ครอบครัวหลี่หลิวมาถึงตลาดเช้าจองที่เพื่อที่จะขายอาหาร จุดเตาตั้งกะทะ จัดข้าวของวางเรียงกันอย่างเป็ระเบียบตรงพื้นริมถนนถัดจากร้านขายผักป่า น้ำมัน ซอสถั่วเหลือง กระเทียมต้นหอมพร้อมเกลือได้เตรียมพร้อมมาอย่างดี ท่านพ่อน้ำกระบองคบเพลิงมาจุดแล้วตั้งไว้ไม่ห่างจากกระทะ เพื่อที่จะให้หลี่หลิวมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเขาถึงกับลงทุนเดินไปซื้อคบเพลิงนี้มา หลี่หลิวกล่าวขอบคุณท่านพ่อพร้อมด้วยรอยยิ้มสดใส
นางตักน้ำมันหนึ่งกระบวยใส่กระทะเหล็กขนาดใหญ่ พอเริ่มร้อนก็ใส่กระเทียมที่พึ่งทุบเจียวจนหอมได้ที่ตามด้วยหน่อไม้ลงไปผัด ทำให้เกิดเสียง ฉ่า ฉ่า ฉ่า กลิ่นหอมของกระเทียมตระตุ้นความหิวของผู้คนได้อย่างดีแม้แต่ครอบครัวของหลี่หลิวเองยังต้องกลืนน้ำลายไปตามๆกัน เมื่อหน่อไม้เริ่มสุกได้ที่นางเติมน้ำลงเล็กน้อยใส่ซอลและเกลือผัดอีกครั้งชิมรสชาติแล้วใส่ต้นหอมซอย
กลิ่นหอมคั่วกระทะในยามเช้ามืดดึงดูดให้ผู้คนมายืนออกันอยู่หน้าร้านของหลี่หลิวมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทำอาหารเสร็จก็เป็หน้าที่ท่านพ่อที่ต้องยกเทใส่หม้อเหล็กเป็อันเสร็จสิ้น หลี่หลิวปาดเหงื่อที่ผุดจากการอยู่หน้าไฟออกโดยใช้แขนเสื้อซับไปมาเบาๆแล้วยิ้มมุมปาก เป็ไปตามคาดผู้คนจะต้องให้ความสนใจในรูปแบบการค้าของนาง
"เ้าขายอันใดหรือ"
แม่นางร่างท้วมน้ำเสียงทุ้มผิวขาวเหลืองแต่งตัวสะอาดสะอ้านด้วยชุดสีชมพูซีดทว่าดูดี เดินเข้ามาถามไถ่เพราะทนกลิ่นหอมเหย้าหยวนนี้ไม่ไหว นางยืนดูอยู่พักหนึ่งจนสาวน้อยทำเสร็จถึงได้รีบเดินปรี่เข้ามาถามไถ่ก่อนใคร
"นี่คือผัดหน่อไม้ขอรับ"
หลี่จงทำตามที่น้องสาวบอกไม่ขาดตกบกพร่อง เขาตักผัดหน่อไม้ใส่จานที่เตรียมมาพร้อมยื่นไม้ที่เหลาคล้ายไม้เสียบลูกชิ้นให้แม่นางร่างท้วมแล้วบอกนางว่า
"ให้ท่านลองชิมก่อน หากไม่อร่อยท่านก็ไม่เสียเงิน หากว่าถูกปากท่านค่อยมาซื้อกับข้า"
ฝูงชนนับสิบได้ยินเช่นนั้นจึงทยอยกันเข้ามาชิมและซื้อไปคนล่ะกระบอกสองกระบอก ซึ่งราคาขายก็เพียงหนึ่งอีแปะแถมได้ไม่น้อย จึงกลายเป็ว่าขายดีมาก หลี่หลิวที่ผัดได้สองกระทะก็ต้องปล่อยให้ท่านแม่เป็คนทำต่อส่วนตนคอยบอกและชิมรสชาติให้ท่านอีกที ท่านพ่อและน้องเล็กกลายเป็เฒ่าแก่คอยรับเงินจากลูกค้าส่วนพี่รองตักผัดหน่อไม้ใส่กระบอกไม่ขาดมือ ด้วยความสุภาพของพี่รองและท่านพ่อทุกคนที่แวะเวียนมาชิมต่างพากันซื้อติดไม้ติดมือไปแทบทุกราย กระบอกที่หลี่หลิวออกแบบค่อนข้างใหญ่และกว้างใส่หน่อไม้ได้มากเชือกที่นำมาผูกติดกับกระบอกทำให้ผู้คนถือได้อย่างสะดวก ใครผ่านไปมาต่างชมว่าเป็อาหารที่อร่อยและสามารถนำกลับบ้านได้ไม่หกหล่นกลางทาง กระบอกที่เตรียมมานับร้อยหมดลงท่านแม่ก็ได้พักหายใจคายคอ พระอาทิตย์สาดส่องตลาดก็เริ่มวายพ่อข้าแม่ขายพากันเก็บข้าวของเตรียมกลับบ้าน หลี่หลิวขอเงินท่านพ่อแล้วเดินไปซื้อเนื้อหมูเนื้อไก่กลับมาสองสามห่อแล้วเอาวางบนรถลาก ท่านพ่อและชายสามช่วยกันเก็บของขึ้นรถลาก หลี่หลิวไม่ลืมที่จะซื้อเครื่องปรุงและผักกลับบ้านไปด้วย
"ท่านพี่ๆ ท่านเห็นท่านแม่ผัดหน่อไม้หรือไม่ ท่านแม่ผัดได้เร็วมากส่วนพี่ใหญ่ก็ตักจนมือพันกัน ท่านพ่อยิ้มรับเงินหน้าบานเชียวล่ะ"
หลี่เฉินนั่งบนรถลากพร้อมแม่และพี่สาวเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเมามัน
"ทุกคนที่ได้ชิมอาหารของพี่ข้ากว่าครึ่งต่างซื้อกลับบ้านทุกคน หากว่ามีกระบอกมากพอแล้วล่ะก็หน่อไม้ที่เหลือนี่คงหมดแล้วจริงๆ ข้าเกือบไม่ได้กินเสียแล้ว"
พูดไปพูดมากลายเป็ว่าเ้าตัวเล็กกลัวของหมดแล้วตนจะอดกิน ทุกคนพากันหัวล่อลั่นทั้งดีใจทั้งขบขันจนน้ำตาเล็ด
หลี่หงเป็คนที่ภูมิใจเป็ที่สุด เขาลงแรงไปมากในการทำกระบอกให้กับลูกสาว แถมนางยังเคยบอกว่าสามเดือนก็สามารถหาเงินคืนได้แล้ว แต่มาวันนี้แค่วันเดียวเขาก็คืนทุนทั้งหมดมาได้ หากยังเป็เช่นนี้ต่อไปอีกหน่อยเขาก็จะมีเงินเก็บและคืนเงินที่ท่านปู่มอบให้กลับคืนไปได้แล้ว
เมื่อเสร็จสิ้นมื้อเช้าที่หลี่หลิวผัดเนื้อไก่ใส่หอมหัวใหญ่พร้อมนำกระดูกไก่ที่เหลือเป็โคลงไก่มาทำเป็ซุบยิ่งโล่งคอและสดชื่นนัก
และแล้วการขุดบ่อก็ได้เริ่มขึ้นทั้งเหนื่อยและสนุกโดยเฉพาะน้องเล็กที่มีเพื่อนอีกสองคนมาเล่นปั้นดินด้วยสร้างเสียงเจี๊ยวจ๊าวตลอดทั้งเช้า หลี่หลิววางตำแหน่งบ่อที่ขุดไว้หลังบ้านห่างจากตัวจากตัวบ้านไปทางซ้ายยี่สิบเมตรเห็นจะได้ หลี่หลิวบอกให้ขุดลึกประมาณเอวท่านพ่อยาวสิบห้าเมตรกว้างห้าเมตรแบบนี้นอกจากเลี้ยงปลาก็ยังสามารถปลูกบัวไว้กินเม็ดและรากได้อีกด้วย ทั้งครอบช่วยกันขุดจนถึงพระอาทิตย์เกือบเที่ยงวันค่อยพากันล้างเนื้อตัว หลี่หลิวนำเนื้อหมูมาหั่นสไลด์ไม่บางนักหั่นผักกระหล่ำปลีหัวใหญ่อย่างคล่องมือ ก่อไฟวางกะทะเทน้ำมันทุบกระเทียมสองสามกลีบโยนลงไปผัดตามด้วยเนื้อหมูติดมันที่หั่นไว้พอหมูเริ่มสุกใส่ผักลงไปผัดปรุงรสด้วยเกลือและซอส เสียงตะหลิวเคาะกะทะดังมาเป็ระยะพร้อมกลิ่นหอมหวานอมเค็มโชยมาตามลมช่วยกระตุ้นความยากอาหารได้เป็อย่างดี แน่นอนว่ากระทะที่นางใช้ค่อนข้างใหญ่เวลาผัดจึงเหนือบ่ากว่าแรงของร่างกายอยู่มาก ส่วนผู้เป็แม่อุ่นน้ำซุปไก่ที่เหลือประมาณหนึ่งถ้วยใหญ่ได้ แล้วค่อยอุ่นไก่ผัดหัวหอม
"เ้าจะกลับแล้วรึ ไม่อยู่เล่นกับข้าก่อนเล่าตอนเย็นค่อยให้ท่านลุงมารับกลับมิได้หรือ?"
หลี่เฉินมองหน้าท่านพ่ออย่างอ้วนวอน ถ้าเพื่อนๆกลับกันไปหมด่บ่ายเขาคงต้องเล่นกับลมกับดินเพราะทุกคนต่างมีหน้าที่กันหมดแล้ว ท่านพ่อกับพี่ใหญ่ขุดบ่อ ท่านแม่และพี่รองหั่นผักเตรียมของไปขายตอนเช้ามืดตัวเขายังอยากเล่นปั้นดินกับเพื่อนต่ออีกหน่อย ได้แต่จับมือใหญ่สากๆของท่านพ่อแล้วมองตาท่านพ่อปริบๆ
"หากวันนี้งานไร่นาพวกท่านเสร็จแล้วก็อยู่กินข้าวเที่ยงกับพวกเราก่อนเถิด ข้ายังมิได้ขอบคุณที่พวกท่านคอยดูแลที่นาให้ข้าเลย"
หลี่หงจนปัญญาจึงเรียกคู่สามีภรรยาอยู่ทานข้าวสักหน่อยเผื่อพวกเขาจะให้เด็กๆได้อยู่เล่นด้วยกันต่อ สองสามีภรรยามองหน้ากัน จะว่าไปแล้วกลิ่นอาหารหอมๆนั่นก็คอยชักชวนลวงหลอกพวกเขาทำให้อยากอยู่ต่อเช่นกัน
"ท่านลุง ข้าหิวแล้ว"
เด็กชายที่เริ่มสนิทกับหลี่เฉินกล่าว มิทันที่ผู้ใหญ่ได้พูดอะไร หลี่เฉินรีบดึงมือเพื่อนทั้งสองพาไปนั่งที่ระเบียงกว้างข้างบ้านที่ท่านพ่อทำโต๊ะอาหารใหม่ มันกว้างมากเหมาะสำหรับรับแเื่ได้พอดี
"มาเถอะ ฮ่าๆๆ"
หลี่หงเห็นบุตรชายพาเพื่อนไปนั่งรอแล้ว เขาจึงชวนสองสามีภรรยาเข้ามาแล้วบอกให้ล้างไม้ล้างมือนั่งรอมื้ออาหาร ส่วนตนเดินไปบอกภรรยาและบุตรสาวว่ามื้อนี้ให้ทำเผื่อครอบครัวลุงป้าและหลานๆด้วย หลี่หลิวมองซ้ายแลขวาดูสุดท้ายก็จับปลามาทอดอีกสองสามตัวอย่างจนใจ นางทั้งเหนื่อยและหิวทำให้นางแทบบ้าเลยทีเดียว หวังลู่เห็นบุตรสาวโมโหหิวจึงรีบเอากับข้าวกับปลาออกไปจัดวางที่โต๊ะจนเต็มและกลับมาผัดหน่อไม้ไม้ไปเพิ่มอีกสองจานจนวางเกือบเต็มโต๊ะ
"ทานกันเถอะ"
หลี่หงนั่งหัวโต๊ะบอกให้ทุกคนให้กินข้าว โดยมีสองสามีภรรยากับหลานๆนั่งปิดท้ายทั้งสองฝั่ง
"เ้าลองอันนี้นะอร่อยมากเลยล่ะ"
หลี่เฉินเห็นเพื่อนเก้งๆกังจึงคีบผัดหน่อไม้ให้เพื่อนๆได้ลองชิม เด็กทั้งสองต่างมึนงงเพราะไม่เคยเห็นและได้กินมาก่อน หลี่จงจึงอธิบายอาหารแต่ล่ะอย่างแล้วบอกให้พวกเขาลองชิม พอทั้งสี่ลุงหลานได้ชิมต้องกล่าวชมเป็ยกใหญ่และบอกว่ามันอร่อยไม่ขาดคำ ทุกเมนูวันนี้ทำให้สองสามีภรรยาตื่นตันเป็อย่างมากเพราะการต้อนรับแบบนี้ไม่ค่อยมีมากนักในชนบทเช่นนี้ จะมีครอบครัวไหนที่ยอมตักไก่และหมูข้าวปลาที่แสนแพงมาแบ่งปันอย่างใจกว้างเช่นนี้อีก
เมื่อกินเสร็จก็คุยเื่นาข้าวแลกเปลี่ยนความรู้กันไป จนพวกเขาหันไปเห็นล่องลอยการขุดจึงได้ไถ่ถาม พอรู้ว่าเด็กสาวคนนี้อยากขุดสระเลี้ยงปลา อาหารก็กินของเขาไปแล้วจึงรีบออกปากช่วยงานด้วยความเต็มใจ ส่วนน้องเล็กร้องไชโยเพราะจะมีเพื่อนเล่นถึงยามค่ำเลยทีเดียว
"พวกเ้าหั่นหน่อไม้และผักมากมายถึงเพียงนี้ มาๆให้ข้าช่วยเถอะจะได้เสร็จเร็วๆ"
ท่านป้าที่เช่าที่อยู่ก่อนหน้านี้เห็นเด็กสาวและแม่ช่วยกันหั่นผักหลังจากที่พวกเขาเก็บถ้วยชามไปล้างจึงอยากช่วยเหลือ หลี่หลิวก็เลยไม่เกรงใจอีกต่อไปที่จะให้ท่านป้าช่วยนางจึงขอให้ท่านป้าช่วยหั่นผักเช่นหัวหอมกระหล่ำต้นหอม ทั้งสามสาวนั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย ส่วนท่านพ่อพี่ชายและท่านลุงก็ช่วยกันขุดสระโดยมีเสียงเด็กชายทั้งสามเล่นกันหัวเราะสนุกสนานจนถึงบ่ายแก่ๆ หลี่หลิวพึ่งนึกขึ้นมาได้ว่ากระบอกใส่อาหารของนางนั้นหมดแล้วนางใรีบลุกพรวดพราดไปบอกท่านพ่อที่กำลังขุดบ่อเลี้ยงปลาอย่างร้อนรน
"ท่านพ่อ แย่แล้วเ้าค่ะแย่แล้ว"
"มีอันใดเ้าค่อยๆพูดมาพ่อเ้าอยู่นี่แล้ว"
เขาเห็นบุตรสาวเร่งรีบวิ่งมา กลัวนางจะหกล้มเอาจึงบอกนางไปเช่นนั้น
"กระบอกเ้าค่ะ"
"กระบอกรึ?"
เมื่อหลี่หลิวพูดถึงกระบอกเท่านั้นแหละ หลี่หงก็เข้าใจทันทีว่าเช้ามืดนี้ยังต้องใช้กระบอกใส่อาหารเขารีบวางมือจากจอบ กล่าวขอบคุณท่านลุงบอกให้ท่านกลับบ้านไปพักเพราะตนต้องไปตัดไม้ไผ่มาทำกระบอกใส่อาหารให้บุตรสาวไว้ขายอาหารตอนเช้ามืด เมื่อเห็นหลี่หงและหลี่จงดูเร่งรีบเขาจึงอาสาไปช่วยตัดไม้ไผ่ด้วยไหนๆบ่ายนี้ก็ว่างงานไม่ได้ทำอันใดต่ออยู่แล้ว
"ขอบคุณท่านลุงฉวีและท่านป้าฉวีมากๆนะขอรับที่คอยช่วยงานจนตะวันเกือบตกดินเช่นนี้ ข้าไม่รู้จะตอบแทนเช่นไรดี เอาเป็ว่าพรุ่งนี้ข้าและครอบครัวจะเลี้ยงมื้อเที่ยงเป็การตอบแทนท่านนะขอรับ"
หลี่หงละอายใจที่สองสามีภรรยาคอยช่วยงานั้แ่หลังเที่ยงมาจนถึง่เย็นจึงเชิญชวนทานอาหารในวันพรุ่งเป็การตอบแทน เมื่อได้ท่านลุ่งฉวีมาช่วยการทำกระบอกก็รวดเร็วขึ้นพวกเขาพากันตัดอย่างคล่องมือส่วนหลี่หงก็คอยขัดล้างกระบอกแล้วนำไปต้มก่อนจะเอาออกมาคว่ำตากลมไว้ ใช้เวลาไม่นานนักก็ได้กระบอกมากกว่าร้อยอัน หลี่หลิวกับท่านแม่ช่วยกันร้อยเชือกมัดกระบอกไม่ไผ่หลังจากที่ท่านลุงฉวีและครอบครัวกลับไปแล้ว เพื่อลูกค้าจะได้ถือกลับได้ง่าย คบเพลิงถูกจุดขึ้นเพื่อให้แสงสว่างจนงานทำกระบอกจบลงถึงได้กินข้าวล้างเนื้อตัวเข้านอนกัน
"เสร็จเสียที"
หลี่จงพี่ใหญ่บิดี้เีไปมาหลังจากมาช่วยนั่งมัดกระบอกได้พักใหญ่
"เอาล่ะๆนี่ก็ดึกมากแล้วแยกย้ายกันไปพักพรุ่งนี้จะต้องไปแต่เช้าจะได้จองที่ดีๆหน่อย"
หลี่หงอดยิ้มไม่ได้เมื่อคิดว่าพรุ่งนี้จะได้รับเงินตรามาอีกมากโข
"ท่านพ่อพรุ่งนี้ต้องเอามีดแล้วก็เขียงไม้ไปด้วยนะเ้าคะ"
"ได้เ้า้าอะไรบอกพ่อมาได้เลย"
"เ้าค่ะ งั้นลูกไปนอนก่อนนะเ้าคะ"
ว่าจบทุกคนก็แยกย้ายกันหลับนอน เมื่อทุกคนหลับแล้วหลี่หลิวก็แอบเข้ามิติไป ผักกาดขาวที่ปลูกไว้มันโตเต็มที่โดยใช้เวลาเพียงสองวันเท่านั้น หลี่หลิวหยิบเมล็ดพันธ์ผักออกมาใช้เสียมที่เอาเข้ามาไว้ก่อนหน้าขุดหลุมปลูกฟักทอง แตงโม พริก มะเขือเทศ แตงกวารวมทั้งถั่วลันเตากับต้นหอม จากนั้นรถน้ำด้วยขันเหล็กที่ซื้อมาใหม่ที่ใส่ไว้ในตุ่มแล้วค่อยออกจากมิติห่มผ้าหลับตาพักผ่อน
เช้ามืดวันถัดมา...
"โอ้ยยย แขนฉ้าานนน"
หลี่หลิวเห็นน้องเล็กนอนหนุนแขนตนด้วยลมหายใจสม่ำเสมอ นางค่อยๆดันน้องชายออกเบาๆเมื่อครู่นางเสียงดังไปหน่อยพี่ใหญ่เลยตื่นและช่วยน้องรองขยับน้องเล็กออกจากแขนที่นอนทับอยู่ หลี่หลิวรู้สึกเหมือนว่าแขนขวานางไม่อยู่แล้วและไม่รู้สึกถึงมันเลยสักนิด ชายสามจึงนวดเบาๆที่แขนนางจนรับรู้ถึงการไหลเวียนของเื หลี่หลิวรีบห้ามปรามพี่ใหญ่ไม่ให้นวดต่อนี่ไม่ต่างจากเข็มนับล้านที่มันทิ่มแทงจนนางน้ำตาเล็ด
"เ้าเป็อันใด ร้องไห้ทำไมกันมาพี่ใหญ่นวดให้เ้าจะได้หายไวๆนะ"
"ได้โปรด หากท่านห่วงใยข้าอย่าได้แตะต้องตัวข้าเชียว ตอนนี้ตะคริวกินแขนข้าแล้ว"
หลี่หลิวทำหน้าทรมานจนน่าสงสาร พี่ใหญ่ที่ช่วยอะไรไม่ได้จึงขอตัวไปล้างหน้าล้างตาปล่อยให้นางหายเจ็บประเดี๋ยวนางก็คงตามลงมา พอออกจากห้องได้ชายใหญ่กลั้นขำจนตัวงอที่แท้น้องสาวเราก็มีมุมนี้กับเขาด้วย หลี่จงเดินผ่านห้องโถงออกประตูหน้าบ้านเห็นท่านพ่อยกของจัดวางอย่างระมัดระวัง ไหเครื่องปรุงถูกรัดกุมด้วยฟางที่มัดรวมกันไว้อย่างดีครั้งนี้ดูท่านพ่อจะกระปรี้กระเปร่ากว่าเมื่อวานเสียอีก หรือเป็อย่างที่น้องรองว่าไว้หากท่านพ่อได้นอนกับท่านแม่แล้วท่านพ่อจะแข็งแรง
"อ้าว!! เ้าตื่นแล้ว? เหตุใดวันนี้น้องสาวเ้าตื่นช้าได้เสียล่ะ"
หลี่จงได้ยินเช่นนั้นจึงหัวเราะในลำคอแล้วตอบไปว่าน้องเล็กนอนทับแขนนางจนตะคริวกิน นางจึงยังขยับตัวไม่ได้อีกสักพัก
"เป็เช่นนั้นหรือ ต่อไปเ้าก็นอนกลั้นกลางเสียน้องเ้าจักได้ไม่ทรมานมากนัก"
"ขอรับท่านพ่อ"
เมื่อตกปากรับคำแล้วหลี่จงไปล้างหน้าล้างตาแล้วช่วยท่านแม่ยกผักที่หั่นใส่กะละมังไม้มาขึ้นรถลาก เมื่อยกของขึ้นเสร็จหลี่หลิวก็เดินต้อยติ่งออกมาอย่างอย่างท้อใจไม่รู้ว่าคืนนี้จะนอนหลบมุมไหนถึงจะรอดพ้นจากน้องเล็กได้
"ลูกคนนี้นี่ เหตุใดทำหน้าไม่รับแขกแต่เช้าเลยเล่า"
หวังลู่เห็นบุตรสาวเดินเหมือนคนไร้ิญญาจึงเอ็ดนางไป แต่พอรู้ว่านางถูกน้องเล็กนอนทับแขนตอนหลับตื่นมาตะคริวกินจึงได้ถามไถ่ว่าดีขึ้นแล้วหรือยัง จากนั้นก็หลี่หลิวก็ไปปลุกตัวต้นเหตุที่ทำให้นางระบมทนทุกข์อยู่ครู่ใหญ่
"ท่านพ่อขอรับพี่รองเป็อันใดถึงมองหน้าข้าด้วยด้วยสายตาแบบนั้น"
น้องเล็กเมื่อล้างหน้าล้างตาเสร็จ ก็เห็นพี่สาวอารมณ์เวี่ยงๆจึงถามผู้เป็บิดาพอรู้ว่าตนทับแขนนางทั้งคืนจึงรีบไปขอโทษพี่รอง และแน่นอนว่านางก็ต้องให้อภัย
เช้านี้มีฝนปรอยๆทั้งห้าคนพ่อแม่ลูกจึงสวมใส่หมวกสานและเสื้อกันฝน กว่าจะถึงตลาดเช้าท่านพ่อกับพี่ใหญ่ก็เหนื่อยหอบด้วยหมอกหนาทำให้การมองเห็นค่อยข้างลำบาก บวกกับหายใจไม่สะดวกนักหลี่หลิวก็ได้ความคิดที่จะซื้อลามาสักสองตัวเพื่อให้การเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น หากเป็ม้าก็จะดีมากๆเพราะจะเพิ่มความเร็วในการเดินทางได้
วันนี้คนเดินผ่านตลาดไปมาเห็นครอบครัวของหลี่หลิวต่างพากันยืนอ้อมล้อมหวังจะรอซื้อผัดหน่อไม้ทว่าวันนี้หลี่หลิวเลือกที่จะทำเมนูใหม่ก่อน พอถึงตลาดนางพาท่านแม่ตรงดิ่งไปร้านขายเนื้อหมูและซื้อเนื้อหมูมาสิบกว่าโล แล้วให้ท่านพ่อที่เตรียมเขียงมาด้วยปูเสื่อนั่งหั่นแบบสดๆ นางหวังก่อเตาไฟเสร็จจึงเรียกบุตรสาวหลี่หลิวเอากะทะตั้งไฟใส่น้ำมันตามด้วยกระเทียมผัดกระเทียมให้หอมแล้วใส่หมูที่ท่านพ่อหั่นส่วนหนึ่งลงไปผัดจนสุกใส่หอมหัวใหญ่กระหล่ำปลี รอจนผักสุกกำลังดีได้รสหวานกรอบจากนั้นปรุงรสแล้วท่านพ่อก็ทำหน้าที่ยกเทใส่หม้อเหล็ก ทำเช่นนั้นไปเรื่อยๆส่วนคนที่เดินมาเมื่อรู้ว่าชิมฟรีอยู่แล้วจึงแวะเวียนเข้ามาชิมทั้งผัดหมูและผัดหน่อไม้ พอได้ลิ้มลองสุดท้ายก็พากันซื้อกลับไปอีกตามเคยถึงครานี้หมูผัดผักจะราคาถึงสามอีแปะแต่ก็ไม่มีใครบ่นเลย หลี่หงหั่นหมูเสร็จมาช่วยลูกชายคนโตรับทรัพย์และตักอาหารขายวันนี้เขายิ้มหน้าบานกว่าเมื่อวานเสียอีก ทั้งหมูและผักหมดลงหลี่หลิวเดินไปสั่งเครื่องปรุงมาเก็บไว้อย่างล่ะสามไหซื้อเนื้อวัวกับเนื้อหมูมาอย่างล่ะสามโลโครงไก่อีกสามสี่โครง ขิง ข่าตะไคร้ใบมะกรูด และผักอีสามสี่อย่างบอกให้เฒ่าแก่เอาของที่สั่งมาส่งที่รถลากและเก็บเงินกับท่านพ่อ เมื่อเก็บของขึ้นรถและได้รับของที่บุตรสาวสั่งมาใส่รถลากแล้วก็ออกเดินทางกลับบ้าน
หลี่หลิวพูดกับครอบครัวระหว่างทางกลับบ้านว่านาง้าม้าเพื่อมาลากรถลาก ท่านพ่อก็ต้องยอมรับว่าการเดินทางไปมามันเหนื่อยจึงรับปากนางว่าวันพรุ่งนี้จะพานางไปเลือกดูทำให้หลี่หลิวยิ้มกริ่มอย่างพอใจ กลับถึงบ้านหลี่หลิวทำโจ๊กหมูสับเต็มหม้อใหญ่ให้ทุกคนได้กินหลังจากทำงานมาอย่างหนักในเช้าที่ผ่านมา ส่วนท่านพ่อที่รับเงินเป็กอบเป็กำยังคงอารมณ์ดีและยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา
"หลี่เฉินๆ"
เสียงเด็กน้อยสองคนมาแต่เช้ากับท่านลุงท่านป้าเรียกหาเพื่อนอย่างสนิทสนมใจ
"อ้าว พวกท่านมาแล้วหรือ กินข้าวปลากันมาหรือยังบุตรสาวข้าทำข้าวต้มหม้อใหญ่หากยังไม่ได้กินอะไร เดี๋ยวข้าจะตักให้พวกท่านคนล่ะถ้วย"
สองสามีภรรยามองหน้ากันด้วยใบหน้าอมยิ้มอย่างเปี่ยมสุขและตอบกลับว่ากินข้าวเช้ามาแล้ว วันนี้ที่มากันก็เพราะอยากมาช่วยขุดสระให้เสร็จเพียงเท่านั้น หลี่หลิวได้ยินเช่นนั้นจึงรู้ว่าวันนี้มีคนงานคอยช่วยขุด บ่อปลาของนางต้องเสร็จภายในวันนี้อย่างแน่นอน นางจึงชวนท่านแม่ต้มเกาลัดที่เก็บมาเมื่อสองสามวันก่อน ต้มเสร็จพึ่งลมแล้วแกะใส่ชามไว้แล้วหาผ้าชุบน้ำมาปิดวางไว้แถวระเบียงเพื่อไม่ให้มันโดนลมแล้วแห้งจนเกินไป หวังลู่ยิ่งมองยิ่งหลงรักบุตรสาวของตนขึ้นทุกวันหากวันใดนางออกเรือนไปใจของมารดาเช่นนางคงแตกสลายเป็แน่