ไหมหากข้าสังหารมันทั้งแบบนั้นมันจะตายสบายเกินกว่าความผิดที่มันบังอาจสังหารลูกๆของข้าได้”เมื่อได้ยินดังนั้นลี่หงก็คลายรากไม้ที่รัดตัวจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กโดยไม่หันไปมองแม้แต่น้อย
“ตามสบายเลย แต่อย่าลืมเก็บซากมันมาให้ข้าด้วยนะ”ลี่หงพูดขึ้นแต่สายตาก็ยังจดจ้องไปยังไข่ของอสรพิษเพลิงทั้งห้า พร้อมกับส่งลมปราณเข้าไปตรวจสอบอสรพิษน้อยที่อยู่ในไข่อย่างระมัดระวัง
ทันทีที่จ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กหลุดออกจากพันธนาการมันก็รีบหลบหนีทันทีแต่มีหรือที่อสรพิษเพลิงจะให้มันหลบหนีไปได้
ไม่นานเสียงการต่อสู้และเสียงร้องคำรามของอสรพิษเพลิงกับจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กดังระงมไปทั่วป่าผ่านไปไม่ถึงครึ่งเค่อเสียงต่อสู้และเสียงร้องคำรามก็หายไป พร้อมกับอสรพิษเพลิงคาบซากหมาป่าขนเหล็กกลับมาให้ลี่หง
“ขอบใจเ้ามาก” พูดจบลี่หงก็หันไปเก็บซากหมาป่าขนเหล็กไว้ในมิติทันที
จากนั้นก็หันกลับมาตรวจสอบไข่ของอสรพิษเพลิงต่อเมื่อเห็นมนุษย์น้อยตรงหน้ายังคงตรวจสอบไข่ของตน อสรพิษเพลิงจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความกังวล
“ละ ลูกของข้า พะ พวกเขาจะฟักออกมาได้ไหม”อสรพิษเพลิงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือกลัวว่าลูกของตนจะไม่มีโอกาสรอด เดิมทีไข่ทั้งห้าก็คั่งค้างอยู่ในท้องของตนมาหลายสิบวันแล้วทั้งที่ไข่ฟองอื่นๆตนสามารถคลอดออกมาได้ตามปกติแต่มีเพียงไข่ทั้งห้าฟองนี้เท่านั้นที่ไม่ยอมคลอดออกมา
“ถ้าปล่อยให้ฟักเองตามปกติคงจะไม่รอดเพราะไข่มันไม่สมบูรณ์ั้แ่แรกทั้งยังได้รับผลกระทบจากการต่อสู้และการใช้ลมปราณของเ้าอีกทำให้โอกาสที่อสรพิษน้อยจะฟักออกมาได้นั้นน้อยนิดยิ่งนัก” ได้ยินดังนั้นสีหน้าของอสรพิษเพลิงหม่นหมองลงทันที
“เ้าอย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ข้าแค่บอกว่าถ้าฟักตามปกติจะไม่รอดแต่ถ้าหากใช้วิธีของข้าลูกๆของเ้าจะสามารถฟักออกมาได้ทั้งหมด แต่ว่า….” เมื่อได้ยินคำพูดของมนุษย์ตรงหน้าอสรพิษเพลิงก็มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“แต่อะไรหรือท่าน”
“แต่เด็กๆที่ฟักออกมาตามวิธีของข้าจะกลายมาเป็สัตว์อสูรในพันธสัญญาของข้า พวกเขาจะไม่มีอิสรภาพดั่งเช่นตัวเ้าในตอนนี้”แม้จะยินดีที่ลูกของตนสามารถฟักออกจากไข่ได้ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของมนุษย์ตรงหน้าอสรพิษเพลิงก็งุนงงไม่น้อย
“เอ่อ! ที่ท่านบอกว่าสัตว์อสูรในพันธสัญญานี่มันยังไงกันมนุษย์ปกติสามารถมีสัตว์อสูรในพันธสัญญาได้เพียงแค่ตัวเดียวมิใช่หรือ”ลี่หงเมื่อได้ยินคำถามของอสรพิษเพลิงก็หัวเราะออกมา
“ฮ่า ฮ่า นี่เ้าว่าข้าไม่ปกติงั้นรึข้าไม่ปกติตรงไหน ข้าเป็เพียงสตรีอ่อนแอ บอบบาง อ่อนหวาน สง่างามและน่ารักน่าเอ็นดูเท่านั้นเ้าว่าไหมเสี่ยวหลาง” เมื่อเสี่ยวหลางและอสรพิษเพลิงได้ยินที่ลี่หงพูด ทั้งคู่ต่างก็มองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย‘สิ่งที่ท่านพึ่งทำไปมันมีส่วนไหนที่เรียกว่าอ่อนแอ บอบบาง อ่อนหวาน’
“ส่วนที่ข้าว่าสัตว์อสูรในพันธสัญญานั้นไม่ใช่พันธสัญญานิรันด์หรือพันธสัญญาโลหิตหรอกแต่เป็พันธสัญญาสัตว์เลี้ยงหรือจะเรียกว่าพันธสัญญาจิติญญาก็ได้ เสี่ยวหลางกับครอบครัวต่างก็เป็สัตว์เลี้ยงในพันธสัญญาของข้าเหมือนกัน”ได้ยินดังนั้นอสรพิษเพลิงก็ยิ่งไม่เข้าใจ
แต่เมื่อมองไปยังหมาป่าวายุแล้วเห็นว่าหมาป่าวายุพยักหน้าเพื่อยืนยันในสิ่งที่มนุษย์น้อยตรงหน้าพูดเห็นดังนั้นอสรพิษเพลิงก็พูดขึ้นโดยไม่ต้องหยุดคิดให้เสียเวลา
“ข้าไม่ขัดข้องที่ลูกข้าจะได้เป็สัตว์เลี้ยงของท่านแต่ข้ามีข้อแม้” ได้ยินดังนั้นลี่หงก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ พลางจ้องมองหน้าอสรพิษเพลิงด้วยความงุนงง
“บอกข้อแม้ของเ้ามาได้เลย”
“ท่านจะต้องยอมให้ข้าเป็สัตว์เลี้ยงของท่านด้วย”เมื่อได้ยินข้อเสนอของอสรพิษเพลิง ลี่หงก็ยิ้มร่าออกมาด้วยความยินดี
“ได้แบบนี้ก็ดีเลย” จากนั้นลี่หงก็รีบเขียนพันธสัญญาขึ้นมาทันทีพร้อมกับหยดเืของตนไปยังตราพันธสัญญา
“หยดเืเ้าลงบนพันธสัญญาเลย”เมื่อได้ยินดังนั้นอสรพิษเพลิงก็หยดเืลงบนพันธสัญญาทันที หลังจากทำพันธสัญญาเรียบร้อยแล้วลี่หงก็พูดขึ้น
“เ้ามีชื่อเรียกไหม”
“ข้าไม่มีชื่อเรียกหรอกข้าอยากให้เ้านายตั้งชื่อให้เ้าค่ะ” อสรพิษเพลิงตอนนี้ดีใจเป็อย่างมาก เนื่องจากมันได้ทำพันธสัญญากับมนุษย์น้อยที่แปลกประหลาดและมากความสามารถแล้ว
แม้มันจะพึ่งรู้จักเ้านายของมันครั้งแรกแต่มันก็ประจักษ์ได้ถึงความแข็งแกร่งและความสามารถของเ้านายมันกับตา ไหนจะความมีน้ำใจที่เข้ามาช่วยเหลือตนจากการกลุ้มรุมของฝูงหมาป่าขนเหล็กทั้งยังมอบน้ำทิพย์ที่แสนล้ำค่าให้ตนอีกด้วย
แถมตัวมันยังััได้ถึงความเป็มิตรและความอบอุ่นยามเมื่อได้ใกล้ชิดกับเ้านายของมันทำให้มันไม่รอช้าที่จะตอบรับยามเมื่อมันได้ยินคำพูดของเ้านายมันที่สำคัญคือเ้านายของมันยังสามารถฟักลูกน้อยที่เหลือเพียงห้าตัวสุดท้ายของมันได้อีกด้วย
“ในเมื่อเ้าเป็อสรพิษเพลิงมีลำตัวสีแดงเพลิงงั้นก็ชื่อหั่วที่หมายถึงเปลวไฟและหงที่หมายถึงสีแดงละกัน เ้าชอบไหมหั่วหง” ได้ยินดังนั้นอสรพิษเพลิงก็แย้มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“ข้าชอบเ้าค่ะเ้านาย ชอบมากๆเลย”หลังจากตั้งชื่อให้หั่วหงเสร็จลี่หงก็หันไปพูดกับเสี่ยวหลาง
“แล้วชื่อข้าล่ะเ้านายมีความหมายเหมือนชื่อของหั่วหงไหม” ทันทีที่ได้ยินชื่อของอสรพิษเพลิงเสี่ยวหลางก็รีบเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น พลางคิดว่าชื่อของตนจะต้องยิ่งใหญ่และองอาจมากแน่นอน
“ชื่อของเ้าหรอก็หมาป่าน้อยไงเสี่ยวที่หมายถึงตัวน้อยหลางก็หมายถึงหมาป่ารวมกันแล้วก็หมาป่าน้อยน่ารักใช่ไหมล่ะ”ได้ยินดังนั้นสีหน้าของหมาป่าวายุผู้องอาจก็หม่นหมองลงทันที
“อะไรกันชื่อเ้าออกจะน่ารักเ้าว่าอย่างนั้นไม่หั่วหง”
“เ้าค่ะเ้านาย”หั่วหงก็ไม่รอช้ารีบตอบรับเ้านายทันที แถมเ้าตัวยังแอบขำชื่อของหมาป่าวายุผู้องอาจไม่น้อยต่างจากเสี่ยวหลางเป็อย่างมากเพราะทันทีที่มันได้รู้ความหมายของชื่อที่องอาจ!มันก็แทบจะแทรกแผ่นดินหนีพลางตัดพ้อเ้านายผู้มากความสามารถของมันในใจ
“เอาน่ะชื่อเ้าออกจะน่ารัก เอ๊ย! ออกจะองอาจและน่าเกรงขาม”แม้จะได้ยินคำปลอบโยนของเ้านายแต่หมาป่าวายุก็ไม่ได้มีสีหน้าที่ดีขึ้นแม้แต่น้อย แต่ลี่หงก็หาได้สนใจสีหน้าพะอืดพะอมของพ่อหมาป่าวายุไม่
“เสี่ยวหลางเ้าพาหั่วหงไปทำความรู้จักกับครอบครัวเ้าซะแล้วก็รีบบ่มเพาะพลังให้ทะลวงระดับปราณจักรพรรดิให้ได้ ส่วนหั่วหงเมื่อเข้าไปแล้วเ้าก็หาที่ที่เ้าชอบบ่มเพาะพลังได้เลยสำหรับเ้าตัวเล็กพวกนี้ข้าจะเก็บไว้ในมิติก่อนหากปล่อยไว้ข้างนอกเด็กๆอาจจะได้รับผลกระทบได้”เมื่อได้ยินคำสั่งของเ้านายเสี่ยวหลางก็รีบเอ่ยถามทันที
“เ้านายจะไปไหน”
“ข้าจะเข้าไปตรวจสอบถ้ำที่เ้าอาศัยอยู่น่ะอย่าลืมที่ข้าสั่งล่ะ” ลี่หงพูดจบก็สะบัดมือคราหนึ่งเสี่ยวหลางก็หายไปจากจุดที่อยู่ทันทีหั่วหงเมื่อเห็นเสี่ยวหลางหายไปต่อหน้าต่อตาก็ใ
“เ้าไม่ต้องใหรอกเดี๋ยวเ้าจะใมากกว่านี้อีก ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เมื่อนำทั้งสองเข้าไปในมิติแล้ว ลี่หงก็มุ่งหน้าตรงไปยังถ้ำที่เสี่ยวหลางเคยอาศัยอยู่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกตนอยู่มากนักทั้งลี่หงยังแผ่ลมปราณออกไปรอบตัว เพื่อตรวจสอบกลิ่นอายลึกลับที่ััได้จากตัวของหมาป่าวายุทั้งสี่เสมอ
ทางด้านหั่วหงที่ถูกลี่หงส่งเข้ามาในมิติก็ต้องตกตะลึงนิ่งค้างไปหลายลมหายใจ
‘นี่หั่วหงเ้าจะตกตะลึงอีกนานไหม’ เมื่อได้ยินเสียงเรียกของเสี่ยวหลางหั่วหงก็ได้สติกลับคืนมา
“สะ สะเสี่ยวหลางที่นี่มันที่ไหนกัน ละ แล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ละ ละ แล้วลมปราณที่นี่ทำไมมันถึงได้หนาแน่นอย่างนี้”ได้ยินดังนั้นเสี่ยวหลางก็ยกยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจพลางยืดตัวขึ้นด้วยความองอาจ
‘ที่นี่คือมิติพิเศษของเ้านายสุดยอดไหมล่ะเ้านายเรา’ ได้ยินดังนั้นหั่วหลงก็ตกตะลึงอ้าปากค้างด้วยปากใหญ่ที่สามารถกลืนกินมนุษย์ได้ทั้งตัว ทำให้อาการใของหั่วหงเผยให้เห็นเขี้ยวยาวขนาดเท่าแขนได้อย่างชัดเจน
หลังจากนั้นเสี่ยวหลางก็แนะนำหั่วหงให้รู้จักกับครอบครัวของตนทั้งยังพาหั่วหงไปดูพื้นที่ในส่วนต่างๆของมิติพิเศษ
เมื่อเสี่ยวหลางพามาถึงน้ำตกวารีพิสุทธิ์หั่วหงก็ต้องตะลึงค้างอีกครั้งพลางนึกถึงน้ำทิพย์ที่เ้านายเอาให้ตนดื่มก่อนหน้านี้ มวลน้ำขนาดเท่ากำปั้นตนก็ว่ามากแล้วแต่ที่ตนเห็นอยู่ในตอนนี้มีเป็น้ำตกและทะเลสาบขนาดใหญ่
หลังจากพาหั่วลงดูพื้นที่จนครบทุกซอกทุกมุมแล้วทั้งสองก็แยกย้ายไปหาที่บ่มเพาะพลังตามคำสั่งของเ้านาย เสี่ยวหลางก็มาบ่มเพาะพลังใกล้กับเสี่ยวหลินและลูกๆ
หั่วหงจ้องมองภาพเสี่ยวหลางและครอบครัวด้วยความอิจฉาพลางนึกถึงลูกๆที่ถูกฝูงหมาป่าขนเหล็กสังหารและสามีที่ไม่รู้ว่ายังไม่รู้ชะตากรรม
แต่เมื่อคิดถึงลูกน้อยอีกห้าตัวที่อยู่กับเ้านายหั่วหงก็ยิ้มออกมาเพราะอย่างน้อยตนก็ยังมีครอบครัวหลงเหลืออยู่หากเ้านายไม่สามารถช่วยเหลือลูกน้อยของตนได้อย่างน้อยตนก็ยังมีเ้านายที่ตนเคารพอยู่คิดได้ดังนั้นอสรพิษเพลิงก็ขดตัวเป็วงดูดซับลมปราณทันที